บนโต๊ะอาหารกลมสไตล์จีนจัดวางกับข้าวง่าย ๆ หนึ่งชุดแต่แป้งร่ำเหลียวมองอาหารอีกหนึ่งชุดที่มีฝาชีครอบไว้ ในนั้นเป็กับข้าวที่ดูดีและน่ารับประทานกว่าแต่เธอรู้ว่าชุดนั้นเป็ของครอบครัวอาอี๊สี่ที่ยังไม่กลับจากที่ทำงาน
“ข้าวไข่ดาว หนูกินได้ไหม”อาม่าถามแป้งร่ำ เด็กสาวคดข้าวพลางพยักหน้า ให้อะไร ๆ เธอก็กินได้แค่ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอไม่สามารถกินซี่โครงหมูอบ แกงเขียวหวานปลากรายและปลาทับทิมทอดน้ำปลาที่ถูกฝาชีครอบไว้ได้แม้กระทั่งอาม่าก็ต้องกินข้าวไข่ดาวเหมือนกับเธอ
“อาอี๊กับอากู๋เขาทำงานหนักให้เขากินดี ๆ ถ้าแป้งอยากกิน อาม่าจะตักให้” อาม่าเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเด็กสาวเหลือบมองเซตกับข้าวของอาอี๊อากู๋
“อาม่ากินอะไร แป้งก็กินอย่างนั้นค่ะ”เด็กสาวยิ้มให้หญิงชรา อาม่าเข้ามาลูบหัวเด็กสาวด้วยความอ่อนโยน
“บ้านนี้อาอี๊อากู๋เขาเป็คนดูแลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอาม่ามาอยู่ อาม่าก็เกรงใจลูก ๆ อาม่าก็อยากให้แป้งรู้จักเกรงใจอาอี๊และอากู๋ด้วยไม่ว่าอาม่านะ”
แป้งร่ำจับมือของอาม่าไว้พลางยิ้มให้อย่างเข้าใจ
“สบายมากค่ะ แป้งกินง่ายอยู่ง่าย แป้งชอบไข่ดาวที่อาม่าทำให้ที่สุดอยู่แล้วค่ะ”
“ชอบกินก็กินเลยลูก”
แม้จะดูรีบเร่งกับการกินข้าวให้เสร็จก่อนครอบครัวอาอี๊อากู๋จะกลับมาสองยายหลานก็นั่งทานข้าวเย็นอย่างอบอุ่นบ้านหลังใหญ่ใช่ว่าจะสามารถใช้ชีวิตได้สุขสบาย สำหรับแป้งร่ำในบ้านหลังนี้เธอคงไม่ต่างอะไรกับคนรับใช้เหมือนกัน
ทางเดินเท้าในโรงเรียนมีหลังคาคลุมบังแสงแดดที่ร้อนระอุเด็กสาวผมเหยียดตรงสลวยเดินยกกล่องผ่านหน้าสนามบาสเกตบอลทำเอาหนุ่มทั้งสนามเหลียวมองเป็ตาเดียว
“พวกมึง ๆ ! ใบเฟิร์นมา”ชายหนุ่มที่กำลังเล่นบาสถึงกับหยุดเล่นมองตามเป็แถว
“ให้พี่ช่วยถือนะครับ” นักเรียนชายม.6 คนหนึ่งวิ่งเข้าไปเสนอตัว
“ไม่ต้องค่ะ ไม่หนัก”แล้วเธอก็ก้าวฉับ ๆ ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
ใบเฟิร์นเป็ถึงดรัมเมเยอร์ของโรงเรียนสูง ขาว หุ่นเพรียวสวย ปากนิดจมูกหน่อยน่าทะนุถนอม เป็ที่หมายปองของบรรดาหนุ่ม ๆค่อนโรงเรียน ที่สำคัญเ้าตัวยังไม่มีแฟนทั้ง ๆ ที่หนุ่มหน้าตาดีระดับซุปเปอร์สตาร์ของประเทศก็เคยมาจีบเธอแล้วแต่ถูกปฏิเสธเละไม่เป็ท่า
ในห้องเก็บของของวงโยธวาทิตใบเฟิร์นยกกล่องที่ถือมาวางไว้บนชั้นแถวบนสุดที่เต็มไปด้วยกลองเทเนอร์ แม้ตัวเธอจะสูงแต่ชั้นวางนั้นสูงกว่ามาก เด็กสาวพยายามเขย่งจนสุดปลายเท้าแต่กล่องนั้นเลื่อนไปถูกกลองใหญ่ที่ตั้งอยู่หล่นลงมา
“ระวัง!!!”
“ว้าย!!!!!”
โครม!!!
ร่างบางถูกใครบางคนดึงมาอยู่ในอ้อมกอดหญิงสาวหลับตาปี๋ กลองใหญ่หล่นฟาดไปที่แผ่นหลังของเขาคนนั้นอย่างจัง
หญิงสาวหลับตาปี๋ ได้ยินเสียงหายใจถี่ๆ ของคนนั้นดังอยู่ข้างหู เขาคงเจ็บไม่น้อย ใบเฟิร์นค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา
พีท !!!!
เพื่อนนักเรียนห้องสายคำนวณห้องเดียวกันกับเธอ หญิงสาวใจึงรีบดูที่หลังของเขาทันที
“พีท! นายเป็อะไรรึเปล่า”
“ไม่เป็ไรหรอก เธอล่ะเป็อะไรไหม”
“เราโอเค.... ไหน! ขอเราดูหลังเธอหน่อยสิ” ใบเฟิร์นจับตัวให้เขาหันแต่พีทถอยออกมา
“ไม่ต้องหรอก เราไม่เป็อะไร”ชายหนุ่มพูดจบเขาก็ก้มไปเอากลองใหญ่ไปวางไว้ที่เดิม ใบเฟิร์นอดคิดไม่ได้ที่เขาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าเธอในเวลาคับขันเช่นนี้หรือเขาอาจจะตามเธอเช่นเดียวกับผู้ชายคนอื่น
“ขอบใจเธอมากนะ ว่าแต่..เธอเข้ามาในห้องวงโย ฯ ทำไมเหรอ”
“มาเอาของ.. ไปก่อนนะ” พีทพูดจบก็คว้าแผ่นโน้ตอย่างง่ายสำหรับผู้ฝึกเล่นเปียโนที่วางอยู่บนโต๊ะมุมห้องและเดินออกไปทันที
คำตอบคลาสสิกที่เธอคิดไว้อยู่แล้วว่าเขาต้องตอบแบบนี้ใบเฟิร์นยิ้มออกมา อย่างน้อยนี่อาจเป็จุดเริ่มต้นที่เธอจะเปิดใจรับใครเข้ามาก็เป็ได้
่เวลาพักของห้องเรียน ม.4/5 กุ๊กกิ๊กวิ่งพรวดพราดเข้ามาจนทำให้บรรดาแก๊งเพื่อนสาวของตนใ
“เป็อะไรไปอีกล่ะแม่คุณ” แป้งร่ำผละจากการคุยเล่นกับกิ่งและหมิว มามองเพื่อนตัวเองอย่างขำๆ
“เปรม...เปรม...กำลังเดินมากับพีท..ฉันสวยรึยัง”กุ๊กกิ๊กเอาผมทัดหูตัวเองไว้ กิ่งสะดุ้งเมื่อเห็นพีทเดินมาด้วยรีบหวีผมตัวเองอย่างเป็อัตโนมัติส่วนแป้งร่ำก็ใจเต้นขึ้นมาซะงั้น
นายพีทงั้นเหรอ!!!
สองหนุ่มเดินเข้ามา ทั้งกุ๊กกิ๊กและแป้งร่ำรวมไปถึงกิ่งต่างนั่งมองพวกเขาเดินผ่านไปที่นั่งด้านหลังราวกับเทพบุตรจากฟากฟ้าเคลื่อนตัวผ่านไปอย่างช้าๆ
หล่ออะไรปานนี้!!
เปรมมักจะเข้ามาคุยกับพีทเป็ประจำอยู่แล้ว
“สรุปมึงมาเล่นบาสกับทีมกูแทนไอ้โย่งนะไอ้พีท”
เปรมรวบหัวรวบหางสรุปทุกอย่างหลังจากที่พีทปฏิเสธการเข้าร่วมทีมบาสกับเปรมั้แ่อาทิตย์ที่แล้ว
“กูบอกแล้วไงว่าไม่เล่น”
“โธ่!ช่วยเพื่อนหน่อยสิวะ แมตซ์นี้สำคัญนะโว้ยไอ้โย่งมันาเ็ที่ข้อเท้าอยู่”
“กูไม่ว่างไปซ้อมกับมึงหรอก”
“มึงต้องทำอะไรวะ”
พีทไม่ตอบแต่สายตาเขาลอบมองแป้งร่ำที่กำลังกระซิบกระซาบกับกลุ่มเพื่อนตัวเองแล้วหัวเราะคิกคักอยู่
“เื่ของกู ” พีทตอบเพื่อนไปแบบส่ง ๆซึ่งเปรมเองก็ไม่เข้าใจเพื่อนสนิทอย่างพีทเช่นกัน ที่อยู่ ๆ ดันมีเื่สำคัญให้ทำทุกเย็นซะงั้นขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่ ใบเฟิร์นเดินเข้ามายื่นบางอย่างให้พีทเขามองที่ของนั่นสลับกับมองหน้าคนให้ หญิงสาวยิ้มอย่างเป็มิตรในแววตาฉายประกายความนัยบางอย่าง
“ยาทาแก้ฟกช้ำ เธอเอาไปทาซะ ท่าทางเจ็บไม่น้อย”
“ขอบใจ” คำพูดห้วน ๆ แต่ก็รับของนั้นมา อย่างน้อยก็ไม่ทำให้เธอเสียน้ำใจ
“หายไว ๆ นะพีท” พูดจบเด็กสาวก็เดินกลับไป แก้มของเธอแดงระเรื่อขึ้นมา
ทั้งหมดอยู่ในสายตาของก๊วนแป้งร่ำที่กำลังนั่งชื่นชมในความหล่อของบุรุษทั้งสองโดยเฉพาะกิ่งแทบจะกระเด้งตัวขึ้นมาหลังจากเห็นคนงามระดับโรงเรียนเข้าไปหาพีทแบบนั้น
“พวกแกเห็นอย่างที่ฉันเห็นไหม” กิ่งกระซิบ แป้งร่ำพยักหน้าสายตาจดจ้องสาวสวยคนเมื่อครู่
“เห็น!!!” แป้งร่ำตอบอย่างลืมตัว
“เห็นแววตาของยัยใบเฟิร์นไหม”
“เห็น!!!”
“ฉันว่าแล้วว่าทำไมฉันถึงรู้สึกไม่ถูกชะตากับยัยใบเฟิร์นมาั้แ่เปิดเทอม”ในขณะที่กิ่งบ่น ๆ แป้งร่ำได้แต่นั่งถอนหายใจ มองใบเฟิร์นและหันมาดูตัวเองห่างคนละโยชน์
ใบเฟิร์น รูปร่างสูง หน้าตาสวย และเรียนเก่งมาก
แป้งร่ำ ตัวเตี้ย หน้าตาก็งั้น ๆแถมโง่เลขเป็ที่สุด
จะมีอะไรไปสู้ได้
เสียงออดเข้าห้องแล้วอาจารย์สมชายนอกจากจะเป็อาจารย์ที่ปรึกษาแล้วยังเป็อาจารย์สอนคณิตศาสตร์อีกต่างหาก เขายกสมุดแบบฝึกหัดขึ้นมาสองกอง
“สมุดกองนี้เป็ของกลุ่มที่ทำได้ถูกต้องและผ่านเกณฑ์การประเมินส่วนกองนี้ไม่ผ่าน ซึ่งจำนวนนักเรียนไม่ผ่านมีถึงครึ่งห้อง ครูว่ามันมากเกินไปครูรับไม่ได้ ”
นักเรียนมองหน้ากันเลิกลั่กว่าอาจารย์จะมาไม้ไหน
“ครูจึงคิดหาแนวทางเพื่อให้พวกเรามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้นจากวิธีการ Peer-Assisted Learning Strategies หรือ วิธีการเรียนรู้จากเพื่อนช่วยเพื่อน”
เสียงฮือดังขึ้นทันที อาจารย์สมชายยิ้มมุมปากก่อนจะเข้าเื่
“เพราะฉะนั้นการที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ของครูได้นั้น ครูจะต้องให้พวกเธอนั่งกันเป็บัดดี้เพื่อนช่วยเพื่อนตามรายชื่อที่ครูกำหนดไว้ ซึ่งคนผ่านจะต้องนั่งคู่กับคนตก ครูจะติดไว้ที่กระดานดำให้ค่อย ๆ ลุกมาดูและย้ายที่นั่งตามผังที่กำหนดให้”
เมื่อผังถูกติดไว้ตรงกระดาน นักเรียนต่างก็วิ่งกรูเข้าไปดูกว่าแป้งร่ำจะแทรกตัวจากฝูงชนเข้าไปถึงกระดานดำได้ก็แทบคางเหลืองเหมือนกัน เธอกวาดตาหาชื่อของตัวเอง
“เจอแล้ว....ทัตติยา...เป็บัดดี้เพื่อนช่วยเพื่อนกับ…….”
หล่อนขยี้ตาตัวเองอีกครั้ง
พิทยะ!!!!!!
“นายพีท!!!!!”
กิ่งวิ่งเข้ามาะโกอดคอแป้งร่ำอย่างดีใจ
“โล่งอกที่เป็แกได้นั่งกับพีท ฉันนึกว่าจะเป็ยัยใบเฟิร์นนั่นซะแล้วฝากดูแลว่าที่สามีฉันด้วยนะ”
เ้าตัวยังยืนตะลึงอยู่แค่นั่งอยู่ไกล ๆ หัวใจยังเต้นโครมครามขนาดนี้ แล้วตอนนี้ต้องมานั่งด้วยกันหัวใจจะไม่ทะลุออกมาเลยหรืออย่างไร
แป้งร่ำค่อย ๆ วางสมุดหนังสือและกระเป๋าลงบนโต๊ะข้างนายพีทเขานั่งอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่ ปรายตามองคนนั่งข้างคนใหม่เล็กน้อย หญิงสาวยิ้มให้แหยๆ
“แฮะ ๆ ๆ เราคู่กันอีกแล้วนะพีท”
เขาพยักหน้าแล้วก็อ่านหนังสือการ์ตูนต่อ โดยไม่สนใจเธอ
เด็กสาวเป่าปากนั่งตัวเกร็ง ลอบมองเพื่อนแก๊งตัวเอง ตอนนี้โดนกระจายไปหมด คงจะเม้าท์ในเวลาเรียนยากขึ้นแน่ๆ
“เอ่อ..นายพีท..วันนี้ต้องซ้อมเปียโนไหม” เธอเอ่ยเสียงเบา ๆ แบบเกรงใจ
เขาปิดหนังสือการ์ตูนอย่างแรงจนเธอสะดุ้ง เหลียวมองคนตัวเล็กที่กำลังกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“เธอต้องซ้อมทุกวันจนกว่าจะเล่นเป็” พูดจบเขาก็ลุกขึ้นออกนอกห้องไปเธอมองตามตาปริบ ๆ
หมายความว่าฉันจะต้องเจอเขาเช้ากลางวันและเย็นเลยหรือนี่ !!!!
ห้องดนตรีที่ในเวลานี้ มีพีทและแป้งร่ำเป็ขาประจำที่แวะเวียนเข้ามาใช้เพื่อฝึกซ้อมเกือบทุกวันหลังเลิกเรียน
โด เร มี ฟา ซอล ....
“วันนี้เราจะเริ่มเข้าเพลงที่มีโน้ตง่าย ๆ เธอพร้อมใช่ไหม”พีทก้มมองคนนั่งอยู่หน้าเปียโนที่พยักหน้าอย่างช้า ๆ
“แล้วฉันปฏิเสธได้เหรอ” เธอพูดเบา ๆ เขาเงี่ยหูฟัง
“อะไรนะ!”
“เปล่า ๆ ๆ นายจะสอนฉันไม่ใช่เหรอมาเลย!พร้อมแล้ว!”
เขายิ้มมุมปากนิด ๆไม่ทันที่เธอจะสังเกตเห็น ก่อนจะเอาโน้ตเพลงวางเอาไว้ตรงแป้นสำหรับวางโน้ต
“ฝึกเพลงง่าย ๆ ก่อนแล้วกัน เพลงนี้ต้องกดแบบนี้นะ”
เขาเล่นให้เธอดู ท่วงทำนองอ่อนหวานพาคนฟังเคลิบเคลิ้มได้อย่างน่าอัศจรรย์หญิงสาวจ้องมองอย่างตั้งใจ จนเขาเล่นจบ
“ต่อไปตาเธอแล้ว ”
เด็กสาวถอนหายใจบอกกับตัวเองว่างานนี้หินจริง ๆแต่ต้องผ่านไปให้ได้เพื่อคะแนนของเธอเอง และแล้วก็เริ่มต้นการเรียนการสอนอย่างเข้มข้นเขาผู้ทำหน้าที่เป็ครูสอน ส่วนเธอทำหน้าที่เป็ผู้เรียนแม้จะปวดหัวกับการทำให้คนตัวเล็กเล่นเปียโนให้เป็ แต่น่าแปลกที่เขาไม่รู้สึกรำคาญเด็กสาวคนนี้เสียเลย หลังเลิกเรียนจึงได้ยินเสียงเปียโนแบบกระท่อนกระแท่นดังลอยตามลมมาแทบทุกวัน
เย็นวันนั้นพีทเอาสมุดไปส่งอาจารย์ในห้องพักครูก่อนกลับบ้านอาจารย์สมชายเดินเข้ามาตบบ่าชายหนุ่ม
“ วันก่อนต้องขอบใจเธอมากเลยนะที่ช่วยครูจัดรายชื่อเพื่อนเป็คู่บัดดี้ ถ้าครูทำคนเดียวคงทำไม่ได้หรอกเพราะครูยังจำนักเรียนไม่ครบทุกคนเลย”
“ครับ”