เวลาเช้าฉันตื่นนอนอยู่บนเตียงด้วยร่างกายเปลือยเปล่าอยู่ภายใต้ผ้าห่ม ส่วนเหยียนเหล่ยนั้นออกจากห้องไปั้แ่กลางดึกแล้ว จึงลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าแล้วเดินออกมาจากห้องพักก็เห็นชาวบ้านกลุ่มหนึ่งยืนพูดคุยกันดูท่าทางคึกคักตื่นเต้น
พอพวกเขาเห็นฉันก็หยุดการพูดคุยและเดินเข้ามาหากล่าวคำทักทาย พร้อมกับถามว่าเมื่อคืนฉันนอนหลับสบายดีไหม หิวข้าวหรือเปล่า อยากกินอะไรจะไปทำมาให้ เหมือนฉันเป็ศิลปินไอดอลคนดังขึ้นมาทันที ฉันจึงตอบกลับว่านอนหลับสบายดียังไม่ค่อยหิว และคิดในใจว่าคนในหมู่บ้านนี้ช่างใจดีกันเหลือเกิน
และขณะที่ฉันกำลังยืนงงในดงคนใจดีก็ได้ยินเสียงเรียกของฟูหลิวดังมาจากทางด้านหลัง เขาบอกว่าเห็นฉันยังไม่ตื่นจึงรีบไปให้อาหารม้าเพิ่งกลับมา และกำลังจะมาปลุกให้ฉันตื่นเพราะเหยียนเหล่ยสั่งไว้ว่า่สายๆจะเดินทางกลับ และยังบอกอีกว่าสมบัติถูกงมพบแล้วเมื่อกลางดึก เป็ไข่มุกเม็ดงามแปลกตามาก
เขารีบชักชวนฉันไปดูไข่มุกพร้อมกับชาวบ้านกลุ่มนั้นที่เดินตามมาด้วย และยังกล่าวชื่นชมว่าฉันเก่งที่สามารถไขปริศนาัเ้าสำราญได้ จึงทำได้แต่ยิ้มรับแบบเขิลๆแต่ไม่กล้าพูดความจริงว่าทำไปเพราะความเมา
เราเดินกันมาถึงที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านซึ่งมีทหารยืนคุ้มกันอยู่หลายคน และมีชาวบ้านจำนวนหนึ่งกำลังยืนมุงดูจับกลุ่มพูดคุยกันอยู่หน้าบ้าน พอพวกเขาเห็นฉันเดินมาต่างพากันหันมามองด้วยความสนใจแล้วยิ้มให้ บางคนก็กระซิบกระซาบคุยกันว่า "เด็กคนนี้รึที่บอกจุดงมสมบัติ?"
จากนั้นพวกเขาก็ขยับเปิดทางเพื่อให้ฉันกับฟูหลิวเดินเข้าไปด้านใน แต่ทหารที่ยืนคุมอยู่นั้นยกมือขวางไม่อนุญาตให้ฉันกับฟูหลิวเข้าไปด้านใน ขณะนั้นลี่ถังกำลังเดินออกมาจากในบ้านพอดี จึงร้องะโเรียกฉันพร้อมกับสั่งให้ทหารเปิดทางให้ฉันกับฟูหลิวเดินเข้าไปด้านใน
ซึ่งภายในบ้านพบเหยียนเหล่ย หลี่จวิน หัวหน้าหมู่บ้าน อยู่ในสภาพดูเหนื่อยๆอิดโรยจากการอดนอน และเ้าหน้าที่คนอื่นๆอีกสามคนในชุดแปลกตาเหมือนขุนนางในวัง พวกเขากำลังช่วยกันนั่งเปิดดูตำราหลายเล่มเหมือนค้นหาอะไรบางอย่าง และมีหีบเหล็กใบเล็กๆวางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆพวกเขา
ฉันจึงกล่าวทักทายแต่ไม่มีใครสนใจฉันเท่าไหร่นัก พวกเขาเพียงแค่หันมากล่าวทักทายกลับและก้มหน้าก้มตาดูตำรากันต่อ มีเพียงหัวหน้าหมู่บ้านที่มีท่าทีเปลี่ยนไปจากเมื่อคืน เขากุลีกุจอเชิญฉันให้นั่งที่เก้าอี้แล้วถามฉันว่าจะดื่มน้ำชาหรือว่าจะดื่มเหล้า ทำเอาฉันหัวเราะหึหึเพราะคิดว่าหัวหน้าหมู่บ้านถามคำถามประชดประชัน ฉันจึงตอบว่าขอดื่มน้ำชาดีกว่า
จากนั้นเขาก็รีบยกกาน้ำชากับจานขนมมาวางแล้วจะรินน้ำชาใส่ถ้วยให้ ฉันรีบบอกว่าไม่เป็ไรแต่ไม่ทันเพราเขารินน้ำชาให้แล้ว ฉันจึงยกถ้วยน้ำชาขึ้นดื่มด้วยความเกรงใจ และรู้สึกแปลกๆกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของหัวหน้าหมู่บ้าน
จากนั้นลี่ถังก็เรียกให้ฉันเดินไปดูไข่มุกที่อยู่ในหีบเหล็กขนาดเล็กลวดลายเป็สีทอง แต่หีบอยู่ในสภาพเก่ามากสีหมองวางอยู่บนโต๊ะ ฉันจึงรีบเดินเข้าไปดูด้วยความตื่นเต้นว่าของในหีบคืออะไร ก็เห็นไข่มุกเม็ดใหญ่เหมือนมีดอกเบญจมาศสีเหลืองอยู่ข้างใน ตรงกลางคล้ายมีเกสรสีส้มเข้มส่วนปลายเกสรเป็สีส้มอ่อนๆเกือบเป็สีเหลือง ดูสวยงามมากเพราะไม่เคยเห็นไข่มุกแบบนี้มาก่อน
ลี่ถึงจึงบอกว่า ตอนนี้กำลังช่วยกันตรวจสอบไข่มุกกับบันทึกสมบัติของราชวงศ์ ว่าตรงกับสมบัติชิ้นใดที่หายไปบ้าง แล้วเหยียนเหล่ยก็ส่งเสียงออกมาด้วยความตื่นเต้นดีใจว่า เขาเจอแล้วไข่มุกเบญมาศ พร้อมกับอ่านข้อความในบันทึกให้เราฟังว่า ไข่มุกเบญจมาศถูกส่งมาจากแคว้นทะเลเหนือเพื่อเป็ของขวัญในวันเฉลิมฉลองขึ้นครองราชของพระาาเมื่อร้อยปีก่อน ไข่มุกเบญจมาศสามารถวางแช่ในน้ำแล้วนำน้ำมาดื่มช่วยขับพิษร้อนในตับ
เ้าหน้าที่ในชุดขุนนางคนหนึ่งจึงรีบพูดขึ้นว่า เขาสามคนต้องนำไข่มุกเบญจมาศกลับเข้าวังหลวงเพราะเป็สมบัติของราชวงศ์ หลี่จวินจึงอาสาจะเป็ผู้คุ้มกันไข่มุกเบญจมาศไปกับคณะขุนนางวัง เพราะกลัวว่าคนร้ายคงยังไม่รามือง่ายๆและอาจแอบดักปล้นกลางทาง หลี่จวินจะคุ้มกันจนกว่าไข่มุกเบญจมาศจะถูกนำไปเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัยในวังหลวง และหันมาบอกให้เหยียนเหล่ยทำมนต์ปิดผนึกหีบ แล้วเดินทางไปเจอกันที่วังหลวง
เหยียนเหล่ยจึงทำมนต์ปิดผนึกหีบแล้วพาฉันไปกินอาหารเช้าด้วยกันกับเขา ฉันจึงถามเขาว่าเมื่อคืนหลี่จวินจับคนร้ายได้หรือไม่ เหยียนเหล่ยตอบว่าจับคนร้ายยังไม่ได้ เพราะคนร้ายคอยติดตามความเคลื่อนไหวจึงหยุดทุบทำลายรูปปั้น และแฝงตัวปะปนมาในหมู่ชาวบ้านเพื่อรอจังหวะ่ชิงไข่มุกเบญจมาศ
โชคดีที่ชาวบ้านคนหนึ่งจดจำได้ว่าคนร้ายไม่ใช่คนในหมู่บ้านจึงรีบมาแจ้งทหารให้ไปจับ แต่คนร้ายไหวตัวทันเสียก่อนรีบหนีหายไป เหยียนเหล่ยจึงกำชับให้ฉันอยู่ใกล้ๆห้ามอยู่ห่างสายตาจนกว่าจะไปถึงพระราชวัง เพราะเขากลัวว่าคนร้ายจะมาลักพาตัวฉันไปเพื่อค้นหาสมบัติอื่นๆอีก จากนั้นเราจึงเดินทางกลับและมุ่งหน้าไปที่วังหลวง
เมื่อเราเดินทางมาถึงวังหลวงและได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้โดยมีท่านอ๋องหกนำเราเข้าเฝ้า หลี่จวินกับลี่ถังถวายรายงานการค้นหาไข่มุกเบญจมาศและยังบอกอีกว่าเหยียนเหล่ยมีส่วนช่วยในการบอกทิศทางไหลของน้ำและจุดที่ไข่มุกไปจมติดขัดอยู่ใต้ก้อนหินใหญ่
ส่วนฉันมีส่วนช่วยในการไขความหมายของัเ้าสำราญบอกจุดที่ซ่อนหีบไข่มุก และยังมีชาวบ้านในหมู่บ้านสามพี่น้องที่ช่วยกันงมหีบไข่มุกทั้งคืนจนเจอ ฮ่องเต้ได้ฟังรายงานถึงกับทำสีหน้าประหลาดใจ แล้วถามว่าฉันเป็ใคร ขันทีคนสนิทของฮ่องเต้จึงทูลฮ่องเต้ว่า....
ขันทีเจิ้ง : มี่จื่อ เป็หญิงรับใช้ของคุณชายต่งเหยียนเหล่ย นางคือคนร้ายที่ฉีกทำลายภาพเขียนภู่กันหงส์ดำระบำน้ำของฝ่าา จึงต้องอยู่ทำงานในจวนฮุ่ยเฉิงเพื่อชดใช้หนี้และความผิดพะย่ะค่ะ
ฮ่องเต้ : เป็คนเดียวกันที่สามารถอ่านตำราหมื่นบุปผาได้ใช่หรือไม่?
อ๋องหก : ใช่แล้วเสด็จพ่อ ตำราหมื่นบุปผาตอบสนองกับมี่จื่อเพียงคนเดียว
ฮ่องเต้ : อืม! มิน่าล่ะ! อ๋องหกถึงขอร้องไม่ให้ข้าลงโทษเ้าที่ฉีกทำลายภาพเขียนชิ้นโปรดของข้า แต่ในเมื่อเ้าใช้ความสามารถค้นหาไข่มุกเบญจมาศที่สูญหายไปนานนับร้อยปีกลับคืนมาได้ ข้าจะละเว้นโทษตายให้ แต่เ้ายังไม่พ้นความผิดที่บังอาจกระทำจาบจ้วงต่อข้า ดังนั้นข้าจะมอบหมายงานสำคัญให้เ้าทำชิ้นหนึ่ง เ้าต้องตามหาตำราัสายลมและกระบี่กลับมาคืนราชสำนักให้จงได้ ถ้าเ้าทำสำเร็จข้าจะยกโทษให้ ความผิดของเ้าจะกลายเป็โมฆะ แต่ถ้าทำไม่สำเร็จข้าจะให้คนนำตัวเ้ามาตัดสินโทษอีกครั้ง
เหยียนเหล่ย : ขอบพระทัยฝ่าาเป็พระกรุณา! มี่จื่อรีบขอบพระทัยฮ่องเต้เร็ว!!
มี่จื่อ : ขะ ขอบพระทัยฝ่าา!
จากนั้นเรากล่าวทูลลาฮ่องเต้ แล้วไปพักนั่งดื่มน้ำชาพูดคุยกันต่อที่ตำหนักอ๋องหก เหยียนเหล่ยหยิบขนมให้ฉันกินเพราะรู้ใจว่าฉันชอบกินขนม ฉันจึงถือขนมเดินออกมานั่งกินที่ศาลาชมดอกไม้ด้านนอก เพราะพวกเขาเริ่มพูดคุยเื่งานน่าเบื่อกันอีกครั้ง
ลี่ถังจึงเดินตามฉันออกมานั่งเล่นผ่อนคลายที่ศาลาชมดอกไม้ด้วย ฉันกับลี่ถังนั่งกินขนมและพูดคุยเล่นนินทาหลี่จวินจอมเ้าชู้ตามประสาหญิงสาวแอบนินทาชายหนุ่ม สักพักก็ได้ยินเสียงเล็กๆของเด็กผู้หญิงร้องเรียกชื่อฉันมาจากทางด้านหน้าตำหนัก
นั่นคือองค์หญิงน้อยจินเอ๋อที่กำลังวิ่งมาหา พร้อมกับชักชวนให้ฉันไปเล่นเด็ดดอกไม้ด้วยกันอีก แต่ฉันตอบปฏิเสธเพราะกลัวโดนเหยียนเหล่ยดุอีกที่ไปเด็ดดอกไม้เล่นจนโกร๋นหมดต้น จึงชวนองค์หญิงกับลี่ถังไปเล่นหมาป่ากับกระต่ายในสวนใกล้สระบัว โดยให้ลี่ถังเป็นายพราน องค์หญิงจินเอ๋อเป็กระต่าย ส่วนฉันเป็หมาป่าทำเสียงขู่ “แฮร่!” แกล้งะโตะครุบให้องค์หญิงใส่งเสียงกรีดร้องผสมเสียงหัวเราะดังลั่นด้วยความสนุกสนาน
ทำให้ท่านอ๋องหก เหยียนเหล่ย และหลี่จวิน เดินออกมาดูเห็นว่าเราเล่นอะไรกันจึงส่งเสียงหัวเราะสนุกสนานกันเสียงดัง ท่านอ๋องหกจึงเรียกให้นางกำนัลยกน้ำชาและของว่างออกมาที่ศาลาชมดอกไม้และนั่งดื่มน้ำชาดูเราเล่นไล่จับกัน หลี่จวินจึงนึกสนุกมาร่วมเล่นด้วยและรับบทเป็หมาป่าเหมือนกับฉัน ยิ่งสร้างความสนุกสนานให้มากยิ่งขึ้น
เวลาผ่านไปไม่นานนักพระชายาของอ๋องหกกับนางกำนัลกำลังเดินมาตามหาองค์หญิงจินเอ๋อ พบว่าองค์หญิงกำลังเล่นกันอยู่กับพวกฉัน พระชายาจึงปล่อยให้เราเล่นกันและเดินไปที่ศาลาชมดอกไม้ร่วมดื่มน้ำชากับท่านอ๋องหกและเหยียนเหล่ย จากนั้นพระชายาจึงกล่าวกับเหยียนเหล่ยว่า
พระชายา : ดูท่า..จินเอ๋อจะติดอกติดใจเล่นกับมี่จื่อหญิงรับใช้ของคุณชายเหยียนเหล่ยซะแล้ว คราวที่แล้วจินเอ๋อกลับตำหนักไปก็ชวนนางกำนัลเล่นเด็ดดอกไม้จนแทบจะหมดสวน วันนี้พอจินเอ๋อรู้ว่าคุณชายเหยียนเหล่ยกับมี่จื่อเข้ามาในวัง จินเอ๋อก็แอบหนีพี่เลี้ยงมาเล่นกับมี่จื่อที่นี่ อีกอย่างวันนี้ข้าได้ยินคนในวังพูดกันว่ามี่จื่อช่วยไขปริศนาร้อยปีัเ้าสำราญจนสามารถพบไข่มุกเบญจมาศ เป็เื่จริงงั้นรึ?
เหยียนเหล่ย : พะย่ะค่ะ
อ๋องหก : ข้าชักจะอิจฉาเหยียนเหล่ยขึ้นมาซะแล้วสิ ที่มีคนมีความสามารถพิเศษคอยช่วยงานอยู่ข้างกาย ตอนนี้เ้ามีผลงานเกินหน้าเกินตาข้าซะแล้วเหยียนเหล่ยเอ๋ย
พระชายา : มี่จื่อเป็หญิงรับใช้ที่ไม่ธรรมดาเลย ท่านอ๋องถึงได้ออกหน้าขอพระราชทานอภัยโทษจากฮ่องเต้เพื่อช่วยมี่จื่อให้เว้นโทษตาย หม่อมฉันชักเริ่มจะอิจฉามี่จื่อขึ้นมาบ้างเหมือนกัน หุ หุ อุ๊ย! ท่านอ๋องดูพวกเขาสิเพคะ! เล่นกันเป็เด็กๆเชียว หลังจากวันนี้ไปพวกพี่เลี้ยงและนางกำนัลคงต้องเล่นหมาป่าจับกระต่ายกับจินเอ๋อแน่เชียว แต่ดีแล้วล่ะ! ดอกไม้ในสวนจะได้มีโอกาสออกดอกงอกงามสักที หุ หุ
อ๋องหก : ไม่เป็ไรๆ เื่ดอกไม้ปล่อยให้จินเอ๋อเล่นไปเถอะ ดอกไม้หมดก็ให้คนมาปลูกใหม่ แต่พระชายาอย่าได้น้อยใจอิจฉามี่จื่อ เพราะเ้ายังคงเป็สตรีนางเดียวในใจของข้าและตลอดไป
พระชายา : ท่านอ๋อง….คุณชายต่งก็นั่งอยู่ตรงนี้ หม่อมฉันอาย
เหยียนเหล่ย : เอ่อ…คิดซะว่ากระหม่อมเป็ต้นไม้เถอะ พะย่ะค่ะ
ในขณะที่ลี่ถังกำลังวิ่งไล่ตีหลี่จวิน ส่วนฉันกำลังวิ่งไล่จับองค์หญิงจินเอ๋อ จนลืมระวังไปว่าใกล้ๆกันนั้นมีสระบัวลึกอยู่ องค์หญิงจินเอ๋อกำลังวิ่งหลบหนีฉันไปทางสระบัว ฉันจึงร้องเรียกองค์หญิงไม่ให้วิ่งไปใกล้สระบัว แต่องค์หญิงยังมีอายุน้อยและขาดการระมัดระวัง จึงหยุดฝีเท้าไม่ทันเซถลาจะพุ่งตกลงไปในสระบัว ทุกคนที่เห็นต่างพากันใเป็อย่างมาก เพราะทุกคนต่างอยู่ห่างจากองค์หญิง
ฉันรีบยื่นมือจะคว้าตัวองค์หญิงแต่ด้วยระยะที่ฉันอยู่ห่างจากองค์หญิงอยู่พอสมควรจึงคว้าตัวไม่ถึง แต่ทันใดนั้นก็ปรากฏดอกท้อสีแดงพวยพุ่งออกมาจากมือฉันดุจพายุดอกไม้ที่พุ่งออกมาอย่างรวดเร็วหมุนพันรอบตัวองค์หญิงจินเอ๋อแล้วดึงตัวองค์หญิงออกห่างจากสระบัว ทั้งฉันและทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น