ในขณะนี้ชีชีผู้เพิ่งจัดการหมูป่าตัวเขื่องไปได้ตัวหนึ่งกลับไม่รู้เลยว่าผู้คนบนเชิงเขากำลังแตกตื่นเพราะเื่ของเธอจนวุ่นวายไปหมด
หญิงสาวกำลังกลัดกลุ้มใจว่าหมูป่าตัวใหญ่ขนาดนี้จะเอาลงเขาไปได้อย่างไร
การใช้พื้นที่มิตินำมันไปน่ะไม่ลำบากหรอกแต่หมูป่าตัวนี้ต้องปรากฏออกมาอย่างมีที่มาที่ไป
มิเช่นนั้นเธอคงหาคำอธิบายไม่ได้ว่าเหตุใดจู่ๆ ถึงมีเนื้อให้กิน
แม้ว่า่เวลานี้ร่างกายจะได้รับการชำระล้างจากน้ำพุิญญาจนพละกำลังเพิ่มขึ้นไม่น้อย
แต่การต้องลากหมูป่าหนักกว่าสามร้อยชั่งก็ยังถือว่าเป็งานที่หนักเกินแรงเธอไปมากอยู่ดี
หลังจากออกแรงฮึดอยู่นานก็ยังขยับมันไม่ได้ทำเอาชีชีเหนื่อยหอบจนต้องทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นพลางหายใจกระชั้น
ทันใดนั้นสายตาก็พลันมืดไปไม่สิ... มันคือภาพสีดำสนิทแผ่นหนึ่ง
เธอคิดว่าตัวเองคงจะเหนื่อยจนเบลอไปแล้วแน่ๆถึงได้เกิดภาพหลอนขึ้นมา
พอกะพริบตาแรงๆภาพตรงหน้าก็กลับกลายเป็หมูป่าตัวเดิม
ชีชีถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่เธอเพิ่ง่ชิงพลังพิเศษเนตรทิพย์มาได้ แล้วนั่นเธอเห็นอะไรกันแน่?
เพียงขยับความคิดภาพสีดำทะมึนเป็แถบก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง
"ว้าว... นี่มันถ่านหินนี่นา ใตู้เาลูกนี้มีเหมืองถ่านหิน!"
ความปวดเมื่อยที่เอวและอาการหอบเหนื่อยของชีชีหายวับไปเป็ปลิดทิ้งเธอเดินตามร่องรอยของถ่านหินนั้นไปข้างหน้า
แต่เดินไปไกลโขแล้วก็ยังไม่เห็นจุดสิ้นสุดมั่นใจได้เลยว่าปริมาณสำรองของเหมืองถ่านหินแห่งนี้ต้องมหาศาลอย่างแน่นอน
ชีชีไม่กล้าเดินลึกเข้าไปในป่ามากนักในใจยังพะวงถึงหมูป่าตัวนั้น
เื่ใหญ่ขนาดนี้ต้องรายงานเบื้องบนหากมีถ่านหินแล้ว ชีวิตใน่ฤดูหนาวก็จะสุขสบายขึ้นมาก
แต่การพูดไปลอยๆโดยไม่มีหลักฐานคงไม่มีใครเชื่อ
ชีชีเริ่มกังวลเธอคิดในใจว่าถ้าสามารถหยิบหินแร่กลับไปสักก้อนก็คงจะดี
พอเกิดความคิดเช่นนั้นในพื้นที่มิติก็ปรากฏก้อนหินแร่ขึ้นมาจริงๆ ก้อนหนึ่ง
"์! หรือว่าฉันจะสามารถเก็บสายแร่ถ่านหินนี้เข้าพื้นที่มิติได้?"
ทว่าเธอตื่นเต้นได้เพียงวินาทีเดียวก็ต้องสงบสติลงเพราะลานบ้านในมิติมีขนาดเพียงแค่นั้น คงไม่สามารถบรรจุูเาทั้งลูกเข้าไปได้หรอกเลิกคิดไปได้เลย
เมื่อชีชีกลับมาที่จุดเดิมลู่เหย่ก็พาคนเร่งรุดตามมาถึงพอดี
"ใครอนุญาตให้คุณวิ่งซุกซนไปทั่วแบบนี้?"
เสียงคำรามของลู่เหย่ทำเอากิ่งไม้รอบๆสั่นสะท้านไปตามๆ กัน
ชีชีเองก็ใจนตัวสั่นขอบตาแดงระเรื่อขึ้นมาทันที เธอเบะปากแล้วร้องไห้โฮออกมา"ลู่เหย่ คุณดุฉัน ฮือๆๆ"
ลู่เหย่ก้าวพรวดเข้าไปหาแล้วกดเธอเข้าสู่อ้อมกอดแรงมหาศาลนั้นราวกับอยากจะหลอมรวมเธอเข้าไปในกระดูก
น้ำเสียงของเขาถึงกับสั่นพร่า"อย่าร้องเลย คุณทำเอาผมหัวใจจะวายตายอยู่แล้ว"
ชีชีชูกำปั้นน้อยๆขึ้นทุบเขาอย่างแรง "แล้วคุณยังมาดุฉันอีกเหรอ?คิดฉันไม่กลัวหรือไง? คุณยังจะมาดุฉันอีกฮือๆๆ"
"ผมขอโทษ ผมผิดไปแล้ว อย่าร้องเลยนะ ให้ผมดูหน่อยว่าาเ็ตรงไหนไหม?"
ลู่เหย่สำรวจชีชีั้แ่หัวจรดเท้าทั้งด้านหน้าด้านหลัง ซ้ายและขวาจนครบทุกจุด เมื่อแน่ใจว่าเธอไม่ได้รับาเ็สีหน้าของเขาจึงค่อยดูดีขึ้น
"ทำไมไม่วิ่งไปพร้อมกับคนอื่นเล่า? อยู่คนเดียวมันอันตรายมากนะ"
"คุณคิดว่าฉันไม่อยากวิ่งหรือไง? ฉันกลัวจะตายอยู่แล้วพอเงยหน้าขึ้นมาคนก็หายไปหมดแล้ว ฉัน..."
ชีชีร้องไห้จนสะอึกสะอื้นทำเอาลู่เหย่ปวดใจแทบแย่ "เอาละๆ ไม่ร้องแล้วนะเรากลับบ้านกันเถอะ"
เมื่อเห็นว่าสามีภรรยาคู่นี้ไม่เป็อะไรแล้ว เหล่าทหารกล้าถึงได้แทรกขึ้นมา"รายงานผู้บังคับกองพัน หมูป่าตัวนี้จะจัดการอย่างไรครับ?"
ลู่เหย่ชายตาไปมองหมูป่าที่ตายอย่างอนาถแวบหนึ่งแววตาฉายแววสงสัย "หมูป่าตัวนี้คุณเป็คนจัดการเหรอ?"
"ฉันจะมีปัญญาขนาดนั้นได้ยังไง? มันวิ่งชนที่กั้นจนตายเองต่างหาก"
ดวงตาของชีชีคลอด้วยหยาดน้ำตาพูดไปก็สะอึกเพราะแรงร้องไห้ไป ลู่เหย่ใจสลายจนต้องลูบศีรษะเธอแรงๆ"กลับบ้านกันเถอะ"
เขาจูงมือชีชีเดินลงเขาไปโดยไม่ลืมสั่งกำชับ "ส่งหมูป่าไปที่โรงอาหาร"
"ครับ!"
ตอนนี้ไม่มีใครมานั่งซักไซ้แล้วว่าหมูป่าตายได้อย่างไรความปรีดาที่มีเนื้อกินนั้นมีค่ามากกว่าความจริงเสียอีก
นั่นเป็เพราะใจทั้งหมดของลู่เหย่อยู่ที่ตัวชีชีมิเช่นนั้นเขาคงมองออกว่าหมูป่าตัวนั้นไม่มีทางวิ่งชนตายเองแน่ๆแต่มันถูกของหนักบางอย่างกระแทกจนตายต่างหาก
ทว่าต่อให้เขาเห็นความผิดปกติเขาก็ไม่มีวันสงสัยในตัวชีชี
แม่ตุ๊กตาขี้แยคนนี้จะไปมีปัญญาฟาดหมูป่าตัวใหญ่ขนาดนั้นจนตายได้อย่างไร?
พวกทหารพากันดีใจจนแทบบ้าแบกหมูป่าหนักกว่าสามร้อยชั่งก้าวเดินอย่างรวดเร็วราวกับเหาะได้
"ในที่สุดก็ได้กินเนื้อสักที ผมนี่ปากจืดปากแห้งไปหมดแล้ว"
"นั่นสิ จำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่ได้กินเนื้อคือเมื่อไร"
"พี่สะใภ้น้อยโชคดีจริงๆ ที่มาเจอหมูป่าตัวใหญ่ขนาดนี้"
"ยายของผมมักบอกว่า คนบางคนเกิดมาพร้อมกับวาสนา เื่ดีๆมักจะวิ่งเข้าหาเอง ผมว่าพี่สะใภ้น้อยนี่แหละคือผู้มีวาสนาสูงส่ง"
"คำพูดพวกนี้พูดกันเองก็พอ อย่าเอาไปพูดสุ่มสี่สุ่มห้าข้างนอกล่ะ"
"ผมไม่ได้โง่นะพี่"
ทหารกลุ่มนั้นมุ่งหน้าไปยังโรงอาหารด้วยความเบิกบานใจ
ตลอดทางลู่เหย่ไม่ยอมปล่อยมือเลยแม้แต่นิดเขาบีบมือน้อยๆ ของชีชีจนเธอรู้สึกเจ็บ
พอถึงบ้านถึงได้พบว่าในฝ่ามือเต็มไปด้วยเหงื่อ
บนผิวขาวนวลของชีชีปรากฏรอยแดงจางๆ ให้เห็นอย่างชัดเจน
ลู่เหย่ปวดใจรีบช่วยคลึงมือให้เธออยู่นาน"เจ็บใช่ไหม? ผมขอโทษผมใจร้อนเกินไปหน่อย"
ชีชีรู้สึกสับสนในใจความร้อนรนของลู่เหย่นั้นเป็ของจริง ความห่วงใยก็เป็ของจริง
หากไม่มีเชือกผูกผมสีแดงนั่นละก็ชีชีคงเชื่อไปแล้วว่าลู่เหย่ตรงหน้าคนนี้ชอบเธอจริงๆ
แต่ว่า...ตอนนั้นชีชีแค่อยากจะดูเชือกผูกผมเส้นนั้น ลู่เหย่กลับปฏิกิริยารุนแรงขนาดนั้น
หากไม่รักจนสุดหัวใจจะใส่ใจขนาดนั้นได้อย่างไร?
มิน่าล่ะผู้ชายสมัยโบราณถึงได้มีสามภรรยาสี่อนุ สิ่งมีชีวิตประเภทนี้สามารถทำเื่ 'กินในชามแต่มองในหม้อ' ได้จริงๆ
เมื่อเห็นชีชีสีหน้าไม่สู้ดีลู่เหย่จึงรีบรวบตัวเธอเข้ามากอดปลอบ "ภรรยาอย่าโกรธเลยนะเย็นนี้ผมจะตุ๋นเนื้อให้คุณกิน"
ชีชีสูดลมหายใจลึกเพื่อเรียกสติเธอก็ไม่ได้้าหัวใจของชายคนนี้ั้แ่แรกอยู่แล้วจะมามัวเล่นตัวทำแง่งอนไปเพื่ออะไร?
เธอจึงแบมืออีกข้างออกเผยให้ลู่เหย่เห็นก้อนแร่ถ่านหินที่ยังไม่ได้ผ่านการถลุง
"ในูเาลูกนี้มีเหมืองถ่านหินค่ะ"
ดวงตาของลู่เหย่เป็ประกายขึ้นมาทันที"จริงเหรอ? คุณไปพบที่ไหน?"
"ตรงจุดที่คุณเจอฉันนั่นแหละ ถัดไปทางเหนืออีกนิดหน่อยค่ะ"
ลู่เหย่เก็บหินแร่ก้อนนั้นไว้อย่างระมัดระวังแล้วช่วยล้างมือน้อยๆ ที่เปื้อนสีดำจนสะอาด ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"คุณพักผ่อนอยู่ที่บ้านให้ดี อย่าวิ่งซนไปไหนเด็ดขาดผมต้องไปรายงานผู้บังคับบัญชา นี่เป็เื่ใหญ่มากก่อนจะมีคำสั่งลงมาห้ามบอกเื่นี้กับใครทั้งนั้น"
"เข้าใจแล้วค่ะ"
มองดูลู่เหย่ที่รีบร้อนออกจากบ้านไปในใจของชีชีก็รู้สึกอ้างว้างอยู่บ้าง ชายที่ดีขนาดนี้ทำไมถึงไม่ใช่ของเธอเสียล่ะ?หลินเสี่ยวหรูคนนั้นช่างวาสนาดีจริงๆ
ชีชีนั่งเหม่ออยู่พักหนึ่งก่อนจะกลับเข้าห้องไปวาดแบบแปลนรางระบายน้ำ
เธอจะฝากความหวังไว้กับใครไม่ได้มีเพียงการทำตัวเองให้แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะมั่นคงที่สุด
คืนนั้นชีชีไม่ได้กินเนื้อตุ๋นฝีมือลู่เหย่และไม่เห็นแม้แต่เงาของเขา เห็นได้ชัดว่าเขาต้องออกไปปฏิบัติภารกิจ
อย่างไรก็ตามหลี่ต้าเฉียงได้นำเนื้อหมูป่าตุ๋นจากโรงอาหารมาส่งให้เธอหนึ่งชามแม้จะมีมันฝรั่งมากกว่าเนื้อ แต่มันก็คือน้ำใจ
ในเมื่อลู่เหย่ไม่อยู่บ้านเธอเองก็ไม่อยากปล่อยให้ท้องตัวเองหิวโหยจึงเข้าไปในพื้นที่มิติแล้วทำหม้อไฟกินคนเดียว
ใครบอกว่ากินหม้อไฟคนเดียวแล้วจะเหงา?เธอไม่เห็นจะรู้สึกอย่างนั้น แถมยังหอมฉุยน่ากินอีกต่างหาก
เมื่ออิ่มหนำสำราญเตรียมจะไปอาบน้ำประตูรั้วบ้านก็ถูกเคาะ
หลินเสี่ยวหรูปรากฏกายอยู่ที่หน้าประตู
แม้ท้องฟ้าจะเริ่มมืดสลัวแต่ยังคงเห็นได้ชัดว่าใบหน้าของเธอซีดเผือด ไร้ซึ่งสีเืแม้แต่น้อย
"มีธุระอะไร?"
ชีชีไม่อาจแสร้งทำเป็กระตือรือร้นกับเธอได้
"ฉันมาขอร้องคุณ"
เสียงของหลินเสี่ยวหรูแหบพร่าราวกับมีเม็ดทรายปนอยู่ ฟังดูระคายหูเป็พิเศษ
"ฉันกับคุณไม่ได้สนิทชิดเชื้อกันขนาดนั้นนะ"
ทว่าหลินเสี่ยวหรูได้รับคำตอบนั้นด้วยการคุกเข่าลง‘ตุบ’ ต่อหน้าเธอทันที "ชีชี คุณหย่ากับลู่เหย่เถอะนะ ฉัน้าเขา ยังไงเขาก็ไม่ได้รักคุณอยู่ด้วยกันไปก็ไม่มีความสุขหรอก ขอแค่คุณตกลงหย่า ฉันจะมอบเงินก้อนใหญ่ให้คุณเอง"