กำเนิดใหม่ : จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ 【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 44 ประตูที่เปิดออก

            หลัวเลี่ยโต้กลับเจ้าหมีแพนด้าอย่างไร้ความปรานีซึ่งในตอนแรกเจ้าแพนด้าก็ประท้วงเล็กน้อยเกี่ยวกับชื่อแพนด้าน้อยที่หลัวเลี่ยใช้เรียกตนแต่มันทำได้เพียงต้องยอมรับเท่านั้น

            สำหรับอนาคตที่สดใสนั้นจากการวิเคราะห์ของหลัวเลี่ยพบว่า ความสดใสเป็นสิ่งที่เจ้าแพนด้าสนใจจริงๆแพนด้าน้อยปั้นรักความงาม ทว่าตัวมันมีเพียงสีขาวและดำเท่านั้น

            เนื่องจากมีแหวนปีศาจเชื่อมกันอยู่จึงทำให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างหลัวเลี่ยและแพนด้าน้อยปั้นหลัวเลี่ยไม่เพียงแต่อ่านความคิดของแพนด้าน้อยได้ เขายังสามารถเข้าใจความคิดของมันได้อีกด้วยดังนั้นเขาจึงรู้ว่าเจ้าแพนด้าน้อยตัวนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสัตว์อสูรคืออะไรบางทีความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ในหัวของเขาอาจไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนี้แต่เขาคิดว่าแพนด้าน้อยปั้นจะประสบความสำเร็จในสิ่งที่ไม่ธรรมดาในอนาคตเจ้าแพนด้าอาจกลายเป็นเทพด้วยซ้ำเช่นนี้แล้วจะกลายเป็นสัตว์เลี้ยงของคนอื่นได้อย่างไร

            หลัวเลี่ยมาถึงด้านหน้าคุกพร้อมกับแบกแพนด้าน้อยปั้นที่เอาแต่แทะใบไผ่หลากสีมาด้วย เมื่อเขามาถึงประตูยังคงปิดแน่น

            สิ่งนี้ทำให้หลัวเลี่ยแปลกใจเล็กน้อยเหตุใดประสิทธิภาพการทำงานของหอเซียวเหยาจึงต่ำเช่นนี้ นี่ก็เป็นเวลานานมากแล้ว แต่กลับยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ

            นกฟินิกซ์สวรรค์กำลังบินอยู่บนท้องฟ้าด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ

            นกฟินิกซ์สวรรค์มีสายเลือดของนกศักดิ์สิทธิ์โบราณเป็นสัตว์อสูรระดับสูงที่มีศักยภาพสูงในการเติบโต นกฟินิกซ์ตัวนี้มีขนาดตัวที่ใหญ่และมีความแข็งแกร่งพอที่จะเข้าสู่ระดับทลายยุทธ์แล้ว หากโตเต็มที่มันจะสามารถไปถึงจุดสูงสุดของระดับทลายยุทธ์ได้และหากมีโอกาสอาจไปถึงระดับกายทองคำ

            สัตว์อสูรดังกล่าวในดินแดนเหยียนหวงนี้ถือว่าพบเห็นได้ยากนัก

            และเจ้าของฟินิกซ์สวรรค์นี้คือหลิวจื่ออั๋ง ผู้อาวุโสคนที่เจ็ดของหอเซียวเหยา

            “พี่หลิวเรื่องตรามังกรเงินเซียวเหยานั้นท่านต้องออกโรงข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อสืบเรื่องราวด้วยตนเองเลยหรือ” นกฟินิกซ์สวรรค์ที่พูดภาษามนุษย์ได้เอ่ยถามออกมา

            ทั้งหลิวจื่ออั๋งและนกฟินิกซ์สวรรค์ล้วนมีมิตรภาพที่ดีดังนั้นพวกเขาจึงไม่เคยมองว่าเป็นความสัมพันธ์แบบเจ้านายกับสัตว์เลี้ยงแต่เป็นความสัมพันธ์แบบพี่น้องกันแทน นี่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้นกฟินิกซ์สวรรค์ภักดีกับเขาเพราะสัตว์อสูรที่มีศักยภาพสูงนั้นจะทะนงตัวมาก

            ด้วยความสัมพันธ์อันดีนี้นกฟินิกซ์สวรรค์จึงได้ถอดแหวนปีศาจที่ผูกมัดเขาเอาไว้แล้ว

            “ไม่ใช่แค่เพราะเรื่องตรามังกรเงินเซียวเหยาหรอกที่ทำให้ข้าออกหน้า”หลิวจื่ออั๋งยกยิ้ม “การที่ ‘มีมังกรอยู่ในเป้า’ ปรากฏตัวขึ้นที่แคว้นเป่ยสุ่ย เงื่อนงำที่สำคัญเช่นนี้ข้าจะใช้โอกาสนี้สืบหาเขาอย่างแน่นอน หากการคาดเดาของข้าถูกต้องต้องมีอย่างน้อยสิบกองกำลังหลักที่สำคัญในดินแดนเหยียนหวงไปตามหาเขาที่แคว้นเป่ยสุ่ยแน่ดังนั้นพวกเราจำเป็นต้องไปถึงที่นั่นให้เร็วที่สุด”

            นกฟินิกซ์สวรรค์ออกบินด้วยความเร็วสูงสุดทันที

            ที่หอเซียวเหยาในเมืองหลวงของแคว้นเป่ยสุ่ยหลานฉายหลิงกำลังอยู่ในอ้อมแขนของชงจ้านหยวนดั่งนกน้อยที่ต้องการที่พักพิงสายตาของนางจับจ้องไปที่เกาช่วง หากพูดให้ถูกก็คือสายตาของนางจับจ้องไปที่ตราในมือของเกาช่วง

            สิ่งนั้นคือตรามังกรเงินเซียวเหยา

            เกาช่วงโยนตรามังกรเงินเซียวเหยาให้กับชงจ้านหยวน

             

            ชงจ้านหยวนที่กอดหลานฉายหลิงไว้พูดอย่างภาคภูมิใจว่า“เจ้าเห็นหรือยัง สิ่งนี้คือตรามังกรเงินเซียวเหยาที่เจ้าลืมไม่ลงอย่างไรเล่า”

            “นี่คือตราที่ทำให้หลัวเลี่ยกร่างไปทั่ว?”หลานฉายหลิงไม่มีวันลืมที่หลัวเลี่ยทำให้นางต้องอับอายในครั้งนี้นางได้เรียนรู้ว่า ชงจ้านหยวนและเกาช่วงนั้นมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นดั่งพี่น้องดังนั้นนางจึงขอร้องให้ชงจ้านหยวนช่วยให้นางได้ตรานี้มา

            แม้ชงจ้านหยวนจะบอกว่าหลานฉายหลิงเต็มใจที่จะเป็นอนุคนที่เก้าของเขา แต่ในความเป็นจริงแล้วหลานฉายหลิงซึ่งเป็นสาวงามรองจากหลิวหงเหยียนและเสวี่ยปิงหนิงเป็นคนที่เขาต้องการมาโดยตลอดดังนั้นเขาจึงต้องเอาชนะใจนางโดยการทำให้นางพึงพอใจ

            หลานฉายหลิงคว้าตรามังกรเงินเซียวเหยามาแล้วลูบมันเบาๆ“เมื่อมีตรานี้ ข้าก็ไม่ต้องกลัวหลัวเลี่ยอีกต่อไป”

            “เจ้ากลัวใครนะ?”ชงจ้านหยวนหัวเราะเสียงดัง “ฉายหลิง เจ้าโง่หรือ? เจ้ายังต้องกลัวหลัวเลี่ยอีกหรือตอนนี้เจ้าหลัวเลี่ยนั่นคงจะแข็งตายไปแล้ว หรือแม้ว่าเขาอาจจะยังมีชีวิตอยู่แต่เขาก็กลายเป็นคนธรรมดาที่ไร้วรยุทธ์ไปแล้วหากออกมาได้เขาจะอยู่หรือไปก็ขึ้นอยู่กับความเมตตาของเราเท่านั้น”

            “เช่นนั้น ทำไมพวกเราไม่ไปดูหลัวเลี่ยกันเสียหน่อยเล่า”หลานฉายหลิงอยากไปหาเรื่องหลัวเลี่ยเพื่อระบายความโกรธของนาง

            ชงจ้านหยวนคิดอยู่ครู่หนึ่ง“เอาสิ ข้าก็อยากจะไปดูว่าเขายังจะกล้าปากดีกับข้าอีกหรือไม่ พี่เกาท่านเองก็ไปด้วยกันนะ”

            เกาช่วงส่ายหัวและยิ้ม“คงไม่ดีเท่าไรถ้าข้าออกไปด้วย”

            “พี่เการะมัดระวังเกินไปแล้ว”ชงจ้านหยวนกล่าว

            “ระวังตัวด้วย”เกาช่วงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            “ได้เช่นนั้นข้าสองคนขอตัวก่อน”

            หลังบอกลาเกาช่วงแล้ว

            ชงจ้านหยวนและหลานฉายหลิงก็มาถึงบริเวณใกล้เคียงคุกกลืนอสูรที่อยู่ภายใต้การดูแลและควบคุมของคณะผู้อาวุโส

            เขาเห็นได้จากระยะไกลว่าผู้อาวุโสรองนำกำลังคนป้องกันอยู่ที่ด้านนอก

            เมื่อเห็นชงจ้านหยวนผู้อาวุโสรองก็แสดงรอยยิ้มประจบประแจง และรีบวิ่งไปที่ด้านข้างของชงจ้านหยวนทันทีจากนั้นก็พูดด้วยความเคารพว่า “นายน้อยมาแล้ว”

            “อ่า ท่านทำได้ไม่เลวเลยปกป้องด้วยตนเองอยู่ข้างนอกหรือ” ท่าทางของชงจ้านหยวนนั้นทะนงตัวสูงส่งเสียจนเขาเกือบจะมองผู้คนด้วยหางตา

            “เป็นเกียรติของข้าที่ได้ทำงานให้กับนายน้อย”ผู้อาวุโสรองยิ้มสดใสยิ่งขึ้น

            หลานฉายหลิงชี้ไปที่ผู้อาวุโสรองและพูดไม่ออกชั่วขณะ ตระกูลหลานของนางเป็นตระกูลเก่าแก่ระดับสูงในแคว้นเป่ยสุ่ยดังนั้นนางจึงเข้าใจอย่างชัดเจนเกี่ยวกับสถานะของผู้อาวุโสรอง

            ทุกคนในคณะผู้อาวุโสอาจไม่มีอำนาจมากนักในราชสำนักแต่ในแคว้นเป่ยสุ่ยการดำรงอยู่ของคณะผู้อาวุโสถือได้ว่าพวกเขามีอำนาจมาก และสามารถเปลี่ยนแปลงคำสั่งของจักรพรรดิได้ดังนั้นสถานะของพวกเขาจึงสูงส่งเป็นธรรมดา อีกทั้งยังเป็นที่เคารพของทุกคนอีกด้วย

            แม้ว่าจริงๆแล้วเขาจะเหมือนสุนัขที่กำลังอยู่ต่อหน้าชงจ้านหยวน

            “เจ้าต้องการจะพูดอะไร”ชงจ้านหยวนนำมือของเขาแตะที่หน้าของหลานฉายหลิง

            หลายฉายหลิงครุ่นคิดสักพักหนึ่งก่อนที่จะพูดว่า “ทำไมผู้อาวุโสรองถึงได้ดูเหมือน เหมือน...”

            “เหมือนสุนัขหรือ?”ชงจ้านหยวนพูดด้วยรอยยิ้ม

            หลานฉายหลิงรีบมองไปที่ผู้อาวุโสรองและพบว่าเขายังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า ตอนนั้นเองที่นางได้เข้าใจว่า สถานะของสองพ่อลูกตระกูลชงสูงขึ้นไปไกลถึงระดับไหนแล้วซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะมีอำนาจอยู่ในมือมากขนาดนี้พวกเขาถึงได้คิดกบฏ พลังอำนาจแบบนี้ทำให้หัวใจของหลานฉายหลิงพลุ่งพล่านด้วยความอิ่มเอมใจ

            นางกอดชงจ้านหยวนแน่นและพูดเบาๆ ว่า “คุณชายจ้านหยวน ข้ามีความสุขมากที่มีผู้ชายเช่นท่าน”

            “ตอนนี้เจ้าคงจะรู้ความแตกต่างระหว่างหลัวเลี่ยกับข้าแล้ว”

            “เข้าใจแล้วหลัวเลี่ยเป็นแค่ตดเหม็นๆ เขาไม่คู่ควรกับท่านเลยสักนิด” หลานฉายหลิงเชิดหน้าขึ้นเช่นกันนางมีความสุขกับการตัดสินใจเช่นนี้ และความคิดที่จะสานสัมพันธ์กับหลัวเลี่ยที่หลงเหลืออยู่ในใจของนางบัดนี้สลายไปโดยสิ้นเชิง

            ชงจ้านหยวนหัวเราะอย่างภาคภูมิใจ

            เมื่อพวกเขามาถึงหน้าประตูคุกกลืนอสูรผู้อาวุโสรองก็ให้ใครสักคนมาเปิดประตูให้

            ทั้งชงจ้านหยวนและหลานฉายหลิงต่างเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจเพราะอยากเห็นเรื่องตลกของหลัวเลี่ยแล้ว

            ประตูของคุกกลืนอสูรนี้หนักมากมันค่อยๆ ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ

            เมื่อหลัวเลี่ยที่อยู่ข้างในเห็นว่าประตูกำลังจะเปิดออกเขาก็คิดว่าทางหอเซียวเหยาคงจัดการเรื่องนี้แล้วเขาจึงขยับร่างกายเตรียมพร้อมที่จะออกไปในเวลาเดียวกันเพื่อป้องกันแพนด้าน้อยปั้นจากการถูกค้นพบเขาจึงปล่อยให้แพนด้าน้อยปั้นซ่อนตัว

            เพราะตอนที่เขาเข้ามาในคุกกลืนอสูรแห่งนี้เขาเข้ามาคนเดียว หากตอนกลับออกมา เขานำแพนด้าน้อยปั้นออกมาด้วยคงมีผู้คนเดาว่าแพนด้าน้อยปั้นเป็นอสูรที่อยู่ในคุกกลืนอสูรเช่นนี้คงยากที่จะอธิบาย

            แพนด้าน้อยปั้นกำลังจดจ่ออยู่กับการกิน

            ไผ่เจ็ดสีนั่นก็แปลกเหมือนกันเพราะไม่ว่าจะกินเท่าไรก็ดูเหมือนจะไม่มีวันหมด

            เรื่องไผ่นี้แพนด้าน้อยปั้นอธิบายกับหลัวเลี่ยว่า ไผ่เจ็ดสีสามารถดูดซับแก่นแท้ของพลังธรรมชาติได้อย่างอิสระดังนั้นยิ่งแพนด้าน้อยปั้นกินไปมากเท่าไร มันก็ยิ่งเติบโตแข็งแกร่งมากเท่านั้นและนอกจากนี้ยังเป็นความจริงที่ว่า ไผ่พวกนี้กินอย่างไรก็ไม่มีวันหมด

            กล่าวอีกนัยหนึ่งคือการที่แพนด้าน้อยปั้นไม่กินไผ่ในตอนแรก เป็นเพราะจริงๆ แล้วมันกำลังดูดกลืนพลังธรรมชาติโดยตรงใครๆ ก็สามารถเดาได้ว่ามันจะเติบโตเร็วแค่ไหน

            หลังจากได้รับคำสั่งของหลัวเลี่ยแล้วแพนด้าน้อยปั้นก็หันกลับมา แล้วแหวนปีศาจที่อยู่รอบคอของมันก็เรืองแสงจางๆ ขึ้น และนำตัวแพนด้าน้อยปั้นเข้าไปซ่อนไว้ที่มิติด้านในของแหวน

            แหวนปีศาจระดับสูงมีมิติพื้นที่สำหรับให้สัตว์อสูรอยู่ด้านในทำให้สัตว์อสูรสามารถซ่อนตัวอยู่ในนั้นได้

            หลัวเลี่ยใส่แหวนปีศาจลงในกระเป๋าเฉียนคุณ

            ในขณะนั้นเองประตูก็ถูกเปิดออก

            ภาพที่น่าสนใจจึงปรากฏขึ้น

            หลัวเลี่ยที่อยู่อีกฝั่งของประตูคิดว่าจะมีคนจากหอเซียวเหยามาเชิญเขาออกไปเมื่อคิดได้เช่นนี้เขาก็ยิ้มออกมา

            ส่วนชงจ้านหยวนและหลานฉายหลิงที่อยู่อีกฝั่งของประตูเช่นกันใบหน้าของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความอิ่มเอมใจ เตรียมรอชมภาพตลกๆ ของหลัวเลี่ย

            เมื่อประตูเปิดออกแล้วดวงตาสามคู่ได้สบกันพวกเขาต่างตกตะลึง

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ : จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258