มู่อวี่ซีขมวดคิ้ว มองมู่อวิ๋นฮว่าราวกับจะบอกว่าเอือมระอาเต็มที นางส่ายหัวแล้วพูดกับมู่หงไห่ว่า "ท่านพ่อ ท่านดูสิ..."
สายตาของมู่หงไห่หรี่ลงเล็กน้อย "เข้ามานำตัวคุณหนูใหญ่ไป หากไม่มีคำสั่งจากข้า ห้ามปล่อยตัวออกมา!"
มู่อวิ๋นฮว่าจ้องข้ารับใช้ที่เข้ามาล้อมพร้อมชี้นิ้วราวกับว่าจะจัดการใครก็ตามที่กล้าเข้ามาจับตัวนาง "ท่านพ่อ ท่านจะให้ข้าสละสิทธิ์ในการแข่งขันรอบสองอย่างนั้นหรือ"
มู่หงไห่มองนางอย่างดูแคลน "แม้จะมีคนคอยบอกใบ้ล่วงหน้าและเฉลยข้อสอบให้เจ้า เจ้าก็ได้แหวกหญ้าให้งูตื่นไปแล้ว คนที่อยู่เบื้องหลังเจ้าคงไม่เสี่ยงบอกคำตอบเจ้าอีกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้นรอบสองยังเป็นการเติมคำในบทกวี ซึ่งไม่ไม่อาจเสี่ยงโชคได้ ถึงเจ้าจะเข้าร่วมก็ไม่มีทางตอบได้"
การรู้หนังสือไม่ได้หมายความว่าได้อ่านบทกวีมามากหรือสามารถจดจำบทกวีได้
ยามนี้มู่หงไห่ไม่สามารถสืบหาตัวผู้บงการเบื้องหลังได้ ขอเพียงมู่อวิ๋นฮว่าไม่เข้าร่วมการแข่งขันต่อไป ความสนใจก็จะเบี่ยงเบนไปยังผู้ชนะในการแข่งขันรอบสองและรอบต่อๆ ไปโดยเร็ว
ถึงเวลานั้นเมื่อพูดถึงมู่อวิ๋นฮว่า ก็คงจะเป็นแค่คำกล่าวขานว่าดวงดีเท่านั้น ล่วงเลยผ่านไปก็จะไม่มีใครจดจำมู่อวิ๋นฮว่าได้อีกต่อไป
มู่หงไห่คิดอะไรอยู่กัน นางคาดเดาคำตอบได้ถึงแปดข้อ เขากลับต้องการทำให้เรื่องซาและปล่อยให้นางเลือนหายไปจากสายตาของผู้คน
นี่อาจเป็นวิธีที่ดี แต่ไม่ใช่สิ่งที่มู่อวิ๋นฮว่าต้องการ
นางเห็นมู่อวี่ซีที่ทำทีเป็นใจเย็นพร้อมก้มหน้าก้มตาแล้วขมวดคิ้ว นางอุตส่าห์เตรียมการแสดงฉากใหญ่ไว้สำหรับอีกฝ่ายโดยเฉพาะ จะยอมลงจากเวทีโดยง่ายได้อย่างไร
"ในเมื่อท่านพ่อไม่อยากให้ข้าไป ข้าก็จะไม่ไป" มู่อวิ๋นฮว่าไม่ขัดขืนใดๆ และพยักหน้ารับทันที
ไหนเลยนางจะทำตามความต้องการของมู่หงไห่ และไม่ไปจริงๆ เพียงเพราะบอกว่าจะไม่ไป ส่วนจะไปที่ใดนั้น มันหาใช่สิ่งที่มู่หงไห่จะห้ามปรามได้ ทว่านางก็ไม่โง่พอที่จะเถียงกับมู่หงไห่ที่นี่ต่อไป
พวกเขาไม่เหนื่อย แต่นางเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว!
สิ้นคำนางทั้งห้องก็เงียบงัน เนื่องจากมู่หงไห่ อนุหว่าน หรือแม้กระทั่งมู่อวี่ซีคิดไม่ถึงว่ามู่อวิ๋นฮว่าจะยอมถอดใจง่ายดายเช่นนี้
"คุณหนูใหญ่ เจ้าจะยอมแพ้ในการแข่งขันรอบสองจริงๆ หรือ" มู่อวี่ซีถามอย่างไม่มั่นใจ
มู่อวิ๋นฮว่ามองต้นเสียงกลับด้วยสายตาว่างเปล่า "ท่านพ่อสั่งแล้ว ข้าจะปฏิเสธได้อย่างไร แต่ดูเหมือนว่าพี่รองจะไม่ต้องการให้ข้าสละสิทธิ์ใช่ไหม ท่านพ่อ ท่านดูสิ ข้า..."
นางยังพูดไม่ทันจบ มู่อวี่ซีก็โพล่งขัดจังหวะในทันใด "ไม่ใช่!"
มู่อวี่ซีพลันส่ายหัวแล้วปั้นยิ้มเสแสร้ง "ข้าก็คิดว่ายามนี้คุณหนูใหญ่ไม่ควรทำตัวโดดเด่นให้คนอื่นจับผิดจะดีกว่า ยิ่งไปกว่านั้น ท่านพ่อพูดถูก ในรอบสองเจ้าคงไม่มีโชคดีเช่นนี้แล้ว อีกทั้งเจ้าก็ชนะในรอบแรกไปแล้ว ไม่เพียงแต่จะสร้างความฮือฮา แต่ยังล้างมลทินของตนเองได้ด้วย ข้าคิดว่าเพียงพอแล้ว หากมากเกินไปก็จะกลายเป็นการโอ้อวดเกินงาม เจ้าว่าจริงไหม คุณหนูใหญ่"
"จริงอย่างที่ว่า" มู่อวิ๋นฮว่าพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม "ในการแข่งขันวันนี้ มีบทกวีสองบทของพี่รองปรากฏขึ้น แสดงให้เห็นว่าพี่รองเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์อย่างแท้จริง คำพูดก็มีเหตุผล ข้าจะฟังพวกท่าน ไม่เข้าร่วมรอบสองก็แล้วกัน"
เดิมทีมู่อวี่ซีควรจะโล่งใจที่มู่อวิ๋นฮว่าจะไม่เข้าร่วมการแข่งขันรอบสอง แต่เพราะอีกฝ่ายพูดถึงบทกวีสองบทที่ปรากฏในสนามสอบ ทำให้นางสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาในทันใด
นางจึงเอ่ยด้วยความหวั่นใจ "คุณหนูใหญ่ พูดถึงบทกวีแล้ว เราต่างก็เป็นพี่น้องกัน ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็ไม่ควรวิพากษ์วิจารณ์บทกวี 'ลำนำผมขาว' ของข้ากลางสนามแข่งขัน ทำให้คนนอกเห็นเป็นเรื่องสนุกสนาน"
"ว่ากันว่าเรื่องอื้อฉาวภายในครอบครัวไม่ควรแพร่งพราย คุณหนูใหญ่ แม้มีสิ่งใดบาดหมางกันก็สามารถพูดกันเป็นการส่วนตัวได้ คุณหนูรองจะแก้ไขอย่างแน่นอน" อนุหว่านช่วยพูดสำทับทันที
เดิมที 'ลำนำผมขาว' เป็นบทกวีที่นางชื่นชอบที่สุด
ซีเอ๋อร์บรรยายถึงนางและมู่หงไห่ได้ดีแค่ไหน มีสตรีสักกี่คนที่มีผู้เขียนบทกวีมอบให้ หลี่หว่านกลับไม่ได้มีคนผู้นั้น แต่ยังเขียนได้ไพเราะอีกด้วย ผู้ใดได้เห็นนางก็ล้วนพากันอิจฉา
ทว่าวันนี้บทกวีนั้นกลับถูกมู่อวิ๋นฮว่ากลับฉีกทึ้งต่อหน้าธารกำนัล และเปิดเผยเนื้อหาภายในให้ทุกคนได้ล่วงรู้!
แล้วนางจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!
ยามนี้ที่สามารถอดกลั้นโทสะไม่ให้พุ่งไปฆ่าหญิงผู้นี้ได้ก็ทำให้เหนื่อยล้าเต็มทีแล้ว!
มู่อวิ๋นฮว่าไม่แยแสความเดือดดาลในใจของอนุหว่าน นางพลันขมวดคิ้วและกล่าวด้วยท่าทีขึงขัง "ทำไมข้าถึงวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้! เดิมทีข้าไม่อยากพูดเรื่องนี้อีกเพราะต้องการไว้หน้าอนุหว่านและพี่รอง พวกท่านกลับโทษข้าเสียได้! เช่นนั้นข้าก็ขอพูดให้ชัดเจนกับพวกท่าน!"
"บทกวี 'ลำนำผมขาว' ที่พี่รองเขียน กล่าวว่ามารดาของข้าเป็นมือที่สามเข้ามา แต่ความจริงนั้นพวกเราต่างรู้กันดีอยู่แล้ว หากพี่รองเข้าใจผิดหรือมีอคติเรื่องนี้ก็สามารถถามได้เลย เราจะพูดคุยกันให้ชัดเจน!"
"ท่านพ่อ สรุปแล้วท่านแม่ข้าเป็นผู้แทรกแซงเข้ามาในความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับอนุหว่านหรือไม่ ท่านพ่อ ท่านบอกข้ามา!" มู่อวิ๋นฮว่าเบนเข็มไปยังมู่หงไห่ทันที นางอยากรู้นักว่าเขาจะตอบอย่างไร
มู่หงไห่ไม่คาดคิดว่าลูกสาวจะกล่าวกำแหงเช่นนี้ อยากพูดอะไรก็พูดโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด!
เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ลูกสาวอย่างนางควรถามคาดคั้น ควรกล่าวถึงหรืออย่างไร
ชนิดที่ว่ากล้าตั้งคำถามกับบิดาของตนเอง!
"นี่เป็นเรื่องที่เจ้าควรถามหรือ!" มู่หงไห่ไม่แม้แต่จะเอ่ยถึงมารดาของมู่อวิ๋นฮว่า นับประสาอะไรจะยอมเปิดเผยเรื่องราวในอดีตระหว่างเขากับนาง
มู่อวิ๋นฮว่าที่ถูกตวาดใส่ผายมือไปทางมู่อวี่ซีทันที "ท่านแม่ข้าทั้งคน! ส่วนท่านคือก็พ่อของข้า! ทำไมถึงจะถามไม่ได้ หากข้าถามไม่ได้ แล้วทำไมพี่รองถึงแต่งบทกวีเกี่ยวกับเรื่องราวระหว่างพวกท่านได้ ท่านพ่อ ท่านจะตอบแบบขอไปทีกับข้าได้เช่นนี้ไม่ได้"
ไม่ใช่เพียงตอบแบบขอไปที ทว่ายังลำเอียงอีกด้วย
อนุหว่านสังเกตเห็นตั้งแต่มู่อวี่ซีเริ่มตกที่นั่งลำบากแล้ว นางไม่เชื่อว่าจิ้งจอกเฒ่าอย่างมู่หงไห่จะไม่สังเกตเห็นพิรุธของลูกสาว อย่างไรก็ตามเนื่องจากค้นพบแล้ว ถึงได้บังคับไม่ให้ลูกสาสอีกคนเข้าร่วมการแข่งขันรอบสอง!
ปากทำเป็นพูดดี ทำเพื่อปกป้องนางและตระกูล ทว่าท้ายที่สุดแล้วก็หวังเพียงตามเช็ดตามล้างเรื่องยุ่งเหยิงที่มู่อวี่ซีก่อไว้!
มู่อวี่ซียังไม่ทันได้โต้เถียง มู่หงไห่ก็ตบโต๊ะ "เจ้ากับซีเอ๋อร์จะเหมือนกันได้อย่างไร"
เหตุใดถึงไม่เหมือนกันเล่า
เกิดแก่บิดาคนเดียวกัน มีสิ่งไหนแตกต่างกัน ไม่มีแม้แต่น้อย!
"คุณหนูใหญ่..." มู่อวี่ซีกลับมาสงบใจลงอีกครั้งหลังได้รับการปกป้องจากบิดา หันมองมู่อวิ๋นฮว่าที่ชี้นิ้วมาทางตนเอง พร้อมส่งสายตาดูแคลนกลับไป "ท่านพ่อหมายความว่า ข้าสามารถแต่งบทกวีได้ อาจจะพบกับแรงบันดาลใจบางอย่างในเรื่องราวเหล่านั้น แต่หากเล่าให้เจ้าฟัง มันอาจกลายเป็นเพียงเรื่องธรรมดาและเรื่องราวในอดีตเ ไม่คุ้มค่าที่จะกล่าวถึง"