ผ่านไปไม่นาน หลินเหนียนก็นำสมุนไพรมายื่นให้ โจวลั่วที่รับสมุนไพรมามองเพียงแวบเดียวก็ดูออกว่าในนั้นมีสมุนไพรด้อยคุณภาพผสมอยู่ด้วย เขามองไปยังหลินเหนียนที่อยู่ตรงหน้า ดวงตาแฝงความหมายลึกซึ้ง
'เ้าหมอนี่คิดจะทำร้ายข้าจริง ๆ '
หลินเหนียนเผยรอยยิ้มที่เป็มิตร "ศิษย์น้องโจว เ้าต้องตั้งใจหลอมให้ดี อย่าทำให้ท่านปู่โซ่วผิดหวังล่ะ"
"ศิษย์พี่วางใจได้" โจวลั่วยิ้มพลางรับสมุนไพรมา
"เริ่มเลย" หลินจือโซ่วนั่งอยู่บนเก้าอี้ พลางกล่าวอย่างเรียบเฉย
โจวลั่วค่อย ๆ คัดแยกสมุนไพรใส่ลงในเตาหลอม แน่นอนว่าสมุนไพรด้อยคุณภาพเ่าั้เขาก็ใส่ลงไปด้วย หลินเหนียนที่เห็นภาพนี้ลอบแค่นหัวเราะในใจ
อีกเดี๋ยวหากเ้าหมอนี่หลอมล้มเหลว ตนค่อยเป่าหูท่านปู่โซ่วสักสองสามคำ ถึงจะไม่ทำให้มันไสหัวออกไปจากที่นี่ได้ แต่อย่างน้อยก็ต้องทำให้มันสูญเสียความไว้วางใจจากท่านปู่โซ่วได้อย่างแน่นอน
หลังจากใส่สมุนไพรเรียบร้อย โจวลั่วก็รวบรวมสมาธิ เริ่มขับเคลื่อนพลังปราณภายในร่างกาย พร้อมกับการโคจรของพลังปราณ ร่างกายของเขาก็ส่องแสงปราณขึ้นมา วินาทีถัดมา เขาชี้นิ้วขวาออกไป ลำแสงสีแดงเพลิงสายหนึ่งก็พุ่งลงสู่เตาหลอม
ฟู่!
ภายในเตา เปลวเพลิงลุกโชน ห่อหุ้มสมุนไพรทั้งหมดเข้าด้วยกัน ด้วยความช่วยเหลือของเปลวเพลิง สมุนไพรเ่าั้เริ่มสลายและหลอมละลาย ส่งเสียงเผาไหม้ดังซี่ ๆ โจวลั่วปล่อยพลังปราณอีกสายหนึ่งลงไปข้างใน ภายใต้การควบคุมของเขา สมุนไพรที่ถูกเคี่ยวหลอมกำลังรวมตัวกันใหม่
ขั้นตอนการหลอมรวม เป็่เวลาที่จะแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมสมุนไพรของผู้หลอมโอสถได้ดีที่สุด โดยทั่วไปนักหลอมโอสถระดับสูงสุด จะสามารถหลอมรวมสมุนไพรเข้าด้วยกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อดึงสรรพคุณยาออกมาอย่างเต็มที่
อย่างหลินจือโซ่ว หากเป็โอสถอดอาหาร เขาก็สามารถหลอมรวมได้สมบูรณ์ถึงเก้าในสิบส่วน ส่วนนักหลอมโอสถระดับเริ่มต้นทั่วไป หากทำได้ถึงเจ็ดส่วนก็นับว่าประสบความสำเร็จมากแล้ว แต่หากต่ำกว่าห้าส่วน ก็จะล้มเหลวในการก่อตัวเป็เม็ดโอสถได้ง่ายมาก
ความสมบูรณ์ในการหลอมรวมนอกจากจะเกี่ยวข้องกับพลังของนักหลอมโอสถแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับคุณภาพของตัวยาสมุนไพรอีกด้วย หากเป็ฝีมือปกติของโจวลั่วเขาจะหลอมรวมได้สมบูรณ์เพียงหกส่วน แต่หากใช้สมุนไพรด้อยคุณภาพ ความสมบูรณ์จะลดลงอย่างมาก นี่คือสาเหตุที่ทำให้หลินเหนียนมั่นใจว่าโจวลั่วจะต้องล้มเหลว
ทว่าโจวลั่วกลับไม่กังวลกับปัญหานี้เลย เพราะเขาที่กลายเป็นักหลอมโอสถระดับหนึ่งขั้นสูงสุดแล้ว ต่อให้ใช้สมุนไพรด้อยคุณภาพทั้งหมด ก็ยังสามารถหลอมรวมได้สมบูรณ์ถึงแปดส่วนขึ้นไป ดังนั้นภายใต้การควบคุมด้วยพลังอันแข็งแกร่งของเขา สมุนไพรเ่าั้จึงกำลังหลอมรวมและกลั่นกรองอย่างต่อเนื่อง ไม่ปรากฏร่องรอยของความล้มเหลวเลย
ภาพนี้ทำให้หลินเหนียนขมวดคิ้ว ตามการคาดการณ์ของเขา ด้วยความสามารถของโจวลั่ว ย่อมเป็ไปไม่ได้ที่จะหลอมรวมสำเร็จ แต่เขากลับไม่ได้รับผลกระทบเลย? หรือว่ากำลังฝืนหลอมรวมอยู่? เมื่อคิดได้ดังนั้น คิ้วของหลินเหนียนก็ค่อย ๆ คลายออก
หากเป็การฝืนหลอมรวม ก็ไม่มีทางที่จะเกิดเป็เม็ดโอสถได้เลย!
เวลาค่อย ๆ ไหลผ่านไป... หลินจือโซ่วราวกับหลับสนิท เขาหลับตามาโดยตลอด ส่วนหลินเหนียนเริ่มจินตนาการถึงชัยชนะของตนเองไปไกลแล้ว สำหรับโจวลั่ว เขาดูเหมือนจะฝืนอยู่บ้าง แน่นอนว่าหากไม่แสร้งทำเป็ลำบากย่อมไม่ดี ตนเองที่เป็ถึงนักหลอมโอสถระดับหนึ่งขั้นสูงสุด การหลอมโอสถระดับเริ่มต้นเพียงเม็ดเดียว กลับต้องแสดงให้ดูว่ายากลำบากแสนสาหัส นี่ช่างต้องใช้สมาธิอย่างมากจริง ๆ
ภายใต้การแสดงอันยอดเยี่ยมของเขา ในที่สุด การหลอมโอสถก็ค่อย ๆ มาถึงขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งเป็ขั้นตอนที่สำคัญที่สุด นั่นคือการก่อตัวเป็เม็ดโอสถ ขั้นตอนนี้มักเป็ขั้นตอนที่มีอัตราความล้มเหลวสูงที่สุด เพราะต้องทุ่มเทสมาธิทั้งหมด เพื่อให้แน่ใจว่าสรรพคุณของสมุนไพรแต่ละชนิดสมดุลกัน หากเกิดความผิดพลาดเพียงนิดเดียว จะนำไปสู่ความล้มเหลวทันที
มุมปากของหลินเหนียนปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาแล้ว ราวกับได้เห็นภาพการหลอมล้มเหลวของอีกฝ่าย ทว่าในตอนนั้นเอง จมูกของเขาก็พลันได้กลิ่นหอมของโอสถ หลินเหนียนนึกว่าตนเองได้กลิ่นผิดไป เขาพยายามสูดดมอีกครั้งพบว่าเป็กลิ่นหอมของโอสถจริง ๆ ดวงตาจึงเบิกกว้าง มองไปที่โจวลั่วอย่างไม่น่าเชื่อ
ข้างกายของเขา หลินจือโซ่วก็ลืมตาขึ้นเช่นกัน ชายชราถึงกับลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินตรงไปยังเตาหลอมโอสถ ภายในเตาหลอม พร้อมกับกลิ่นหอมสะอาด ที่ก้นเตาก็ปรากฏโอสถอดอาหารสองเม็ดขึ้นมาอย่างชัดเจน หลินจือโซ่วสะบัดมือเพียงเล็กน้อย โอสถอดอาหารทั้งสองเม็ดก็ลอยมาอยู่บนฝ่ามือทันที
เขาพิจารณาอย่างละเอียด พบว่าคุณภาพไม่มีที่ติเลยสักนิด จึงรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง จากนั้นก็มองไปยังโจวลั่ว แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด "ดีมาก ดีจริง ๆ เ้าถึงกับหลอมโอสถอดอาหารออกมาได้สองเม็ดในครั้งเดียวแล้ว"
"นี่ต้องขอบคุณศิษย์พี่ขอรับ หากไม่ใช่เพราะศิษย์พี่เลือกสมุนไพรคุณภาพดีที่สุดให้ ข้าก็คงทำไม่ได้เช่นกัน" โจวลั่วกล่าวพลางมองไปที่หลินเหนียนที่กำลังยืนตะลึงอยู่ข้าง ๆ หลินเหนียนสะดุ้ง ใบหน้าฉายแววใ เ้าหมอนี่ดูออกอย่างนั้นหรือ?
"เ้าทำให้ข้าประหลาดใจมาก อีกไม่นาน เ้าจะต้องเป็นักหลอมโอสถระดับหนึ่งได้อย่างแน่นอน" หลินจือโซ่วตบไหล่เขาพร้อมกล่าวด้วยความมั่นใจ
หากจะบอกว่าก่อนหน้านี้ เขาเพียงแค่มองเห็นความเป็ไปได้ที่โจวลั่วจะเป็นักหลอมโอสถระดับหนึ่ง แต่เมื่อได้เห็นว่าเขาสามารถหลอมโอสถอดอาหารออกมาได้ทีเดียวสองเม็ดในเวลาอันสั้นเช่นนี้ เขาก็มั่นใจได้ทันทีว่าอีกฝ่ายจะเป็นักหลอมโอสถระดับหนึ่งได้แน่ ๆ
ต้องรู้ว่า หลินเหนียนในตอนนั้น เพื่อที่จะหลอมโอสถให้ได้สองเม็ดในเตาเดียว ต้องใช้เวลาไปถึงสามปีเต็ม
หลินจือโซ่วตัดสินใจว่า เมื่อใดที่โจวลั่วสามารถหลอมโอสถได้สองเม็ดต่อเตาอย่างสม่ำเสมอ จะต้องแจ้งเื่นี้ให้ผู้นำตระกูลทราบ เพราะสถานะระหว่างนักหลอมโอสถระดับเริ่มต้นกับระดับหนึ่งนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน
...
ในวันต่อ ๆ มา โจวลั่วพยายามหลอมโอสถให้ได้สองเม็ดในเตาเดียวเสมอ แน่นอนว่าเขาต้องแสร้งให้กระบวนการนี้ไม่ราบรื่นนัก มิเช่นนั้นหากสมบูรณ์เกินไปจะถูกจับพิรุธได้ และหลังจากนั้นไม่นาน ก็ถึงวันที่หลินชิงหานจะคลอดบุตร
ที่หน้าห้อง โจวลั่วผู้ได้ยินเสียงร้องของหลินชิงหานกำมือแน่นแล้วคลายออก สีหน้าดูเคร่งเครียดและกังวลอย่างยิ่ง
"ท่านพี่ พี่ชิงหานจะต้องไม่เป็อะไรแน่นอนเ้าค่ะ" หลินเฟยอิ่งที่อุ้มท้องแก่กุมมือเขาพลางปลอบโยนอยู่ข้าง ๆ
"ข้ารู้ ข้าเพียงแต่ตื่นเต้นไปหน่อย" โจวลั่วกล่าวตามตรง สองชาติภพที่เกิดมา นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้เป็พ่อคน แม้จะเป็เื่ที่เลี่ยงไม่ได้แต่เขาก็ยังตื่นเต้นเป็ที่สุด เพื่อวันนี้เขาเฝ้ารอมานานแสนนาน กระทั่งชื่อของบุตรคนแรกเขาก็คิดเตรียมไว้แล้ว
ทันใดนั้น เสียงทารกร้องไห้จ้าก็ดังขึ้น คนที่อยู่หน้าห้องต่างก็สะดุ้งโหยงด้วยความดีใจ และในตอนนั้นเอง ข้างหูของโจวลั่วพลันได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ บุตรคนแรกถือกำเนิด ได้รับอายุขัยเพิ่มพูนยี่สิบปี!]
[เนื่องจากบุตรคนนี้มีรากปราณระดับเก้า โฮสต์ได้รับแต้มรากปราณหนึ่งแต้ม!]
[รากปราณปัจจุบัน : รากปราณระดับเก้า (1/100)]
เสียงแจ้งเตือนที่ดังต่อเนื่องกันทำให้โจวลั่วยืนตะลึงอยู่กับที่ โดยเฉพาะคำว่า 'แต้มรากปราณ' สามคำนั้น ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นเหลือเกิน เป็จริงดังคาด หากสามารถให้กำเนิดทายาทที่มีรากปราณได้ รากปราณของตนเองก็มีโอกาสจะยกระดับขึ้นด้วย ไม่ทันได้คิดอะไรมาก เขาก็รีบกลับมาสู่โลกความจริง แล้วมองไปที่ประตูห้องด้วยความเป็ห่วง
ประตูห้องเปิดออก หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งอุ้มทารกน้อยออกมาด้วยใบหน้าดีใจ พลางะโเสียงดัง
"เป็บุตรชายเ้าค่ะ!"
โจวลั่วตัวสั่นเทา เขารับทารกคนนั้นมาอย่างระมัดระวัง เมื่อมองดูใบหน้าเล็ก ๆ สีแดงระเรื่อที่ยับย่น ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ั้แ่วันนี้ไป ข้ามีบุตรคนแรกแล้ว!