ทาสรักสลักใจ

    บทที่ 11.4



            สืออวิ๋นยังไม่ทันเอ่ยอะไรแต่สายตาที่มองนางตั้งแต่หัวจรดเท้าทำให้หวงเฟิ่งเหยาร้อนตัวรีบตวาดแหวขึ้น “เจ้าทำจมูกสูดกลิ่นหาอะไร มีปัญหาอะไรที่ข้าไม่ซักเสื้อผ้า”

            “นั่นมันปัญหาของคุณหนูนะขอรับจะทนเหม็นใส่เสื้อผ้าวนเวียนครบสามเดือนหรืออาจจะนานกว่านั้นหากเราต้องติดอยู่กว่าจะเก็บผลผลิตได้ ก็สุดแล้วแต่คุณหนูเถอะ”สืออวิ๋นนั่งลงตั้งท่าจะกินข้าว...ที่เหลือจากการคุ้ยเขี่ยของนาง

            “ข้าไม่ชอบใส่เสื้อผ้าสกปรกแต่ข้าไม่เคยซักผ้า ซักไม่เป็น และไม่อยากทำด้วย” นางทำปากยื่นแล้วก็เริ่มต่อว่าเขายืดยาว “น้ำที่มีให้ใช้ก็แค่นิดเดียวยังจะต้องแบ่งมาซักผ้าอีกหรือ มันจะสะอาดได้อย่างไรกับน้ำแค่นั้น ความผิดเจ้าเห็นๆที่ไม่ตักน้ำมามากๆ”

            “ถ้าหากเหนื่อยหิ้วน้ำมาก็ไปซักที่ลำธารได้อยากจะใช้น้ำมากๆ ก็อาบที่นั่นเลยก็ได้เหมือนกัน” ตัวเขาก็ไปซักเสื้อผ้าที่ลำธารก่อนจะแบกน้ำกลับมาให้นางไว้ใช้ในแต่ละวัน

            “พูดแล้วไม่ฟังบอกว่าซักไม่เป็น ไม่เคยซัก” เขาจะให้นางแก้ผ้าอาบน้ำเย้ยฟ้าท้าดินโล่งแจ้งแบบนั้นได้อย่างไร

            “ไม่เป็นก็จะสอนตามข้ามานี่” สืออวิ๋นพุ้ยข้าวใส่ปากหลายคำก่อนวางตะเกียบแล้วลุกเดินนำหน้าคุณหนูเฟิ่งเหยาออกจากครัว เพราะนางไม่ยอมเดินตามเขาก็เลยย้อนกลับมาดึงแขนนาง

            นางส่งเสียงโวยวายราวกับโดนเขาเอามีดเสียบ“ปล่อยนะ เจ้าจะทำอะไรข้า ปล่อยเดี๋ยวนี้”

            คิดว่าเขาพิศวาสอยากแตะเนื้อต้องตัวนางนักหรือไรสืออวิ๋นกลอกตาแล้วปล่อยมือจากแขนเรียวบางราวกิ่งหลิว “ถ้ายอมเดินตามข้ามาดีๆ แต่แรกก็สิ้นเรื่องขึ้นไปที่ห้องแล้วยกตะกร้าผ้าลงมา”

            เขากล้าสั่งนาง...เขากล้า!

            หวงเฟิ่งเหยาจ้องหน้าชายหนุ่มยังไม่ยอมขยับกายพอเขายื่นมือจะฉุดแขนนางอีกหน นางก็ร้องกรี๊ดรีบวิ่งขึ้นบันไดไป

            สืออวิ๋นพรูลมหายใจหวังว่านางจะกลับลงมาพร้อมตะกร้าผ้ามิใช่ปิดประตูขังตัวเองไว้เพื่อไม่ให้รออย่างสูญเปล่าชายหนุ่มจึงกลับไปนั่งกินข้าวต่อ เขาตัดสินใจเด็ดขาด นับแต่นี้ไปจะใจดีกับนางไม่ได้อีกแล้วนางเป็นไม้แก่ที่ดัดยาก แต่ใช่จะดัดไม่ได้เสียทีเดียวหากสิ่งที่เขาบังคับให้นางทำมันเกิดประโยชน์กับนางในภายภาคหน้าคิดว่านายผู้เฒ่าและนายท่านกับนายหญิงที่อยู่บนสวรรค์คงจะเข้าใจเจตนาดีของเขาเพราะไม่มีผู้ใดตามปกป้องดูแลนางได้ตลอด เว้นแต่คนคนนั้นจะเป็นสามีของนาง

            สืออวิ๋นกินข้าวเที่ยงด้วยความเร็วยังไม่ทันเก็บล้างถ้วยชามก็พบว่าคุณหนูของเขามาหยุดยืนอยู่หน้าห้องครัวด้วยใบหน้างอง้ำเหมือนกระบวยหักในอ้อมแขนนางมีตะกร้าสานใบโต นางย่นจมูกจนเรียวปากยับย่น

            “ขนาดคุณหนูยังทนกลิ่นหมักหมมจากเสื้อผ้าตัวเองไม่ได้แล้วคิดหรือว่าคนอื่นเขาจะทนได้”

            “เจ้าก็อย่าอยู่ใกล้ข้าสิ”

            “ถ้าทำได้อย่างนั้นข้าก็จะทำ” พอถูกย้อน คนฟังก็หน้าแดงด้วยความโกรธนางกระทืบเท้าใส่เขา แต่เขาไม่สนใจ ออกเดินนำหน้าปล่อยให้เจ้าของร่างเล็กโวยวายไล่หลัง

            “มันหนักนะ ไม่คิดจะช่วยกันบ้างหรือ”

            สืออวิ๋นหันกลับมามองตะกร้าสานที่ถูกอัดจนแทบปริเขาส่ายหน้า นี่คงขนออกมาใส่จนไม่มีตัวไหนจะใส่แล้วกระมังชายหนุ่มเดินย้อนกลับมาแล้วดึงตะกร้าจากมือเด็กสาวมาถือไว้ด้วยมือข้างเดียวอีกมือก็ฉวยอ่างซักผ้าแล้วเดินจ้ำนำหน้า มิวายถูกคนข้างหลังแขวะให้ได้ยิน

            “แรงวัวแรงม้า”

            เมื่อทั้งสองเดินมาถึงลำธารที่ไหลลงมาจากภูเขาด้านหลังไร่ถั่วลิสงตระกูลหวงหวงเฟิ่งเหยาก็ตาลุกวาว นางร้องออกมาอย่างตื่นเต้นยินดีรีบถอดรองเท้าลงไปลุยน้ำซึ่งใสจนเห็นก้อนกรวดใต้ลำธารสืออวิ๋นวางตะกร้าแล้วมองนางด้วยความฉงนที่บางครั้งนางก็แสดงออกราวกับเด็กเล็กๆไร้จริต คนถูกมองเชิดหน้าใส่เขา ไม่ยินยอมให้เขามองด้วยสายตาแบบนั้น

            “ถ้าคุณหนูยอมมาที่นี่ตั้งแต่แรกคงไม่ปล่อยให้ตัวเองทนเบื่ออยู่แต่ในห้องใช่หรือไม่อย่างน้อยก็อาจจะทำตัวเป็นประโยชน์ช่วยข้าหาบน้ำกลับไปใช้ได้บ้าง”

            “หน้าที่เจ้านะ”นางทำปากเบ้

            “ข้าไม่ใช่สาวใช้ส่วนตัวของคุณหนูนี่”

            “ก็หัดสิในเมื่อท่านอาส่งเจ้ามาคนเดียว เจ้าก็ต้องทำตัวเป็นสาวใช้ของข้า ทำกับข้าว ตักน้ำซักผ้า ทำความสะอาดห้อง ทำทุกสิ่งที่ข้าสั่ง ทั้งหมดคือหน้าที่ของสาวใช้” อยากให้นางหัดทำงานนัก เขาก็น่าจะหัดทำตัวเป็นสาวใช้ของนางบ้างเหมือนกัน

            นี่นางจะให้เขาซักเสื้อผ้าของนางจริงๆน่ะหรือ สืออวิ๋นเบนสายตามองตะกร้า ด้านบนสุดคือเอี๊ยมสีเหลืองอ่อนปักลายหงส์ชายหนุ่มพยายามซ่อนสีหน้าคล้ายจะเริ่มแดงของตัวเองไว้แต่ถึงเวลาที่เขาจำเป็นต้องให้บทเรียนกับสาวน้อยบ้างแล้ว มือใหญ่จ้วงอ่างไม้ตักน้ำจากลำธารขึ้นมาก่อนจะนั่งยองๆที่ริมฝั่ง หวงเฟิ่งเหยากอดอกอย่างพึงพอใจมองบ่าวที่ยอมจำนนแต่โดยดีทว่าครู่ต่อมาก็ต้องหน้าแดงจัดเลือดลมสูบฉีดไปทั่วร่างเมื่อเห็นผ้าชิ้นแรกที่สืออวิ๋นจุ่มลงน้ำในอ่างไม้แล้วชูขึ้นรับแสงอาทิตย์เขาปรายหางตามองนาง ริมฝีปากหนาติดจะยิ้มยั่วร้ายกาจ

            “เจ้าๆ เจ้าคนลามก!”นางวิ่งลุยน้ำเข้ามาคว้าเสื้อเอี๊ยมบังทรงของตัวเองไว้

            สืออวิ๋นยังคงรักษาสีหน้าให้นิ่งที่สุดคราวนี้เขาดึงกางเกงแพรตัวในจากตะกร้าขึ้นมาถือในมือส่งผลให้นางหงส์น้อยบ้านสกุลหวงกรีดร้องเสียงดังกว่าเดิม

            “เอาคืนมานะ เอาคืนมาคนถ่อย!”

            “เหตุใดถึงเรียกข้าว่าคนถ่อยข้ากำลังหัดเป็นสาวใช้ของคุณหนูอยู่นะขอรับ จะห้ามข้าทำงานปรนนิบัติคุณหนูหรืออย่างไร”เขาถามหน้าตาย ท่าทางยียวนจนคนมองแทบคลั่ง

            “ไม่ต้องแล้วเจ้าบ้าเอ๊ย!” ด้วยความโมโหนางจึงผลักสืออวิ๋นร่วงโครมลงไปในลำธาร ชายหนุ่มไม่รู้สึกโกรธแต่อย่างใดเขาหัวเราะเสียงดัง ลุกขึ้นจากน้ำเสื้อและกางเกงแนบลำตัวเผยกล้ามเนื้อตึงแน่นทั่วทั้งสรรพางค์กาย

            “ข้าอยากช่วยคุณหนูนะ”

            “ข้าบอกว่าไม่ต้อง!ถ้าอยากช่วย เจ้าไปตักน้ำเลยนะ ตักไปเยอะๆแล้วกลับไปทำกับข้าวมื้อเย็นรอข้าโน่นไป๊” นางชี้นิ้วร้องสั่ง

            เจ้าของร่างสูงโคลงศีรษะไม่ต้องให้นางออกคำสั่ง งานพวกนั้นเขาก็ทำเป็นปรกติอยู่แล้ว แต่วันนี้สามารถสลัดเรื่องซักผ้าของนางทิ้งไปได้นี่นับเป็นเรื่องน่ายินดีและต่อไปนี้นางก็จะต้องลงมากินข้าวในครัวช่วยผ่อนงานจุกจิกลงบางส่วน

            “วันนี้ข้าอยากช่วยท่านจริงๆไม่ได้หรือ” ชายหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้หวงเฟิ่งเหยาก็ก้าวถอยหลัง ดวงตาใสกระจ่างจับจ้องยังแผงอกแกร่งที่ถูกเสื้อเปียกลู่แนบจนเห็นส่วนสัดอันสมชายชาตรีชัดตาสายตานางมองต่ำลงมายังช่วงเอวสอบ จู่ๆ ใบหน้าเด็กสาวก็ร้อนผ่าวก่อนอารมณ์โกรธพลันพลุ่งออกมา นางโกรธที่ตัวเองทำไมต้องรู้สึกวูบวาบแปลกๆกับแค่มองรูปร่างสูงใหญ่เหมือนหมีของเขา

            สืออวิ๋นยื่นมือใหญ่มาเบื้องหน้าเด็กสาวถอยหลังอีกก้าว นางถามเสียงห้วนพยายามไม่ให้สั่น

            “เจ้าจะทำอะไรข้า”

            “ซักผ้าช่วยคุณหนู”ถึงทีเขาแกล้งนางคืนบ้างแล้ว อยากทำให้เขาหัวปั่นดีนัก

            “บอกว่าไม่ต้องแล้ว”หวงเฟิ่งเหยาปฏิเสธเสียงแข็ง ยิ่งเขาเข้ามาใกล้นางก็ยิ่งก้าวถอยหลัง สุดท้ายก็หงายหลังล้มก้นจ้ำเบ้าลงน้ำไปอีกคนเด็กสาวร้องกรี๊ดจนนกบนต้นไม้แถวลำธารแตกฮือบินกันไปคนละทิศละทาง “เจ้าตัวดำ เจ้าหมีป่า ข้าจะฟ้องเหนียงเซียง คอยดู ข้าจะฟ้อง!”

            เสียงเกรี้ยวกราดของนางใบหน้าสวยซึ้งที่บึ้งตึงกลับทำให้          สืออวิ๋นผ่อนคลายอารมณ์จากเรื่องยุ่งเหยิงที่ถาโถมมากะทันหันชายหนุ่มระเบิดเสียงหัวเราะดังก้อง ก่อนจะยอมรามือกลั้นเสียงขบขันเต็มกำลัง ด้วยเกรงสตรีที่ทำตัวพองราวกับอึ่งอ่างจะตัวแตกตายเสียก่อนเพราะความโมโห

            “คุณหนูก็รู้ว่าข้ากลัวท่านแม่ลงโทษเสียนี่กระไรเอาเป็นว่าต่อไปนี้ข้าจะพยายามทำตัวให้ดีขึ้น แต่ข้าทำตัวดีแล้วคุณหนูก็ต้องให้ความร่วมมือกับข้าด้วยดีหรือไม่”

                นางยอมร่วมมือช่วยงานเขาทีละอย่างแล้วยังเหลือแต่ลากนางไปทำงานในไร่ เมื่อเช้าตาเฒ่าลู่ตงหั่วบอกแล้วว่า ถ้านางไม่ปลูกถั่วตามคำสั่งนายท่านนางจะต้องอยู่ที่นี่นานวันขึ้นเขาคิดถึงและเป็นห่วงมารดาจึงไม่อยากอยู่ที่นี่นานนัก

            “คุณหนูไม่ให้ข้าช่วยซักผ้าก็ได้เพราะข้ายังต้องกลับไปทำงานในไร่ต่อ ถ้าเสร็จงานข้าจะรีบกลับมาทำกับข้าวแต่ถ้าคุณหนูหิวจนทนไม่ไหว จะลองหัดทำกับข้าวฆ่าเวลารอข้าก็ได้”

            “ไม่หัด ไม่ทำ” นางบอกเสียงสะบัดพวงแก้มขึ้นสีเรื่อแดงเพราะอารมณ์กรุ่นโกรธหลังจากต่อปากต่อคำกับเขาเด็กสาวลากขาเดินขึ้นจากน้ำมานั่งลงข้างอ่างสภาพเปียกปอนไม่ต่างจากสืออวิ๋นท่าทางเก้กังบีบจับเสื้อผ้าของตนพร้อมทั้งเอามือจิ้มอย่างกับกลัวผ้าจะเจ็บทำให้คนมองถอนหายใจ 

            “จะซักในอ่างหรือในลำธารเลยก็สุดแล้วแต่ท่านเอาไม้ทุบๆ ผ้าไปด้วยจะสะอาด อย่างน้อยก็ทุ่นแรงมือได้” เสื้อผ้าเนื้อบางที่เปียกชุ่มเผยให้เห็นผิวเนื้อแถวไหล่และช่วงแขนเรียวดุจสลักด้วยแท่งหยกผิวเนื้อนวลเนียนราวกับจะทะลุเข้าแทงสายตา ชายหนุ่มแนะวิธีซักผ้าแล้วก็เบือนหน้าหนีไม่อยากล่วงเกินนางแม้ทางสายตาก็ตาม

            “ก็ไหนล่ะไม้ทุบที่เจ้าว่า”

            “วางอยู่ข้างตะกร้า”เขาบอกทั้งที่หันหน้าไปอีกทาง เขาใส่ไม้ทุบไว้ในอ่างไม้ตอนหิ้วมาด้วย

            หวงเฟิ่งเหยาหยิบไม้ทุบผ้ามาถือไว้ในมือพร้อมกับมองเจ้าหมีป่ากวนประสาทที่หันหน้าไปทางอื่นคนไร้มารยาท คุยด้วยกันแท้ๆ ยังทำเมินไม่มองหน้านางใจคิดอยากทุบคนที่อยู่ตรงหน้าขึ้นมาทันที จู่ๆ เหมือนชายหนุ่มจะรู้ความคิดนางเขาหันกลับมา

            “คุณหนูทุบข้าบาดเจ็บก็จะไม่มีคนทำกับข้าวให้กิน ไม่มีคนทำงานแลกอาหาร ไม่มีคนอยู่เป็นเพื่อนที่นี่ก่อนจะลงมือกับข้าก็คิดให้ถ้วนถี่ก่อนนะขอรับอ้อ...เสื้อผ้าท่านเปียกน้ำจนชุ่มหมดแล้ว รีบๆ ซักจะได้กลับไปเปลี่ยน ปล่อยไว้นานๆจะไม่สบาย”

            เมื่อถูกทักเรื่องเสื้อผ้าเปียกหวงเฟิ่งเหยาก็คิดถึงตอนที่นางมอง    สืออวิ๋นหลังตกลำธารเด็กสาวก้มมองสภาพตัวเองซึ่งเสื้อผ้าลู่แนบลำตัวเห็นสัดส่วนเรือนกายโค้งเว้าชัดเจนแล้วกรีดร้องก่อนรีบค้นเสื้อในตะกร้ามาคลุมร่างตนเองตั้งแต่หัวลงไปนางที่กำลังนั่งยองๆ ใบหน้าแดงก่ำ ส่งสายตาอาฆาตตามหลังเรือนร่างสูงชุ่มโชกด้วยหยดน้ำที่ก้าวห่างไปเรื่อยๆด้านชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันของเด็กสาวเจ้าอารมณ์และเสียงฟาดไม้ทุบผ้ากับก้อนหินหลายหน

            “นี่ๆ เจ้าหมีหน้าดำเจ้าคนถ่อย เจ้าคนเอาแต่ใจ”

            สืออวิ๋นหัวเราะน้อยๆให้นางด่าเขาไปเถอะให้เอาแรงมาลงกับเขายังจะดีเสียกว่าต้องทนอุดอู้จมอยู่กับความคิดบั่นทอนตัวเอง