ภาคินกลับมานั่งรออยู่ที่ม้านั่งตรงระเบียงบ้านตัวเดิมพลางหยิบหมูปิ้งใส่ปากตอนนี้ในหัวเขามีแต่เื่ของนลิน ทำไมเขาถึงไม่เคยเอะใจนะในเมื่อเขาเองก็ใช้ชีวิตอยู่กับนงพะงามาเป็สิบๆ ปี แต่เขาดันลืมไปเสียสนิทว่านงพะงาเคยบอกกับเขาว่าเหลือตัวคนเดียวไม่มีครอบครัวหรือญาติพี่น้องที่ไหนแล้วอยู่ดีๆ จะมีหลานโผล่มาได้อย่างไรกัน
เขาคิดแล้วหยิบข้าวเหนียวเข้าปากตามหมูปิ้งไปสายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ทางเข้าบ้าน
" ทำไมถึงไม่มีใครกลับมาสักทีนะ" ภาคินบ่นแล้วยิ้มอย่างดีใจเมื่อแว่วเสียงใครคนหนึ่งเดินส่งเสียงร้องเพลงมาแต่ไกล
เด็กโป้งยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่มองชายหนุ่มด้วยสายตาหวาดๆ กล้าๆ กลัวๆ ไม่ยอมเดินเข้าไปจนภาคินต้องะโส่งเสียงเรียกซ้ำเด็กโป้งถึงได้ยอมเดินตัวลีบเข้าไปหากันแต่สีหน้ายังบอกชัดถึงความหวาดกลัวยิ่งใกล้ยิ่งเห็นได้ชัด
" เอาหมูปิ้งไหม" ภาคินถามพร้อมกับยื่นหมูปิ้งให้อย่างใจดีแต่เด็กโป้งยังคงมองหมูปิ้งสลับกับหน้าคนให้อย่างไม่ไว้ใจ
" เอาไปเถอะน่าไม่มียาพิษหรอกเห็นไหม" ภาคินพูดพร้อมกับส่งหมูปิ้งไม้นั้นเข้าปากตัวเองแล้วหยิบหมูไม้ใหม่ส่งให้เด็กโป้ง คราวนี้เด็กโป้งรับไปแล้วเอาเข้าปากตัวเองบ้าง
" อร่อยไหม เอาอีกสิฉันมีเยอะ" ภาคินยื่นถุงใส่หมูให้พลางยิ้มอย่างใจดี
.....
" โป้งจะมาชวนพี่บัวไปเก็บมะม่วงเห็นวันก่อนพี่บัวบ่นว่าอยากกินแต่โป้งไม่รู้ว่าพี่บัวไปบ้านตามาถ้าโป้งรู้โป้งก็จะตามไปช่วยพี่บัวด้วยแล้วค่อยแวะเก็บมะม่วงตอนขากลับ"
เด็กโป้งหลังจากได้หมูปิ้งไปสามไม้ก็เริ่มพูดจาเป็ต่อยหอยผิดกับตอนแรกลิบลับ
" น้อยๆ หน่อยเถอะเราน่ะตัวนิดเดียวจะไปช่วยอะไรเขาได้ไปก็เกะกะเปล่าๆ "
" โป้งไม่เกะกะโป้งเก่งออกช่วยงานพี่บัวได้ตั้งหลายอย่างพี่บัวบอก" เด็กโป้งเถียงมาทั้งๆ ที่ยังมีข้าวเหนียวอยู่เต็มปาก
" เออๆ เก่งก็เก่งว่าแต่มะม่วงนี่มีเยอะไหม"
" เยอะสิแก่กำลังกินเลยด้วยมะม่วงต้นนี้อร่อยโป้งเลยรีบมาบอกพี่บัวกลัวคนอื่นไปเก็บหมด" เด็กโป้งพูดพลางทำหน้ามุ่ยด้วยห่วงกลัวนลินจะไม่ได้กิน
" ไกลไหมพาไปหน่อยสิ"
" พี่ปีนต้นมะม่วงเป็เหรอ" เด็กโป้งเลิกคิ้วถามให้ภาคินนึกสงสัย
" ปีนทำไมใช้ไม้สอยเอาสิ"
" ไม้ไม่มีหรอกพี่บัวใช้ปีนเก็บเอา" เด็กโป้งตอบมาด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆ แล้วหันกลับไปสนใจข้าวเหนียวหมูปิ้งในมือต่อ...ภาคินแอบกลืนน้ำลายลงคอแล้วนึกในใจ
เอาวะไอ้คินไหนๆ ก็ไม่มีอะไรให้ทำอยู่แล้งลองเป็ลิงดูสักทีก็คงไม่เลวในเมื่อยายบัวแล้งปีนได้เขาก็ต้องปีนได้!
.....
นลินกลับมาถึงบ้านใน่บ่ายของวันนั้นแล้วต้องแปลกใจเมื่อพบกับสองหนุ่มต่างวัยที่ไม่น่าจะเข้ากันได้กำลังนั่งล้อมวงกินน้ำปลาหวานกันอย่างเมามัน ซึ่งดูจากท่าทางการกินแล้วหญิงสาวก็นึกเปรี้ยวปากขึ้นมาทันทีด้วยความอยากกินเป็ทุนเดิมเลยตรงดิ่งไปหยิบเข้าปากตัวเองบ้างโดยไม่ต้องรอให้ใครเอ่ยชวน
" เสียมารยาทอยู่ดีๆ มาหยิบกินได้ไงขอเ้าของเขาแล้วเหรอ! " ภาคินโวยขึ้นมาทันทีเมื่อชิ้นที่ตัวเองเล็งไว้ตอนนี้เข้าไปอยู่ในปากของหญิงสาวเรียบร้อยแล้ว
" ขอกินด้วยคนนะ" นลินพูดพลางหยิบมะม่วงอีกชิ้นส่งเข้าปาก
" กินก่อนขอทีหลังว่างั้น" ภาคินบ่นแล้วหยิบมะม่วงชิ้นที่นลินกำลังจะหยิบเข้าปากตัวเองบ้าง
หญิงสาวหันมองตามมะม่วงชิ้นใหญ่ที่เล็งไว้แล้วก็แทบขำกลิ้งเมื่อเห็นหน้าของชายหนุ่มชัดๆ เพราะหน้าของชายหนุ่มตอนนี้เลอะยาทาแก้คันสีชมพูเป็ปื้นๆ เต็มไปหมดแถมไม่ได้มีแค่ที่หน้าเท่านั้นตามแขนขาที่โผล่พ้นเสื้อกับกางเกงขาสั้นออกมาให้เห็นก็เลอะเ้าสีชนิดเดียวกันเต็มไปหมด
" ลุงไปทำอะไรมาเนี่ย" นลินถามทั้งๆ ที่ยังหัวเราะค้างอยู่
" เพิ่งเห็นเหรอแม่คุณความรู้สึกช้าจริ๊ง! " ภาคินต่อว่ามาเสียงสูง
" แล้วตกลงลุงไปทำอะไรมา"
" ก็ไปเก็บมะม่วงมาให้เธอกินไง"
" บ้าฉันเองไปปีนเก็บมาตั้งหลายครั้งไม่เห็นเป็เหมือนลุงเลย"
" พี่คินแพ้มดแดง" เด็กโป้งที่นั่งฟังผู้ใหญ่สองคนคุยกันมานานเป็คนพูดขึ้น
" มดแดงเหรอ? "
" ใช่...โป้งบอกพี่คินแล้วว่าไม่ให้เอาตรงกิ่งนั้นมันมีมดแดงอยู่แต่พี่คินไม่เชื่อ"
" ก็ตรงนั้นมันลูกใหญ่แล้วใครจะไปคิดว่าไอ้มดแดงมันจะทำพิษเล่นเอาฉันคันไปทั้งตัว" ภาคินตอบพลางส่งสายตาคาดโทษให้เด็กโป้งที่ขยันฟ้องคนเป็ลูกพี่
" งกว่างั้นเถอะ ว่าแต่สองคนนี่ไปสนิทกันตอนไหน"
" เมื่อเช้า...พี่คินใจดีแบ่งหมูปิ้งให้โป้งกินด้วยนะ" เด็กโป้งรีบพูดหวังแก้ตัวให้พ้นจากสายตาคาดโทษของภาคิน
" หมูปิ้ง? เมื่อเช้าคุณไปตลาดมาเหรอ"
" อือ" ภาคินส่งเสียงตอบในลำคอ
" เดี๋ยวก่อนแล้วคุณไปได้ของมาได้ยังไงในเมื่อคุณไม่มีเงิน"
" ก็รอให้คุณไปจ่ายไง" ภาคินตอบพลางส่งยิ้มเลียนแบบเด็กโป้งให้ดูไร้เดียงสาที่สุดเท่าที่จะทำได้
หนอยทำเป็ไร้เดียงสาเหรอ...ร้ายเดียงสาสิไม่ว่า!