บทที่ 25 ขุดโสม
เมื่ออวิ๋นซิ่วชิงล้มลงกับพื้น งูพิษก็ยิ่งพุ่งตัวมาเร็วขึ้น
หญิงสาวรีบถอยกรูดกลับไป แต่นางก็ยังคงลังเลใจว่าจะหลบหนีเข้าพื้นที่มิติส่วนตัวของตัวเองดีหรือไม่?
เมื่อเห็นว่างูพิษพุ่งเข้ามาหานาง ในที่สุดอวิ๋นซิ่วชิงก็ตัดสินใจกลับเข้าไปในพื้นที่มิติส่วนตัว!
ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาห่วงเรื่องความลับของวิเศษที่นางมีอยู่ สิ่งเดียวที่ตอนนี้หญิงสาวต้องสนใจก็คือ ตัวเองจะรอดจากงูนี้หรือไม่
ส่วนผูเว่ยชางนั้น นางไม่มีเวลาสนใจเขาหรอก แต่เขาก็น่าจะเอาตัวรอดได้...
หลังจากที่อวิ๋นซิ่วชิงตัดสินใจได้ นางก็หลับตาลง
แต่ขณะที่หญิงสาวกำลังรวบรวมสติของตัวเอง นางก็ได้ยินเสียงเยาะเย้ยจากผูเว่ยชาง
“ตอนแรกเจ้ายังคงกล้าหาญอยู่เลย แต่ทำไมเจ้าถึงนึกขลาดกลัวตอนนี้?” ผูเว่ยชางเอ่ยถามนางขณะที่ตัวเขาคว้างูพิษไว้
เพราะเมื่อครู่งูพุ่งเข้ามาจะฉกอวิ๋นซิ่วชิง แล้วหญิงสาวก็ถอยแยกออกมา ทำให้มีช่องว่างและจังหวะให้ตัวเขาสามารถจับงูได้
งูพิษตัวนี้มีขนาดประมาณหนึ่งหมี่ ซึ่งจัดว่าตัวไม่ใหญ่มากนัก และยังมีขนาดความหนาเพียงเท่านิ้วโป้ง แต่พิษร้ายของมันไม่ได้น้อยเลย
ขณะที่ผูเว่ยชางคว้าหัวงู ลำตัวและหางงูพิษตัวนี้ก็โอบพันรอบแขนของชายหนุ่มไว้แน่นจนแขนของเขากำลังจะกลายเป็นสีม่วง
อวิ๋นซิ่วชิงลืมตาขึ้น นางก็เห็นว่าผูเว่ยชางกำลังคว้าหัวงูพิษไว้อยู่ นางก็ไม่สนใจจะโต้เถียงกับเขา “อย่าปล่อยเลย งูพิษตัวนี้น่าจะกินโสมเป็นอาหารซึ่งเป็นยาชูกำลังที่ดี และใช่...มันร้ายกาจมาก ท่านอย่าขยับนะ ข้าจะช่วยเจ้าเอง...”
มืออ้วนของอวิ๋นซิ่วชิงเกาะอยู่ที่ฝ่ามือของผูเว่ยชางเพื่อดึงงูพิษมาจากแขนของเขา
เจ้างูพิษตัวนี้อาจกินโสมเป็นจำนวนมากจนแข็งแรงและร้ายกาจเช่นนี้
เมื่ออวิ๋นซิ่วชิงจับหัวงูพิษได้ ตัวมันก็ยอมคลายตัวและหางของมันจากแขนของผูเว่ยชาง แล้วหันไปโอบรอบแขนของหญิงสาวแทน
จังหวะนั้นเอง อวิ๋นซิ่วชิงก็ยกมือขึ้นตีงูพิษที่จุดเจ็ดชุ่นจนมันสลบไป ทั้งลำตัวและหางที่รัดรอบแขนหญิงสาวอยู่ก็คลายตัวลง
ผูเว่ยชางเขย่าแขนที่ชาของเขา จากนั้นก็หันไปมองอวิ๋นซิ่วชิงก็พบว่าเจ้างูพิษมันดูเหมือนจะหมดลมหายใจไปแล้ว
เขาขมวดคิ้วแล้วถามนางว่า “เจ้าฆ่ามันด้วยมือเปล่าหรือ?”
อวิ๋นซิ่วชิงดึงต้นหญ้าที่หนาและแข็งแรงจากพื้นมาผูกปมเจ็ดนิ้วเพื่อคอยยื้อชีวิตไม่ให้มันตายเร็วเกินไป แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ให้มันทำร้ายนางได้ ก่อนจะโยนมันลงตะกร้า “แค่หมดสติไปเท่านั้น”
“แต่เจ้าเล่นโยนมันลงใส่ตะกร้าแบบนี้ แล้วถ้าเกิดมันตื่นขึ้นมากลางทางล่ะ?” ผูเว่ยชางตกใจทั้งคำตอบและการกระทำของหญิงสาว
อวิ๋นซิ่วชิงเดินไปที่โสมพร้อมกับเคียวในมือ และอธิบายให้ผูเว่ยชางฟังขณะขุดดินว่า “เจ้าก็เพิ่งเห็นว่างูพิษตัวนี้กินโสมมากเกินไป ไม่เป็นไรหรอก ถ้ามันตื่นขึ้นมา จุดเจ็ดนิ้วที่ข้าตีและมัดเอาไว้ มันจะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้แน่”
ผูเว่ยชางถามพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นสูง ขณะมองมืออ้วน ๆ ของนางที่กำลังพรวนดิน “เจ้าแน่ใจหรือ?”
หญิงสาวพยักหน้าและพูดอย่างใจเย็น “แน่นอน ถ้ามันตื่นและกล้ากัดข้าอีก ข้าจะถลกหนังของมันออกทั้งเป็น”
ผูเว่ยชางเงยหน้ามองอวิ๋นซิ่วชิงพลางขมวดคิ้ว
เขาจำได้ว่าตระกูลอวิ๋นเคยร่ำรวยมาก แต่เพียงสองสามเดือนที่ผ่านมากลับตกต่ำลงทันที
และอวิ๋นซิ่วชิงก็เป็นผู้หญิงที่อยู่แต่ในเรือน มีชีวิตที่สุขสบายมากมาก่อน นางจะเป็นคนที่เด็ดขาดและไร้ความปรานีถึงกับสามารถจัดการกับงูพิษตัวนี้ได้อย่างไร?
จริง ๆ มันก็น่าตกใจตั้งแต่ที่เห็นนางล่าเป็ดแล้วล่ะ
อวิ๋นซิ่วชิงขุดโสมอย่างระมัดระวังเพราะกลัวว่าจะเผลอตัดรากของโสมออก
ถ้ารากของโสมหัก ราคาของมันจะตกต่ำลงเป็นอย่างมาก ทุกส่วนของโสมล้วนสามารถทำเงินให้นางได้เป็นกอบเป็นกำ
อวิ๋นซิ่วชิงคิดขณะที่ยังคงระมัดระวังมากขึ้น...
หญิงสาวมัวแต่จดจ่อกับการขุดโสมมากจนไม่ทันสังเกตเห็นผูเว่ยชางที่มองการกระทำของนางอย่างไม่วางตา
อวิ๋นซิ่วชิงขุดเป็นเวลานานกว่าที่รากของโสมจะโผล่ออกมา
โสมนี้มีรากทั้งหมดห้าถึงหกเส้น อวิ๋นซิ่วชิงปาดเหงื่อออก
“ทำไมเจ้าไม่หยุดพักสักหน่อยล่ะ เดี๋ยวข้าขุดให้เจ้าต่อเอง” ผูเว่ยชางเห็นว่าการขุดของนางเชื่องช้าเกินไป ถ้าขืนนางยังคงขุดต่อแบบนี้ เขาอาจจะไม่สามารถลงจากภูเขาได้ทันเวลาค่ำมืด
อวิ๋นซิ่วชิงนั่งลงกับพื้นเพื่อพักสักครู่พลางใช้มือที่เปื้อนดินปาดเหงื่อที่ใบหน้าจนเป็นรอยเหมือนหนวดแมว “ไม่ต้องหรอก ข้าจะทำเอง โสมนี้มีค่ามาก ถ้ารากของมันหัก ราคามันจะลดลงหนึ่งตำลึงเลยทีเดียว”
……………………………………………………………………………………………………………………..