ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    เล่มที่ 2 บทที่ 46 เรื่องใหญ่

    บทที่46 เรื่องใหญ่

          ความขัดแย้งคลี่คลายลงได้สักที

         เย่จื่อเฉินและซูเหยียนพากันกลับมาที่ร้านบาร์บีคิว ชายชรายังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้แววตาขี้เล่นกวาดมองพวกเขาทั้งสองคน

          "หนุ่มสาวคืนดีกันแล้ว?"

          ถึงจะรู้ว่าชายชราตั้งใจจับคู่ให้เขากับซูเหยียนแต่ก็ไม่คิดว่าจะพูดออกมาโต้งๆ แบบนี้

         ที่สำคัญก็คือทำไมชายชราถึงจับคู่ให้พวกเขาสองคน?

          เพื่อเหล้าขวดนั้นเหรอ?

          ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ซูเหยียนจะดูไร้ค่าเกินไปหรือเปล่า

         โชคดีที่คนที่เอาเหล้าออกมาเป็นเขาถ้าเป็นคนอื่นเขาได้ร้องไห้จนเป็นลมอยู่ในห้องน้ำแน่นอน

         ผิดกับซูเหยียนที่แก้มสวยแดงระเรื่อไปหมดเธอขบกัดปากแล้วตบโต๊ะเหมือนกลบเกลื่อนแล้วพูด

          "ถ้าปู่ยังพูดมั่วๆ ทีหลังหนูจะไม่แอบพาปู่ออกมากินอีกแล้วนะ"

          "อุ้ย! ปู่พูดมากเอง"

         ชายชราหัวเราะร่วน

         ดื่มกินไปได้อีกครึ่งชั่วโมง ชายชราก็พอใจทั้งสามคนจึงเตรียมตัวกลับ

          "พี่ใหญ่ เจ้านั่นดูเหมือนจะเป็นเย่จื่อเฉินที่คุณชายฟู่พูดถึงเลย"

         วัยรุ่นหัวแดงคนหนึ่งยกมือขึ้นชี้ไปทางเย่จื่อเฉินวัยรุ่นห้าหกคนที่อยู่รอบตัวจึงเข้ามามุงดูทันที

          "เฮ้ย ใช่จริงๆ ด้วย"

         ผู้ชายหัวโล้นลูบหัวที่เปล่งประกายรอยยิ้มเหี้ยมปรากฏขึ้นบนใบหน้าแล้วพูด

          "โชคดีจริงๆ เพิ่งรับงานมาเมื่อกี้ก็เจอตัวเลย"

          "นี่ นายลามก พวกเขาเรียกนายน่ะ" หลิวฉิงที่ลอยอยู่กลางอากาศตะโกน

          "เสี่ยวเย่ คนกลุ่มนี้มาหานายหรือเปล่า?" ชายชราเองก็ขมวดคิ้ว

         ถึงแม้ว่าซูเหยียนจะไม่ได้ปริปากพูด แต่ความเครียดในดวงตาที่มีแทนเย่จื่อเฉินกลับมีมากกว่าใคร

          "ไอ้น้อง นายชื่อเย่จื่อเฉินใช่ไหม"

         ชายหัวโล้นลูบทองเส้นใหญ่บนคอฉีกยิ้มเห็นฟันเหลืองซี่ใหญ่พร้อมกับเดินเข้าไปหาเย่จื่อเฉิน

         เย่จื่อเฉินยืนนิ่งไม่ขยับดูท่าว่าคนกลุ่มนี้คงจะเป็นคนที่ฟู่เฉิงหมิงส่งมาจัดการเขา

         คิดไม่ถึงเลยว่าฟู่เฉิงหมิงจะทำอะไรเร็วขนาดนี้

          "ใช่ ฉันเอง"

         เย่จื่อเฉินตอบโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยน

          "ดี กล้ายอมรับ ไม่เลว" ชายหัวโล้นลูบหัวโล้นเล็กน้อยแล้วพูด "คุณชายฟู่ให้พวกฉันมาหักขาแกข้างหนึ่ง แกดูสิ..."

          "พ่อหนุ่ม ตอนนี้สังคมมีกฎหมายนะ เธอไม่กลัวว่าจะโดนลงโทษตามกฎหมายเลยเหรอ?"

          ชายชราเริ่มทนดูต่อไปไม่ได้จนต้องเดินเข้าไปพูดแทรกแต่ใครจะรู้ว่าพอชายหัวโล้นได้ยินคำนี้ เขากลับหัวเราะขึ้นมาเสียงดังอย่างบ้าคลั่ง

          "ตาแก่ แกกล้ามาพูดเรื่องกฎหมายกับฉันเหรอ? จะบอกอะไรแกให้นะฉันนี่แหละกฎหมาย สิ่งที่ฉันพูดถือเป็นประกาศิต จับไอ้เด็กนั่นไว้!"

         "พวกนายทำแบบนี้ไม่ได้นะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจ"

         ซูเหยียนกระโดดออกมาด้วยกลัวว่าเย่จื่อเฉินจะได้รับอันตรายชายหัวโล้นพอเห็นซูเหยียน ดวงตาคู่นั้นก็ชะงักนิ่งไป

          "คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีสาวน้อยอยู่ด้วย ทำไม ไอ้หน้าอ่อนนี่เป็นแฟนเธอเหรอเป็นห่วงมันเหรอ?"

          ชายหัวโล้นยื่นมือไปลูบใบหน้าของซูเหยียนเย่จื่อเฉินที่เอาแต่ยืนนิ่งไม่ขยับคว้าเอาขวดเบียร์บนโต๊ะขึ้นมา

         เพล้ง!

          ฟาดขวดลงบนหัวของเขาทันที

          "ถ้าแกกล้าแตะต้องเธอฉันหักแขนขาแกแน่!"

         "ไอ้เปี๊ยก แกรนหาที่ตายเองนะ!"

         "ดูท่าแกจะไม่เชื่อสินะ"

         เย่จื่อเฉินยิ้มละมุน แต่ครู่เดียวใบหน้านั้นก็เปลี่ยนเป็นโหดเหี้ยม

         ยกเท้าขึ้นกระทืบท้องชายหัวโล้น บัดซบเจ้าบ้านี่คิดจะแตะต้องซูเหยียนอย่างนั้นเหรอ

         ซูเหยียนเป็นผู้หญิงของเขา ใครกล้าแตะต้อง เขาจะจัดการมันให้หมด

          "มัวยืนบื้ออะไรอยู่ว่ะ จัดการมันสิ"

         ชายหัวโล้นเดินชนเสาไฟข้างถนนพร้อมกับด่าลูกน้องแสงสีทองฉายปรากฏออกจากดวงตาเย่จื่อหยิบเศษของขวดเบียร์ที่แตกกระจายเมื่อครู่นี้ขึ้นแล้วจึงหันไปพูดเสียงเหี้ยมกับลูกน้องของชายหัวโล้น

          "ถ้าไม่อยากตายก็อยู่นิ่งๆ"

         พอได้เห็นดวงตาสีทองอ่อนๆ ของเย่จื่อเฉิน ลูกน้องของชายหัวโล้นกลุ่มนั้นก็หยุดยืนนิ่งกันทันที

          "สิ่งที่แกไม่ควรทำที่สุดก็คือแตะต้องเธอ เข้าใจไหม?"

          เศษขวดเบียร์ปักลงตรงตำแหน่งไหปลาร้าของชายหัวโล้น

          "ความจริงฉันไม่อยากทำอะไรป่าเถื่อนต่อหน้าคุณซูกับซูเหยียนแต่แกก็ดันไปแตะต้องเธอ..."

         ผัวะ!

         กำปั้นหนึ่งพุ่งเข้าใส่ใบหน้าของชายหัวโล้นใบหน้าซีกขวาบิดผิดรูปทันที

          "จริงสิ ฉันบอกแล้วว่าจะหักแขนหักขาแก..."

         กร๊อบ

         เท้าซ้ายเหยียบลงบนแขนของชายหัวโล้นเต็มแรงเสียงกระดูกแตกดังเข้าหูชัดเจน

         เสียงร้องน่าสังเวชทำให้ผู้คนที่อยู่รอบๆ เบิกตาโตแตกตื่น

          "รีบแจ้งตำรวจเร็ว เดี๋ยวก็มีคนตายหรอก"

         ลูกค้าในร้านบาร์บีคิวเริ่มกดโทรศัพท์โทรหาตำรวจ

         ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่โทรศัพท์ของชายชราดังขึ้น

          "พ่อ นี่พ่อแอบออกไปข้างนอกอีกทำไม แล้วยังมาไล่รปภ.ออกอีกตอนนี้พ่ออยู่ไหนผมจะไปรับ"

          "หึ ฉันอยู่ที่ไหนเหรอ? ตอนนี้ฉันกำลังโดนกลุ่มเด็กอันธพาลรุมอยู่เมื่อกี้หลานสาวสุดที่รักของฉันก็เกือบจะโดนพวกเด็กอันธพาลนั่นลวนลาม ซูฉีหู่แกจะทำยังไง"

         ติ๊ด

         หลังจากที่ตัดสายโทรศัพท์ไปอย่างขุ่นเคืองก็นั่งลงบนเก้าอี้มองไปทางตำแหน่งของเย่จื่อเฉิน

         จู่ๆ ในใจก็รู้สึกชอบเย่จื่อเฉินมากขึ้นกว่าเดิม

         ลงมือโหดเหี้ยม ดุดัน เป็นคนมีพรสวรรค์!

          ดูท่าว่าจะต้องหาวิธีเอาเขามาอยู่กับตัวเองเสียแล้วคนแบบนี้ต้องมาอยู่กับเขาถึงจะมีอนาคต

          แล้วชายชราก็ชำเลืองมองไปทางหลานสาวของตน

         เมื่อเห็นสีหน้าที่เคร่งเครียดของซูเหยียน...

         ชายชราก็ตัดสินใจทันที

         จับหมูจับหมูจับหมู...

         เสียงไซเรนรถตำรวจดังขึ้น

          "อย่าขยับ ยกมือขึ้น"

         เสียงหวานใสดังขึ้นข้างหลังเย่จื่อเฉินยกมือจับชายหัวโล้นที่กึ่งเป็นกึ่งตายโยนลงไปบนพื้น

         เย่จื่อเฉินหันกลับมา หลังจากที่ได้เห็นตำรวจหญิงที่ถือปืนอยู่ก็อดส่ายหน้าหัวเราะไม่ได้

          "คุณตำรวจหลินนี่เอง เราสองคนนี้มีวาสนาต่อกันจริงๆ นะ"

         เมื่อนับดูรถตำรวจที่ขับมาก็เห็นว่ามีทั้งหมดแปดคัน...

         ช่างให้ความสำคัญกับเขาจริงๆ

          "นายอีกแล้วเหรอ ฉันว่าแล้วว่าเราต้องได้เจอกันอีก" ตำรวจหลินยกยิ้มเยือกเย็นที่มุมปากแล้วกวักมือเรียกทีมตำรวจที่อยู่ข้างหลังเป็นเชิงว่าให้ดักเย่จื่อเฉินเอาไว้

          "เดี๋ยวก่อนครับ"

         เย่จื่อเฉินแสยะยิ้ม ส่งสัญญาณบอกให้พวกเขารอเดี๋ยว

         คิ้วโก่งสวยของตำรวจหลินขมวดมุ่น แล้วจึงตะคอก

          "นายจะมาเล่นลูกไม้อะไรอีก"

         ก้าวถอยหลังไปสองก้าวพร้อมกับยิ้ม จนมาหยุดอยู่ข้างชายหัวโล้น

         ชายหัวโล้นเมื่อเห็นว่าเย่จื่อเฉินย้อนกลับมาอีกครั้งในดวงตาจึงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

         "ยังเหลือขาอีกข้างหนึ่งที่ยังไม่หักใช่ไหม ไม่ต้องห่วงฉันจะหักให้นายเดี๋ยวนี้แหละ!"

          กร๊อบ

          "เย่จื่อเฉิน ยกมือขึ้น ไม่งั้นฉันจะยิง!"

          ตำรวจหลินตะคอก

          "ไม่ต้องกลัว ไม่ตายหรอก"

         "นายกล้าเข้าจู่โจมเหยื่อต่อหน้าฉันเลยเหรอนายไม่เห็นฉันอยู่ในสายตาเลยใช่ไหม"

          "อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ไปหน่อยเลยน่า มันทำร้ายความรู้สึกกันนะจริงไหม" เย่จื่อเฉินแสยะยิ้มมุมปากแล้วชี้ชายหัวโล้นที่อยู่บนพื้น "ผมอยากหักแขนขาเขาตั้งแต่ทีแรกแล้วบอกว่าหักก็คือหัก ถ้าเหลือไว้ข้างหนึ่งแล้วต่อไปนี้ผมจะรับมือกับพวกมาเฟียยังไง?"

         "จะกล้าเกินไปแล้วนะ รีบจับเขาไว้เดี๋ยวนี้!"

          ตำรวจหลินตะคอก ชายชราที่เอาแต่นั่งอยู่บนเก้าอี้ลุกขึ้นยืนทันทีแล้วพูดเสียงเย็น

          "ดูสิว่าใครจะกล้า"

         และทันใดนั้นเอง

         รถออฟโรดที่ทหารใช้สิบกว่าคันก็ขับเข้ามาจอดอยู่นอกร้านบาร์บีคิวผู้ชายที่สวมชุดทหารหลายคนก็ลงจากรถมาด้วยใบหน้าแน่วแน่และวิ่งเรียงแถวเป็นระเบียบมาหยุดอยู่ตรงหน้าชายชรา

         "รายงานตัว ตอนนี้กองกำลังรักษาการณ์รวมพลครบแล้วครับ!"