ตอนที่ 114:อัดรายการรันนิ่งแมน
ท้ายที่สุดเขาก็ยังเป็นผู้จัดการแนวหน้าของอุตสาหกรรมแห่งนี้ผ่านไปไม่ถึง 10 นาที หลางเวิ่นซิงส่งข้อความกลับมา ว่าตกลงกันเรียบร้อยได้แล้วค่าตอบแทนจากรายการ 880,000 แสนหยวน อัดรายการอย่างสบายใจเถอะ
จากเงินไม่กี่แสนสามารถเจรจามาถึง 880,000 แสนหยวนได้ ความสามารถของหลางเวิ่นซิงไม่มีใครเทียบได้เลยจริงๆ
เมื่อเห็นสีหน้าของหลิวจือเซียเฉินเหอและหลิวฉีฉีมองหน้ากันและเอ่ยว่า “เรียบร้อยแล้วหรือ?”
“อืม ! ” หลิวจือเซียยิ้มและเอ่ยว่า “สองวันนี้ดูเหมือนผมจะต้องไปใช้ชีวิตกับพวกคุณซะแล้ว”
“ยินดีต้อนรับเข้าสู่ครอบครัวรันนิ่งแมน ! ”เฉินเหอยื่นมือให้หลิวจือเซียและกล่าวอย่างจริงใจ
หลิวจือเซียจับมือกับเฉินเหอแล้วเอ่ยว่า “เป็นเกียรติของผมแล้ว! ”
……………………
เนื่องจากการเข้าร่วมรายการอย่างกะทันหันของ หลิวจือเซีย สมาชิกแขกรับเชิญรวมไปถึงทีมงานทุกคนของรันนิ่งแมน จึงถูกเรียกมาที่ร้านน้ำชา
ก่อนหน้านี้ได้ยินมาว่าสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงมีทรัพย์สินเยอะพอสมควรแต่หลิวจือเซียก็ไม่รู้ว่ามีมากแค่ไหน
ตอนนี้ทำให้รู้แล้วว่าแบบไหนที่เรียกว่าคนรวยที่แท้จริงเพราะตอนนี้ทีมงานรันนิ่งแมนจ่ายเงินหลักแสนเหมาร้านน้ำชา และไม่ได้เหมาเพียงแค่ 1ชั่วโมง เขาเหมาถึง 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว
เวลานี้ บนชั้นสองของโรงน้ำชา ก็มีคนจำนวนมากยืนอยู่
“จือเซีย ผมจะบอกคุณว่าคนเหล่านี้คือสมาชิกทั้งหมดของรันนิ่งแมนเมื่อรู้ว่าทีมงานได้เชิญคุณมาได้ พวกเขาจึงรีบเดินทางมาที่นี่”เฉินเหอยื่นอยู่ท่ามกลางฝูงชนแล้วชี้ไปยังกลุ่มหนึ่งในห้อง จากนั้นก็หัวเราะออกมา
คนเหล่านี้ไม่ใช่ใครอื่นพวกเขาคือบรรดาพี่น้องรันนิ่งแมนในตำนาน
ดาราวาไรตี้รอบด้านหวังจู่หนาน ดาราตลกหวังเป่าเฉียงผู้นำด้านศิลปะการต่อสู้เติ่งเฉา เสือชีตาห์น้อยเติ่งไค่ ผู้มากความสามารถหลี่เฉินและผู้รับหน้าที่แนวหน้าหยางหยิง
แน่นอนว่านอกจากสมาชิกรันนิ่งแมนแล้วในห้องยังมีดาราหญิงหลายท่าน ภรรยาของหวังจู่หนาน หลี่ย่าหลันนักเทควันโดคนสวยจางหลานซิน เทพธิดาแสนซนถางซินซินสาวงามเผ่าอุยกูร์กู่ลี่เร่อจา...
รวมไปถึงคนที่หลิวจือเซียไม่คิดว่าจะได้เจอที่นี่นั่นก็คือแม่ของเยว่เยว่ หลี่เมิ้งอี !
ตอนที่เห็นหลี่เมิ้งอี เยว่เยว่แทบจะโผไปกอดและตะโกนเรียกแม่
โชคดีที่เด็กน้อยควบคุมตัวเองได้เมื่อเห็นหลี่เมิ้งอีส่ายหน้าเล็กน้อย แต่ร่างน้อย ๆ ก็ยังคงบิดไปมาไม่หยุดราวกับว่าพร้อมจะวิ่งไปได้ทุกเมื่อ
เมื่อเห็นเหล่าดาราเต็มพื้นที่หลิวจือเซียในฐานะสมาชิกใหม่ได้เอ่ยทักทาย “ทุกท่านครับ ผมชื่อหลิวจือเซียสมาชิกใหม่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ ! ”
“สวัสดีครับ ผมคือหวังจู่หนาน ผมฟัง...”
“ฉันคือกู่ลี่เร่อจา..”
ดาราเหล่านี้ต่างก็เป็นคนกันเอง มีอัธยาศัยที่ดีพวกเขาพากันทักทายหลิวจือเซีย ทีละคน
ตอนที่เห็นหลี่เมิ้งอี บนใบหน้าของเธอดูเหมือนจะภาคภูมิใจมากตอนที่เธอจับมือกับหลิวจือเซีย เธอยังใช้เล็บมือสะกิดฝ่ามือของเขาอย่างซุกซนอีกด้วย
หลิวจือเซียเต็มไปด้วยความตื่นเต้นจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่
ผู้หญิงคนนี้ใจกล้าจริง ๆ ต่อหน้าผู้คนมากมายนึกไม่ถึงว่าจะกล้ามาหยอกล้อเขาแบบนี้
ยังไม่ทันรอให้หลิวจือเซียได้สติกลับมาหวังเป่าเฉียงที่ยืนอยู่ไกลที่สุดเดินมาข้างหน้าสองก้าวและกล่าวทักทายหลิวจือเซียอย่างเขินอาย “พี่จือเซีย สวัสดีครับ ผมเคยฟังเพลงของคุณเพลงที่คุณร้องเพราะมากเลยผมยังได้ยินมาว่าคุณใช้กังฟูกระแทกผู้ช่วยเสี่ยวจางจนลอยไป จริงไหมครับ ? ”
การกระทำของหลิวจือเซียในร้านน้ำชาถูกเฉินเหอประกาศออกไปแล้วเพียงแค่ปากของเฉินเหอคนเดียวก็ทำให้ผู้ช่วยเสี่ยวจางกลายเป็นคนเถื่อนที่ไม่แยกผิดชอบชั่วดีไปแล้วตอนนี้
ส่วนหลิวจือเซียที่ทำร้ายคนอื่นกลับได้รับคำชมว่าเป็นผู้บริสุทธิ์และเที่ยงธรรม!
“เป่าเฉียง คุณอย่าถ่อมตัวเลยครับ ผมเรียนกังฟูแค่นิดหน่อยคุณต่างหากที่เป็นกังฟูของจริง” หลิวจือเซียรู้สึกดีกับหวังเป่าเฉียงจึงหยอดกลับไปหนึ่งประโยค
หวังเป่าเฉียงในโลกนี้ไม่ได้แสดงภาพยนตร์ที่โด่งดังไปทั่วอย่างA world Without Thieves แต่มีการถ่ายทำภาพยนต์เกี่ยวกับอารมณ์ในชนบทสองเรื่องทว่าไม่ได้โด่งดังเท่าไหร่นัก
แต่ตอนที่เขาถ่ายภาพยนตร์แอคชั่น หลังจากที่แสดงเป็นตัวร้ายหวังเป่าเฉียงก็ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากเขาถ่ายทอดบทบาทตัวร้ายได้อย่างสมจริงอีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงฝีมือการต่อสู้อีกด้วย
ด้วยเหตุนี้จำนวนสัญญาถ่ายภาพยนตร์ของหวังเป่าเฉียงจึงมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆราคาค่าตัวก็เพิ่มขึ้นตามความสามารถของเขาอีกด้วย
“จริงหรือครับ ? ”
หวังเป่าเฉียงรู้สึกปลื้มมากเพราะเขากลับไม่รู้สึกว่าตัวเองนั้นมีชื่อเสียงเหมือนวัยรุ่นซื่อบื้อที่ออกมาจากชนบทเสียมากกว่า
“จริงแท้แน่นอน ! ” หลิวจือเซียพยักหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ“ต่อไปต้องช่วยสอนผมสัก 2 กระบวนท่าแล้วล่ะ ! ”
“ผมสงสัยมาตลอดไอดอลคนนี้น่าสนใจขนาดไหนถึงทำให้ครอบครัวของผมพูดถึงเสมอ…”
หวังเป่าเฉียงเพิ่งจะพูดจบ เติ่งเฉาจู่ ๆก็แทรกออกมาข้างหน้าจับมือกับหลิวจือเซีย พูดอย่างเคร่งขรึม “อืมในที่สุดก็ได้เจอตัวเป็น ๆ สักที รูปร่างสูงสง่า แถมยังอารมณ์ดีอีกด้วย ! ”
กล่าวจบประโยคนี้ เติ่งเฉาก็นิ่งเงียบไปสักพักและเอ่ยว่า“ค่อนข้างที่จะเหมือนผมเมื่อก่อน ! ”
“เหล่าเติ่ง คุณก็เกือบจะดีแล้วล่ะ แต่จือเซียหล่อกว่าคุณเยอะ”
เฉินเหอด่าเติ่งเฉาอย่างไม่เกรงใจสักนิด“หากจือเซียเป็นพระอาทิตย์ขึ้น เหล่าเติ่งก็เป็นพระอาทิตย์ตกท้องฟ้ามืดมิดกำลังตามมา ! ฮ่า ๆๆ...”
ทุกคนรู้สึกขบขันกับการหยอกล้อของทั้งสอง
เมื่อมีเฉินเหอและเติ่งเฉาเจ้าแห่งวาไรตี้รายการรันนิ่งแมนจึงไม่ขาดเสียงหัวเราะเลย
หลังจากคุยกันอยู่ครู่หนึ่งผู้กำกับที่รออยู่ด้านข้างนานแล้วจึงเอ่ยว่า “เอาล่ะเดิมทีแขกรับเชิญหญิงในรายการเรามีมากกว่าผู้ชายการเข้าร่วมของคุณหลิวจือเซียในครั้งนี้ได้เติมส่วนที่ขาดไปพอดี รวมกันได้ชาย 7หญิง 7...”
“อ้าว เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวก่อน”เฉินเหอกระโดดออกมาขัดจังหวะผู้กำกับ “หญิง 7 คนมาจากไหน ? พวกเรามีผู้ชาย 8คนไม่ใช่หรือ ? ”
“เฉินเหอ คุณอยากถูกเสี่ยวอิงทุบใช่ไหม ? ”หยางหยิงผู้คุ้มครองที่ซื่อสัตว์ของเติ่งไค่ยืนขึ้นมาทันที
หลี่เฉินเอ่ยขึ้นมาว่า “ไค่ไค่ เฉินเหอไม่ได้บอกว่าผู้ชายคนที่8 คือหยางหยิงนะ ? ”
“ไค่ไค่ ผมไม่ได้พูดนะ” เฉินเหอยิ้มชั่วร้ายออกมา“คุณขุดหลุมฝังเสี่ยวอิงแล้ว ! ”
“ไค่ไค่ หลุมที่คุณขุด ฉันไม่โดดลงไปหรอกค่ะ” หยางหยิงหัวเราะ“ฉันเป็นผู้หญิงห้าว ผู้หญิงห้าวก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน”
“เฮ้อ ผมตกหลุมของตัวเองแล้ว” เติ่งไค่ลูบจมูกอย่างกลัดกลุ้มใจ
“เฉินเหอ ผมเริ่มโกรธแค้นแล้วนะ ถ้าคุณขัดจังหวะผมอีกเดี๋ยวผมจะหักแข้งหักขาคุณ”
เฉินเหอผู้ยิ้มอย่างมีชัยแต่กลับถูกผู้กำกับด่า “ต่อจากเมื่อกี้ผู้ชายและผู้หญิงจะจับคู่กันเอง แบ่งเป็น 6 ทีม ยังเหลือหลี่เมิ้งอีที่ยังไม่มีทีมถ้าอย่างนั้นหลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอีให้อยู่ทีมเดียวกัน”
“ผู้กำกับ ไม่ยุติธรรม ! ”
“จริงด้วย ฉันเองก็อยากอยู่ทีมเดียวกับหลิวจือเซีย”
“ถ้าอย่างนั้น พวกเรามาจับฉลากอีกครั้งเถอะ ? ”
เมื่อได้ยินคำพูดของผู้กำกับสมาชิกชายทุกคนยังไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใด แต่มันกระตุ้นความไม่พอใจของสาว ๆ ทันทีพากันเรียกร้องจะเปลี่ยนทีม
“พวกคุณ ผมไม่คิดว่าพวกคุณจะเป็นคนอย่างนี้เลย ? ”เฉินเหอพูดความจริงจากใจเขา “ฉีฉีคุณบอกไว้แล้วว่าจะอยู่กับผมไปจนแก่เฒ่าไม่ใช่หรือ ? ”
เติ่งเฉาเล่นละครตามกระแสทันที “ออเจ้า ทำอย่างนี้ได้ยังไง...”
“เสี่ยวหยิง อย่าไปนะ ! ” เติ่งไค่มองหยางหยิงอย่างลึกซึ้ง
ด้วยความสามารถด้านการแสดงโดดเด่นมาก หลี่เฉินก็โบกมือแล้วเอ่ยว่า “หลานซิน คุณไปเถอะ... ไปแล้วอย่ากลับมา…”
หวังจู่หนานและหลี่ย่าหลันเป็นสามีภรรยากันหลี่ย่าหลันจึงไม่มีทางแยกจากหวังจู่หนาน
ส่วนคู่หูของหวังเป่าเฉียงไม่มีใครกล้าทิ้งผู้ชายตัวใหญ่ที่ยิ้มอย่างเขินอายหรอกมั้ง ?
หลิวจือเซียมองดูทักษะการแสดงของกลุ่มคนตรงหน้าในขณะที่กำลังมีความสุข ในใจก็แอบเอ่ยว่า นี่แหละรันนิ่งแมน !
“ห้ามคัดค้าน ! ” ผู้กำกับโหดร้ายเย็นชา “ตอนนี้เชิญหลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอีเปลี่ยนเป็นชุดสีเหลือง และในเวลา 10.00 นาฬิกาจะเริ่มถ่ายทำรายการ ! ”
ขณะที่พูด มีทีมงานนำเสื้อแขนสั้นสีเหลืองปกคอสีเบจมาให้ 2 ชุดด้านหลังยังแปะป้ายชื่อหลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอีไว้ด้วย
“ตอนนี้ เชิญรันนิ่งแมนและแขกรับเชิญทุกท่านไปที่ปากทางทิศเหนือของถนนเหอฟาง พวกเรามีเซอร์ไพรส์เตรียมไว้ให้พวกคุณที่นั่นแล้ว! ” เมื่อหลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอีไปเปลี่ยนเสื้ออีกห้องหนึ่งหลังจากกลับมาแล้วผู้กำกับเอ่ยปากอีกครั้ง
………………..
เวลา 9 โมง 40 นาที ใช้เวลาอย่างน้อย 10นาทีจากร้านน้ำชาไปยังปากทางทิศเหนือของถนนเหอฟาง ทุกคนต่างไม่ชักช้าเดินออกมาจากร้านน้ำชาเป็นคู่ ตรงไปยังปากทางทิศเหนือของถนนเหอฟาง
ส่วนเยว่เยว่ เธอถูกมอบให้กับมู่เฉินแล้ว เมื่อมีมู่เฉินคอยดูแลหลิวจือเซียก็วางใจ
บนเส้นทางไม่มีตากล้องตามมาจึงทำให้อารมณ์ของทุกคนล้วนผ่อนคลายลงไปมาก
เมื่อเห็นว่าแต่ละกลุ่มจับคู่กับและแลกเปลี่ยนความรู้สึกกันหลิวจือเซียและหลี่เมิ้งอีก็เริ่มกระซิบพูดคุยกันเช่นกัน
“เธอมาที่อวี๋หางได้ยังไงกัน ? ”หลิวจือเซียมองหลี่เมิ้งอีแล้วถามด้วยความสงสัย
“ทำไมฉันจะมาไม่ได้ล่ะ ? ”หลี่เมิ้งอียังคงรักษาภาพพจน์เย่อหยิ่งของเธอจากนั้นก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจอย่างหาได้ยาก “คิดไม่ถึงใช่ไหมล่ะ ? ”
“คิดไม่ถึง...เมื่อวานเธอยังบอกว่าต้องบินไปเซี่ยงไฮ้อยู่เลยไม่ใช่หรือ ? ”
หลิวจือเซียพยักหน้าก่อน ตามด้วยการบ่น“เดิมทีเยว่เยว่ได้ยินว่าคุณจะกลับเมืองหลวงก็ดีใจแทบจะลอยแล้ว แต่เธอกลับบอกว่าอาจต้องบินไปเซี่ยงไฮ้ทำให้เด็กน้อยเสียใจจนไม่ยอมหลับยอมนอน”
“ใครบอกเยว่เยว่กัน ? ” หลี่เมิ้งขอบตาแดงเล็กน้อย“ฉันแค่อยากเซอร์ไพรส์พวกนายไง ? ”
“เซอร์ไพรส์จริง ๆ ” หลิวจือเซียกรอกตาบนอย่างเซ็ง ๆ “เอาล่ะบอกมา ทำไมคราวนี้ถึงมาร่วมรายการวาไรตี้ได้ล่ะ ?ฉันจำได้ว่าเธอไม่เคยร่วมรายการวาไรตี้มาก่อนไม่ใช่หรือ ? ”
“ใช่แล้ว”
หลี่เมิ้งอีเอ่ยว่า “นายก็รู้ว่าซีรี่ย์เรื่องสามชาติสามภพจะฉายเร็ว ๆ นี้แล้ว พี่ซือฉีจึงตัดสินใจร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงให้นำ สามชาติสามภพใส่ไว้ในช่วงคิวทองดำเนินการฉายในช่องของสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียง”
ช่วงคิวทอง หมายถึงช่วงเวลา 2 ชั่วโมงระหว่าง 2 ทุ่มถึง 4 ทุ่ม
โดยทั่วไปแล้ว เวลาช่วงคิวทองของสถานีโทรทัศน์หนานหู,เจียงซูและเจ้อเจียง, เซี่ยงไฮ้ต่างก็เหลือไว้ให้กับละครของคนดังและผู้กำกับรายใหญ่เนื่องจากต้องทำแบบนี้ถึงจะสามารถรักษายอดผู้ชมเอาไว้ได้
“ดังนั้นเพื่อร่วมมือในการโปรโมทของสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียงเฉิงซือฉีจึงพาเธอมาเปิดตัวในรายการวาไรตี้ด้วยรายการรันนิ่งแมนงั้นหรือ ? ”หลิวจือเซียขมวดหัวคิ้ว “เฉิงซือฉีทำอะไรกัน ไม่ใช่ไม่รู้จักเธอสักหน่อยนิสัยของเธอไม่เหมาะที่จะมาร่วมรายการวาไรตี้ ! ”