แพทย์ทหารวิปลาส

    บทที่ 21: จำต้องอดทน

    บทที่ 21: จำต้องอดทน“ฮึ่ม!”หลี่ลี่ส่งสายตาคล้ายตักเตือนให้กับหลินเซียว เปิดทางให้อีกฝ่ายอย่างโมโห ชี้นิ้วไปยังกระเป๋าหนังงู เอ่ยขึ้นด้วยท่าทีหมดความอดทน “โยนกระเป๋าพังๆ ของนายทิ้งไปด้วย อย่าเอาขยะขึ้นมาบนรถ”“ของพวกนี้เป็นสมบัติต่างหาก!” หลินเซียวเมินอีกฝ่าย เขายกกระเป๋าขึ้นด้วยมือข้างหนึ่ง จากนั้นจึงยกกระเป๋าไปที่รถตูม!รถยุบลง“เอ๋? ใครบอกให้นายวางมันเนี่ย!” หลี่ลี่เบิกตากกว้าง พุ่งตัวไปพร้อมสองมือหมายจะโยนกระเป๋าทิ้ง ทว่าพลันนิ่งผวาไป“เฮือก……”ไม่ว่าเขาจะพยายามมากแค่ไหน กระเป๋าก็ถูกยกขึ้นจากพื้นเพียงเล็กน้อย ทว่าไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก“นี่…… ข้างในมันคืออะไรกัน ทำไมถึงหนักนัก?” หลี่ลี่ร้องออกมาด้วยท่าทีเหลือเชื่อ“หลี่ลี่ อย่ามัวแต่ส่งเสียงดัง ไปได้แล้ว!” สีหน้าของหลี่เยว่เหยาแปรเปลี่ยนไป เอ่ยขึ้นด้วยท่าทีค่อนข้างไม่พอใจเธอคิดว่าหลี่ลี่จงใจสร้างปัญหาให้กับหลินเซียว ก็แค่กระเป๋าพังๆ ใบหนึ่ง มันจะหนักขนาดนั้นเลยเหรอ?หลินเซียวไม่สนใจ โน้มตัวไปข้างหน้าและขึ้นไปบนรถ นั่งอยู่ตรงข้ามหลี่เยว่เหยา กระเป๋าถูกวางอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสองคนหลี่ลี่เดินไปขับรถอย่างโกรธเกรี้ยว ปากขยับพึมพำ น่าจะกำลังสบถด่าอยู่รอบเมืองหลงเถิงถูกโอบล้อมไปด้วยทะเล อีกฝั่งคือภูเขา ครอบครองอำนาจของมังกรเหินพยัคฆ์ทะยาน เป็นที่เลื่องลือในด้านของการรวบรวมพลังฟ้าดิน มีผู้ที่มากพรสวรรค์จำนวนมากและท่าเรือสินค้าเพียงแห่งเดียวที่ทิศใต้ ตั้งอยู่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร ได้รองรับการค้าขายกับต่างชาติจำนวนมากของเมืองหลงเถิงเอาไว้ แน่นอนว่า มันคือสถานที่ที่เหล่าผู้มีอำนาจมารวมตัวกัน เหล่านักธุรกิจที่ต้องการนิมิตหมายอันดีในโชคลาภ ล้วนแล้วแต่ใส่ใจในสถานที่แบบนี้เป็นพิเศษเพราะฉะนั้น ขั้วอำนาจภายในท่าเรือ จึงซับซ้อนอย่างมาก ทุกคนที่ต้องการมีที่ยืนภายในเมืองหลงเถิง ล้วนแล้วแต่ต้องการส่วนแบ่งจากที่แห่งนี้ทั้งนั้นในฐานะของเครือบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลงเถิง เครือบริษัทจ้งซานมีพื้นที่ขนาดใหญ่ภายในท่าเรือแห่งนี้ ทั้งยังมีธุรกิจที่หลากหลายจำนวนมากนำเข้ากุ้งปลาอาหารทะเล ค้าขายอุปกรณ์ก่อสร้างตกแต่งจากต่างชาติ เรียกได้ว่าเครือบริษัทจ้งซานนั้นได้ครอบครองการค้าขายที่สร้างรายได้มหาศาลจำนวนมากเอาไว้ทว่า ในช่วงเวลาสองสามเดือนที่ผ่านมา การค้าขายกับต่างชาติของเครือบริษัทจ้งซานนั้นเป็นไปได้ไม่ค่อยดี หรือจะพูดให้แม่นยำไปกว่านั้น ธุรกิจในการนำเข้าอุปกรณ์ก่อสร้างจากต่างประเทศของหลี่เยว่เหยา เรียกได้ว่าย่ำแย่อย่างมาก มีปัญหาเกิดขึ้นบ่อยครั้งท่าเรือถูกแบ่งออกเป็นสิบสองช่อง เครือบริษัทจ้งซานควบคุมเอาไว้ห้าช่อง ตั้งแต่ช่องห้าถึงเก้า แทบจะควบคุมไปแล้วครึ่งหนึ่ง เครือบริษัทฮุ่ยโซ่งครอบครองช่องที่หนึ่งถึงสี่เอาไว้ ตามหลังมาติดๆอีกสามช่องที่เหลือ ช่องสิบ สิบเอ็ด และสิบสอง ถูกแบ่งไปโดยขั้วอำนาจอื่นภายในเมืองหลงเถิง มังกรและงูปะปนกัน ขาวดำไม่อาจแยกแยะ เป็นที่รู้กันในนามสามช่องดำแห่งท่าเรือหลงเถิงหลี่เยว่เหยาต้องการจะแข่งขันกับผู้เป็นพี่ หลี่เยว่หมิง เธอจำต้องมีผลการทำงานที่โดดเด่นเป็นของตนเอง ในฐานะของผู้หญิงบอบบางคนหนึ่ง เกิดมาก็ถือได้ว่าสืบทอดความเสียเปรียบมา ยิ่งไปกว่านั้นหลี่จ้งซานยังไม่เห็นค่า หากต้องการจะควบคุมเครือบริษัทจ้งซาน มันก็ยากเหมือนกับการปีนขึ้นสวรรค์เพราะเหตุนี้ เธอจึงมีแผนการที่บ้าบิ่น คืบคลานไปยังสามช่องดำนี้ หากควบคุมเนื้อชิ้นใหญ่นี้เอาไว้ในมือได้ ถึงตอนนั้นย่อมสามารถสร้างความร่ำรวยมหาศาลเกินจะจินตนาการให้กับเครือบริษัทได้อย่างแน่นอนโชคร้ายที่ ในสามช่องดำนั้น เต็มไปด้วยขั้วอำนาจจากใต้ดิน มีหรือที่ผู้อื่นจะสามารถสอดมือเข้าไปยุ่งได้โดยง่าย หากไม่ระวังเรือย่อมล่มได้โดยง่าย ได้ไม่คุ้มเสียอย่างแรก เพื่อที่จะมีที่ยืนภายในสามช่องดำ แน่นอนว่าจำเป็นต้องมีโกดังเป็นของตนเอง ใช้การขนย้ายสินค้าในการดึงดูดผู้ใช้แรงงานหากไม่มีโกดังแล้ว จะไปซื้อขายที่ไหน? เรือเป็นพันๆ ลำเข้าๆ ออกๆ ทุกวัน เพียงแค่ขโมยสินค้าไปสักกล่องหนึ่ง ก็ได้เงินมากเกินพอนอกจากนั้น ธุรกิจค้าขายอุปกรณ์ก่อสร้างในเมืองหลงเถิงยังได้รับความนิยมอย่างมาก ครึ่งหนึ่งของการค้าขายกับต่างชาติก็คืออุปกรณ์ก่อสร้าง หลี่เยว่เหยาจับจุดนี้ได้ ย้ายธุรกิจอุปกรณ์ก่อสร้างไปยังสามช่องดำ ต้องการที่จะเติบโตอย่างช้าๆทว่าไม่เคยคาดคิดเลยว่า เพียงแค่โกดังแรก โกดังธรรมดาๆ ที่มีพื้นที่สองร้อยตารางเมตร จะเกิดปัญหาขึ้นในวันนี้ตอนนี้ กรรมกรจำนวนมากที่เปลือยท่อนบน กำลังรวมกลุ่มกันอยู่ด้านนอกของโกดังของจ้งซาน กล้ามเนื้อของแต่ล่ะคนล้วนทอประกาย สีหน้าโหดเหี้ยมดุดัน ส่งเสียงโหวกเหวก สร้างความไม่สงบให้กับผู้คน“เครือบริษัทจ้งซาน? ถุ้ย! สามช่องดำไม่ต้อนรับพวกแก รีบไสหัวออกไป!” ชายผิวคล้ำที่มีศีรษะใหญ่โตคนหนึ่ง รอบคอถูกพันเอาไว้ด้วยผ้าขนหนู ยืนอยู่ด้านหน้าฝูงชน มือเท้าเอว ชี้ไปยังคนสองสามคนด้านหน้าโกดังของเครือบริษัทจ้งซาน สบถด่าตามอำเภอใจที่พื้นระหว่างทั้งสองฝ่ายนั้น มีร่างของผู้ใช้แรงงานที่เปลือยอกนับสิบคนนอนกองอยู่ ร่างเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด ส่งเสียงครวญครางออกมาชัดเจนว่าได้รับบาดเจ็บ“เวรเอ้ย! ขโมยธุรกิจของพวกเราไป ไม่แม้แต่จะเปิดปากถาม ในสามช่องดำ ที่ขนย้ายนี่ ใครกล้าจะต่อกรกับเหอชุ่ยเสอ?” ชายผิวคล้ำร่างใหญ่ถ่มน้ำลายลงบนพื้น ทำให้ผู้คนหวาดกลัวจนใบหน้าขาวซีด“เฮยอวี้เกอ ตอนนี้มาพูดอะไร เราก็ต่างทำธุรกิจของเรา คนงานก็เป็นพวกเราจ้างมา เงินก็จ่าย แต่นายมาหยุดไม่ให้พวกเราเคลื่อนย้ายสินค้า ถ้าไปส่งไม่ทันเวลา ใครจะเป็นคนรับผิดชอบความเสียหาย?” คนที่รับผิดชอบ หวังหลุน ขยับแว่นตาของตนเอง เดินออกมาพร้อมด้วยรอยยิ้มไม่จริงใจหวังหลุนคือคนที่รับผิดชอบโกดังสินค้าของจ้งซาน ในเมื่อเขากล้าที่จะเป็นหัวหน้าของโกงดังสินค้าในสามช่องดำ แน่นอนว่าเขาย่อมมีฝีมืออยู่บ้าง อย่างน้อยเขาก็รู้จักลูกพี่ใหญ่อยู่หลายท่านวันนี้ เฮยอวี้เกอที่ยืนอยู่ตรงข้ามเขา ไม่ยอมไว้หน้าเขาเลยแม้แต่น้อย เอาพวกคนงานมาเกือบร้อย ตั้งใจมาหาเรื่องอย่างดุดันหากจะพูดให้สวยงามหน่อยก็คือ เพราะโกดังจ้งซานไม่ได้จ่ายค่าคุ้มครอง คนงานภายใต้ชื่อของมันจึงไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน ไม่อย่างนั้นหากเจอคนหนึ่งก็ตีคนหนึ่ง จนกระทั่งหนีหายไปจนหมด“ความเสียหาย? นายพูดเรื่องความเสียหายกับฉันงั้นเหรอ?” เฮยอวี้หัวเราะเสียดัง ผายมือออก ลากเป็นวงกลมอยู่กับที่ ตะโกนขึ้น “คนงานทุกคนที่นี่อยู่ภายใต้การควบคุมของฉัน ถ้าฉันให้พวกมันทำงานก็ต้องทำ อยากให้หยุดก็ต้องหยุด นายจะให้ฉันรับผิดชอบความเสียหาย? หา?”น้ำลายกระเด็นใส่ใบหน้าของหวังหลุน เปรอะเปื้อนเลนส์แว่นไปหมด หวังหลุนถอดแว่นออกมาด้วยท่าทีพะอืดพะอม หยิบผ้าเช็ดแว่นออกมา เช็ดมัน แล้วเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มแห้งแล้ง: “เฮยอวี้เกอ ตอนมานี่คุณต้องมีมนุษยธรรมบ้าง สำหรับเรื่องค่าคุ้มครอง…… ผมจะถามประธานหลี่ให้ ผมเชื่อว่าเธอจะพิจารณาดู”“ประธานหลี่? ประธานหลี่ไหน?” คิ้วของเฮยอวี้ขมวดเข้าหากันเล็กๆ เขาเอ่ยถามขึ้น“หลี่เยว่เหยา!” หวังหลุนสวมแว่นกลับเข้าไป เอ่ยขึ้นอย่างช้าๆ“ยายเด็กนั่นเหรอ? ฮ่าฮ่าฮ่า……” เฮยอวี้พลันหัวเราะจนตัวสั่น คนงานรอบๆ เองต่างก็หัวเราะออกมาเสียงดัง ทั้งบริเวณเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะดังลั่น“เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง อยากจะเข้ามามีส่วนร่วมในสามช่องดำ ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าเธอไปเอาความกล้ามาจากที่ไหน อยากจะเห็นความ ‘แข็งแกร่ง’ ของคนของสามช่องดำอย่างพวกเรารึเปล่า? ฮ่าฮ่าฮ่า……”“แค่ก แค่ก แค่ก! เฮยอวี้เกอล้อเล่นแล้ว!” หวังหลุนแย้มยิ้มอย่างอึดอัด สีหน้าไม่เป็นธรรมชาติอย่างมากคนหลายคนเบื้องหลังเขา สีหน้าล้วนไม่น่าดูอย่างมาก มือทั้งสองกำหมัดแน่น เส้นเลือดบนลำแขนปรากฏขึ้นทีล่ะเส้นสองเส้น หากไม่ใช่เพราะจำนวนคนของอีกฝั่ง พวกเขาคงจะพุ่งไปถอนฟันของเฮยอวี้แล้วกล้าที่จะพูดจาลวนลามเทพธิดาของพวกเขาต่อหน้า เฮยอวี้ถูกคนหลายคนหมายหัวเอาไว้ในใจ ตราบเท่าที่มีโอกาส ย่อมไม่พลาดที่จะสั่งสอนอีกฝ่าย“แค่ล้อเล่นน่า!” เฮยอวี้พลันหุบรอยยิ้มลง เขาเดินตรงไปยังหวังหลุนและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว จิ้มอกเขาแล้วเอ่ย “รีบๆ ไสหัวออกไปจากสามช่องดำได้แล้ว ถ้าครั้งหน้าฉันเห็นนายอีก ก็ระวังลูกน้องของนายให้ดีๆ”ตึก ตึก ตึก!หวังหลุนถูกแรงของเฮยอวี้ ผลักถอยหลังไปหลายก้าว ใบหน้าเขียวคล้ำ อยากจะลงไม้ลงมือกับอีกฝ่ายแต่จำเป็นต้องอดทน รู้สึกอดกลั้นอย่างมาก“ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ?” เฮยอวี้เค้นเสียงเย้ย โบกไม้โบกมืออย่างวางอำนาจบาตรใหญ่ “อยู่ในที่ของฉัน ก็ต้องทำตามที่ฉันบอก ไสหัวไป!”...