“สามพันก้อน!” ผู้ฝึกตนจมูกเหยี่ยวจากตระกูลเหยียนหันไปทางต้นเสียงเขาต้องการเปิดโปงเรื่องเสื่อมเสียของอีกฝ่าย แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใครและพยามยามไล่นึกประวัติอันดำมืดของอีกฝ่าย สุดท้ายปากก็อ้าไม่ขึ้น
พระมหาอาจารย์ชิงจ้าน...
จะเอาประวัติอันดำมืดของอีกฝ่ายมาจากไหนล่ะทีนี้!!
“เหอะๆ ...” เสียงหัวเราะแห้งๆ ดังขึ้น ผู้ฝึกตนจมูกเหยี่ยวยังคงไม่ยอมแพ้คลี่ยิ้มเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่รู้ร้อนรู้หนาว “ลัทธิพุทธ ลัทธิเต๋ามักไม่ยุ่งเกี่ยวทางโลก นึกไม่ถึงว่าจะมีกำลังจ่ายขนาดนี้ ก็นะ... คนเราย่อมกลบเกลื่อนธาตุแท้ของตัวเอง”
“อมิตาพุทธ” พระมหาอาจารย์ชิงจ้านได้แต่พนมมือขึ้นไม่ได้อธิบายต่อ
ผู้ฝึกตนจมูกเหยี่ยวแทบอยากกระโดดถีบหน้านักบวชแก่คนนี้ให้รู้แล้วรู้รอด!
พูดไป อีกฝ่ายกลับไม่โต้ตอบ พวกนักบวชในลิทธิพุทธก็เป็นเสียแบบนี้
ที่ผ่านมา ใครพร่ำบอกนักหนาว่าลัทธิพุทธยากจนข้นแค้น อยู่อย่างสมถะแล้วทำไมเปิดราคาประมูลในราคาสามพันก้อนได้แบบนี้วะ!
“สี่พันก้อน!” ผู้ฝึกตนจมูกเหยี่ยวยังบ่นในใจไม่ทันจบผู้เฒ่าตระกูลกานก็ยกมือขึ้น พร้อมตะโกนอย่างไม่ลังเล “โอสถวิเศษเม็ดแรกนี้ ต้องเป็นของฉัน!เม็ดที่เหลือ ตระกูลกานรับประกันว่าจะไม่ร่วมประมูล!”
เหอะ ๆ ๆ ...
ทุกคนต่างหัวเราะเยาะเย้ยขึ้นในใจ
สำหรับผู้ฝึกตนที่มีอายุมายาวนานนั้นย่อมรู้ดีการรับประกันในงานประมูลแบบนี้ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากลมตด
“ห้าพันก้อน!” ผู้ฝึกตนอ้วนท้วมใส่แว่นแค่นเสียงในลำคอ“ฉันก็รับประกันเหมือนกันว่าเม็ดที่เหลือ ตระกูลของพวกเราจะไม่เข้าร่วมประมูล!”
“ห้าพันห้า!” “ห้าพันแปด!” “หกพัน!!” “หกพันสี่ร้อย!”
เพียงพริบตา ราคาประมูลก็เด้งขึ้นเรื่อยๆ จนพนักงานจดบันทึกที่อยู่รอบๆงานจนแทบจดไม่ทัน
ข้างๆ สวีหยางอี้ มีผู้ชายวัยกลางคนหน้าตาธรรมดายืนอยู่ตอนนี้สีหน้าของเขาตื่นเต้นยิ่งนักจนลืมไปเลยว่าตัวเองเป็นผู้ฝึกตนขั้นจู้จีระดับกลาง เขาเอ่ยขึ้นเสียงแหบ“สหายสวีครับ ราคาโอสถวิเศษเพียงเม็ดเดียวก้าวกระโดดขึ้นไปแตะที่หกพัน... อย่าหาว่าฉันพูดมาก...ต่อให้เป็นวัตถุเวทมนตร์ระดับสูงหนึ่งชุด ราคายังอยู่แค่พันต้นๆ เลยครับ...”
สวีหยางอี้คลี่ยิ้ม ใช่แล้ว นี่เป็นแค่โอสถวิเศษเม็ดเดียวเท่านั้นแต่โอสถเม็ดนี้เป็นโอสถวิเศษที่หายสาบสูญไปเกือบสองร้อยปี!
และ... แขกในงานประมูล... มีโอกาสแย่งมันมาแค่ห้าครั้งเท่านั้น!
หลังจากโอกาสห้าครั้งแรกหมดลง จินตันเจินเหรินก็จะเริ่มลงมือตอนนั้นก็คือศึกแย่งชิงของเหล่ามังกรและพยัคฆ์ที่แท้จริง!
เขาคลี่ยิ้มประสานมือ “รุ่นพี่ครับ ผมไม่ใช่ขั้นจู้จี พูดกับผมธรรมดาๆแบบเป็นกันเองก็ได้ ไม่ต้องเกรงใจขนาดนี้ก็ได้ครับ”
ผู้ชายวัยกลางคนคนนี้มีชื่อว่าไป่เสอ เป็นพนักงานระดับสูงของโรงประมูลสินค้าจินโต้วเชี่ยวชาญด้านการประเมินราคาสินค้าเป็นยิ่งนักเกรงว่าทั่วทั้งโลกผู้ฝึกตนคงหาใครเปรียบไม่ได้ ตอนนี้เหมือนเขาจะคิดอะไรบางอย่างออก สายตามองสวีหยางอี้อย่างลุ่มลึก “ไม่ตื่นตระหนก ไม่ลนลานอีกหลายสิบปีข้างหน้า นายจะต้องบรรลุขั้นจู้จี...”
สวีหยางอี้ประสานมือพยักหน้า ภายในใจแอบขำอยู่เงียบๆ
หลายสิบปีงั้นเหรอ?
หลายสิบปีมันนานเกินไป!
บรรยากาศภายในงานตอนนี้ ดำเนินมาจนถึงจุดเดือดสูงสุด!
มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีโอกาสแย่งเม็ดแรกมาได้แล้วดังนั้นพวกเขาจึงรอดูการแข่งราคาของคนอื่นๆ แต่ก็มีบางตระกูลที่ถึงแม้จะเข้าเนื้อตัวเองแล้วก็ตามก็ยังดั้นด้นประมูลต่อ
ในบรรดาตระกูลระดับแถวหน้าก็มีการแบ่งชนชั้นวรรณะเช่นกัน ที่ผ่านมามีบางตระกูลในระดับนี้ล้มเหลวกับการลงทุนไปหลายครั้งทำเอากิจการล้มไม่เป็นท่า เพื่อกู้กิจการของตัวเองกลับมาหากพวกเขาไม่ลงมือในโอกาสครั้งนี้ แล้วจะให้ลงมือตอนไหน
“หกพันแปด!” ผู้ฝึกตนจมูกเหยี่ยวกวาดมองทุกคนด้วยตาแดงก่ำพร้อมประสานมือเอ่ย “ขอโอสถวิเศษเม็ดนี้... ให้ตระกูลเหยียนของพวกเราเถิดพวกเราตระกูลเหยียนขอความกรุณาจากทุกท่านด้วย!”
เหอะ ๆ ๆ ...
พูดพล่อยๆ ไร้ยางอาย...
ไม่มีใครสนใจคำพูดของเขา ผู้หญิงคนหนึ่งยืนขึ้น ตะเบ็งเปล่งดังลั่น“เจ็ดพัน!”
“อมิตาพุทธ...” พระมหาอาจารย์ชิงจ้านแม้เป็นนักบวชแต่ยามลงมือก็ไม่เหลือคราบนักบวชแม้แต่น้อย “เจ็ดพันเจ็ด”
“แก...” ลมหายใจของผู้หญิงกระฟัดกระเฟียดขึ้นทันที ไม่สนใจว่าเป็นบักบวชอะไรทั้งนั้น!ไอ้แก่นี่ ทำไมไม่ตายๆ ไปสักที!
ยอดการค้าขายพืชสมุนไพรวิเศษองค์กรหยุนเหมิงของพวกเธอช่วงปีที่แล้วไม่สู้ดีจริงๆทำให้เพดานงบที่พวกเธอเตรียมมาวันนี้อยู่ที่แปดพันเท่านั้น แล้วตอนนี้ราคาพุ่งไปแตะที่เจ็ดพันเจ็ดแล้ว และก็ยังไม่สิ้นสุดลงสักที!
ซวยแล้ว... สายตาของเธอกวาดมองผู้คนทั่วทั้งงานทุกตระกูลที่ร่วมแย่งชิงโอสถวิเศษเม็ดแรกนี้ นอกจากพระมหาอาจารย์ชิงจ้านดวงตาของคนอื่นๆ ทั้งแดงก่ำ ทั้งสะท้อนแววแน่วแน่และกังวลออกมาเหมือนกันทุกคนดูเหมือนจะไม่มีใครยอมถอยเลยสักคน!
เจ็ดพันเจ็ด... นี่เป็นราคาที่แพงหูฉี่ตอนนี้บรรยากาศพลันเงียบสงบลงอีกครั้งคล้ายทุกคนกำลังชั่งใจ แต่แล้วนาทีนี้เสียงที่ผู้คนร่วมประมูลไม่อยากได้ยินก็ดังขึ้นเป็นครั้งแรก
“เจ็ดพันเจ็ดร้อยก้อนหินวิญญาณระดับกลาง ครั้งที่หนึ่ง”ไป่เสอเปล่งเสียงตะโกนด้วยใบหน้ายิ้มระรื่น รอยยิ้มแบบนั้นช่วงยั่วยวนบาทาเสียจริง
เงียบกริบ ยังคงเงียบกริบ ทุกคนกำลังใช้ความคิด ก่อนมาร่วมงานพวกเขาคำนวณทรัพย์สินของตระกูลที่คาดว่าน่าจะเป็นคู่แข่งมาคร่าวๆแล้วว่าเพดานสูงสุดของพวกเขาอยู่ประมาณไหน
นักล่าตัวจริง จะปรากฏมาในช่วงเวลาแบบนี้
“เจ็ดพันเจ็ดร้อยก้อนหินวิญญาณระดับกลาง ครั้งที่สอง”
“แปดพัน...” ผู้ฝึกตนจมูกเหยี่ยวกัดฟันกรอด หยุดชะงักสักพักคล้ายลังเลจากนั้นจึงพูดต่อ “หนึ่งร้อย”
ผู้หญิงหน้าซีดเผือดทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ทันที
องค์กรหยุนเหมิงถอนตัวออกจากเกมเป็นคนแรก
เธอนั่งลงอย่างเงียบๆ หัวใจกลับมาเต้นจังหวะปกติอีกครั้งตอนนี้เหลือผู้เข้าแข่งขันอีกห้าคน!
โอสถวิเศษที่หายสาบสูญเกือบสองร้อยปี... ปรากฏอยู่ตรงหน้าแล้ว!
“แปดพัน... สามร้อยก้อนหินวิญญาณระดับกลาง”เปลือกตาใต้คิ้วโล้นโกร๋นของพระมหาอาจารย์ชิงจ้านยังคงปิดสนิท เขาเอ่ยเสียงขรึม“อมิตาพุทธ”
“แปดพันเจ็ดร้อย” ผู้ฝึกตนร่างอ้วนท้วมใส่แว่นหุบยิ้มไปแล้วตอนนี้จะตะโกนโก่งราคาแบบสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้แล้ว ทุกคนที่เพิ่มราคาขึ้นไปต้องคิดอย่างละเอียดถี่ถ้วนเป็นพิเศษ
“แปดพันเจ็ดร้อย” “แปดพันเก้าร้อย”
บรรยากาศในงานเงียบเชียบทุกคนกำลังรอลุ้นกับเฮือกสุดท้ายของการแย่งชิงโอสถวิเศษเม็ดแรก
ผู้ฝึกตนชั้นผู้น้อยที่ติดตามผู้นำตระกูลมาคนหนึ่งลุ้นตัวโก่ง ดวงตาสองข้างจ้องมองบรรยากาศในงานไม่ไหวติงศาสตร์วิชาเวทสายเสริมที่หายสาบสูญ จำนวนหินวิญญาณที่สูงลิบ ทั้งหมดที่เกิดขึ้น...ช่างคุ้มค่าที่ได้เห็น!
งานประมูลอันน่าตื่นเต้นเร้าใจนี้ ทำเอาเขาไม่อาจละสายตาออกได้แม้แต่เสี้ยววินาที!
ผู้ฝึกตนจมูกเหยี่ยวมองทุกคนด้วยแววตาวาวประกายกัดฟันฮึดสู้เปล่งเสียงตะโกน “หนึ่งหมื่น...”
“ซู้ด...”
“เหอะ....” “ตระกูลเหยี่ยน นายจะเข้าเนื้อตัวเองจนตัวตายได้เลยนะ...” “หนึ่งหมื่นก้อนหินวิญญาณระดับกลางต่อโอสถวิเศษหนึ่งเม็ดและนี่เป็นแค่เม็ดแรกเท่านั้น และถ้ามีงานประมูลแบบนี้เรื่อยๆมหาเศรษฐีแห่งโลกผู้ฝึกตนอันดับหนึ่งคงมีการเปลี่ยนตัว!”“ตอนนี้ตำแหน่งเป็นของตู้มหาสมบัติไม่ใช่เหรอ?” “เออ!จริงสิ! พอนายพูดขึ้น ทำไมตู้มหาสมบัติไม่เห็นลงมือเลย?”
ภายในใจทุกคนรู้สึกเกร็งขึ้นมาทันที
บรรดาคนที่ร่วมประมูลที่เหมือนใจแฟ่บลงไปตามๆ กัน
ถ้ามหาเศรษฐีอย่างตู้มหาสมบัติลงมือ แล้วคนอื่นๆ จะเอาอะไรไปสู้?
แล้วทันใดนั้น เสียงพระมหาอาจารย์ชิงจ้านก็ดังขึ้นอีกครั้ง“หนึ่งหมื่นสองพัน!”
เข้าเนื้อก็เข้าเนื้อไปสิ!
รวดเดียว เพิ่มราคาไปสองพัน บรรยากาศพลันเงียบลงอีกครั้ง
คล้ายเสียงหายใจดังคลอเคลียอยู่ข้างกกหูตอนนี้เหลือผู้เข้าแข่งขันอีกสองคน หนึ่งในนั้นคือหญิงสาวหน้าตาน่ารักคนหนึ่งเธอเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนเอ่ย“ท่านพระมหาอาจารย์แห่งอารามศักดิ์สิทธิ์หลงอิ่นเขาอู่ฟาง...ญาติโยมทั้งหลายสักการะบูชาด้วยหินวิญญาณระดับกลางแทนการเผาธูปจุดเทียนแล้วหรือกระไร?”
พระมหาอาจารย์ชิงจ้านคลี่ยิ้มตอบกลับ “ตามนั้น”
ตามนั้นบ้าอะไรวะ!
ลัทธิพุทธมีอะไรแบบนี้ด้วยรึไง!
ใบหน้าของหญิงสาวฉายแววหลากอารมณ์ เงียบลงไปพักใหญ่จึงถอนหายใจเฮือกยาว“ตำหนักตี้ทิงแห่งเมืองโหมวตูขอถอนตัว”
“ตำหนักตี้ทิง!” “คนจากตำหนักตี้ทิงงั้นเหรอ!” “เธอเป็นคนจากตำหนักตี้ทิงจริงๆเหรอ!”
แขกในงานฮือฮาขึ้นมาอีกระลอก
ตี้ทิง[1] หนึ่งในปีศาจร้ายสิบอันดับแรกเหมือนจูหงเสวี่ย!คนของที่นั่นไม่เคยปรากฏตัวออกมาในรอบหลายสิบปีนี้เลย!
“พระเจ้า...” ผู้ฝึกตนคนหนึ่งกึ่งนั่งกึ่งยืน ดวงตาเหลือกกว้าง “ปีศาจร้ายสิบอันดับแรก!ปีศาจร้ายสิบอันดับแรก! คุณปู่เห็นไหม...”
“หุบปาก!” ผู้เฒ่าที่นั่งอยู่นิ่งๆ รีบดึงเขาให้นั่งลงพูดขึ้นสีหน้าเคร่งขรึม “ปีศาจร้ายสิบอันดับแรกแล้วมันยังไง... ดูบนหัวนายก่อนนั่นถึงจะเรียกว่าปีศาจร้ายของจริง”
เสียงฮือฮาดังขึ้นสักพัก ไม่นานก็แผ่วลง
มีคนถอนตัวอีกคนแล้ว ตอนนี้เหลืออีกเพียงสามคนเท่านั้น
ผู้ฝึกตนจมูกเหยี่ยว พระมหาอาจารย์ชิงจ้าน ชายอ้วนใส่แว่น
พระมหาอาจารย์ชิงจ้านเพิ่มราคารวดเดียวสองพันก้อน ชายอ้วนใส่แว่นเงียบลงชั่งใจอยู่พักใหญ่จากนั้นก็ถอนหายใจอย่างขมขื่น และถอดใจนั่งลงอย่างเงียบๆ
ตอนนี้ เหลือเพียงสองคนเท่านั้น!
“โยม” นึกไม่ถึงว่าพระมหาอาจารย์ชิงจ้านจะเอ่ยปากพูด“ได้ข่าวว่าตระกูลเหยียนเริ่มขัดสน ปัญหาช่วงปีที่แล้วส่งผลกระทบอย่างหนักต่อให้ตระกูลเหยียนได้โอสถวิเศษนี่กลับไป ก็ไม่อาจชดเชยกับสิ่งที่เสียไปได้หินวิญญาณหนึ่งหมื่นก้อนนี้ น่าจะเป็นเงินก้อนสุดท้ายของตระกูลเหยี่ยนแล้วสินะ”
และแล้วสีหน้าของผู้ฝึกตนจมูกเหยี่ยวก็เปลี่ยนไป ก่อนมางานนี้คนทั้งตระกูลต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน ไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องเอามาให้ได้!
ขายทุกอย่างเกือบหมดแล้ว ตันสินใจเดิมพันด้วยทั้งหมดที่มีแล้วจะให้ยอมแพ้ไปได้อย่างไร?
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับนักบวชอย่างท่าน” เขาข่มความเจ็บปวดไว้ในใจเงียบไปหลายวินาที จากนั้นดวงตาก็เปล่งประกายคล้ายตัดสินใจได้แล้ว
“หนึ่งหมื่นห้าพัน!”
“นี่เป็นการเสนอราคาของตระกูลเหยียนครั้งสุดท้าย!”
“ท่านพระมหาอาจารย์ ถ้าท่านยังเพิ่มราคาได้อีก!โอสถวิเศษเม็ดนี้จะตกเป็นของท่านทันที!”
“หนึ่งหมื่นห้า!!!” ไป่เสอที่อยู่ข้างๆ สวีหยางอี้หน้าแดงเรื่อขึ้นมาทันที“สหายสวี! โครงอาวุธตั้งต้นของอาวุธเวทมนตร์ระดับ C มีราคาอยู่ที่หนึ่งหมื่นห้าพันก้อนหินวิญญาณระดับกลาง!โอสถวิเศษเม็ดเดียวมีค่าเท่ากับโครงอาวุธเวทมนตร์ตั้งต้นเชียวนะ!”
พระมหาอาจารย์ชิงจ้านคลี่ยิ้ม ขณะกำลังจะเอ่ยปาก เสียงๆหนึ่งก็ดังแหวกอากาศขึ้น
“สองร้อย!”
วัยรุ่นในชุดสูทคนหนึ่ง หลังจากได้รับความยินยอมจากเลขาฯทั้งสามคนแล้วก็ยืนขึ้นยิ้มร่า “ตระกูลไป๋หลี่ สองร้อยก้อนหินวิญญาณระดับสูง”
บรรยากาศหยุดชะงักไปหลายวิฯ จากนั้นก็แตกตื่นฮือฮาขึ้นอีกครั้ง!
ใครจะไปคาดคิดว่ามีม้ามืดตัวสุดท้ายโผล่มา!
มิหนำซ้ำม้ามืดตัวนี้ยังเพิ่มราคาเข้าไปรวดเดียวประมาณห้าพันก้อนวิญญาณวิญญาณระดับลาง!
แบบนี้สิ ถึงเรียกว่านักล่าตัวจริง
ในที่สุด รอยยิ้มก็เลือนหายไปจากใบหน้าของพระมหาอาจารย์ชิงจ้าน
--------------------------------------------------------------------------------
[1] ตี้ทิง สัตว์เทพพาหนะคู่พระบารมีของ"พระกษิติครรภ์ราชามหาโพธิสัตว์เจ้า" ชื่อว่า"ตี้ทิง" หมายถึงการฟังแต่สิ่งที่เป็นความจริง ฟังแต่สิ่งที่เป็นสัจจะลักษณะของมันมีเขาหนึ่งเขา หูเหมือนสุนัข กายเป็นมังกร ศีรษะเป็นเสือ หางสิงโตเท้าเป็นกิเลน มีอิทธิฤทธิ์สามารถทราบวาระจิตดีชั่วของสัตว์ทั้งหลายรู้ความเป็นมาเป็นไป อดีตอนาคตของสัตว์โลก