กลายเป็นผู้ล่า
ขณะที่พวกฟางเฉินกำลังถูกไล่ล่า พวกฟางเฉินไม่กล้าใช้เส้นทางปกติในการหลบหนีเพราะว่าอีกฝ่ายจะตามหาตัวพวกเขาเจอ ดังนั้นพวกฟางเฉินจึงตัดสินใจเข้าไปในป่าพงไพรและใช้เส้นทางอ้อมหลบหนีแทน“ไป ตามหาพวกมันให้เจอ บังอาจมาสังหารลูกชายข้าพวกมันทั้งหมดต้องตาย” ผู้นำตระกูลเอี้ยคำรามออมกาด้วยความโกรธแค้นอีกด้านสองชราที่ได้รับข้อความจากฟางเฉินก็ตื่นตระหนกและรีบเคลื่อนใหวทันที ก่อนออกไปทั้งสองได้ส่งข้อความหาเย่เทียนให้เตรียมพร้อมสิ่งที่จะตามมาในห้องประชุม“ราชวงศ์ลู่บ้าไปแล้วงั้นเหรอถึงได้คิดจะหาเรื่องพวกเรา” ผู้อาสูงสุดคนหนึ่งกล่าว“พวกมันคงคิดว่าพวกเราตกต่ำมาหลายปีเลยคิดที่จะครอบครองความมั่งคั่งของพวกเราสินะ” ผู้อาวุโสอีกคนกล่าว“มันก็ไม่เชิงหรอก ตามจริงแล้วมันไม่คุ้มเลยที่จะหาเรื่องต่อสู้กับพวกเราเพียงเพาะต้องการความมั่งคั่งที่เหลือน้อยนิดของพวกเรา แต่สิ่งที่พวกมันต้องการจริง ๆคือทะเลสาบจู่หลงอย่างแน่นอน” เย่เทียนกล่าว“นั่นก็จริง เพราะทะเลสาบจู่หลงของพวกเราได้ให้กำเนิดอัจฉริยะจำนวนมากเมื่อหลายปีก่อน” ผู้อาวุโสอีกคนกล่าว“แต่พวกมันก็ดูถูกเราเกินไป สำนักของพวกเราก่อตั้งมาตั้งแต่บรรพบุรุษของพวกมันยังไม่เกิดด้วยซ้ำถ้าพวกมันกล้าโจมตีเข้ามาละก็ช้ารับรองได้เลยว่าจะต้องมี 1 ราชวงศ์ถูกลบให้หายไปจากทวีปนี้” เย่เทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ท่านเจ้าสำนักหมายความว่ายังไง” ผู้อาวุโสคนอื่นแสดงสีหน้าไม่เข้าใจแต่เย่เทียนก็ไม่ได้บอกอะไรออกมาเพราะเวลาผ่านมาหลายร้อยปีทำให้ผู้คนลืมไปแล้วว่าสำนักจู่หลงเคยให้กำเนิดตัวตนระดับเทพขึ้นมา 1 คน ซึ่งถึงแม้ตัวตนระดับเทพคนนั้นจะไม่ได้ช่วยยกระดับให้สำนักหรือทิ้งมรดกที่ทรงพลังเอาไว้ แต่ว่าตัวตนระดับเทพคนนั้นก็ได้ทิ้งไพ่ตายที่เอาไว้ปกป้องสำนักอยู่ทางด้านฟางเฉินหลังจากเวลาผ่านไป 2 วัน พวกฟางเฉินถูกไล่ล่าอย่างต่อเนื่องจนกลุ่มพวกเหยยีนมี่เริ่มอ่อนแรงแล้ว“พวกข้าไม่ใหวแล้ว” ศิษย์สายในคนหนึ่งกล่าวพร้อมกับล้มลงนอนหอบกับพื้น“ดูเหมือนว่าพวกเราก็จะมาถึงขีดจำกีดเหมือนกัน” เหยียนยี่กล่าว“ฟางเฉินเจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่ทำไมเจ้าถึงดูไม่เหนื่อยเลย” วู่เฟยซีกล่าวถามฟางเฉินที่แทบไม่หอบเลย“เพราะข้าฝึกฝนร่างกายทุกวัน แล้วอีกอย่างถ้าพวกเราหยุดตอนนี้พวกมันต้องตามมาทันแน่ หืม รู้สึกว่าที่นี่จะมีถ้ำเล็กอยู่พวกเจ้ารีบไปซ่อนอยู่ข้างในนั้นก่อนเดี๋ยวข้าจะล่อพวกมันไปเอง” ฟางเฉินกล่าว“นะบ้างั้นเหรอ ถ้าอย่างงั้นพวกเราก็สู้ตายกับพวกมันที่นี่แหละ” เหยียนมี่กล่าว“พวกเจ้าต้องเชื่อข้า ข้าไม่เป็นอะไรแน่” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง“ก็ได้เจ้าเองก็ต้องระวังตัวตัวให้ดีละ” วู่เฟยซีเห็นสีหน้าจริงจังของฟางเฉินแล้วจึงยอมทำตามเมื่อพวกวู่เฟยซีเริ่มหลบซ่อนแล้วฟางเฉินก็ทิ้งกลิ่นอายเอาไว้เพื่อทำให้กลุ่มคนของตระกูลเอี้ยตามมา และในระหว่างทางฟางเฉินก็ติดตั้งกับดักด้วยการขึงเส้นดายเอาไว้อีกด้วย“กลิ่นอายของพวกมันไปทางนั้น” กลุ่มคนของตระกูลเอี้ยพุ่งตามไปทางฟางเฉินด้วยความเร็วแต่เมื่อติดตามฟางเฉินไปได้ไม่นานพวกเขาก็ต้องตื่นตระหนกเพราะคนที่นำหน้าสุดอยู่ ๆก็ถูกเส้นดายที่ถูกขึงไว้ตัดคอจนขาด“บัดซบระวังมีกับดักติดตั้งอยู่คนทานำหน้ามองดูด้านหน้าให้ดีระวังเส้นด้ายพวกนี้ด้วย” ชายวัยกลางคนระดับนักรบขั้นสูงคำรามและสั่งคนที่เหลืออีก 10 คนด้านหลังให้ระวังตัวแต่พริบตาที่พวกเขากำลังตื่นตระหนกอยู่นั้นเส้นดายนับร้อยเส้นก็ปรากฎและพุ่งเข้าหากลุ่มคนตระกูลเอี้ยด้วยความเร็วอย่างมาก ระดับด้ายสังหาร ถูกบรรเลงออกมาชั่วพริบตานั้นร่างของคนทั้งสิบก็ถูกหั่นออกเป็นชิ้นๆ“ไม่เลวเลยเจ้าพวกนี้มีจิตวิญญาณระดับสูงและกลางแทบทั้งหมด ฟางเฉินถ้าเราสามารถสังหารเจ้าพวกนี้ได้อีกสัก 20-30 คน ข้ารับรองได้ว่าข้าจะสามารถเลื่อนระดับกลายเป็นจิตวิญญาณระดับพิภพแน่” ความโลภกล่าว“งั้นเหรอ ถ้างั้นก็ถึงเวลาที่พวกเราจะกลายเป็นฝ่ายล่าบ้างแล้วสินะ” ฟางเฉินแสดงสีหน้าเย็นชาและเคลื่อนใหวด้วยความเร็วกลุ่มคนตระกูลเอี้ยที่ออกไล่ล่าพวกฟางเฉินนั้นมีหลายกลุ่ม และแต่ละกลุ่มจะมีจำนวนคน 10-15 คนเป็นอย่างต่ำ ฟางเฉินใช้จิตวิญญาณดวงตาสอดส่องและมองดูการเคลื่อนใหวของกลุ่มที่แยกออกมาอยู่กลุ่มเดียว“ถึงไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นแต่ตอนนี้ข้าจำเป็นต้องแข้งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุด” ฟางเฉินคิดเวลาผ่านไปไม่นานกลุ่มคนของตระกูลเอี้ยถูกฟางเฉินสังหารตายไปเป็นจำนวนมาก พวกเขานั้นดูถูกฟางเฉินมากเกินไปพวกเขาไม่รู้ว่าฟางเฉินนั้นสามารถสังหารได้แม้กระทั้งระดับนักรบขั้นสูงสุดอีกด้านผู้นำตระกูลเอี้ยมาถึงสถานที่คนของตนเองถูกสังหารด้วยสีหน้าโกรธแค้นอย่างมาก ตอนนี้ตระกูลเอี้ยได้รับความเสียหายอย่างมาก สำหรับตระกูลเอี้ยการชุบเลี้ยงนักรบระดับกลางและสูงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย“ไอ้บัดซบตัวใหนกันที่มันทำแบบนี้” ผู้นำตระกูลเอี้ยคำรามออกมาด้วยความโกรธ“พวกเราเองก็ไม่รู้เพราะไม่มีใครสามารถรอดชีวิตไปได้เลยเมื่อเจอกับเจ้ามือสังหารนั่น” ผู้อาวุโสของตระกูลเอี้ยคนหนึ่งกล่าว“หา หาต่อไปครั้งนี้อย่าได้แยกห่างจากคนมากนัก ขอแค่มันปรากฎตัวออกมาข้าก็จะรับรู้ได้ทันที” ผู้นำตระกูลเอี้ยกล่าวจากนั้นกลุ่มคนของตระกูลเอี้ยก็เริ่มออกมาตามหาพวกฟางเฉินอีกครั้ง ฟางเฉินแสดงสีหน้าจริงจังออกมาเพราะว่าอีกฝ่ายเริ่มเข้าใกล้พวกเหยียนมี่เรื่อย ๆแล้ว“คงไม่มีทางเลือกแล้วคงต้องลุยไปตรง ๆแล้วสินะ” ฟางเฉินกล่าวจากนั้นฟางเฉินก็เคลื่อนใหวไปยังกลุ่มที่อ่อนแอที่สุดและใช้ทักษะด้ายสังหารให้เร็วที่สุด“ไอ้บัดซบในที่สุดก็ปรากฎตัวอกอมาแล้วสินะ” ผู้นำตระกูลเอี้ยคำรามออกมาพร้อมกับกระโจนใส่ฟางเฉินทันที ร่างของผู้นำตระกูลเอี้ยปรากฎเกล็ดสีเขียวออกมาทั่วตัวและด้านหลังก็มีจิตวิญญาณอาสรพิษขนาดใหญ่“คิดว่ากลัวเจ้างั้นเหรอ” ฟางเฉินคำรามออกมาจิตวิญาณเพลิงระเบิดพลังออกมาอย่างรุนแรงฟางเฉินพุ่งเข้าไปปะทะกับอีกฝ่ายพร้อมกับกับอีกเปลวเพลิงด้วยความเร็วสูง เพลิงที่ถูกบีบอักเริ่มมีสีแดงเข้มขึ้นเรื่อย ๆ“ตายไปซะ กระบี่อสรพิษ” ผู้นำตระกูลเอี้ยแทงกระบี่ออกไปซึ่งกระบี่นี้เต็มไปด้วยพิษที่รุนแรง“เจ้าต่างหากที่ต้องตาย ดาบเพลิงผลาญสวรรค์เต็มกำลัง” ฟางเฉินระเบิดพลังสูงสุดออกมาและฟาดฟันดาบออกไปทันทีแรงระเบิดปรากฎขึ้นมาอย่างรุนแรงเปลวเพลิงที่แผดเผาทุกสรรพสิ่งกวาดออกไปเป็นวงกว้างทำให้ป่ารอบ ๆกลายเป็นทะเลเพลิง คนของตระกูลเอี้ยที่หนีไม่ทันก็ถูกเพลิงแผดเผาจนตกตายไปทันที