“เชอะ!” คนงอนก็สะบัดหน้าแทบคอเคล็ด ทำเอาน้ำส้มอดไม่ได้ที่จะปล่อยเสียงหัวเราะเบา ๆ ออกมา ก็กิริยามันช่างขัดกับรูปร่างโตกำยำแบบเขาเหลือเกิน
การแข่งขันฟุตบอลจบลงด้วยชัยชนะ สร้างรอยยิ้มให้กับแฟนคลับที่มาดูและให้กำลังใจ ทั้งสามคนเดินออกมาจากสนามด้วยความสุข เป็นความสุขที่ต่างฝ่ายต่างมีให้แก่กัน มันสร้างขึ้นมาเพราะความรักของคนทั้งคู่ด้วยความสุขใจ ช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันมันมีค่าจนทำให้พวกเขาไม่อยากปล่อยมือจากกันไปไหนไกล ความรักที่ทับถมในหัวใจมันเพิ่มทวีมากขึ้นทุกวัน
“แดดดี๊น้องอยากเซลฟี่ตรงนี้ค่ะ” เด็กหญิงบอกผู้เป็นว่าที่พ่อเลี้ยงถึงความต้องการ
“ได้สิ ถ่ายคู่คุณแม่นะเดี๋ยวแดดดี๊ถ่ายให้” ความสนองความต้องการของเด็กหญิงด้วยความเต็มใจ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา จัดท่วงท่าให้กับแม่ลูกแล้วกดถ่ายรูป
“น้องสวยไหมคะแดดดี๊” เด็กหญิงร้องถามด้วยความกระตือรือต้นสดใส
“สวยทุกท่าเลย สวยทั้งแม่และลูกสาวของแดดดี๊” คำชมที่แสนธรรมดา ทว่าทำให้น้ำส้มต้องเคอะเขิน เมื่อเธอต้องเผชิญกับสายตาที่หยาดเยิ้มของนักรบมองมาและจดจ้องเธอในขณะพูดคำชมออกมา
“ปากหวาน” น้ำส้มแซวแก้เขิน
“ก็ได้ชิมแล้วไงเมื่อวานถึงรู้ว่าผมปากหวาน” เขาตอบโต้เธอด้วยคำเย้าที่ทำเอาน้ำส้มเขินไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบในเวลาไล่เลี่ยกัน
“ปากน้องก็หวานนะคะ น้องกินอมยิ้มมา” เด็กน้อยผู้ไม่รู้ประสา เธอเอ่ยวาจาด้วยความใสซื่อ ไม่รู้ว่าที่ผู้ใหญ่พูดคุยกันมันคือความหมายแบบไหนที่แอบซ่อนอยู่
“พอเลยทั้งคู่ไปเร็วหิวข้าวแล้ว” ไม่ไหวแล้วต่อสายตาของนักรบที่มองมา จนรีบจูงมือของลูกสาวเดินไปเคียงข้างนักรบ แล้วลากแขนเขาให้เดินออกจากจุดเดิมทันที หัวใจของน้ำส้มเต้นระส่ำ แม้ว่าจะตกลงคบหากันมาพอตัว เขาก็ยังสร้างความเขินอายให้เธอได้ตลอด แค่เพียงสายตาเฉี่ยวจดจ้องด้วยความหยาดเยิ้ม
“แก้เขินให้ตัวเองด้วยการจับมือผมเนียน ๆ เหรอครับ” เขาก็ยังคงหาเรื่องแกล้งให้เธอเขินได้ร่ำไป
“เออ ไม่จับก็ได้” จนทำให้น้ำส้มรีบปล่อยมือทันที พร้อมกับเอ่ยเสียงแข็งสะบัดหน้าใส่ ปั้นสีหน้าบึ้งตึง แต่ริมฝีปากนั้นก้ำกึ่งจะเปรยยิ้มก็กลัวเขาแซวอีกรอบ
“แซวแค่นี้ทำเป็นชักสีหน้าบึ้ง อยากจับก็บอกดี ๆ สิ ผมไม่ดื้อหรอก...จับสิจับอยากจับตรงไหนก็จับ” เขาก็ยังคงตีหน้ามึนทำให้เธอเขินอาย
“ไม่!!!” น้ำส้มปฏิเสธเสียงกร้าว พร้อมกับเดินเคียงลูกสาวออกมายังลานด้านนอก โดยไม่สนใจมองหน้านักรบแม้แต่น้อย ได้แต่แอบอมยิ้มเอียงอายอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ กลัวว่าเขาจะแซวจนเธอไปต่อไม่เป็น
“ผมจับเองก็ได้” ปฏิกิริยาของน้ำส้มทำให้นักรบยิ้มกริ่ม เขารู้ว่าเธอเขินแค่ไหนแต่ก็ยังอยากจะกลั่นแกล้ง
เขาเดินเคียงแล้วโอบเอวของน้ำส้มทันทีที่พูดจบ ความใกล้ชิดที่เป็นความน่ารัก ทำให้พวกเขาหันมองหน้ากันด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่นักรบจะทนไม่ไหว รอจังหวะแล้วโน้มหน้าไปหอมแก้มของน้ำส้มในยามที่เด็กน้อยกำลังเดินเคียงแม่เผอเรอ จนน้ำส้มต้องหยิกเอวของเขาปราม แม้จะไม่ทันแล้วก็ตาม ถูกเขาลวนลามก่อนหน้าจนอายแก้มเห่อแดง
//ประเทศไทย//
กิจกรรมความสุขในวันพักผ่อนจบลง ทั้งเขาและเธอเข้าสู่โหมดของการทำงานอีกครั้ง หลังจากที่กลับจากต่างประเทศมาหลายเดือน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มแน่นแฟ้นมากขึ้น นักรบที่คบหากับน้ำส้มมาระยะหนึ่ง เขาจึงชวนเธอไปหาครอบครัวและทำความรู้จัก โดยไม่ได้บอกกับทางครอบครัวให้รู้ล่วงหน้า
“ไม่ต้องตื่นเต้นนะแม่กับพ่อของผมใจดี ไม่มีอะไรที่คุณต้องกลัวหรอก มีผมอยู่ด้วยทั้งคนไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น” เขากุมมือเธอไว้ เมื่อสังเกตเห็นว่ามือของน้ำส้มสั่น สีหน้าของเธอดูพะวง
“ค่ะ”
“มือคุณเย็นมากเลย” เขาพูดพร้อมกับยกมือของน้ำส้มขึ้นมาจูบด้วยความละมุน
“มือน้องก็เย็นนะคะแดดดี๊” เด็กหญิงพูดแทรก พลางยื่นมือไปตรงหน้าของนักรบ
“ไหนมาให้แดดดี๊ดูสิ...เย็นจริงด้วย” เขาจับมือของเด็กหญิงกุมไว้ แล้วจูบลงบนหลังมือป้อม ๆ ของเธอด้วยความรักและเอ็นดู
“เย็นสิคะเพราะแอร์มันหนาวเวอร์ ๆ คิกคิก” เหมือนเธอกำลังกลั่นแกล้ง แสร้งเรียกร้องความสนใจด้วยความน่ารัก ก่อนจะยกมือป้อม ๆ ปิดปากแล้วหัวเราะคิกคักชอบใจ ทำเอาผู้ใหญ่ทั้งสองอดยิ้มตามไม่ได้
“อยากให้หอมมือก็ไม่บอก” นักรบเอ่ยแซว
“แล้วทำไมแดดดี๊ไม่หอมน้องก่อนคุณแม่ขาละคะ? แสดงว่ารักคุณแม่ขามากกว่าน้องใช่ไหมล่ะ” เด็กหญิงย้อนจากสิ่งที่เธอเห็น ปั้นสีหน้าบึ้งเง้างอน
“แดดดี๊รักเท่ากันนั่นแหละครับ ดูทำหน้าเข้าสิ หน้าบึ้งแบบนั้นเดี๋ยวไม่สวยนะคะ” จนนักรบต้องรีบแก้ต่างขยายความเพื่อให้เด็กน้อยตัวกลมไม่น้อยใจ เธอมีสีหน้ายิ้มแย้มเหมือนเก่า เมื่อถูกเขาบอกรักด้วยความบริสุทธิ์ใจ “เข้าบ้านกันดีกว่านะ คุณปู่คุณย่ารอนานแล้ว”
“ค่ะ” น้ำส้มพยักหน้าและตอบรับ ตอนนี้หัวใจของเธอเต้นแรงดั่งกลองมโหรีด้วยความตื่นเต้น พยายามควบคุมสติและสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ความรู้สึกบางอย่างมันทำให้เธอต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ไม่รู้แน่ชัดว่าเขาจะรู้หรือไม่แต่เธอรู้อยู่แก่ใจ แต่ใช้ความรักที่มีให้เพื่อลบล้างอดีต จากนั้นเธอจึงลงจากรถยนต์แล้วเปิดประตูด้านหลังเพื่อรับลูกสาว
“เป็นอะไรครับส้ม สีหน้าคุณดูไม่ดีเท่าไหร่ ไม่สบายหรือเปล่าครับ” นักรบสังเกตเห็นสีหน้าของน้ำส้มเปลี่ยนไปจากเดิม มือของเธอสั่นเทิ้ม และจ้องมองหน้าของเขาอย่างกับมีเลศนัย
“ฉันสบายดีค่ะ คุณนักรบสัญญากับฉันได้ไหมคะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราสองคนจะจับมือกันไว้แบบนี้” เธอเงยหน้าพูดกับเข้าด้วยสีหน้าและแววตาจริงจัง พร้อมกับเอื้อมจับมือของนักรบสื่อถึงนัยที่เธอซ่อนเอาไว้ในใจ
“เราแค่มาทานข้าวกับพ่อแม่ของผมนะครับน้ำส้ม คุณพูดอย่างกับว่ามันเป็นเรื่องราวใหญ่โตเลวร้ายอย่างนั้นแหละ” เขาไม่รู้ว่าเธอสื่อถึงอะไร ได้แต่พูดออกไปด้วยรอยยิ้มแห่งความไม่เข้าใจ
“รับปากฉันสิคะ...และฉันก็สัญญากับคุณเหมือนกันว่าจะไม่ปล่อยมือคุณ ต่อให้ต้องเจอเรื่องราวที่มันเลวร้ายแค่ไหน” เธอเร้าหรือต่อคำยืนยัน และให้คำมั่นต่อเขาเช่นกันด้วยหัวใจเด็ดเดี่ยว ต่อให้มันจะบีบช้ำหัวใจของเธอให้เจ็บปวดอีกครา ทว่าครั้งนี้เธอจะไม่อ่อนแอเหมือนในอดีต ที่ยอมแพ้อย่างง่ายดาย โดยที่เธอไม่ได้ต่อรองอะไรสักนิด เพื่อชีวิตที่ต้องอยู่ให้รอด
“โอเคครับผมสัญญา” เขาให้คำมั่นพร้อมกับจูบลงกลางหน้าผากของน้ำส้มด้วยความรักที่มีล้นเปี่ยม “ว่าแต่มันไม่มีอะไรใช่น้ำส้ม ผมเห็นคุณพูดแปลก ๆ”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ฉันแค่อยากจริงจังบ้างก็เท่านั้นเอง ฉันไม่อยากให้มันพังซ้ำรอยอีก ฉันรักคุณนะนักรบ”
“ผมนี่โคตรรักคุณเลยรู้ไหม เราสามคนเข้าบ้านกันดีกว่า”
“ค่ะ”