บทที่ 28 ใครคือแม่ของพวกเขา
ถังซั่วย่อตัวลง ดวงตารูปดอกท้อสว่างวาบเมื่อเห็นอันหน่วน เขาเคยเห็นสาวสวยลูกครึ่งมามากมาย แต่ไม่เคยเห็นใครที่ดูสดใสน่ารักขนาดนี้มาก่อน
“แล้วพวกเธอให้เงินเขาไปเท่าไหร่?”
“แปดสิบหยวน นั่นเป็เงินที่พี่ชายเก็บสะสมมานาน”
ถังซั่วเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เขามองไปที่อันหยาง พลางยิ้มเ้าเล่ห์ “ต่อให้ระมัดระวังแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ สุดท้ายเธอก็ยังโดนเขาขู่กรรโชกอยู่ดี ไม่มีความสามารถที่จะปกป้องน้องสาว แต่กลับพาน้องสาวออกมาข้างนอก! เธอไม่ใช่พี่ชายที่ดีเลย”
อันหยางใกับคำพูดของลุงคนนี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่แสดงออกมา เขายกมือดึงหมวกลงมาปิดหน้า “นี่เป็ครั้งแรกที่ผมพาหน่วนหน่วนออกมาข้างนอกโดยไม่มีแม่มาด้วย แถมยังทำให้หน่วนหน่วนาเ็ ลุงพูดถูก ผมไม่ใช่พี่ชายที่ดี!”
อันหยางรู้เื่ราวมากมาย แต่เขาไม่รู้ว่าค่าแท็กซี่ควรคิดยังไง
ถังซั่วหรี่ตาลง ต่างหูสีเงินเปล่งประกายแวววาวสะท้อนแสงแดด เสียงของเขาฟังดูนุ่มนวลและมีเสน่ห์ “ในด้านที่ขาดตกบกพร่อง ต้องพยายามชดเชยให้สมบูรณ์ ต่อให้ฉลาดแค่ไหนก็ย่อมมีจุดอ่อน”
เมื่อเขาพูดจบ อันหยางก็เงยหน้าขึ้นทันที ความเสียใจบนใบหน้าเล็ก ๆ ค่อย ๆ หายไป และความระแวงต่อลุงคนนี้ก็เริ่มจางหายไปด้วย
ถังซั่วยื่นมือให้อันหน่วน “ไปกัน ลุงจะพาหนูไปเปลี่ยนชุดเ้าหญิง”
ถังซั่วสังเกตเห็นท่าทางที่อันหน่วนดึงกระโปรงั้แ่แรก ชุดเ้าหญิงของเธอถูกคนขับรถเมื่อกี้ฉีกจนขาด
เด็กหญิงยื่นปากทำหน้าเศร้าสร้อย ทำให้หัวใจของเขาละลาย
เมื่ออันหน่วนได้ยินว่าจะได้เปลี่ยนชุดเ้าหญิง เธอก็ยิ้มและกำลังจะกระโจนเข้าไปในอ้อมกอดของถังซั่ว แต่อันหยางยื่นมือมาดึงเธอไว้
“ทำไม ไม่ไว้ใจฉันเหรอ?” ถังซั่วเลิกคิ้วมองไปที่อันหยาง
“พี่ชาย ชุดเ้าหญิงของหนูขาด ลุงต้องเป็คนดีแน่ ๆ เลย” อันหน่วนอดใจไม่ไหว ยื่นมือไปดึงมือของอันหยาง
อันหยางจึงพูดออกมาด้วยความจำใจ “ผมเชื่อคุณ”
ในห้องพักส่วนตัวของถังซั่ว บริษัทสื่อสารมวลชนตระกูลถัง
อันหยางและอันหน่วนถูกถังซั่วอุ้มเข้ามาในบริษัทถัง พนักงานของบริษัทต่างซุบซิบนินทากันตลอดทาง แทบจะหยุดไม่ได้
อันหยางนั่งอยู่บนโซฟา รอน้องสาวเปลี่ยนชุดเ้าหญิง พอนึกถึงตอนที่ถูกลุงหล่อ ๆ อุ้มเมื่อครู่ ความรู้สึกปลอดภัยที่ไม่อาจบรรยายได้ ทำให้เขารู้สึกชอบลุงคนนี้ขึ้นมานิดหน่อย
ถังซั่วพาอันหน่วนไปเปลี่ยนชุดในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ชุดนี้เป็ชุดที่ ลิลลี่ ผู้ช่วยส่วนตัวของเขารีบไปซื้อมาให้ มันเป็ชุดเ้าหญิงสีขาว คอเสื้อปักลูกไม้ เมื่ออันหน่วนสวมใส่แล้ว ดูราวกับนางฟ้าน้อยที่หลงเข้ามาในโลกมนุษย์
“เปลี่ยนเสร็จแล้ว ฉันจะพาเธอออกไป” ถังซั่วยิ้มเล็กน้อย จูงมือเล็ก ๆ เดินออกไป
พออันหน่วนออกไปก็วิ่งปรี่เข้าหาอันหยางทันที เธอยิ้มแย้มแจ่มใสเปล่งประกายงดงามยิ่งขึ้น “พี่ชาย ชุดเ้าหญิงชุดนี้สวยจัง หนูชอบมากเลย ชอบที่สุดเลย”
อันหยางมองน้องสาวด้วยสายตาอ่อนโยน อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปลูบศีรษะเล็ก ๆ ของเธอ
จากนั้นก็หันไปมองถังซั่ว โค้งขอบคุณอย่างเรียบร้อย “ขอบคุณครับลุง”
ถังซั่วยิ่งมองอันหยาง ก็ยิ่งรู้สึกว่าเหมือนจิ่งเป่ยเฉิน เมื่อเห็นเขายังสวมแว่นตาดำอยู่ จึงยกมือจะถอดออก แต่อันหยางหันหน้าหนี
“อยู่ในร่มแล้วยังใส่แว่นกันแดดอีกเหรอ”
อันหยางขมวดคิ้วเล็กน้อย ลังเลใจว่าจะถอดดีไหม สุดท้ายก็ตัดสินใจไม่ถอด แล้วตอบกลับถังซั่วอย่างเป็ผู้ใหญ่ “อยู่ในร่มแล้วจะใส่แว่นกันแดดไม่ได้เหรอครับ”
คำพูดนี้ทำให้ถังซั่วอึ้งไปเลย
“พี่ชาย เราจะไปหาแม่อยู่ไหม” อันหน่วนดึงเสื้ออันหยาง และพูดอย่างอ้อมแอ้ม
ตอนนี้ใกล้เที่ยงแล้ว อันหยางจึงตัดสินใจส่ายหัว “ไม่ไปแล้ว ไว้ครั้งหน้าค่อยไปหาแม่”
ถังซั่วเอนหลังพิงโซฟาหนังแท้อย่างเกียจคร้าน ข้อศอกงอขึ้นพยุงศีรษะ ฟังเด็กทั้งสองคนพูด จึงรู้ว่าพวกเขาออกไปข้างนอกเพื่ออะไร
หาแม่เหรอ คนที่สามารถให้กำเนิดเด็กทั้งสองคนนี้ได้ จะเป็ผู้หญิงแบบไหนกันนะ
ถังซั่วอดสงสัยไม่ได้ แต่เขาจะไม่ยุ่มย่ามไปถาม
……
ที่บริษัทจิ่ง อันโหรวรู้สึกไม่สบายใจตลอดทั้งเช้า เหมือนมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น หนังตาของเธอกระตุกตลอด ทำให้เธอรู้สึกกระวนกระวาย
ฉิวซีจ้องมองไปที่อันโหรว ดวงตาที่ทาอายแชโดว์สีม่วงหรี่ลงเล็กน้อย เธอบิดตัวเดินไปข้างหน้า แล้ววางแผนงานที่เพิ่งทำเสร็จในวันนี้ลงบนโต๊ะทำงานของอันโหรว “แผนงานนี้ใช้ไม่ได้ ทำใหม่”
ฉิวซีเป็หัวหน้าทีมเอ ถึงแม้ความสามารถจะไม่เท่าอันโหรว แต่เธอก็อยู่สูงกว่าหนึ่งระดับ ในเวลาปกติ เธอควบคุมอันโหรวไม่ได้ ตอนทำงานจึงหาเื่อันโหรวไปเรื่อย
แผนงานนี้ถูกขอให้ทำใหม่เป็ครั้งที่สามในเช้าวันนี้แล้ว!
อันโหรวทนไม่ไหวอีกต่อไป อดไม่ได้ที่จะยิ้มเ็า “ถ้าหัวหน้าฉิวไม่พอใจฉัน ทำไมไม่พูดตรง ๆ เลยล่ะ!”
“ฉันพอใจคุณมากเลย” ฉิวซีตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่ไม่จริงใจ “แต่แผนงานของคุณทำได้แย่มาก ถ้าส่งแผนงานแบบนี้ไปให้ประธานบริษัท คงถูกส่งกลับมาก่อนที่จะได้ดูด้วยซ้ำ”
“ใครพูด?” จิ่งเป่ยเฉินเดินออกมาจากลิฟต์ส่วนตัวของประธานบริษัท เสียงของเขาทุ้มต่ำและแหบพร่าเหมือนเชลโล แต่ท่าทางกลับเ็าน่ากลัว
“ปะ...ประธานจิ่ง…” ฉิวซีใจนพูดตะกุกตะกัก
อันโหรวชำเลืองมองเขาเล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไร ก้มหน้าลงทำงานของตัวเอง
จิ่งเป่ยเฉินเห็นอันโหรวทำเป็ไม่สนใจเขาอย่างสิ้นเชิง ในใจก็ลุกโชนด้วยไฟโทสะ สายตาที่มองเธอยิ่งร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
เขาเดินอ้อมผ่านฉิวซี ยื่นมือไปหยิบแผนงานบนโต๊ะของอันโหรวมาพลิกดูสองสามหน้า แล้ววางกลับลงไป ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์
“หัวหน้าทีมเอ ฉิวซี?”
ฉิวซีก้าวขึ้นมาข้างหน้าด้วยใจหวาดหวั่น แล้วโค้งตัวลง “ค่ะ”
จิ่งเป่ยเฉินไม่แม้แต่จะมองเธอสักนิด เขาพูดเสียงเย็น “คุณพูดเองใช่ไหมว่า แผนงานแบบนี้ผมคงไม่แม้แต่จะดู?”
“ฉัน ฉัน…” เหงื่อไหลอาบหน้าผากของฉิวซี เธอพูดอะไรไม่ออก
“เหอะ” จิ่งเป่ยเฉินยิ้มเ็า ในขณะที่ฉิวซีคิดว่าตัวเองตายแน่แล้ว จิ่งเป่ยเฉินกลับพูดเสียงดังขึ้นมาว่า “แผนงานแบบนี้ ไม่เข้าตาผมจริง ๆ”
อันโหรวที่ก้มหน้าทำงานอยู่ เงยหน้าขึ้นมาทันที เขาหมายความว่ายังไง?
ฉิวซีเห็นจิ่งเป่ยเฉินเข้าข้างเธอ ก็รู้สึกดีใจสุด ๆ ท่าทางหยิ่งผยองของเธอทำให้อันโหรวขยะแขยง
“คุณจิ่ง คุณไม่พอใจตรงไหนในแผนงานของฉันเหรอคะ” อันโหรวยันโต๊ะด้วยมือทั้งสองข้าง ลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้
ทุกคนสูดหายใจเฮือก เป็ครั้งแรกที่ฉิวซีเห็นอันโหรวเผชิญหน้ากับจิ่งเป่ยเฉิน ในใจเธอรู้สึกเย็นะเืเป็ระยะ ๆ
จิ่งเป่ยเฉินเอามือล้วงกระเป๋า เปิดแผนงานอย่างไม่ใส่ใจ ชี้ไปที่ตัวเลขตัวหนึ่ง “ถึงแม้นี่จะเป็เคสเข้าซื้อกิจการบริษัทเล็ก ๆ แต่ก็เป็เคสที่บริษัทจิ่งต้องได้มาในราคาต่ำสุด แต่คุณกลับทำเลขผิดแม้แต่จำนวนเงินโดยประมาณ แผนงานแบบนี้จะเอาไปใช้ได้เหรอ”
อันโหรวใจหายวาบ มองตามทิศทางที่เขาชี้ไป เมื่อเห็นจำนวนเงิน ใบหน้าของเธอก็ซีดลง
“ทศนิยมผิดที่ ความสามารถของคุณมีแค่นี้เองเหรอ” จิ่งเป่ยเฉินเห็นใบหน้าซีดเผือดของอันโหรว แล้วยิ่งกดดันหนักขึ้น
“ขอโทษค่ะคุณจิ่ง ฉันจะทำใหม่ค่ะ” อันโหรวขอโทษอย่างจริงใจ
เช้านี้เธอไม่มีสมาธิเลย จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ถึงได้ทำผิดพลาดร้ายแรงแบบนี้
จริง ๆ แล้วฉิวซีไม่ได้ดูแผนงานเลย และไม่คิดว่าอันโหรวจะทำผิดจริง ๆ พอเห็นอันโหรวถูกตำหนิต่อหน้าคนทั้งหมด เธอก็รู้สึกสะใจ
จิ่งเป่ยเฉินไม่คิดว่าเธอจะขอโทษอย่างว่าง่าย ในใจเหมือนมีอะไรมาขวางอยู่
“อันอวี้หาน มาที่ออฟฟิศผม” จิ่งเป่ยเฉินสั่งเสียงเข้ม ก้าวเท้าเดินนำไปก่อน
ตอนนี้เป็เวลาเที่ยงแล้ว อันโหรวคิดถึงลูกทั้งสอง จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก “คุณจิ่ง ฉันโทรหาลูกก่อนได้ไหมคะ”
จิ่งเป่ยเฉินชะงักเท้าเล็กน้อย ครุ่นคิดในใจครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าอนุญาต “ให้เวลาเธอห้านาที”
พอเขาพูดจบ อันโหรวก็เดินอ้อมผ่านเขาออกไป
อันโหรวมีท่าทางร้อนรนอยู่บ้าง ทำให้จิ่งเป่ยเฉินรู้สึกแปลกใจ จึงตามเธอไปด้วย
เธอเดินไปที่ห้องพัก โทรไปที่อพพาร์ตเมนต์ของหลินจือเสี่ยว เสียงโทรศัพท์ดังเป็เวลานาน แต่ไม่มีใครรับสาย
นั่นยิ่งทำให้อันโหรวไม่สบายใจ ความกังวลค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นในใจของเธอ