สองหญิงงามตระกูลลู่บัดนี้ได้ดึงเอาอาภรณ์ขาวบางมาห่มคลุมก่อนจะนั่งลงยังเตียงใหญ่ ลั่วอู่หลินในเวลานี้คล้ายกับจะเป็นนักโทษประหารก็ไม่ปาน ตัวเขายังคุกเข่าก้มหน้าก้มตาลงเหมือนจะรู้สึกผิดเหลือหลาย
"มีอะไรปิดบังพวกข้าอีกเล่ามาให้หมด"เสียงของลูฟางหนิงดังขึ้น ทำให้ลั่วอู่หลินถึงกับเสียวสันหลังวาบ เดิมที่นางเป็นคนที่ใจดีที่สุดแต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เห็นได้ชัดเลยว่านางโกรธเขาจริงๆ
ลั่วอู่หลินเมื่อได้ยินเช่นนั้นค่อยๆสารภาพเรื่องราวต่าง ๆ ยกเว้นเรื่องของไฉ่เยว่เอ๋อร์และดวงจิตอสูรเทวะออกไป เพราะเรื่องนี้มันยากที่จะอธิบายเกินไปและยังเกี่ยวพันกับเรื่องยุ่งยากหลายอย่าง
เมื่อหญิงงามทั้งสองได้ฟังในตอนแรกพวกนางก็อดหงุดหงิดใจไม่ได้ เห็นได้ชัดเลยว่าโดนหลอกมาตั้งแต่ต้นแต่เมื่อลั่วอู่หลินเล่ามาได้สักพักจากความหงุดหงิดก็เปลี่ยนเป็นตกตะลึงแทน
ในเวลานี้แววทั้งสองแววตาคล้ายกับจะมีความหลากหลายอยู่ด้านใน แน่นอนว่าพวกนางย่อมโกรธที่ถูกหลอกแต่ในทางกลับกันลั่วอู่หลินก็ช่วยชีวิตพวกนางเอาไว้ถึงสองครั้งสองครา อีกทั้งนอกจากเรื่องนี้ก็ไม่เคยทำผิดเรื่องใด
"ปรากฏว่าคนที่ช่วยพวกเราเอาไว้จากหมาป่าพวกนั้น คนที่ช่วยพวกเราจากหอคอย จักรพรรดิน้ำแข็ง นายใหญ่แห่งหอการค้าเฮยเสวีย ทั้งหมดล้วนแต่เป็นท่าน"ลั่วอู่หลินที่ได้ยินคำพูดของภรรยาสาวก็พยักหน้ารับแต่โดยดี ไร้ซึ่งคำแก้ตัวใดๆ
"หึ พวกข้าก็อุตส่าไปเก็บสมุนไพรบำรุงมาให้ท่านเสียมากมาย เห็นทีจะไม่ได้ใช้แล้วกระมัง"ลู่ฟางเยว่กอดอกพร้อมกล่าวขึ้น ลั่วอู่หลินเมื่อได้ยินก็พุ่งเข้าไปซบที่ตักนางในทันทีก่อนอย่างเร่งร้อน "ไม่ๆๆๆข้าชอบสมุนไพรของพวกท่านมากให้ดื่มกินทุกวันก็ยังได้"
"หืม กระต่ายน้ำแข็งเช่นท่านช่างน่าตีนัก บอกมานะว่านอกจากพวกเราแล้วตอนนี้มีใครรู้เรื่องนี้อีกบ้าง"ลู่ฟางเยว่หยิกแก้มสามีของนางด้วยความหมั่นใส้
"มีแค่ท่านยายคนเดียว ที่เหลือข้ายังไม่ได้บอก ที่รักพวกท่านอภัยให้ข้าเถอะนะ ข้าไม่ได้ตั้งใจโกหกพวกท่านจริงๆ"ขณะที่โดนหยิกแก้มลั่วอู่หลินก็กล่าวออกมาดวงตาสีทับทิมใสแป๋วแสดงถึงความสำนึกผิดและออดอ้อนในเวลาเดียวกัน
"หืม แล้วจะแน่ใจได้อย่างไรว่าท่านจะไม่โกหกพวกเราอีก"ลู่ฟางหนิงเอ๋ยปากจนทำให้ลั่วอู่หลินต้องหันมอง
"ข้าใช้เกียรติทั้งหมดไม่ว่าจะในฐานะเจ้าชายหรือฐานะจักรพรรดิน้ำแข็งเป็นประกัน หากข้าโกหกพวกท่านอีกจะยอมให้ท่านทุกตีจนตายเลยก็ย่อมได้"ลั่วอู่หลินกล่าว ในเวลานี้เขายอมทุกอย่างแล้วจริงๆเพื่อง้อภรรยาสาว ลู่ฟางหนิงที่ได้ยินคำกล่าวอย่างตั้งมั่นของชายหนุ่มผู้เป็นสามีก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา
"ยอมยกโทษให้ก็ได้ แต่อย่าทำอีกเข้าใจหรือไม่"
"แน่นอนๆข้าไม่กล้าแล้ว ที่รักของข้า"กล่าวจบชายหนุ่มก็ลุกขึ้นพุ่งเข้าไปกอดบุปผางามทั้งสองในทันที ตอนนี้ชายหนุ่มรู้สึกโล่งอย่างบอกไม่ถูกเลยก็ว่าได้
ทั้งลู่ฟางหนิงและลู่ฟางเยว่พากันป้องปากหัวเราะอย่างชอบใจ แท้จริงแล้วพวกนางไม่ได้โกรธเคืองอะไรสามีตัวเองมากมายขนาดนั้น เพราะหากหักลบกับความดีที่เขาทำมันก็ไม่ใช่อะไรที่ความผิดครั้งนี้จะเทียบได้ แต่พวกนางจะให้อภัยง่ายๆได้อย่างไรหากไม่สั่งสอนสามีตัวร้ายคนนี้เสียบ้างไม่แน่วันหลังเขาอาจจะโกหกพวกนางอีกก็เป็นได้
"หืม เห็นได้ชัดเลยว่าท่านเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวมากขนาดไหน ต่อไปข้ากับเยว่เอ๋อคงต้องลำบากไม่น้อยเลยทีเดียวที่ต้องรับมือกับสามีตัวร้ายเช่นท่าน"ลู่ฟางหนิงบีบจมูกชายหนุ่มด้วยความหมั่นใส้
"ใช่! ไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะไปใช้เล่ห์เหลี่ยมกับสาวงามตระกูลใดบ้าง ไม่ได้การ! ท่านพี่พวกเราต้องหาวิธีการรับมือคนชั่วร้ายคนนี้เสียแล้ว"ลู่ฟางเยว่กล่าวส่งเสริมพี่สาว
"โถ่ พวกท่านคิดว่าข้าเป็นคนเช่นไรกันแน่ ก็ไม่ใช่ว่าเห็นว่าเป็นสตรีแล้วข้าจะพุ่งเข้าใส่ทุกคนเสียหน่อย"ชายหนุ่มพองแก้ม ให้ตายเถอะภรรยาของเขาคิดว่าเขาเป็นคนอย่างไรกันเนี้ย ถึงได้คิดจะหาวิธีการรับมือเขาเช่นนี้
"อ๊า ลืมถามไปตอนนี้การบ่มเพาะของพวกท่านไปถึงขั้นในกันแล้ว"ชายหนุ่มกล่าวถาม ทั้งลู่ฟางหนิงและลู่ฟางเยว่หันมามองหน้ากันด้วยความแปลกใจก่อนที่จะกล่าวตอบสามี
"ตอนนี้พวกเราอยู่ระดับ..............."ทั้งสองกำลังจะกล่าว แต่เมื่อตรวจสอบพลังอีกคราดวงตาพวกนางเบิกกว้างและเต็มไปด้วยความสั่นเคลืออย่างช่วยไม่ได้ ตั้งแต่กลับมาจากมิติลึกลับนั่นและได้ของรางวัลจากหอคอยลู่ฟางหนิงยกระดับขึ้นมาเป็นจอมพลขั้นที่สาม ส่วนลู่ฟางเยว่ผู้เป็นน้องสาวนั้นอยู่ในระดับจอมพลขั้นที่หนึ่งซึ่งก็ถือว่าเป็นอันดับหนึ่งและสองในบรรดาอัจฉิยะแห่งดินแดนสายลมเลยก็ว่าได้
แต่ทว่าตอนนี้ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปลู่ฟางหนิงยกระดับกลายเป็นจอมพลขั้นที่หกส่วนลู่ฟางเยว่เองก็กลายเป็นจอมพลขั้นที่สามโดยที่ไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย แล้วพวกนางจะไ่ม่ตกตะลึงได้อย่างไร
"เป็นไปได้อย่างไร??"สองพี่น้องลู่ถึงกับทำหน้างุนงง เมื่อครู่มัวแต่สนใจลั่วอู่หลินจนลืมการเปลี่ยนแปลงของตัวเองไปเสียสนิท สามีหนุ่มเมื่อเห็นว่าพวกนางรู้ตัวแล้วก็ยกยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
"ผสานหยิน นั่นคือหนึ่งในความสามารถของข้า เมื่อหญิงสาวนางใดได้ร่วมรักกับข้ามันก็จะยกระดับพลังของหญิงสาวนางนั้น"ลั่วอู่หลินกล่าวอธิบายเพื่อไขความกระจ่างให้กับสองพี่น้องบุปผางามแห่งตระกูลลู่
เมื่อได้ยินสามีของตนเองกล่าวเช่นนั้นพวกนางต่างจับจ้องมาที่ลั่วอู่หลินด้วยดวงตาเป็นประกายวาบไหว ที่แท้เป็นเพราะสามีตัวร้ายของพวกนางนี่เองถึงได้เพิ่มขั้นพลังได้ถึงเพียงนี้ แต่นี่มันไม่เย้ยสวรรค์เกินไปหน่อยหรือ นอกจากจะบ่มเพาะพลังได้รวดเร็วซ้ำยังมีพลังในการช่วยเหลือคนรักให้ยกระดับได้พร้อมกันอีก มันจะน่าอัศจรรย์เกินไปแล้ว
"เหตุใดพวกท่านถึงมองข้าเช่นนั้น"เมื่อเห็นสายตาประหลาดของเหล่าภรรยา ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะกล่าวถาม ทั้งลู่ฟางหนิงและลู่ฟางเยว่บัดนี้พวกนางคล้ายจะมองมายังสามีตัวเองด้วยแววตาหวานหยาดเยิ้มเกินพรรณนา
"เรื่องที่ท่านกล่าวอ้างนั้นยังไม่อาจเชื่อถือได้ ดังนั้นจึงต้องพิสูจน์อีกสักครา"พวกนางค่อยๆปลดอาภรณ์ขาวบางของตนเองออกในทันที ทำให้ลั่วอู่หลินถึงยกยิ้มในใจ
"ที่รัก ท่านไม่ต้องรีบร้อนปานนั้นข้ามีว่าเวลาให้พวกท่านพิสูจน์ได้ทั้งชีวิต"สิ้นเสียงของลั่วอู่หลิน ชายหนุ่มเข้าจู่โจมภรรยาของตนในทันใด ศึกรักได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง อีกทั้งมันยังเร้าร้อนมากกว่าเดินเป็นร้อยเท่าพันทวี สองสตรีงามผู้เป็นดังบุปผาแห่งตระกูลลู่และมังกรหนุ่มผู้หล่อเหลาและมีพรสวรรค์บัดนี้ได้มัวเมาอยู่ในกามอารมณ์ที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายอันหอมหวาน
แน่นอนสตรีทั้งสองนางไม่ใช่แค่อยากจะพิสูจน์ความสามารถของผู้เป็นสามีเท่านั้น เหตุผลใหญ่อีกหนึ่งประการก็คือพวกนางเสพติดรสชาติในการร่วมรักของสามีตนเองไปเสียแล้ว
เหตุการณ์เช่นนี้วนลูบไปทุกวี่วัน ในช่วงเวลาแห่งการเข้าร่วมหอเจ็ดวันตามประเพณี ทั้งลั่วอู่หลินและภรรยาทั้งสองของเขาสำลักความสุขจนมากล้นโดยที่ไม่มีใครกล้ารบกวน
จนเวลาผ่านไปถึงวันที่เจ็ดชายหนุ่มตอนนี้กำลังนั่งดื่มชาอยู่บริเวณริมสระน้ำซึ่งเป็นที่ประจำของเขาโดยมีภรรยาทั้งสองนั่งอยู่ข้างๆ หากสังเกตุให้ดีจะพบว่าพวกนางต่างมีใบหน้าที่อิ่มเอมและเปี่ยมสุขผิดกับก่อนแต่งงานอย่างเห็นได้ชัด
ในขณะที่กำลังจิบชาชื่นชมแสงแรกของดวงตะวัน ชายหนุ่มนั้นก็คิดขึ้นมาได้ว่าตลอดหลายวันมานี้เขายังไม่เคยพาภรรยาไปยังขุมกำลังเลย ดังนั้นจึงมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา ชายหนุ่มหันไปหาภรรยาช้าๆก่อนจะเอ่ยปากถาม
"วันนี้ก็เข้าวันที่เจ็ดแล้ว พวกเราสามารถออกจากหอได้ ไม่รู้ว่าภรรยาทั้งสองสนใจออกไปข้างนอกกับข้าหรือไม่?"
"หืม สามีท่านจะพาพวกข้าไปไหน ไม่ใช่ว่าวันนี้จะต้องเข้าเฝ้าท่านยายหรอกหรือ?"ลู่ฟางหนิงกล่าวถาม
"พวกท่านเป็นถึงนายหญิงแห่งหอการค้าเฮยเสวีย แน่นอนว่าข้าย่อมอยากพาพวกท่านไปดูที่ขุมกำลัง หรือว่าจะไม่ไป"
"ไปสิ ข้าเองก็อยากจะรู้ว่าพวกเขาฝึกฝนกันแบบไหนถึงได้แข็งแกร่งเช่นนั้น"ลู่ฟางเยว่ดวงตาเป็นประกาย เห็นได้ชัดเลยว่านางค่อนข้างสนใจการฝึกฝนของขุมกำลังมาก การที่ทำให้คนอายุเท่าๆกับนางสามารถบ่มเพาะพลังได้ถึงขนาดนั้นเห็นได้ชัดเลยว่าไม่ธรรมดา
"อืม ข้าเองก็อยากจะเห็นเช่นกัน"ลู่ฟางหนิงกล่าว แม้ตอนนี้นางจะมีตบะเหนือล้ำกว่าพวกเขาแล้วแต่ก็ค่อนข้างสนใจเรื่องนี้พอสมควร ลั่วอู่หลินเมื่อเห็นว่าหญิงสาวทั้งสองสนใจเขาก็รีบหยิบชุดของขุมกำลังออกจากแหวนมิติมาให้พวกนางในทันที ก่อนที่จะหลอมสร้างหน้ากากยักษาน้ำแข็งที่มีสามเขาให้พวกนางด้วยเช่นกัน เพราะนี่คือสัญลักษณ์บงบอกว่าพวกนางนั้นมีสถานะพิเศษในขุมกำลังเป็นรองเพียงเขา