ผู้กลืนกินเทพเจ้า : ยอดนักล่าแห่งยุควันสิ้นโลก

    ตอนที่ 17 ที่แท้ก็หาผิดที่

      อาจารย์จูรู้สึกสงสารเ๱ื่๵๹ราวของฉินซือหยาง จึงมอบงานที่มีค่าตอบแทนน้อยนิดนี้ให้เขา โดยหวังว่าจะช่วยปรับปรุงชีวิตของเขาได้บ้าง

     

      อาจารย์จูคือหนึ่งในแสงสว่างไม่กี่อย่างในชีวิตวัยเรียนอันโดดเดี่ยวของเขา

     

      “ได้สิ ตราบใดที่เธอยังอยากทำงานนี้ งานจัดหนังสือในห้องสมุดนี้ อาจารย์จะเก็บไว้ให้เธอตลอดไป”

     

      “ขอบคุณครับอาจารย์!”

     

      “เธอไปจัดการเลย พอตอนกลางวันกินข้าวเสร็จแล้วค่อยมาจัดหน่อยก็พอ”

     

      ฉินซือหยางมองไปรอบ ๆ ห้องสมุด มีนักเรียนแค่คนสองคน และก็ไม่มีอะไรต้องจัดมากนัก เขาจึงพยักหน้าและตัดสินใจที่จะออกไป

     

      “ได้ครับอาจารย์ แล้วเจอกันตอนกลางวันครับ”

     

      “ตั้งใจเรียนนะ อย่าละเลยล่ะ บางทีเธออาจจะสอบติดวิทยาลัยก็ได้นะ”

     

      “ครับ ผมจะพยายามครับ”

     

      หลังจากกล่าวลาอาจารย์จูแล้ว ฉินซือหยางก็กลับมาที่ห้องเรียน โดยตั้งใจที่จะใช้เวลาทั้งวันในห้องเรียนไปกับการเหม่อลอย

     

      แต่เมื่อเขาได้ยินเนื้อหาที่อาจารย์พูด เขาก็รู้ตัวว่าคาบเรียนนี้แตกต่างจากปกติ

     

      บทเรียนในวันนี้มีความแปลกใหม่เล็กน้อย

     

      มันไม่ได้สอนความรู้ที่ล้าสมัยอีกต่อไป

     

      แต่มันเป็๲เ๱ื่๵๹ที่เกี่ยวข้องกับการกรอกใบสมัครเข้ามหาวิทยาลัย

     

      ฉินซือหยางอยู่ชั้นมัธยมปลายปีที่สามแล้ว และเหลือเวลาอีกแค่ครึ่งปีก็จะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ดังนั้นครูอาจารย์จึงใช้เวลาหนึ่งวันเต็ม ๆ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเ๱ื่๵๹การกรอกใบสมัคร

     

      แต่ในห้องของฉินซือหยาง ไม่มีใครที่มีความหวังที่จะได้เข้ามหาวิทยาลัยเลย ดังนั้นในความคิดของเขา บทเรียนแบบนี้ก็ไม่มีความหมายและเป็๲การเสียเวลาโดยสิ้นเชิง

     

      “นักเรียนทุกคน อีกครึ่งปีพวกเธอก็จะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว จากนั้นก็จะเป็๲การกรอกใบสมัครเพื่อเลือกวิทยาลัยที่รัฐบาลสหภาพก่อตั้งขึ้นมา

     

      รัฐบาลสหภาพไม่ได้จัดตั้งวิทยาลัยจำนวนมากในเขตปลอดภัยของเรา มีเพียงแค่แปดแห่งเท่านั้น การแข่งขันในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยนั้นดุเดือดมาก มันเหมือนกับการเดินข้ามสะพานไม้แคบ ๆ

     

      แม้ว่าพวกเธอส่วนใหญ่จะสอบไม่ติดวิทยาลัยทั้งแปดแห่งนี้ และจะต้องเริ่มต้นชีวิตในส่วนต่าง ๆ ของเขตปลอดภัยหลังจากจบมัธยมปลาย แต่อาจารย์ก็คิดว่าจำเป็๲ต้องใช้โอกาสนี้เพื่อบอกพวกเธอเกี่ยวกับวิทยาลัยเหล่านี้

     

      อย่างแรกเลย วิทยาลัยทั้งแปดแห่งนี้สำหรับคนธรรมดาอย่างพวกเราเท่านั้น ผู้มีพลังลำดับไม่สามารถสมัครเข้าเรียนได้”

     

      เมื่อได้ยินดังนั้น ฉินซือหยางก็รู้สึกสับสนเล็กน้อย

     

      เขาไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับการสอบเข้าเท่าไร

     

      และเขาเพิ่งจะรู้ว่าวิทยาลัยเหล่านี้เปิดรับแค่คนธรรมดาเท่านั้น

     

      แล้วผู้มีพลังลำดับจะไม่ได้เรียนต่อหลังจบมัธยมปลายเหรอ?

     

      แล้วเขาจะต้องทำยังไง?

     

      เขาจะต้องถามคำถามนี้ให้กระจ่าง

     

      ดังนั้นเขาจึงยกมือขึ้นทันที

     

      “ฉินซือหยาง เธอมีคำถามอะไรเหรอ?”

     

      “อาจารย์ครับ แล้วผู้มีพลังลำดับจะต้องไปล่าเทพเ๽้าหลังจากจบมัธยมปลายเท่านั้นเหรอครับ?”

     

      อาจารย์จ้องมองฉินซือหยางด้วยสายตาที่ไม่พอใจ

     

      “อาจารย์กำลังพูดเ๱ื่๵๹การกรอกใบสมัครเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งเกี่ยวข้องกับพวกเธอโดยตรง แล้วทำไมถึงถามเ๱ื่๵๹ผู้มีพลังลำดับที่ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเธอเลยล่ะ? นั่งลง!”

     

      ฉินซือหยางกำลังถามถึงเ๱ื่๵๹ที่เกี่ยวข้องกับตัวเขาโดยตรง เขาจะยอมแพ้ได้ง่าย ๆ ได้ยังไง?

     

      เขาไม่สนใจอาจารย์คนนั้นและถามต่อ “แล้วถ้าพวกเราคนไหนบังเอิญปลุกพลังลำดับก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัยล่ะครับ? ไม่แน่ว่าพวกเราบางคนอาจจะโชคดีก็ได้นะครับ!”

     

      “บังเอิญ? ไม่มีเ๱ื่๵๹บังเอิญแบบนั้นหรอก!”

     

      โรงเรียนแห่งนี้ยังไม่เคยมีนักเรียนคนไหนปลุกพลังลำดับได้เลย อาจารย์รู้สึกว่าการอธิบายเ๱ื่๵๹ของผู้มีพลังลำดับนั้นเป็๲การเสียเวลามากกว่าการอธิบายเ๱ื่๵๹การกรอกใบสมัครเสียอีก

     

      นักเรียนที่ได้ที่หนึ่งในชั้นเรียนอาจจะมีความหวังที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ แต่เ๱ื่๵๹ของผู้มีพลังลำดับนั้น ไม่มีใครในห้องนี้มีความหวังที่จะไปถึงได้เลย

     

      เพราะบางเ๱ื่๵๹มันถูกกำหนดมาแล้ว ห้าปีแล้วที่นักเรียนนับพันคนและผู้ปกครองของพวกเขาในโรงเรียนนี้ยังไม่มีใครปลุกพลังลำดับเลย แล้วจะมีเ๱ื่๵๹ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในห้องเรียนของเขาได้ยังไง?!

     

      แต่ประสบการณ์ของอาจารย์ไม่ได้เป็๲ตัวแทนความคิดของนักเรียนได้

     

      สำหรับนักเรียนแล้ว พวกเขายังมีความฝันเกี่ยวกับอนาคตอยู่ และนักเรียนยังไม่เคยเผชิญหน้ากับความโหดร้ายของสังคม พวกเขาจึงมักจะมีความทะนงตนมาก

     

      คำพูดของฉินซือหยางจึงทำให้นักเรียนคนอื่น ๆ มีความคิดที่คล้อยตาม

     

      ถ้าที่ผ่านมาไม่มีใครปลุกพลังลำดับ ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่มีโอกาสได้เป็๲ผู้โชคดีคนนั้นนี่นา!

     

      ดังนั้น พวกเขาจึงเห็นด้วยกับฉินซือหยาง “อาจารย์ครับ บอกพวกเราหน่อยเถอะครับ!”

     

      “ใช่แล้วอาจารย์ครับ บางทีพวกเราอาจจะปลุกพลังลำดับได้จริง ๆ ก็ได้นะครับ!”

     

      “ใช่แล้ว ๆ อาของโจวหยางก็เพิ่งปลุกพลังลำดับอย่างกะทันหันเหมือนกัน!”

     

      “พวกเธอจะไปเทียบกับหัวหน้าโจวได้ยังไง?!” อาจารย์รู้สึกหงุดหงิดมากที่นักเรียนของเขามีความคิดเพ้อเจ้อ

     

      อาของโจวหยางเป็๲หัวหน้าฝ่ายการศึกษาในพื้นที่ใกล้เคียง เขาไม่ใช่คนธรรมดา และการที่เขาปลุกพลังลำดับก็เป็๲เ๱ื่๵๹ที่สมเหตุสมผลอยู่แล้ว

     

      อัตราส่วนของเ๽้าหน้าที่รัฐบาลสหภาพที่ปลุกพลังลำดับนั้นค่อนข้างสูงอยู่แล้ว

     

      แต่นักเรียนก็ยังคงไม่ยอมแพ้ และยืนกรานที่จะให้อาจารย์บอกว่าผู้มีพลังลำดับจะไปที่ไหนหลังสอบเข้ามหาวิทยาลัย

     

      เมื่อเห็นว่านักเรียนเริ่มตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อย ๆ และเขาไม่สามารถสอนต่อไปได้ อาจารย์จึงยอมอ่อนข้อให้

     

      เขาพูดอย่างช่วยไม่ได้ “นอกจากรัฐบาลสหภาพจะจัดตั้งวิทยาลัยแปดแห่งสำหรับคนธรรมดาแล้ว ยังได้จัดตั้งมหาวิทยาลัยกว่าร้อยแห่งสำหรับผู้มีพลังลำดับ มหาวิทยาลัยเหล่านี้มีไว้สำหรับนักเรียนที่ปลุกพลังลำดับก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัยเท่านั้น และพวกเขามีโอกาสเพียงครั้งเดียว”

     

      ทันทีที่เขาพูดจบ ห้องเรียนก็กลับมาวุ่นวายอีกครั้ง

     

      “กว่าร้อยแห่ง?! ผมไม่ได้ฟังผิดใช่ไหมครับ?!”

     

      “มหาวิทยาลัยของผู้มีพลังลำดับมีกว่าร้อยแห่ง แต่คนธรรมดาอย่างพวกเรามีแค่แปดแห่งเองเหรอ?!”

     

      “นี่มันไม่ยุติธรรมเลย!”

     

      “เงียบ! เงียบเดี๋ยวนี้! ถ้าไม่เงียบ จะไม่พูดต่อแล้วนะ!”

     

      อาจารย์จัดการระเบียบในห้องเรียนอย่างเข้มงวด และมองฉินซือหยางที่เป็๲ต้นเหตุของเ๱ื่๵๹นี้ด้วยสายตาที่ไม่พอใจ

     

      แต่ฉินซือหยางไม่ได้สนใจคำเตือนของอาจารย์เลย เขาฟังอย่างตื่นเต้น

     

      นี่เป็๲ครั้งแรกที่เขารู้เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยของผู้มีพลังลำดับ

     

      เขาคิดว่าการไปล่าเทพเ๽้าในพื้นที่นอกเขตปลอดภัยคือจุดหมายปลายทางเดียวของผู้มีพลังลำดับที่ปลุกพลัง แต่เขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าจะสามารถเรียนต่อได้!

     

      เป็๲อย่างที่คิด โลกนี้มีระบบการศึกษาสำหรับผู้มีพลังลำดับอยู่แล้ว!

     

      แต่ทำไมเขาไม่เคยเห็นโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนต่อของผู้มีพลังลำดับในฟอรั่มค่ายสังหารเทพเลย?

     

      ทำไมกันนะ?

     

      ฉินซือหยางเก็บความสงสัยในใจไว้ชั่วคราวและตั้งใจฟังสิ่งที่อาจารย์พูดต่อไป

     

      “ผู้มีพลังลำดับก็จะต้องเข้ารับการทดสอบที่คล้ายคลึงกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งจัดโดยสำนักงานผู้มีพลังลำดับ มันเป็๲การทดสอบลำดับและทักษะของพวกเขาเพื่อที่จะได้คะแนนออกมา

     

      เมื่อได้รับคะแนนแล้ว พวกเขาก็สามารถสมัครเข้ามหาวิทยาลัยที่พวกเขา๻้๵๹๠า๱ได้ และถ้ามหาวิทยาลัยไหนรับพวกเขาเข้าเรียน พวกเขาก็สามารถไปเรียนต่อที่นั่นได้เลย

     

      เอาล่ะ อาจารย์พูดไปมากกว่านี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ถ้าพวกเธอคนไหนสงสัย ก็สามารถไปดูในฟอรั่ม ‘การศึกษาพลังลำดับ’ ได้นะ มีโพสต์ที่เกี่ยวข้องอยู่”

     

      เมื่อได้ยินดังนั้น ฉินซือหยางก็เข้าใจในที่สุด

     

      ปรากฎว่าเขาหาฟอรั่มผิดนี่เอง

     

      ไม่น่าล่ะถึงได้มีแต่เ๱ื่๵๹เกี่ยวกับการล่าเทพเ๽้า

     

      ถ้ามีโอกาส เขาต้องไปดูฟอรั่มนี้ให้ได้

     

      ฟอรั่ม 'การศึกษาพลังลำดับ' งั้นเหรอ? ครั้งหน้าตอนที่ไปร้านอินเทอร์เน็ตจะลองเข้าไปดู

     

      โอ้ ไม่สิ ต่อไปเขาไปร้านอินเทอร์เน็ตไม่ได้แล้วนี่นา

     

      ฉับพลันใบหน้าที่น่ารังเกียจของหลิวต้าจื้อก็ปรากฏขึ้นในสมองของเขาอีกครั้ง

     

      ฉินซือหยางคิดถึงหลิวต้าจื้อมาก

     

      มากจนเขาคิดวิธีตายให้กับหลิวต้าจื้อนับไม่ถ้วน

     

      และเขาก็อดใจที่จะลงมือไม่ไหวแล้ว