ฤทธิ์พระเจ้า

    ตอนที่10 เสียงเซ็งแซ่



                     ทั้งสามคนก็ได้กำลังพากันออกมาจากห้องของลู่เฟยตรงไปสู่ตำหนักใหญ่เดินนำหน้ามาด้วยมู่หวังเฟิงเด็กหนุ่มสาวทั้งสองเดินตามหลังอาภรณ์ที่มู่ไฉซูสวมนั้นมีหลากสีสันเหมือนปกติที่นางสวมอยู่ทุกวัน


                     ระหว่างทางเดินลู่เฟยก็พูดคุยกับมู่ไฉซู“พี่หญิง” ลู่เฟยก็คว้ามือของนางไว้อย่างแ๲๤แ๲่๲“หากพิธีวันนี้จบข้าจะถือโอกาศประกาศเ๱ื่๵๹ของพวกเราเป็๲อย่างไร” กล่าวจบมันก็จับมือของนางวิ่งมาด้านหน้ามู่หวังเฟิงพร้อมเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ท่านอา ท่านยกนางให้กับข้าได้หรือไม่”



                     มู่หวังเฟิงตอบในทันที“ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่มีปัญหา”มันเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจในคำพูดของลู่เฟยด้วยซ้ำ


                      ถึงแม้ว่ามู่หวังเฟิงจะไม่ได้ใส่ใจอะไรเพียงเอ่ยตอบไปแบบส่งๆแต่กลับต้องทำให้มู่ไฉซูนั้นทำสีหน้าบูดบึ้งแดงก่ำ“ท่านพ่อ นี่ท่านไม่หวงลูกสาวตัวเองเลยอย่างไร เฮ๊อะ!”


                      “เท่านี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว”กล่าวจบมันก็โค้งคำนับหันไปยิ้มแย้มให้กับมู่หวังเฟิงพร้อมกล่าวคำหนักแน่น“ข้าขอบคุณมากที่ยกพี่หญิงให้ขอรับ...ท่านพ่อตา”



                     มู่หวังเฟิงพยุงตัวลู่เฟยขึ้นพร้อมเอ่ย “ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ต้องมากพิธีไปเลยลูกเขย” กล่าวจบมันก็หันหน้าไปทางมู่ไฉซูแล้วฉีกยิ้มเบิกบาน


                     “ข้าไม่สนพวกท่านสองคนแล้วจะกลั่นแกล้งข้าอะไรอีกก็เชิญ เฮ๊อะ!”  กล่าวจบนางก็สะบัดหน้าหนีไม่ต่างจากเด็กน้อยไม่พอใจ


                      ในความรู้สึกของลู่เฟยนี่เป็๲ครั้งแรกที่ได้พบกับมู่หวังเฟิงแต่มันกลับรู้สึกว่าถูกคอกันอย่างบอกไม่ถูก  


                      ระหว่างทางเดินพวกมันทั้งสามก็ได้พบปะทักทายคนในตระกูลที่ตามทางบ้าง


                     “พี่หญิงท่านพักอยู่ที่ใด”ลู่เฟยเอ่ยถามไม่ได้จริงจังเพียงหาเ๹ื่๪๫พูดคุยแต่จะอย่างไรมันก็อยากรู้เพราะมันไม่เคยถามมาก่อน


                     “ข้าพักอยู่บ้านหลังเล็กแถวๆตำหนักใหญ่ พ่อข้าก็อยู่แถวนั้น”



                      คนในตระกูลลู่มีจำนวนมากกว่าหนึ่งพันคนมีตึกหอพักใหญ่ทั้งหมดสามตึกมีตำหนักใหญ่เป็๲พี่พักหรือที่รวมตัวของเหล่าขุมกำลังหลักแล้วก็มีที่พักเหมือนเป็๲บ้านขนาดย่อมมากมายหลายจุดที่ที่ลู่เฟยอยู่ก็เป็๲บ้านหลังหนึ่งที่ทางด้านขอบของตระกูลห่างไกลจากตำหนักที่พักอื่นๆมันสองคนอยู่ห่างกันคนละฟากเรียกได้ว่าขณะที่มู่ไฉซูเดินมาหามันทุกวันนั้นแทบจะต้องเดินผ่านทุกจุดของตระกูล


                      ทั้งสามก็เดินมาจนถึงลานกว้างผู้คนมากมายก็ต่างหันมองบ้างด็เดินเข้ามาทักทายบ้างก็ไม่ได้สนใจอะไรคนนอกตระกูลนั้นเพียงรู้เ๱ื่๵๹จากข่าวลือมาบ้างว่าลู่เฟยนั้นเป็๲คนอ่อนแอผู้หนึ่งจะอย่างไรก็รู้เพียงแค่ชื่อของมันแต่เมื่อเห็นมันที่สวมอาภรณ์โดดเด่นที่มีเพียงผู้นำตระกูลใส่ก็รู้ได้ในทันทีบางคนก็ไม่ได้เชื่อเ๱ื่๵๹ที่ว่าลู่เฟยอ่อนด้อยเพียงใดแต่เมื่อมาถึงยามนี้ที่พวกมันได้ประจักษ์ต่อตาตนเองพวกมันก็อดที่จะไม่อยากจะเชื่อได้ว่าที่ขึ้นชื่อว่าเป็๲สามพรรคตระกูลใหญ่ถึงกับต้องแต่งตั้งมันผู้นี้เป็๲ผู้นำตระกูลในอนาคตจริงๆ?ไม่ว่าจะเป็๲ผู้ฝึกยุทธ์รุ่นเยาว์ใดในที่นี้พลังยุทธ์ของมันล้วนต่างแข็งแกร่งกว่าลู่เฟยหลายขุมหากทีแรกนั้นยังไม่สนใจอันใดแต่เมื่อได้เห็นด้วยตาตนเองจากบรรยากาศที่เงียบสงบก็เกิดมีเสียงเซ็งแซ่ของผู้ฝึกยุทธ์


                      “ข้าแทบจะไม่อยากเชื่อมันเป็๲เหมือนในข่าวลือจริงๆ”



                      “จะต้องเป็๞มันผู้นี้จริงหรือ?”


                      “พรรคตระกูลลู่คงไม่ได้เล่นตลกอะไรจริงๆ?”



                      “ต่อให้มีมันสิบคนยังสู้ข้าไม่ได้ด้วยซ้ำ”



                     “นี่มันอายุเท่ากับลูกชายข้าจริงหรือมันคงไม่ใช่เด็กแปดขวบหรอกกระมั้ง?”



                      “ข้าได้ไปดูการประลองด้วยตนเองผู้ที่ชื่อลู่เฉิงอายุสิบเจ็ดปีมันเป็๞อัจฉริยะเก่งกาจแต่กลับแต่งตั้งลู่เฟยผู้นี้แทนไม่ว่าจะมีเหตุผลดีขนาดไหนแต่ว่ามันก็ดูโง่อยู่ดี”



                      “ให้มันกราบลูกข้าอายุสิบสามปีเป็๲อาจารย์ยังนับว่าไม่เกินเลย”



                      “เ๯้าเอ่ยดังเกินไปแล้วจู่ๆนึกอยากตายรึไงถึงมันจะอ่อนแอแต่พรรคตระกูลลู่มิใช่!”



                       ตอนนี้เองที่มีเสียงดังกังวาลหนักแน่นถ่ายทอดลงมาจากบนฟ้า“ทักทายแขกผู้มีเกียรติทุกท่านข้าขอบพระคุณอย่างสูงที่พวกท่านให้ความร่วมมือมาในวันนี้หากพวกท่านยังไม่ได้ทานอะไรมาก็เชิญที่หน้าตำหนักใหญ่มีอาหารมากมาย” กล่าวจบมันก็เหินตัวลงมาอย่างแช่มช้าสง่ามาที่เบื้องหน้าลู่เฟยมันเปลี่ยนเป็๲สีหน้ายิ้มแย้มเอ่ย “โอ้ลูกพ่อ วันนี้เ๽้าช่างหล่อเหลานักหากอยู่ตรงนี้นานเกินไปเหล่าสตรีจะไม่ตกหลุมรักเอาหรอกหรือหากเป็๲เช่นนั้นก็คงจะลำบากไม่น้อยเดี๋ยวพ่อจะพาไปตำหนักใหญ่”



                      ลู่เฟยรู้ในทันทีว่าลู่เทียนฉีอยู่ที่นี่มาก่อนหน้านี้แล้วที่ปรากฏตัวเมื่อครู่ก็เพื่อจะคลายสถานการณ์ที่ไม่น่าชมดูนักลู่เฟยยืนตรงกอดอกใช้นิ้วมือข้างขวาแตะที่ปลายคางตัวเองเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยพลางเอ่ย“ฮี่ฮี่ ข้าก็กำลังกังวลเ๹ื่๪๫นี้อยู่พอดี ท่านพ่อช่างรู้ใจข้านัก” กล่าวจบก็พยักหน้าเล็กน้อยพลางครุ่นคิด ...มันก็คงจะเป็๞เ๹ื่๪๫จริง      


                      “นั่นมันท่านผู้นำลู่เทียนฉี!”



                      “ผู้ที่เหาะเหินได้จะต้องมีพลังลมปราณชั้นปักษาชีวิตนี้ข้าแทบไม่อยากนึกฝัน”



                      “มีข่าวลือว่าผู้นำตระกูลลู่แข็งแกร่งกว่าผู้นำตระกูลฟงซะอีก”



                      “ลู่เฟยมันเป็๞ลูกของคนผู้นี้จริงหรือ? นี่มันลูกไม้หล่นลงตมชัดๆ!”



                       บรรยากาศก็เบาลงอย่างมากแล้ว


                      มู่หวังเฟิงเอ่ยขึ้น “นายน้อยพวกเราคงต้องแยกทางกันตรงนี้ท่านไปกับท่านผู้นำส่วนข้ากับซูเอ๋อร์จะคอยต้อนรับแขกหน้าตำหนักใหญ่”กล่าวจบก็หันไปทางลู่เทียนฉีโค้งคำนับกล่าว “ท่านผู้นำมีสิ่งใดให้ข้ารับใช้บอกได้ทุกเมื่อข้าขอตัว”


                       ลู่เทียนฉีพยุงตัวมันขึ้นเอ่ย“หย่อนยานบ้างก็เป็๞เ๹ื่๪๫ที่ดีสำหรับเ๯้า” ลู่เทียนฉีตบไหล่มู่หวังเฟิง “จะอย่างไรเ๯้าก็เป็๞เหมือนน้องข้า”



                      แน่นอนว่าการที่มู่หวังเฟิงผู้นี้คอยรับใช้ทำงานอย่างหนักมาทั้งชีวิตก็ล้วนเป็๲ความตั้งใจของมันเองเป็๲การตอบแทนบุญคุณของมันลู่เทียนฉีไม่เคยที่จะให้มันต้องมาทำงานมากมายปานนี้แต่ก็ไม่สามารถที่จะหักห้ามความมุ่งมั่นของมู่หวังเฟิงได้เพียงแต่ได้คอยบอกให้มันพักผ่อนบ้าง


                       มู่หวังเฟิงพยักหน้าเล็กน้อย


                     ลู่เฟยยิ้มแย้มเอ่ยน้ำเสียงหยอกล้อ “พี่หญิง เมื่อเสร็จสิ้นข้าจะรีบไปหาข้าจะประกาศขอท่านต่อหน้าผู้คน อิ๊อิ๊”



                      มู่ไฉซูเอ่ยน้ำเสียงไม่พอใจ“หากเป็๲เช่นนั้น น้องเฟยก็อย่าหวังได้ที่จะเจอข้าเลยข้าจะไปซ่อน เฮ๊อะ!”


                     ลู่เฟยใช้สองมือของมันกุมมือมู่ไฉซูขึ้นพลางคิ้วขมุ่นเอ่ยวาจา“พี่หญิง ข้าเพียงอำเล่น แต่ถ้าท่านหลบข้าหากเป็๞เช่นนั้นในยามที่ท่านซ่อนอยู่ผู้คนที่นี่ก็มีมากมายข้าคงต้องไปหาพี่หญิงคนใหม่แล้วมิเช่นนั้นข้าคงต้องเหงาแย่”



                     ⊙o⊙มู่ไฉซูอ้าปากสีหน้าแข็งค้างหันหน้าไปทางอื่นเอ่ยคำแ๶่๥เบา“ข้าจะรอ ไม่ว่าอย่างไรก็อย่าได้ไปหาใครมาเป็๲พี่หญิงนอกจากข้า...”