หยูลู่รู้สึกว่าหัวใจของเธอยุ่งเหยิง ตั้งแต่ที่เธอเป็นผู้ใหญ่ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอพบกับผู้ชายที่พูดจาทะลึ่งกับเธอ เหลียวตงไคมักจะทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ พูดจานุ่มนวล และสุภาพ สำหรับคนอื่นๆ ในคฤหาสน์ เพราะว่าการเอาใจใส่เธอของเหลียวตงไค ทุกคนจึงทำตัวเชื่อฟังต่อหน้าเธอ
แต่ตอนนี้ เธอถูกท่าทางที่ดูอุกอาจนั่น ทำให้หัวใจของเธอว้าวุ่น
แม้ว่าคำพูดบางคำของฉินเฉาจะเกินเลยไปบ้าง แต่เธอไม่รู้สึกโกรธ กลับรู้สึกพอใจ เหมือนเธอชอบการล้อนี้มากๆ
‘โอ้ พระเจ้า!’ หยูลู่ที่กำลังทำซุปอยู่ในครัวทันใดนั้นก็หน้าแดง คิดว่า ‘หรือว่าฉันเป็นผู้หญิงลามกจริงๆ?’
“คุณหยูลู่ครับ อาหารค่ำเสร็จแล้วครับ” ในตอนนี้เอง ชายกลางคนในชุดพ่อครัวสีขาว พูดกับหยูลู่อย่างเคารพ
“โอเค รู้แล้วค่ะ”
หยูลู่พูดกับเชฟว่า “ฉันจะไปเรียกคุณหนู ช่วยเอาซุปไปที่ห้องกินข้าวด้วยนะคะ”
“คุณหยูลู่เกรงใจไปแล้ว” เชฟหัวเราะและพูดว่า “คุณไม่ต้องสุภาพกับผมก็ได้ครับ”
“ฉันจะทำอย่างนั้นได้ยังไงกันคะ มันดูหยาบคาย” หยูลู่พยักหน้าให้เชฟ “ถ้างั้น ลุงหลิวช่วยหน่อยนะคะ”
พร้อมกันนั้น หยูลู่ก็ถอดผ้ากันเปื้อนออก และเดินออกจากห้องครัวส่วนตัวของเธอ
เธอเดินขึ้นบันไดไปเรียกเหลียวชาชา และเดินลงมาห้องอาหารที่กว้างขวางนี้พร้อมกันกับเธอ
พนักงานเสิร์ฟสองคนในชุดสีดำ เอาจานเข้ามาเพิ่มบนโต๊ะ
หัวหน้าเชฟเตรียมอาหารเอาไว้สิบประเภท มีตั้งแต่ อาหารฝรั่งเศส อาหารเสฉวน อาหารกวางตุ้ง....และอีกหลายแบบ เพื่อให้เหลียวชาชาได้เลือกทาน เธอไม่ต้องออกไปข้างนอก แต่สามารถกินทุกสิ่งที่เธอต้องการได้ในบ้าน
ยิ่งกว่านั้น สิ่งที่เหลียวชาชาชอบที่สุดก็คือซุปที่หยูลู่ทำ เพราะว่าแม่ของเธอชอบทำซุปให้กิน เหลียวชาชาจึงมองหาความรู้สึกของแม่จากหยูลู่
“วันนี้เป็นอาหารฝรั่งเศสอีกแล้วเหรอ” เหลียวชาชานั่งลง เบ้ปากของเธอ และพูดด้วยความไม่พอใจ “ฉันอยากกินอาหารเสฉวน! อาหารเสฉวน!”
“ไปบอกลุงหลิวให้ช่วยทำอาหารเสฉวนมาสักสองจานหน่อยไป” ตำแหน่งของลุงหลิวที่นี่คือหัวหน้าเชฟ ไม่ใช่แค่พ่อครัวธรรมดา ฉะนั้น หยูลู่จึงเรียกเด็กเสิร์ฟ และบอกเขาให้ไปบอกลุงหลิว
“เข้าใจแล้วครับ คุณหยูลู่” เด็กเสิร์ฟโค้งให้ครั้งหนึ่ง
“รีบไปได้แล้ว! ฉันหิว!” เหลียวชาชาร้องออกมา
“โอ้ ใช่แล้ว พี่หยูลู่ วันนี้พี่ทำซุปอะไรให้ฉันเหรอ?”
ต่อหน้าอาหารหลายจานบนโต๊ะ สิ่งเดียวที่เหลียวชาชาสนใจคือ ซุปของหยูลู่
“ซุปมันหวานกับเห็ดขาวจ่ะ พี่เพิ่งเรียนมา ไม่รู้ว่าจะถูกปากเหลียวชาชาหรือเปล่า”
“ตราบเท่าที่เป็นซุปของพี่หยูลู่ ฉันต้องชอบมันแน่นอน” ในตอนนี้เหลียวชาชาช่างสุภาพเรียบร้อยเหลือเกิน บางทีอาจเป็นเพราะนี่เป็นสิ่งที่เธอเคยพูดกับแม่ของเธอก็ได้
พร้อมกันนั้น เด็กเสิร์ฟก็เข้ามาและเปิดฝาหม้ออย่างสุภาพ หลังจากนั้นก็เอาซุปใส่ชาม แล้วนำไปเสิร์ฟให้เหลียวชาชา
“เดี๋ยวฉันทำเองค่ะ” เมื่อถึงตาหยูลู่ เธอก็ทำมือทำไม้ เธอไม่ชอบให้คนดูแลเธอ เหตุผลเพราะว่าเป็นแค่พี่เลี้ยง ไม่ใช่คุณนาย ทำไมเธอถึงต้องให้คนอื่นดูแลด้วย?
ภายในที่พักตระกูลเหลียวนี้ หยูลู่เตือนตัวเองเรื่องนี้บ่อยๆ
“ยังไงก็เถอะ พี่หยูลู่ ทำไมฉันไม่เห็นผู้ชายหน้าเหม็นนั่นเลยล่ะ? หรือว่าเขาแอบหลับอยู่ในห้อง แต่กลับหลับเลยเวลา?” เหลียวชาชาเป่าลมจากปากใส่ถ้วยซุป และถามโดยบังเอิญ
“อ๊า!” หยูลู่ตกใจ และกุมแก้มตัวเอง “ไม่ดีแล้ว ฉันลืมบอกเขาเรื่องข้าวเย็น!”
“งั้นก็ไม่ต้องบอกเขา แค่อดข้าวสักมื้อคงไม่ตายหรอก!” เหลียวชาชาพูดด้วยน้ำเสียงสะใจ
“จะไปดีได้ยังไง ตอนนี้ ถึงยังไงเขาก็เป็นคนที่อาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้” หยูลู่กล่อมเหลียวชาชา “ชาชา หลังจากนี้ เธอต้องทำตัวดีๆ กับเขานะ โอเค๊”
“ฮึ่มม พอแล้ว พอแล้ว ฉันไม่ได้จะกินเขาสักหน่อย ชายคนนี้แย่จริงๆ เขารังแกฉัน แต่พี่หยูลู่กลับไม่เข้าข้างฉัน!”
เหลียวชาชาบุ้ยปาก และพูดออกมาอย่างไม่พอใจ
“ฉันจะไปหาเขา ตอนนี้ ไม่แน่เขาอาจจะหิวอยู่ก็ได้”
ที่หญิงสาวเดานั้นถูกต้องแล้ว ฉินเฉากำลังหิวอยู่จริงๆ หิวมากด้วย
หลังจากกิน KFC มื้อเที่ยง เขายังต้องต่อสู้กับคนในบ้านเหลียวตงไคเมื่อตอนบ่ายอีก ในตอนเย็น เขาก็ไม่รู้ว่าจะไปกินข้าวที่ไหน ท้องของฉินเฉาเริ่มอาละวาดแล้ว
ความต้องการของเขาตอนนี้ใหญ่มาก ฉินเฉามักจะคิดอยู่บ่อยๆ ว่า แค่เงินเดือนการ์ดของเขาคงไม่พอจะเลี้ยงกระเพาะตัวเองได้
“โอ้ สวรรค์! เมื่อไหร่พวกเขาถึงจะเสิร์ฟมื้อเย็นกัน!” ฉินเฉาที่นั่งอยู่บนโซฟาอดร้องออกมาไม่ได้
ในตอนนี้ บนโต๊ะกาแฟตรงหน้าเขา ได้ปรากฏไก่ย่างกรอบๆ หนังสีทอง พร้อมกลิ่นหอมพุ่งเข้าจมูกฉินเฉา เขารีบไล่ตามกลิ่นไป และคว้าไก่ย่างเข้าปากอย่างป่าเถื่อน
“แกร็ก!” ‘เวร อะไรวะ!’ ฉินเฉาเจ็บฟัน เมื่อเขาดูดีๆ แล้ว เขาคิด ‘โอ้ สวรรค์ นี่ไม่ใช่ไก่ย่าง’ กลับเป็น รูปแกะสลักหญิงเปลือย...ที่หน้าอกของรูปแกะสลักนั้น มีรอยฟัน 5 ซี่ฝังอยู่
“ฮิฮิฮิ...” เสียงหัวเราะที่เหมือนจะพยายามกลั้นเอาไว้ดังออกมา ฉินเฉาเงยหน้าขึ้นไปดู กลับกลายเป็นโรซี่ ปีศาจสาว เธอนั่งอยู่บนโคมระย้าอันเล็กๆ ข้างบน แกว่งขาเรียวสวยของเธอไปมา พลางยิ้มกว้างจนเห็นไรฟัน
“โรซี่ เธอเป็นคนทำเหรอ ยัยผีเจ้าเล่ห์!” ฉินเฉาพูดอย่างเกลียดชัง กัดฟันของเขา หญิงสาวนางนี้ไม่ได้ปรากฏตัวมานานแล้ว แต่เมื่อเธอมาถึง เธอกลับเล่นซนกับเขา
“หืมม อย่าเพิ่งโกรธสิ ฉันไม่ได้มาหานานแล้ว และนายยังหนีมาไกลขนาดนี้อีก” โรซี่ยกก้นของเธอออกจากโคมระย้า ลงจากข้างบน ม้วนตัวเข้าสู่อ้อมแขนของฉินเฉา หญิงสาวนางนี้ราวกับไร้กระดูก และไม่มีน้ำหนัก ฉินเฉาแทบจะคิดว่าโรซี่ไม่ใช่ปีศาจแต่เป็นผี
แต่ผีสาวไม่ได้ให้ความรู้สึกแบบนี้ เพราะเมื่อใช้มือจับ จะรู้สึกถึงความนุ่ม
“อืม ฮึ่ม....” โรซี่หน้าแดง ร่างของเธอเริ่มรู้สึกร้อน ตาของเธอเต็มไปด้วยเสน่ห์ เธอใช้มือเล็กๆ ของเธอลูบไปตามร่างกายฉินเฉาอย่างนุ่มนวล
“เป็นยังไงบ้าง หลังจากที่ไม่ได้เห็นฉันมานาน คิดถึงฉันมั้ย...?” มือเล็กๆ ของโรซี่แทบจะทำให้ท่อนล่างของฉินเฉาระเบิดออกมา “นายอยากไปนรกกับฉันมั้ย?”
“แฮ่ม....” ความปรารถนาของฉินเฉาระเบิดออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่ เขาอดเครื่องร้อนขึ้นมาไม่ได้ ฉินเฉาน้อยก็เริ่มตั้งแล้ว เขารีบหายใจเข้าลึกๆ เพื่อทำให้ฉินเฉาน้อยสงบลง ผลักโรซี่ออกไป และพูดว่า
“ถ้าเธออยากจะพาฉันไปนรกล่ะก็ ลืมมันซะ”
“นายเป็นผู้ชายใจร้ายจริงๆ” โรซี่ลื่นไหลราวกับงู บิดเอวของเธอ และหันมามองฉินเฉาอย่างร้อนแรง “นายมักจะปฏิเสธฉันตลอดเลย นายคิดว่า ตอนอยู่ในนรก ฉันหยุดคิดเรื่องของนายได้เหรอ?”
“พอได้แล้ว หยุดสร้างปัญหาให้ฉันสักที” หน้าของฉินเฉาแดง เขาแทบจะทนความยั่วยวนของปีศาจสาวไม่ไหว ได้แต่ปล่อยให้ฉินเฉาน้อยทำเรื่องผิดพลาดออกมา
“เธอมาหาฉันช้ามาก เกิดอะไรขึ้นเหรอ?” ฉินเฉารู้ว่าโรซี่จะไม่มา ถ้าไม่มีเรื่องอะไร ทุกครั้งที่เธอมา เธอมักจะพยายามชักชวนให้ฉินเฉาทำเรื่องไม่ดีบางอย่าง
“น่ารังเกียจ นายคิดว่าฉันต้องมีเรื่องแอบแฝงตลอดอย่างงั้นเหรอ? ฉันไม่สามารถมาหานายได้ เพราะว่าฉันคิดถึงนายยังงั้นเหรอ?” เธอโน้มส่วนบนของเธอมาหาฉินเฉา ยอดอกทั้งคู่ของเธอกดเข้ากับท้องของฉินเฉา ขายาวๆ ของเธอยังอยู่บนพื้น เหมือนกับขาตั้งกล้อง บั้นท้ายของเธอยื่นออกมาจากรอยโค้งเว้าของเอวเธอ
สัดส่วนแบบนี้เป็นแบบที่ผู้หญิงต้องการมากที่สุด ร่างของโรซี่เป็นร่างมาตรฐานของปีศาจ ไม่ต้องมีมนุษย์ผู้หญิงคนไหนหวังเลยว่าจะมีรูปร่างแบบเธอได้ ได้แต่สาปแช่งโชคของตัวเองที่ไม่ดีเท่าปีศาจสาวอย่างเธอ
ที่ท้องส่วนล่างของฉินเฉาเริ่มร้อน การหายใจของเขากลายเป็นหนักขึ้นเล็กน้อย
“ยัยปีศาจ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เธอคิดถึงฉันอย่างจริงใจบ้าง” ฉินเฉาอดไม่ได้จึงพูดออกมา
“ฮึ่ม!” โรซี่ทำท่าทางโมโห เธอยื่นมือออกมาและบิดเข้าที่เอวฉินเฉา ทำให้เขาต้องอ้าปากกว้างเพราะความเจ็บ
จากนั้น โรซี่ก็ยืนขึ้น และลอยกลับไปบนโคมระย้า และพูดอย่างโกรธๆ ว่า
“นายมันเนรคุณ ฉันช่วยนายมาตั้งหลายครั้ง แต่นายยังพูดว่าฉันไม่เคยคิดเรื่องของนาย ฉัน โรซี่ แม้จะไม่ใช่ปีศาจที่ซื่อสัตย์ที่สุด แต่ก็ไม่เคยโกหก!”
ฉินเฉาร้องเหอะออกมา และบุ้ยปากของเขา ไม่ยอมรับคำพูดของเธอ
“ฮิฮิ จริงๆ แล้ว ฉันมาเพื่อดูความก้าวหน้าของนาย” โรซี่ยิ้มอย่างอ่อนหวาน และพูด “ฉันได้ยินว่านายอยากเรียนวิธีร่ายคาถา ลองขอพรกับฉันเป็นยังไง!”
“เหอะ ฉันรู้แล้ว!” ฉินเฉาทนไม่ไหว และชูนิ้วกลางทั้งสองข้างขึ้นมา “เธอมันผู้หญิงไร้ยางอาย!”
“ฮิฮิ ก็ฉันเป็นปีศาจที่ขยันทำธุรกิจนี่ ว่ายังไง ไม่อยากจะขอพรกับฉันเหรอ? ฉันสามารถให้ส่วนสุดท้ายของหนังสือ กฎความลับทั้ง 9 แก่นายได้ทันทีเลยนะ มันสามารถยับยั้งความสามารถของหลัวเต๋อได้ทั้งหมดเลย! นายคิดว่าไง อยากจะขอพรมั้ย?”
“ไม่ ฉันคิดว่าฉันสามารถก้าวขึ้นไปในขั้นที่สามารถเรียนร่ายคาถาได้ด้วยตัวเอง” ฉินเฉาส่ายหัว เขากลัวว่าถ้าเขาขอพรเพื่อความปรารถนาของเขา เขาจะไม่สามารถหยุดตัวเองจากการขอสิ่งอื่นอีก
เมื่อเขากลายเป็นพวกที่เอาแต่พึ่งพร จากนั้นมันจะกลายเป็นเรื่องแย่จริงๆ แล้ว
“นายคิดมากไปแล้ว เราก็แค่อยากช่วยนาย มันมีการต่อรองใหญ่ในฤดูใบไม้ร่วงนี้นายก็รู้ ถ้านายขอพรล่ะก็ ฉันจะให้ของนายหลายอย่างเป็นโบนัส ว่าไง ตัวอย่างเช่น อาร์ติแฟคโจมตีที่ทรงพลัง! นายคิดว่าไง พร้อมจะขอพรหรือยัง!?”
“เธอ...ขอเวลาฉันคิดหน่อย...” ตอนนี้ฉินเฉาเริ่มลังเล เขารู้ว่าความสามารถปัจจุบันของเขา เขาไม่สามารถปกป้องซูจีและซูเฟยให้ปลอดภัยได้จริงๆ ตั้งแต่ที่สเกลตั้นมีบางคนเหมือนเคอร์รี่ พวกเขาจะต้องมีนักฆ่าที่แข็งแกร่งกว่านี้อยู่อีกแน่ๆ
ถ้าคนที่ดุร้ายกว่านี้มาในครั้งถัดไป อย่างพวกคนแคระหัวรุนแรง หรืออย่างอื่น มันมีโอกาสที่เขาจะไม่สามารถจัดการกับพวกมันได้
“ได้ ฉันจะให้เวลานายคิด นับ 1 ถึง 3 นะ” โรซี่ยิ้ม ยกนิ้ว 3 นิ้วขึ้นมา และส่ายไปมา “3 2 1! นายคิดเสร็จหรือยัง?”
ฉินเฉาไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
“เฮ้ย เธอให้เวลาฉันคิดน้อยไปแล้ว ช่างมัน แค่พรข้อที่ 2 หลังจากที่ฉันเรียนร่ายคาถาแล้ว เธอก็ไม่จำเป็นต้องรีบมาช่วยอีกต่อไป”
“ใช่แล้ว ถูกต้องที่สุด” โรซี่พยักหน้าด้วยความพอใจ “นายพร้อมหรือยัง เราจะมาเซ็นสัญญากันก่อน!”
พร้อมกันนั้น หน้าของโรซี่ก็กลับไปแดงอีกครั้ง
ฉินเฉาก็หน้าแดงเหมือนกัน เขาจำได้ว่าวิธีทำสัญญาต้องทำยังไง
“ฮิฮิ นายหน้าแดงแล้ว เป็นอะไร ก็แค่ปากเอง”
“เธอ ไม่ใช่ว่าเธอก็หน้าแดงเหมือนกันหรอกเหรอ!”
“เหลวไหล เราเป็นปีศาจ หน้าของเราก็แดงแบบนี้อยู่แล้ว!”
“แดงจนจะเป็นก้นลิงแล้วน่ะ!”
"เหอะ นายนั่นแหละก้นลิง!”
โรซี่กลอกตาไปที่ฉินเฉา คิดว่าจะลงไปแบบไหน แต่ทันใดนั้นเธอก็ย่นหน้าผาก
“อ๊าย โชคไม่ดีจริงๆ ดูเหมือนว่าจะสายไปแล้ว มีสาวสวยกำลังมาหานายแน่ะ! จูบนี้เลื่อนออกไปก่อน ไว้ฉันจะกลับมาหานายทีหลัง” พร้อมกันนั้น โรซี่ก็สะบัดมือ กลายเป็นควัน และหายไปจากห้อง
จบตอน