เกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล)

    บทที่ 71 ภารกิจเลื่อนระดับใหม่!

    สวี่มั่วกลอกตาอย่างรำคาญ“พอเถอะ! ฉันบอกแล้วไงว่าไม่รับลูกน้อง! ไปให้พ้นๆ ซะ ไปหาที่สงบๆ อยู่เถอะ!”

            จ้าวลี่อิ่งเดินไปได้สองก้าวก็รู้สึกว่าสายจูงตึงอีกครั้งจึงหันกลับมา เห็นฮัสกี้เหมือนกำลัง 'คุย' กับหมาตัวใหญ่

            เธอมองเจ้าหมาตัวนั้นอย่างงงๆจำไม่ได้เลยว่านี่คือทิเบตันมาสทิฟที่เคยเห็นกับโจวเหล่ยเมื่อไม่กี่วันก่อน(เพราะสภาพมันตอนนี้น่าสมเพชเกินไป ต่อให้โจวเหล่ยมาดูเองก็อาจจำไม่ได้)

            เธอดึงสายจูงแล้วฮึดฮัดใส่ “มั่วมั่ว! ทำอะไรอยู่! รีบไปกันได้แล้ว!!”

            สวี่มั่วเหลือบมองจ้าวลี่อิ่ง แล้วหันไปบอกทิเบตันมาสทิฟ “เห็นไหมล่ะยัยนี่ดุมากเลย แกคิดจริงๆ เหรอว่าจะได้อยู่กับเธอ เอาตัวรอดเองเถอะ! หนีไปให้ไกลๆเลย จะได้ไม่ถูกเจออีก!”

            สวี่มั่วเดินเคียงข้างจ้าวลี่อิ่งออกจากตลาดหายลับไปในฝูงชนภายใต้แววตาเวทนาของทิเบตันมาสทิฟ

             

    ในเวลาเดียวกันภายในตรอกนั้น

            ตำรวจนอกเครื่องแบบได้ควบคุมพื้นที่ไว้เรียบร้อยแล้วคนกลุ่มหนึ่งกำลังใส่กุญแจมือชายหน้าซีดเหลืองกับกวงโถวเฉียงและพวกลากไปยังรถหลายคันที่จอดอยู่อีกด้านหนึ่งของตรอก

            ตำรวจหนุ่มคนหนึ่งถือถุงผงสีขาวมายื่นต่อหน้าชายวัยกลางคนหน้าสี่เหลี่ยมรายงานว่า “หัวหน้า นี่คือของที่พบอยู่กับผู้ต้องหาคนหนึ่งครับ!”

            เว่ยเฉียงตงตาวาว รับมาถือแล้วชั่งน้ำหนักเล็กน้อยมุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ก่อนจะคืนถุงให้แล้วสั่งว่า“ส่งไปที่แผนกพิสูจน์หลักฐานทันทีให้พวกเขาตรวจสอบว่าใช่ของล็อตเดียวกับที่เราได้รับข่าวหรือเปล่า!”

            “ครับ!!” ตำรวจหนุ่มยืนตรงรับคำ ก่อนหมุนตัวจากไปทันที

            เว่ยเฉียงตงกวาดตามองไปรอบๆสุดท้ายหยุดสายตาที่รอยเลือดกองหนึ่งบนพื้น เขานิ่งคิดอยู่สองวินาทีก่อนจะเงยหน้ามองไปยังตำรวจหนุ่มที่กำลังค้นหาหลักฐานอยู่ไม่ไกล แล้วตะโกนเรียก“โจวสวี่ มานี่หน่อย”

            “ครับ!!” ตำรวจหนุ่มรีบวิ่งมาหา “หัวหน้ามีอะไรสั่งการครับ”

            เว่ยเฉียงตงชี้ไปที่รอยเลือด “ตอนที่นายเจอผู้ต้องหาครั้งแรกสถานการณ์เป็นยังไง พวกนั้นถูกใครจัดการ”

            โจวสวี่ทำหน้าลำบากใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยอย่างลังเล“หัวหน้า…ผมพูดออกไปคุณอาจไม่เชื่อ…”

            เว่ยเฉียงตงขมวดคิ้ว “หมายความว่าไง”

            สีหน้าโจวสวี่ยิ่งประหลาดหนัก“ตอนนั้น…ผมเห็นผู้ต้องหากำลัง…สู้กับหมาตัวหนึ่ง…”

            เว่ยเฉียงตงอึ้ง “ฮะ? สู้กับอะไรนะ”

            “สุนัขครับ…” โจวสวี่ว่า “ผมรู้ว่ามันฟังดูเหลือเชื่อแต่จริงๆ นะครับ…ตอนนั้นผมเห็นกับตาเลยว่าหมาตัวนั้นกัดเขาแล้วก็พุ่งชนจนหมอนั่นสลบไป จากนั้นมันยังจัดการผู้ต้องหาอีกคนจนสลบก่อนวิ่งหนีไปอีกด้าน…”

            “…”

            เว่ยเฉียงตงไปไม่ถูก หากว่าตามหลักเหตุผลเขาไม่มีทางเชื่อได้เลยแต่โจวสวี่คงไม่กล้าโกหก อีกทั้งเขาก็นึกถึงบาดแผลบนร่างผู้ต้องหาร่องรอยที่เห็นคล้ายรอยเล็บสุนัขจริงๆ โดยเฉพาะแขนของคนที่หักนั้นร่องแผลก็ดูเหมือนถูกกัดจริงๆ

            ปัญหาคือ…หมาแบบไหนจะเก่งขนาดนี้! หรือว่าเป็นสุนัขตำรวจ?

            แต่ผู้ต้องหาคนนั้นเป็นคนจากฝั่งพม่าแถมเคยเป็นทหารรับจ้างฝีมือไม่ธรรมดาครั้งก่อนที่บุกจับยังทำเอาหน่วยสวาทมือดีบาดเจ็บไปหลายคน

            คนที่ร้ายกาจขนาดนี้ ต่อให้เป็นสุนัขตำรวจก็ไม่แน่ว่าจะทำอะไรเขาได้แล้วหมาแบบไหนกันที่ทำให้เขาเละได้ถึงเพียงนี้

            ต้องไม่ลืมว่า นอกจากหมอนั่นจะฝีมือร้ายกาจ ยังพกปืนติดตัวมาด้วย!!

            ถ้าเรื่องนี้เป็นฝีมือของสุนัขจริงๆ อย่างนั้นก็หมายความว่ามันต้องมีคนควบคุมอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า

            ใครกันที่ฝึกหมาให้เก่งได้ขนาดนี้ อีกฝ่ายกำลังช่วยเรางั้นหรือ

            เขานึกถึงคนสี่คนที่ไม่อยู่ในแผนเดิมขึ้นมา

            พวกนั้นกับแก๊งค้ายาเป็นพวกเดียวกันหรือไม่บางทีอาจเค้นข้อมูลบางอย่างจากพวกนั้นได้?

            ดูท่าคงต้องรอสอบสวนถึงจะรู้ความจริง…

            แต่โดยรวมแล้ว อย่างน้อยปฏิบัติการครั้งนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแม้ก่อนหน้านี้จะถูกหน่วยปราบมิจฉาชีพเข้ามาขัดจังหวะจนเกือบปล่อยผู้ต้องหาหลุดมือก็ตามทีโชคยังดีที่ไม่ถึงขั้นผิดพลาดใหญ่

            พวกเขาตามจับตาสองนักค้ายามานานแล้วเดิมตั้งใจจะลงมือช่วงที่กำลังทำการซื้อขายทว่าไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องหน่วยจับกุมโจรล้วงกระเป๋าขึ้นมาก่อนทำให้สองคนนั้นไหวตัวทัน แล้วหนีหลุดจากการเฝ้าสะกดรอย เข้ามาซ่อนตัวในตรอกนี้

            แต่สุดท้ายดันปะเข้ากับสวี่มั่วและกวงโถวเฉียงจนสุดท้ายถูกสวี่มั่วจัดการจนได้

             

    ในเวลาเดียวกันระหว่างทางกลับบ้าน สวี่มั่วเดินคอตกฟังจ้าวลี่อิ่งบ่นไม่หยุดภายนอกดูเหมือนกำลังสำนึกผิด แต่แท้จริงเขาไม่ได้ฟังที่เธอพูดเลยเพราะกำลังลอบสนทนากับระบบอยู่

            “ระบบ ตรวจสอบภารกิจ!”

            [ภารกิจเลื่อนระดับ:ทลายแก๊งค้ายาที่ถูกระบุเป้าหมายภายในเวลา 24 ชั่วโมง]

            จริงด้วย…

            มุมปากสวี่มั่วกระตุกเล็กน้อยที่เห็นว่าเป็นถุงผงสีขาวก่อนหน้าก็เดาไม่ผิด มันคือยาเสพติดจริงๆและตอนเขาเห็นมัน ภารกิจก็ถูกกระตุ้นขึ้น เขาจึงมีลางสังหรณ์อยู่แล้วว่าภารกิจครั้งนี้ต้องเกี่ยวข้องแน่

            แต่ไม่คิดเลยว่าระบบจะโหดถึงเพียงนี้ถึงขั้นสั่งให้เขาล้มล้างทั้งแก๊งค้ายาเลยทีเดียว!!

            เมื่อครู่แค่จัดการคนสองคนยังเกือบเอาชีวิตไม่รอดอยู่แล้วคราวนี้จะให้ไปทลายทั้งแก๊งเลยงั้นเรอะ!

            “เฮ้! ระบบ! นี่มันเกินไปแล้วนะ!ทำไมภารกิจถึงกระโดดจากพวกภารกิจประจำวันไร้สาระกลายมาเป็นให้ไปกำจัดแก๊งค้ายาเนี่ย! มันก้าวกระโดดเกินไปแล้ว!เรื่องแบบนี้มันใช่สิ่งที่ฉันควรทำรึไง! ฉันไม่ใช่ตำรวจนะ!แม้แต่สุนัขตำรวจก็ไม่ใช่!!”

            แม้จะรู้ว่าไม่มีประโยชน์ แต่สวี่มั่วก็อดบ่นในใจไม่ได้

            [การสร้างภารกิจเป็นการสุ่มทั้งหมดไม่รับข้อร้องเรียนทั้งสิ้น จะรับภารกิจหรือไม่ หากปฏิเสธติดต่อกันจะถูกลงโทษซ้อนทับ หกวันต่อจากนี้จะไม่สามารถสร้างภารกิจใหม่ได้และความยากของภารกิจครั้งถัดไปจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว]

            “แม่มเอ๊ย! โหดไปแล้ว!!” สวี่มั่วตกใจไม่เบา

            แค่คูลดาวน์เพิ่มขึ้นก็ว่าแย่แล้ว นี่ยังเล่นเพิ่มความยากสองเท่าอีก!คราวนี้ให้ไปกำจัดแก๊งค้ายา แล้วครั้งหน้าจะอะไรล่ะ กวาดล้างองค์กรก่อการร้ายรึไง!

            ฉันก็แค่ฮัสกี้ตัวหนึ่งเองนะเฟ้ย! อย่าเอาฉันไปเทียบกับซูเปอร์แมน(หมา) สิ!!

            [ยืนยันอีกครั้ง: จะรับภารกิจหรือไม่ หากไม่ตอบรับภายใน10 นาที จะถือว่าเป็นการปฏิเสธโดยอัตโนมัติ]

            เชี่ย!!

            ทำอะไรไม่ได้แล้ว…

            สวี่มั่วกัดฟันแน่น “รับภารกิจ!!”

            [รับภารกิจสำเร็จ กรุณาทำภารกิจให้เสร็จสิ้นภายใน 24ชั่วโมง เริ่มนับเวลาตั้งแต่บัดนี้…]

            ยี่สิบสี่ชั่วโมง…ก็ดี อย่างน้อยก็ไม่ต้องรีบ ยังพอมีเวลาเตรียมตัว…

            สวี่มั่วครุ่นคิดในใจ ก่อนถามว่า “ระบบคราวนี้มีบริการเสริมอะไรให้บ้างหรือเปล่า”

            [ภารกิจครั้งนี้จะมีการชี้นำทิศทาง]

            ทันใดนั้น ในสมองของสวี่มั่วก็ปรากฏสัญลักษณ์เล็กๆ คล้ายเข็มทิศลูกศรชี้ไปทางหนึ่ง

            “มีแค่ทิศทาง?” สวี่มั่วขมวดคิ้วถอนหายใจเบาๆ “ช่างเถอะ…อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย”


     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน