“ใช่สิ” แม่ทัพหยาง
“ไอ้คนชั่ว ไอ้คนฉวยโอกาส แล้วนี่จับตรงไหนบ้าง ตายๆๆๆ หมดกันข้าจะแต่งงานกับใครได้ ข้าอุตส่าห์ตั้งใจว่าจะยอมตอนเข้าเรือนหอ ไอ้โจรคร่าพรหมจรรย์ ไอ้คนเลว!” อันดาโกรธมาก ทั้งเอาหมอนพลาดทั้งทุบทั้งถีบ ไอ้ยักษ์นี่ไม่สะทกสะเทือนแถมยังหัวเราะฟันขาวน่าจะถีบให้ฟันร่วงหมดปากไปเลย
“โอ้! ฟื้นแล้วคงจะไม่เป็นอะไรแล้ว อ๊ะ!” หมอเจียงที่เดินเข้ามาเจอหมอนปะทะหน้าอย่างจัง
“ทำไมเจ้าใส่ชุดผู้หญิงล่ะ หรือที่แท้เจ้าเป็นพวกชอบตัดแขนเสื้อ โอ๊ย!” คราวนี้เป็นแม่ทัพหยางที่ขว้างตะเกียงใส่สิบสี่ดีที่หลบทันแต่เชิงเทียนอีกอันมาเร็วเกินไป
“ใครว่าข้าชอบตัดแขนเสื้อ แขนก็ยังอยู่ครบไม่ได้ตัดเสียหน่อย แต่ข้าจะตัดเจ้าคนลามกนี่ออกจากชีวิต” อันดาเถียงน้ำตานองหน้าชี้หน้าด่าแม่ทัพหยาง
“เจ้าทำไม่ได้หรอกสัญญากันแล้วอย่าลืม” แม่ทัพหยางยังคงปล่อยให้อันดาทุบตีจิกเคราเล่นอยู่
“อันดาตื่นแล้วหรือ ข้าเป็นห่วงแทบแย่ ดูสิข้าใส่เสื้อให้เจ้าแน่นเกินไปหรือไม่” หญิงชาวบ้านถาม
“เพ่ยเพ่ย เจ้าพูดว่าอะไรนะ” อันดาคุยกับนางก่อนหน้านี้ นางคือคนแรกที่บอกว่าโดนเฉียนกังข่มเหง หลังจากเหตุการณ์สงบนางอยากจะฆ่าตัวตายเพราะสูญเสียพรหมจรรย์ไป แต่อันดาบอกว่าถ้าจะตายก็ขอให้รอความหายนะของคนที่ทำร้ายนางก่อน
แล้วเตือนสติว่าชีวิตนางนั้นมีฆ่าเกินกว่าที่จะตายเพราะหมาอย่างเฉียนกัง นางจึงเปลี่ยนใจ และได้พูดคุยกับอันดา อันดาก็ให้ความหวังว่าเธอจะสร้างบ้านสำหรับเด็กกำพร้าและผู้ที่ถูกพิษจากภัยสงคราม ต่างก็นั่งคุยว่าในอนาคตอยากจะทำอะไรบ้างจึงได้ทำความรู้จักกันมาแล้ว
“ข้าถามว่าชุดที่ข้าสวมให้เจ้านั้นแน่นเกินไปหรือไม่” เพ่ยเพ่ยตอบ
“งั้นเจ้าก็เป็นคนที่เปลี่ยนชุดให้ข้า แล้วทำไมท่านบอกว่าท่านเห็น” อันดายังจิกเคราแม่ทัพอยู่
“ข้าเห็นหนังปลอมของเจ้า เจ้าไม่ฟังข้าให้จบแล้วจะปล่อยเคราข้าได้หรือยัง” แม่ทัพหยาง
“ท่านหลอกข้า! ตกใจหมดเลยท่านนี่แย่จริงๆ” อันดาแก้เก้อ ตกใจแทบตายนึกว่าเห็นหมดแล้ว
“ทีเจ้ายังหลอกพวกข้าว่าเป็นผู้ชายเลย” แม่ทัพหยาง
“เดี๋ยว…ข้าบอกตอนไหนว่าข้าเป็นผู้ชาย ข้าเคยพูดด้วยซ้ำว่าอย่ามาเรียกข้าว่าไอ้หนุ่ม” อันดาแก้ตัว
“แล้วการใส่หนังปลอมแต่งตัวพรางรูปร่างจริงเรียกว่าอะไร” แม่ทัพหยาง
“ชุดที่ข้าใส่โดยทั่วไปหญิงหรือชายก็ใส่เหมือนกัน กล้ามปลอมนั่นข้าใส่เพราะต้องสวมปีกเหยี่ยว มันเป็นชุดที่ทำไว้พอดี ถ้าไม่ได้ใส่ปีกเหยี่ยวมันจะหลวมเกินไป” ถ้าไม่ได้เลื่อนล็อก อันหลังนี่ไม่ได้บอก
"ข้าก็แค่ตอบว่าใช่ ตอนที่เจ้าถามว่าเห็นหมดแล้ว ข้าก็คิดว่าเจ้าถามว่าข้าเห็นหนังปลอมของเจ้า"แม่ทัพหยางตอบกลับ
“งั้นเจ๊ากัน ยกประโยชน์ให้จำเลย” เธอเองก็หลอกเขา ดีที่เขาไม่เห็น ถึงเห็นก็เอาไปไม่ได้เชอะ
“ท่านหมอมาแล้วให้ท่านตรวจเสียหน่อย” แม่ทัพหยาง
“ได้” อันดาถกแขนเสื้อขึ้นให้หมอเจียงตรวจชีพจร
“ตรวจผ่านผ้าห้ามโดนตัว” หมอเจียงต้องผงะเพราะคำสั่งนี้ของแม่ทัพหยาง
“งั้นข้าขอดูตาหน่อย เหลือบตาขึ้น” หมอเจียงเปลี่ยนจุดตรวจ
“ใกล้เกินไป” ไหน้ำส้มแตกแล้วหนึ่ง
“โอ๊ย ท่านแม่ทัพ ท่านออกไปก่อนเถอะ ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้ตรวจสักที” อันดาเริ่มหงุดหงิด
มีคนงอนหนึ่งอัตราเดินกระแทกประตูออกไป เพ่ยเพ่ยกำลังจะปิด
“ห้ามปิด!” คนขี้หึงยืนเฝ้าหน้าประตู ตอนนี้เธอเป็นผู้หญิงแล้วทำอะไรก็ไม่ต้องกลัว
“ชัดไป๊” สิบสี่ทัก จริงอยู่ที่หยางเจียจุ้นเป็นผู้บังคับบัญชา แต่เขาก็เป็นพี่น้องอย่าลืมว่าเขาคือหมายเลขหนึ่ง แต่เพราะเป็นหมายเลขหนึ่ง
“ไปแช่น้ำตกสักสองชั่วยาม” แม่ทัพหยางสั่งลงโทษ
“ขอรับ” รับคำสั่งแล้วก็เดินคอตกไป
“ท่านอ๋อง” หมอเจียงออกมารายงาน
“เป็นอย่างไร” แม่ทัพหยาง
“แม่นางอันดาปกติดีสุขภาพแข็งแรง แค่มีอาการอ่อนล้านิดหน่อย” หมอเจียงรายงาน
จะไม่ให้เธออ่อนล้าได้อย่างไร เร่งทำปีกเหยี่ยวให้แม่ทัพจนไม่ได้นอน พอออกมาก็ต้องบินสาธิต แล้วยังมาเจอเรื่องสะเทือนใจ ลุกขึ้นมาอาละวาดเขาได้นี่ก็นับว่าเธอแข็งแกร่งมากแล้ว
“ขอบคุณท่านหมอ ถ้าอย่างนั้นข้าจะพานางกลับไปที่จวนก่อน หยวนอิง” แม่ทัพหยางเรียก
“ไปเอาคนงานที่เฝ้าที่นี่มาหน่อย” แม่ทัพหยางออกคำสั่ง
“ขอรับ” หยวนอิงวิ่งมารับคำสั่ง มิน่าแอบชำเลืองมองหาอันดา เพราะได้ยินมาว่าแท้จริงแล้วเธอคือผู้หญิง แต่งตัวเป็นผู้หญิงแล้วจะออกมาเป็นอย่างไร นึกสภาพไม่ออก คงเหมือนผู้ชายสวมชุดสตรีก็เท่านั้น
แต่ที่ไหนได้ แม้ผมจะสั้น แต่เสื้อผ้าที่สวมใส่นั้นกลับขับผิวนางให้สว่าง ลำคอระหงรับกับขอบเสื้อตั้งขึ้นมา รูปร่างอรชร อกเอวโค้งเว้าได้รูป เรียกได้ว่าช่างงดงามจนทำให้เขาตกภวังค์ แม้ว่า
“ท่านแม่ทัพ กระโปรงที่ข้าใส่มันสั้นอย่างนี้เหรอ ทำไมตอนพวกนางใส่มันกรอมกับพื้นแต่ดูข้าสิ” อันดาสำรวจเสื้อผ้าก็พบว่าเมื่อยืนขึ้นกระโปรงและกางเกงด้านในสั่นเต่อเหนือข้อเท้า
“หยวนอิงหลับตา ถ้าเจ้ามองข้าจะควักลูกตาเจ้า” แม่ทัพหยางสั่งก่อนที่หยวนอิงจะมองตามลงไป
“เอ๋ ทำไมเหรอเกิดอะไรขึ้น” อันดาสงสัย
“เจ้าเป็นหญิงจะเปิดให้ใครดูเท้าได้ที่ไหนกัน” แม่ทัพหยางโกรธ รีบเดินมาอุ้มเธอไปที่เตียง
“หยวนอิงไปหาถุงเท้าและรองเท้าให้นาง เอาคู่ใหม่” แม่ทัพหยางถือวิสาสะอุ้มนางค้างไว้
“เดี๋ยวก่อนแล้วที่ท่านอุ้มข้านี่ไม่เป็นไรว่างั้น ปล่อยข้าลงเลยข้าเดินเองได้” อันดาโวยบ้าง
“เจ้ายังไม่ฟื้นกำลัง เดินไปขาอ่อนล้มลงไปอีกจะทำอย่างไร อย่าดิ้น” แม่ทัพหน้ามึนเดินอุ้มเธอไปวางที่เตียง
“ห้ามท่านมองเท้าข้า” อันดาดุ
“สายไปแล้ว ข้าเห็นแล้ว ต่อไปเจ้าแต่งงานกับใครอื่นไม่ได้นอกจากข้า” แม่ทัพหยางตอบ
ตอนนี้เขายิ่งจ้องหน้าอันดาจนเธอรู้สึกเขินอาย
“เห็นหรือไม่เจ้าไข้ขึ้นแล้ว” แม่ทัพหยางเห็นอันดาหน้าแดง
“ข้าโกรธต่างหาก” อันดาขึ้นเสียง คนบ้ามานั่งจ้องหน้าอยู่ได้
“หน้าของเจ้าคล้ายคนคนหนึ่งมาก แต่ไม่แน่ใจ ข้าไม่ได้เจอนางมาแปดปีแล้ว เห็นนางเพียงแวบเดียวเท่านั้น” แม่ทัพหยางบอก
“คนรักของท่านเหรอ” อันดา
“ไม่ใช่ นางมีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้ข้าน่ะ” แม่ทัพหยางบอก
“ถ้าอย่างนั้นนางก็คงจะอายุมากแล้ว” อัันดาแซว
“ไม่มากขนาดนั้นหรอก อายุน้อยกว่าพี่ชายข้าอีกนางแต่งกับพี่บุญธรรมของข้า” หยางเจียจุ้นลำดับความซับซ้อนของวงศาคณาญาติ
“พี่บุญธรรม?” อันดา
"จะเรียกอย่างนั้นได้หรือไม่ข้าก็ไม่แน่ใจ ท่านป้าน่ะเป็นพี่สาวของพ่อข้า แต่นางไม่ใช่พี่สาวแท้ๆ แม้จะแซ่เดียวกัน นางเป็นลูกบุญธรรมของท่านปู่ พ่อของนางเป็นแม่ทัพผู้สละชีวิตเพื่อปกป้องปู่ของข้า นับว่าเป็นผู้มีพระคุณต่อราชวงศ์ พวกเขาใช้แซ่เดียวกัน ปู่ก็เลยรับท่านป้ามาเลี้ยงดูดั่งลูกสาวคนหนึ่ง
เพราะคุณงามความดีของพ่อนาง นางจึงเป็นที่เคารพและเกรงใจมาก แม้ว่าลูกของนางจะไม่มีสายเลือดของราชวงศ์ แต่ก็ถือเป็นบุคคลสำคัญ ดังนั้นข้าจึงนึกไม่ออกว่าควรเรียกเขาว่าอย่างไร ส่วนใหญ่ก็เรียกท่านพี่"หยางเจียจุ้นเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่เคยนึกถึงลำดับญาติตรงนี้
____________________
อยู่ดีไม่ว่าดีนะสิบสี่