“ไม่ใช่ว่าจักรพรรดิจันทราจะเป็นคนลงมือทำลายรอยแยกมิติหรอกหรือ?”
ม่านตาของหยุนเมิ่งหลีหดแคบลงและกล่าวออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
จักรพรรดิจันทราถอยไปด้านข้างมีเพียงเย่เทียนเท่านั้นที่เดินเข้าใกล้รอยแยกมิติ
“เดิมสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตัวนั้นยังได้รับผลสะท้อนกลับเลยหรือว่าท่านเย่เทียนจะแข็งแกร่งกว่าสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตัวนั้นแล้ว?”
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หยุนเมิ่งหลีก็อดตกใจไม่ได้
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ความเร็วในการเติบโตของเย่เทียนจะน่าทึ่งมาก!
ด้านหน้าของรอยแยกมิติ
เย่เทียนเปิดใช้งานพรสวรรค์ด้านมิติควบคุมพลังมิติและบีบอัดรอยแยกตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง
“ทำลาย!”
รอยแยกมิติเริ่มปรากฏรอยร้าวภายใต้พลังแห่งมิติของเย่เทียน มันก็เริ่มขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
ในเวลาเดียวกัน
เย่เทียนก็หยิบเอาดาบระดับดาราออกมาจากนั้นเขาก็เปิดใช้งานพรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับลึกลับ
“ตัดดารา!”
แสงจากดาบเปล่งประกายราวกับสามารถจะทำลายดวงดาวได้แม้จะอยู่ห่างออกไปหลายแสนลี้ก็ยังสามารถมองเห็นแสงดาบอันน่าตื่นตะลึงของเย่เทียนได้
ในตอนนี้
หยุนเมิ่งหลีและคนอื่นๆ ต่างก็ตกตะลึงไปตามๆกัน!
นี่มันพลังอะไรกัน? การโจมตีของเย่เทียนราวกับการโจมตีของพระเจ้า!
ตูม!
แสงดาบจากทักษะดาบตัดดาราตัดผ่านรอยแยกมิติทำให้มันขยายออกอีกครั้ง จากนั้นเย่เทียนก็พุ่งเข้าไปในรอยแยกอย่างรวดเร็ว
ด้วยวิธีนี้เขาสามารถใช้พลังของทักษะดาบตัดดาราลดทอนพลังสะท้อนกลับที่เขาต้องได้รับไปบางส่วน
ในเวลาเดียวกัน เย่เทียนก็ใช้พลังมิติเพื่อปกป้องร่างกายของเขาพรสวรรค์ด้านมิติระดับลึกลับปลอมปลดปล่อยพลังของมันออกมาต้านทานพลังจากรอยแยกมิติ และเขาก็ยังใช้พรสวรรค์ด้านเวลาเร่งความเร็วมุ่งไปข้างหน้าให้เร็วที่สุด
อีกฝั่งหนึ่งของรอยแยกมิติระดับ3 ดาว
เส้นแสงดาบอันน่าตื่นตะลึงสายหนึ่งตัดผ่านอากาศจนเกิดเป็นรอยยาวนับหมื่นลี้ทิ้งเอาไว้บนท้องฟ้ารวมไปถึงป่าที่อยู่เบื้องล่างก็ถูกพลังจากคมดาบเมื่อครู่ทำลาย ต้นไม้จำนวนนับไม่ถ้วนหักโค่นลงสัตว์อสูรมากมายได้รับผลกระทบ
หลังจากนั้นไม่นานก็ปรากฏร่างของคนผู้หนึ่งที่ทั้งตัวเต็มไปด้วยเลือดหลั่งไหลออกมาไม่หยุดชายคนนี้ได้ฉีกกระชากรอยแยกของมิติและเดินออกมา
แน่นอนคนผู้นี้ก็คือเย่เทียน!
เย่เทียนได้ผ่านรอยแยกเข้ามายังโลกของสัตว์อสูรแม้ว่าความแข็งแกร่งของเขาจะเหนือกว่าจักรพรรดิทั้ง 36 คน และยังมีพรสวรรค์ด้านมิติระดับลึกลับปลอมแต่เขาก็ยังได้รับบาดเจ็บสาหัส แน่นอนว่าบาดแผลเหล่านี้เกิดจากพลังสะท้อนกลับของมิติที่เขาฝืนฉีกกระชากออก!
ฟุ่บ!
ขณะเย่เทียนก้าวเข้าไปในโลกของสัตว์อสูรบาดแผลบนร่างกายของเขาก็สมานตัวด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ
ด้วยพรสวรรค์ในการรักษาระดับลึกลับเขาจึงไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับบาดแผลเหล่านี้ เพราะมันสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว
สิ่งแรกที่เย่เทียนทำหลังจากเข้ามายังโลกของสัตว์อสูรก็คือแจ้งให้จักรพรรดิจันทราทราบ
เย่เทียนหันกลับไปและมองไปที่รอยแยก
“เยว่เอ๋อร์ผมเข้ามาอย่างปลอดภัยแล้ว!”
เย่เทียนใช้พรสวรรค์ด้านมิติเพื่อถ่ายทอดเสียงของเขาออกไปยังอีกฝั่งหนึ่งของรอยแยก
จักรพรรดิจันทราที่อยู่ทางฝั่งได้ยินเสียงของเย่เทียนเธอถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
“อีกสักพักฉันจะเก็บตัวบ่มเพาะที่นี่พวกคุณไม่คัดค้านใช่ไหม?”
จักรพรรดิจันทราหันกลับมาจ้องมองหยุนเมิ่งหลีและคนอื่นๆ
ต่อหน้าเย่เทียน เธอดูเหมือนสาวน้อยก็จริงแต่กับคนอื่นแล้ว เธอคือจักรพรรดิ!
ท่าทางที่เธอแสดงออกมาในตอนนี้คือรูปลักษณ์ของจักรพรรดิจันทราที่แท้จริง!
แรงกดดันของระดับจักรพรรดิแผ่กระจายออกมาทำให้หัวใจของทุกคนต้องสั่นสะท้าน
“จักรพรรดิจันทราท่านสามารถฝึกฝนที่นี่ได้ตามสบาย!”
หยุนเมิ่งหลีพยักหน้าตอบ เขาไม่กล้าที่จะขัดต่อคำพูดของจักรพรรดิจันทรา
โลกของสัตว์อสูรวานรมังกร
(***เป็นอีกโลกหนึ่งซึ่งไม่ใช่โลกเดียวกันกับโลกของ12 จ้าวแห่งสัตว์อสูร)
“ได้เวลาออกเดินทางสักทีเกรงว่าการกระทำของเราเมื่อครู่คงจะดึงดูดความสนใจของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิแล้ว!”
หลังจากนั้นเย่เทียนก็เปิดใช้งานพรสวรรค์ล่องหนและจากไปทันที
ไม่นานหลังจากที่เย่เทียนจากไปวานรยักษ์ก็มาถึง
วานรยักษ์ตัวนี้ก็คือคิงคองสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่เคยโจมตีเย่เทียน
เมื่อคิงคองมาถึง มันก็มองเห็นรอยแยกมิติระดับ3 ดาวที่กำลังผสานกลับมาเป็นดังเดิมเมื่อเห็นเช่นนั้นมันก็เกิดความสงสัยขึ้นมา
“ทำไมรอยแยกมิตินี้ถึงขยายใหญ่กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง?”
จากนั้นมันก็จับสัตว์อสูรระดับราชาตัวหนึ่งมาสอบถามถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่นานมันก็รู้แล้วว่าเพราะเหตุใด
“อะไรนะ?มนุษย์ระดับจักรพรรดิออกมาจากรอยแยกมิติ? นี่มันเป็นไปได้ยังไง!!”
เมื่อได้ยินเรื่องราวทั้งหมดคิงคองก็ตะลึงงัน
โดยปกติแล้วรอยแยกมิตินี้ระดับราชาคือระดับสูงสุดที่สามารถผ่านรอยแยกได้ระดับศักดิ์สิทธิ์ขึ้นไปไม่อาจที่จะข้ามรอยแยกมิติระดับ 3 ดาวนี้ได้ หากว่าสามารถข้ามผ่านไปได้มันคงจะบุกเข้าไปยังโลกของมนุษย์นานแล้ว
แต่ตอนนี้สัตว์อสูรระดับราชาตัวนี้กลับบอกมันว่ามีมนุษย์ระดับจักรพรรดิผ่านเข้ามา!
นี่มันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้อย่างนั้นหรือ?
“บางทีจักรพรรดิมนุษย์อาจจะมาที่นี่แล้วจริงๆมันน่าจะมีเทคนิคพิเศษบางอย่าง แม้ว่าอีกฝ่ายจะมาที่นี่ แต่แน่นอนว่ามันต้องได้รับผลสะท้อนกลับไปไม่น้อยไม่แน่ว่าตอนนี้มันอาจจะได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่ก็ได้”
คิงคองครุ่นคิด
ดังนั้นมันจึงออกคำสั่งให้ลูกน้องของมันตามหามนุษย์ระดับจักรพรรดิและแจ้งข่าวนี้ให้สหายระดับจักรพรรดิของมันทราบ
มนุษย์ระดับจักรพรรดิได้เข้าสู่โลกวานรมังกรแล้ว
ท่ามกลางภูเขาขนาดใหญ่ในป่าลึกที่ห่างไกลเย่เทียนหยุดพักที่นี่ชั่วคราวเพื่อฟื้นฟูอาการบาดเจ็บของเขา
ตอนนี้บาดแผลภายนอกฟื้นตัวกลับมาเต็มที่แล้วแต่การสะท้อนกลับมันทำให้ทุกเซลล์ในร่างกายของเขาอ่อนแอลง พลังชีวิตของเขาก็ถูกใช้ไปไม่น้อยสำหรับระดับจักรพรรดิทั่วไปแล้ว อาการบาดเจ็บเช่นนี้มันเป็นความเสียหายที่ร้ายแรง
แต่สำหรับเย่เทียนอาการบาดเจ็บเหล่านี้ไม่นับว่าเป็นอันใด
เขาหยิบเอาเลือดของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิจำนวนมากออกมาจากมิติส่วนตัวและเปิดใช้งานพรสวรรค์กลืนกินโลหิตเพื่อดึงพลังชีวิตจากเลือดของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิชดเชยพลังชีวิตที่เขาต้องเสียไป
สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับพรสวรรค์กลืนกินโลหิตก็คือการดูดซับพลังชีวิตเพื่อนำมันมาชดเชยให้ตัวเองส่วนการฟื้นฟูพลังเป็นเรื่องรอง
ครึ่งวันต่อมา
พลังชีวิตของเย่เทียนฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติแล้วอาการบาดเจ็บที่เกิดจากการสะท้อนกลับก็ได้รับการเยียวยาอย่างสมบูรณ์ ในตอนนี้ความแข็งแกร่งทางร่างกายของเขากลับมาอยู่ในจุดสูงสุดอีกครั้ง
“ได้เวลาไปเดินทางไปยังภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าพันธุ์อสูรกิเลนแล้ว!”
เย่เทียนมองออกไปไกลและพึมพำ
เมื่อเขาเข้าสู่โลกของวานรมังกรเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาคือแผ่นศิลาแห่งการรู้แจ้ง เมื่อได้รับศิลาแห่งการรู้แจ้งมาแล้วเขาก็จะออกจากโลกของสัตว์อสูรแห่งนี้
วู๊ซซซ!
เย่เทียนบินออกไปอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วของเขา เขาใช้เวลาเดินทางเพียงไม่นานก็มาถึงภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์
ในเวลานี้ภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้เปิดใช้งานและมันถูกปกคลุมไปด้วยค่ายกลขนาดใหญ่
“เป็นค่ายกลที่หยาบกระด้างมาก!”
เย่เทียนพูดอย่างดูแคลน
แต่ปกติแล้วสัตว์อสูรไม่มีความชำนาญในการวางค่ายกลการที่เผ่าพันธุ์สัตว์อสูรกิเลนสามารถสร้างค่ายกลขนาดใหญ่เช่นนี้ได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก
แต่เมื่อเย่เทียนมองไปที่ภายในค่ายกลเขาก็ต้องตกตะลึง
แผ่นศิลาแห่งการรู้แจ้งหายไปแล้ว!
เดิมทีศิลาแห่งการรู้แจ้งตั้งอยู่บนยอดของภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์แต่ตอนนี้เขากลับพบว่าสถานที่แห่งนั้นว่างเปล่า เมื่อไม่มีศิลาแห่งการรู้แจ้งอยู่ที่นี่แล้วเผ่ากิเลนจึงเปลี่ยนที่นี่เป็นที่อยู่อีกที่ของเผ่าพันธุ์พวกมัน
“ปลอมตัว!”
เย่เทียนใช้พรสวรรค์ด้านการปลอมตัวแปลงกายเป็นสัตว์อสูรวานรยักษ์และก้าวเข้าไปในภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์
ตูม ตูม!
แรงกดดันของระดับจักรพรรดิแผ่กระจายออกไปสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์จำนวนมากเริ่มตื่นตระหนก
“ท่านอสูรจักรพรรดิ!”
สัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ระดับราชาบินเข้ามาด้วยความหวาดกลัว
มีสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิไม่มากนักในเผ่าพันธุ์กิเลนสวรรค์เมื่อมีสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิปรากฏตัวที่ภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์ แน่นอนว่าสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์เหล่านี้ย่อมต้องรู้สึกหวาดกลัว
“แล้วศิลาจารึกแห่งการรู้แจ้งของเผ่ากิเลนสวรรค์ของเจ้าล่ะ?ทำไมมันถึงหายไป?”
เย่เทียนถาม
“นายท่าน พวกเราก็ไม่รู้เรื่องนี้!”
สัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ระดับราชาลังเลเล็กน้อยแต่มันยังคงกัดฟันและตอบออกไปว่ามันไม่รู้เรื่องนี้
“ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าอีกครั้งพูดมา ถ้าเจ้าไม่พูดแล้วละก็…”
เย่เทียนกล่าวอย่างเย็นชา
สัตว์อสูรเป็นศัตรูกับมนุษยชาติแน่นอนว่าเขาจะไม่มีความเมตตาใดๆ กับสัตว์อสูรเหล่านี้
“พวกเราไม่รู้จริงๆ!”
สัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ตัวนั้นกล่าวอีกครั้ง
“งั้นข้าจะถามด้วยวิธีอื่น!”เย่เทียนกล่าว “สะกดจิต!”
ฮึ่ม!
ด้วยพรสวรรค์ในการสะกดจิตสัตว์อสูรระดับราชาไม่มีทางที่จะสามารถต้านทานมันได้ มันจึงถูกสะกดจิตในทันที
“ศิลาแห่งการรู้แจ้งอยู่ที่ไหน?”
เย่เทียนถามอีกครั้ง
คราวนี้สัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ระดับราชาก็พูดออกมา…