จิ้งจอกเก้าหางข้ามภพ ระบบเติมแต้มสุขสม

    บทที่ 42: การตรวจสอบพลังและเบาะแสปีศาจ

    หลังจากที่ชิงเย่วและมู่หรงชิงได้เข้ามาพำนักที่จวนสกุลซุนแล้ว หลินเฟิงก็รู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่จะใช้ประโยชน์จากพลังใหม่ที่เขาได้รับมาอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘การตรวจจับพลังหยิน’ ที่ระบบมอบให้ ซึ่งไม่เพียงช่วยในการค้นหาสตรีผู้มีพลังหยินบริสุทธิ์เท่านั้น แต่ยังสามารถตรวจสอบระดับพลังของพรรคพวกตนเองได้อีกด้วย

     

    ในยามบ่ายของวันนั้น หลินเฟิงได้เรียกสตรีทุกคนที่อยู่ในจวนสกุลซุนมารวมตัวกันที่ห้องโถงใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นซุนซือซือ ซุนเหมยเหมย ฮูหยินซุน หลี่ซุ หูเม่ย ชิงเย่ว และไป๋เอ๋อร์ ทุกคนต่างมาพร้อมหน้าด้วยความสงสัยว่าหลินเฟิงมีเรื่องสำคัญอันใดจะแจ้ง

     

    “ข้าเรียกพวกเจ้ามารวมกันในวันนี้ เพราะข้าต้องการตรวจสอบพลังบำเพ็ญของพวกเจ้า” หลินเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ไม่ต้องกังวล นี่เป็นเพียงการตรวจสอบเพื่อทำความเข้าใจถึงระดับพลังของแต่ละคน และเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจในอนาคต”

     

    สตรีทุกคนต่างพยักหน้าเข้าใจ หลินเฟิงเริ่มใช้พลัง ‘การตรวจจับพลังหยิน’ ของระบบสแกนไปทีละคน ข้อมูลของแต่ละคนปรากฏขึ้นในใจของเขาอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นระดับการฝึกตน ค่าพลังปราณ ความสามารถพิเศษ และสถานะร่างกาย

     

    เขาเริ่มต้นจากชิงเย่ว ผู้ที่เพิ่งผ่านการบำเพ็ญคู่กับเขามาไม่นาน

     

    [ข้อมูลตัวละคร: ชิงเย่ว]

    ชื่อ: ชิงเย่ว

    เผ่าพันธุ์: มนุษย์ (ผู้บำเพ็ญเพียร)

    ประวัติที่มา: อดีตศิษย์เอกสำนักเมฆาเขียว, ผู้บำเพ็ญเพียรพรหมจรรย์

    สถานะ: สหายบำเพ็ญคู่ของหลินเฟิง

    ระดับการฝึกตน: ขอบเขตแก่นแท้จิตวิญญาณ ขั้นที่ 8

    ค่าพลังปราณ: 12,000

    ความสามารถ/พลังพิเศษ: พลังปราณบริสุทธิ์, สัมผัสปีศาจ , กระบวนท่าดาบสำนักเมฆาเขียว

    ความแข็งแกร่ง: 85 (เพิ่มขึ้นอย่างมากจากการบำเพ็ญคู่)

    ความว่องไว: 80 (เพิ่มขึ้นอย่างมากจากการบำเพ็ญคู่)

    สถานะร่างกาย: สมบูรณ์, พลังหยินบริสุทธิ์

    หมายเหตุ: พลังบำเพ็ญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วจากการหลอมรวมหยินหยางกับจิ้งจอกปีศาจ

    ถัดมาคือมู่หรงชิง ผู้ที่กำลังรอคอยโอกาสในการบำเพ็ญคู่

     

    [ข้อมูลตัวละคร: มู่หรงชิง]

    ชื่อ: มู่หรงชิง

    เผ่าพันธุ์: มนุษย์ (จอมยุทธหญิง)

    สถานะ: ผู้ติดตามของหลินเฟิง

    ระดับการฝึกตน: ขอบเขตแก่นแท้จิตวิญญาณ ขั้นที่ 6

    ค่าพลังปราณ: 9,500

    ความสามารถ/พลังพิเศษ: กระบวนท่าดาบพริ้วไหว, พลังหยินบริสุทธิ์

    ความแข็งแกร่ง: 75

    ความว่องไว: 85

    สถานะร่างกาย: สมบูรณ์, พลังหยินบริสุทธิ์

    หมายเหตุ: มีศักยภาพในการบำเพ็ญคู่สูง

    จากนั้นเป็นหูเม่ย ปีศาจจิ้งจอกผู้ซื่อสัตย์

     

    [ข้อมูลตัวละคร: หูเม่ย]

    ชื่อ: หูเม่ย

    เผ่าพันธุ์: ปีศาจจิ้งจอก

    สถานะ: ผู้ติดตามของหลินเฟิง

    ระดับการฝึกตน: ขอบเขตแก่นแท้จิตวิญญาณ ขั้นที่ 7

    ค่าพลังปราณ: 11,000

    ความสามารถ/พลังพิเศษ: แปลงกาย, มายาจิ้งจอก, วิชาแพทย์ปีศาจ

    ความแข็งแกร่ง: 70

    ความว่องไว: 90

    สถานะร่างกาย: สมบูรณ์

     

    ตามด้วยซุนซือซือและซุนเหมยเหมย สองพี่น้องปีศาจจิ้งจอก

    [ข้อมูลตัวละคร: ซุนซือซือ]

    ชื่อ: ซุนซือซือ

    เผ่าพันธุ์: ปีศาจจิ้งจอก

    สถานะ: ผู้ติดตามของหลินเฟิง

    ระดับการฝึกตน: ขอบเขตแก่นแท้จิตวิญญาณ ขั้นที่ 5

    ค่าพลังปราณ: 8,200

    ความสามารถ/พลังพิเศษ: แปลงกาย, มายาจิ้งจอก

    ความแข็งแกร่ง: 65

    ความว่องไว: 80

    สถานะร่างกาย: สมบูรณ์

     

    [ข้อมูลตัวละคร: ซุนเหมยเหมย]

    ชื่อ: ซุนเหมยเหมย

    เผ่าพันธุ์: ปีศาจจิ้งจอก

    สถานะ: ผู้ติดตามของหลินเฟิง

    ระดับการฝึกตน: ขอบเขตแก่นแท้จิตวิญญาณ ขั้นที่ 5

    ค่าพลังปราณ: 8,100

    ความสามารถ/พลังพิเศษ: แปลงกาย, มายาจิ้งจอก

    ความแข็งแกร่ง: 65

    ความว่องไว: 80

    สถานะร่างกาย: สมบูรณ์

     

    และฮูหยินซุนกับหลี่ซุ มนุษย์ผู้ดูแลจวน

     

    [ข้อมูลตัวละคร: ฮูหยินซุน]

    ชื่อ: ฮูหยินซุน

    เผ่าพันธุ์: มนุษย์

    สถานะ: ภรรยาขุนนางซุน

    ระดับการฝึกตน: ขอบเขตเริ่มต้นปราณ ขั้นที่ 3

    ค่าพลังปราณ: 1,500

    ความสามารถ/พลังพิเศษ: ไม่มี

    ความแข็งแกร่ง: 30

    ความว่องไว: 25

    สถานะร่างกาย: ปกติ

     

    [ข้อมูลตัวละคร: หลี่ซู]

    ชื่อ: หลี่ซู

    เผ่าพันธุ์: มนุษย์

    สถานะ: สหายบำเพ็ญคู่ของหลินเฟิง

    ระดับการฝึกตน: ขอบเขตเริ่มต้นปราณ ขั้นที่ 2

    ค่าพลังปราณ: 1,000

    ความสามารถ/พลังพิเศษ: ไม่มี

    ความแข็งแกร่ง: 25

    ความว่องไว: 20

    สถานะร่างกาย: ปกติ

     

    สุดท้ายคือไป๋เอ๋อร์ ผู้ที่ทำให้หลินเฟิงต้องขมวดคิ้ว

     

    [ข้อมูลตัวละคร: ไป๋เอ๋อร์]

    ชื่อ: ไป๋เอ๋อร์

    เผ่าพันธุ์: ปีศาจกระต่าย

    สถานะ: ผู้ติดตามของหลินเฟิง

    ระดับการฝึกตน: ขอบเขตแก่นแท้จิตวิญญาณ ขั้นที่ 5

    ค่าพลังปราณ: 8,000

    ความสามารถ/พลังพิเศษ: พลังกระต่ายว่องไว, พลังฟื้นฟู

    ความแข็งแกร่ง: 60

    ความว่องไว: 95

    สถานะร่างกาย: ปกติ

    หมายเหตุ: ตรวจพบพลังงานปีศาจแมงมุมขนาดเล็กเกาะติดอยู่กับร่าง

     

    เมื่อหลินเฟิงสแกนไปถึงไป๋เอ๋อร์ ข้อมูลที่ปรากฏขึ้นกลับทำให้คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันอย่างเห็นได้ชัด

     

    “ไป๋เอ๋อร์” หลินเฟิงเรียกชื่อนางด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกว่าปกติ “เจ้ามีอะไรจะบอกข้าหรือไม่”

     

    ไป๋เอ๋อร์สะดุ้งเล็กน้อย “เอ่อ... ไม่มีเจ้าค่ะ ท่านหลินเฟิง”

     

    “ระบบตรวจพบพลังงานปีศาจแมงมุมขนาดเล็กเกาะติดอยู่กับร่างของเจ้า” หลินเฟิงกล่าวตรงๆ “เจ้าไปทำอะไรมาในช่วงที่ผ่านมานี้”

     

    ไป๋เอ๋อร์หน้าซีดเผือด นางมองไปที่หูเม่ยที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยความกังวล หูเม่ยเองก็รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างเช่นกัน

     

    “คือว่า... ช่วงนี้ข้าได้รับมอบหมายให้ไปสืบข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลขุนนางบางตระกูลเจ้าค่ะ” ไป๋เอ๋อร์เริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก “ข้าได้เข้าไปในคฤหาสน์ร้างแห่งหนึ่งที่เชื่อว่าเป็นแหล่งกบดานของกลุ่มโจร แต่ข้าก็ไม่พบอะไรผิดปกติ นอกจากใยแมงมุมจำนวนมาก”

     

    “ใยแมงมุม?” หลินเฟิงทวนคำ “แล้วเจ้าได้สัมผัสกับสิ่งใดที่ผิดปกติหรือไม่”

     

    ไป๋เอ๋อร์พยายามนึก “ข้า... ข้าจำได้ว่ามีแมงมุมตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งกระโดดมาเกาะที่แขนของข้า แต่ข้าก็ปัดมันออกไปแล้วเจ้าค่ะ”

     

    หลินเฟิงหันไปมองหูเม่ย “หูเม่ย เจ้าพอจะรู้เรื่องปีศาจแมงมุมบ้างหรือไม่”

     

    หูเม่ยขมวดคิ้ว นางหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนจะลืมตาขึ้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล “ปีศาจแมงมุม... ข้าจำได้ว่าบรรพบุรุษของข้าเคยเล่าให้ฟังว่า ตระกูลปีศาจแมงมุมเป็นศัตรูเก่าแก่ของตระกูลปีศาจจิ้งจอกและตระกูลปีศาจกระต่ายของเราเมื่อนานมาแล้ว”

     

    “พวกมันเป็นปีศาจที่เจ้าเล่ห์และโหดเหี้ยม ชอบดูดกลืนพลังชีวิตของเหยื่อ และสร้างใยพิษเพื่อดักจับ” หูเม่ยกล่าวต่อ “เมื่อหลายร้อยปีก่อน บรรพบุรุษของพวกเราได้ร่วมมือกันขับไล่พวกมันออกไปจากดินแดนแห่งนี้ และหลังจากนั้นก็ไม่มีข่าวคราวของพวกมันอีกเลย”

     

    หลินเฟิงพยักหน้าอย่างครุ่นคิด “ดูเหมือนว่าพวกมันจะกลับมาแล้ว และดูเหมือนว่าไป๋เอ๋อร์จะเป็นเหยื่อของพวกมัน”

    เขามองไปที่ไป๋เอ๋อร์ “เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง แต่ตอนนี้เจ้าต้องบอกข้าทุกอย่างที่เจ้ารู้เกี่ยวกับคฤหาสน์ร้างแห่งนั้น และปีศาจแมงมุมที่เจ้าพบ”

     

    ไป๋เอ๋อร์พยักหน้าอย่างรวดเร็ว “เจ้าค่ะ ท่านหลินเฟิง ข้าจะเล่าทุกอย่างที่ข้ารู้”

     

    บรรยากาศในห้องโถงใหญ่เริ่มตึงเครียดขึ้นมาทันที การปรากฏตัวของปีศาจแมงมุมเป็นสัญญาณว่าภัยร้ายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ และหลินเฟิงรู้ดีว่าเขาจะต้องจัดการกับมันก่อนที่มันจะสร้างความเสียหายให้กับพรรคพวกของเขา

     

    หลังจากที่ไป๋เอ๋อร์เล่าเรื่องราวทั้งหมด หลินเฟิงก็ตกอยู่ในห้วงความคิดอย่างลึกซึ้ง พลังงานปีศาจแมงมุมที่เกาะติดไป๋เอ๋อร์นั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และคำบอกเล่าของหูเม่ยเกี่ยวกับความสัมพันธ์อันเป็นปรปักษ์ระหว่างปีศาจแมงมุมกับปีศาจจิ้งจอกและกระต่าย ยิ่งทำให้เขามั่นใจว่านี่ไม่ใช่แค่ปีศาจตัวเดียวที่ออกอาละวาด

     

    “ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะซับซ้อนกว่าที่คิด” หลินเฟิงพึมพำกับตัวเอง “ปีศาจแมงมุมตัวนั้นอาจเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่ง และการที่มันเกี่ยวข้องกับตระกูลขุนนาง แสดงว่ามีปีศาจตัวอื่นที่ทรงอำนาจกว่าอยู่เบื้องหลัง”

     

    ระบบในใจของเขาตอบสนองต่อความคิดนั้นทันที:

     

    [การวิเคราะห์สถานการณ์]: ตรวจพบคลื่นพลังปีศาจระดับสูงอีกสองแห่งในเมืองหลวงแห่งนี้ หนึ่งในนั้นมีพลังหยินที่เข้มข้นอย่างยิ่ง เหมาะแก่การดูดซับเพื่อเร่งการบำเพ็ญเพียร

     

    ดวงตาของหลินเฟิงเป็นประกาย นี่คือโอกาส! การดูดซับพลังหยินจากปีศาจเหล่านี้ จะช่วยให้เขาสร้างหางที่เก้าได้เร็วขึ้น และกลับสู่โลกอนาคตได้ในที่สุด

     

    “พวกเจ้าทุกคน” หลินเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ภัยคุกคามนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย แต่ก็เป็นโอกาสอันดีสำหรับพวกเรา”

     

    เขาหันไปทางซุนซือซือ ซุนเหมยเหมย และฮูหยินซุน “ซือซือ เหมยเหมย และฮูหยินซุน ข้าต้องการให้พวกเจ้าใช้ความสัมพันธ์และเครือข่ายของตระกูลซุนในการสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลขุนนางที่ไป๋เอ๋อร์กล่าวถึง รวมถึงตระกูลอื่นๆ ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปรากฏตัวของปีศาจเหล่านี้ และที่สำคัญที่สุด คือต้องแน่ใจว่าไม่มีใครล่วงรู้ว่าพวกเราอยู่ที่นี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีศาจพวกนั้น”

     

    ซุนซือซือและซุนเหมยเหมยพยักหน้าอย่างเข้าใจ พวกนางเป็นปีศาจจิ้งจอกที่มีความสามารถในการสอดแนมและปลอมตัว ส่วนฮูหยินซุนก็เป็นสตรีสูงศักดิ์ที่มีความรู้เรื่องเครือข่ายขุนนางเป็นอย่างดี

     

    จากนั้น หลินเฟิงก็หันไปทางหูเม่ยและไป๋เอ๋อร์ “หูเม่ย ไป๋เอ๋อร์ พวกเจ้าต้องระมัดระวังการเคลื่อนไหวเป็นพิเศษในช่วงนี้ หากพบสิ่งผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อย ให้รีบแจ้งข้าทันที และไป๋เอ๋อร์ เจ้าต้องพยายามลบร่องรอยพลังปีศาจแมงมุมที่ติดอยู่กับตัวเจ้าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้พวกมันตามรอยมาถึงที่นี่”

     

    เขาหันไปทางปีศาจงูน้อยชิงชิงที่กำลังเลื้อยอยู่บนไหล่ของเขา “ชิงชิง เจ้ามีสัมผัสที่ละเอียดอ่อนกว่าใคร ข้าต้องการให้เจ้าช่วยสังเกตการณ์การเคลื่อนไหวของพลังปีศาจในเมืองหลวง หากพบคลื่นพลังที่ผิดปกติ หรือการรวมตัวของปีศาจ ให้รีบแจ้งข้าเช่นกัน” ชิงชิงพยักหน้าเล็กๆ อย่างเข้าใจ

     

    สุดท้าย หลินเฟิงมองไปที่หลี่ซู “หลี่ซู เจ้าเป็นมนุษย์ที่คลุกคลีอยู่กับชาวบ้านทั่วไป ข้าต้องการให้เจ้าใช้ชีวิตตามปกติ แต่ให้สังเกตรอบข้างให้มากขึ้น คอยฟังข่าวลือ หรือเรื่องแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในหมู่ชาวบ้าน และหากเป็นไปได้ ข้าอยากให้เจ้าค่อยๆ สร้างเครือข่ายข้อมูลจากกลุ่มชาวบ้านขึ้นมา โดยอาศัยความน่าเชื่อถือและความสามารถในการเข้าถึงผู้คนของเจ้า ข้อมูลจากชาวบ้านบางครั้งก็เป็นประโยชน์อย่างไม่น่าเชื่อ” หลี่ซูรับคำด้วยความมุ่งมั่น นางรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับความไว้วางใจจากหลินเฟิง

     

    จากนั้น หลินเฟิงก็หันไปทางมู่หรงชิงและชิงเย่ว “มู่หรงชิง ชิงเย่ว พวกเจ้าคุ้นเคยกับเมืองหลวงมากกว่าใคร ข้าต้องการให้พวกเจ้าออกไปสืบหาเบาะแสของปีศาจตัวอื่นๆ ที่แฝงตัวอยู่ในเมืองนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีศาจที่มีพลังหยินเข้มข้น”

     

    ชิงเย่วและมู่หรงชิงรับคำสั่งด้วยความกระตือรือร้น พวกนางออกเดินทางทันที โดยใช้ความสามารถของตนเองในการสืบหาข้อมูล

     

    ไม่นานหลังจากนั้น มู่หรงชิงและชิงเย่วก็กลับมาพร้อมกับข่าวกรองที่น่าตกใจ

     

    “ท่านหลินเฟิง” ชิงเย่วรายงาน “จากการสืบสวนของเรา พบว่านอกจากปีศาจแมงมุมที่ซ่อนตัวอยู่ในจวนหมอหลวงแล้ว ยังมีปีศาจอีกสองตนที่น่าจับตามอง”

     

    “หนึ่งคือปีศาจแมวที่แฝงตัวอยู่ในหอคณิกาชื่อดังแห่งหนึ่ง มันใช้เสน่ห์เย้ายวนและพลังหยินของหญิงสาวเพื่อบำเพ็ญเพียร” มู่หรงชิงเสริม “และอีกหนึ่งคือปีศาจพยัคฆ์ขาวที่ซ่อนอยู่ในจวนแม่ทัพ มันมีพลังแข็งแกร่งและดุดัน”

     

    หลินเฟิงยิ้มมุมปาก “ดีมาก! ปีศาจแมงมุม ปีศาจแมว และปีศาจพยัคฆ์ขาว... ดูเหมือนว่าพวกมันจะมารวมตัวกันให้ข้าได้เก็บเกี่ยวพลังหยินอย่างครบครัน”

     

    เขาเริ่มวางแผนการอย่างละเอียด “เราจะจัดการพวกมันพร้อมกัน เพื่อไม่ให้พวกมันมีโอกาสรวมตัวกันหรือหลบหนีไปได้”

     

    “ชิงเย่ว” หลินเฟิงมองไปที่นางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหมาย “เจ้าคือคนสำคัญในแผนการนี้ พลังปราณบริสุทธิ์และสถานะอดีตผู้บำเพ็ญเพียรของเจ้า จะเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดโปงและล่อพวกมันออกมา”

     

    ชิงเย่วหน้าแดงเล็กน้อยเมื่อหลินเฟิงมองนางด้วยสายตาเช่นนั้น แต่นางก็พยักหน้าอย่างหนักแน่น “ข้าจะทำทุกอย่างที่ท่านหลินเฟิงต้องการเจ้าค่ะ”

     

    แผนการของหลินเฟิงคือการใช้ชิงเย่วเป็นเหยื่อล่อ โดยให้นางแสดงตัวในที่สาธารณะ เพื่อดึงดูดความสนใจของปีศาจทั้งสาม เมื่อพวกมันปรากฏตัวและเผยโฉมที่แท้จริงออกมา หลินเฟิงและสตรีคนอื่นๆ ก็จะเข้าจัดการพวกมันทันที

     

    “เมื่อถึงเวลา” หลินเฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “พลังหยินของพวกมันทั้งหมด จะกลายเป็นพลังบำเพ็ญเพียรของข้า และช่วยให้ข้าสร้างหางที่เก้าได้สำเร็จ”

     

    บรรยากาศในห้องโถงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวัง สตรีทุกคนต่างพร้อมที่จะร่วมมือกับหลินเฟิงในการล่าปีศาจ และพวกนางก็รู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ จะนำมาซึ่งพลังที่แข็งแกร่งขึ้น และความใกล้ชิดกับหลินเฟิงที่มากขึ้นด้วยเช่นกัน

     

    แผนการของหลินเฟิงถูกกำหนดขึ้นอย่างรัดกุม ทุกคนได้รับมอบหมายหน้าที่อย่างชัดเจน ชิงเย่วผู้มีพลังปราณบริสุทธิ์และรูปโฉมงดงามราวเทพธิดา ได้รับบทบาทสำคัญในการเป็นเหยื่อล่อ

     

    ในคืนถัดมา ชิงเย่วปรากฏตัวในงานเลี้ยงของตระกูลแม่ทัพ ซึ่งเป็นงานเลี้ยงที่จัดขึ้นอย่างลับๆ โดยอาศัยเส้นสายของชิงเย่วที่เคยเป็นศิษย์สำนักเมฆาเขียว และความช่วยเหลือจากตระกูลแม่ทัพ เพื่อดึงดูดปีศาจที่แฝงตัวอยู่ในเมืองหลวงออกมา หลินเฟิงได้ใช้พลังลวงตาของเขา สร้างภาพผู้คนในงานเลี้ยงปลอมๆ จำนวนมาก เพื่อทำให้งานดูคึกคักและเป็นธรรมชาติ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้คนที่อยู่ในงานส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนของหลินเฟิงที่ปลอมตัวมา หรือเป็นเพียงภาพลวงตาที่เขาสร้างขึ้น

     

    ชิงเย่วสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ที่ขับเน้นผิวพรรณอันผุดผ่อง ใบหน้าไร้ซึ่งเครื่องสำอาง ทว่ากลับงดงามจนสะกดทุกสายตา พลังปราณบริสุทธิ์ของนางแผ่ออกมาอย่างไม่ตั้งใจ ดึงดูดความสนใจจากทุกผู้คนในงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... เหล่าปีศาจที่แฝงตัวอยู่

     

    หลินเฟิงและสตรีคนอื่นๆ แฝงตัวอยู่ในเงามืด คอยสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ หูเม่ยและซุนซือซือ ซุนเหมยเหมย ใช้ความสามารถในการปลอมตัวและซ่อนเร้น เพื่อสอดแนมความเคลื่อนไหวของปีศาจ ส่วนมู่หรงชิงและไป๋เอ๋อร์เตรียมพร้อมที่จะเข้าโจมตีทันทีที่ได้รับสัญญาณ

     

    งานเลี้ยงดำเนินไปได้ระยะหนึ่ง เสียงดนตรีบรรเลง อาหารเลิศรสและสุราชั้นดีถูกนำมาเสิร์ฟอย่างไม่ขาดสาย ปีศาจทั้งสามที่แฝงตัวอยู่ในร่างมนุษย์ต่างก็ดื่มกินอย่างเพลิดเพลิน โดยไม่รู้เลยว่าในอาหารและเครื่องดื่มเหล่านั้น ได้ถูกผสมด้วยยาที่ทำให้พลังปราณอ่อนแรงลงอย่างช้าๆ ซึ่งปรุงขึ้นโดยหูเม่ยผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรปีศาจ

     

    ไม่นานนัก คลื่นพลังปีศาจก็เริ่มเคลื่อนไหว หลินเฟิงสัมผัสได้ถึงพลังหยินที่เข้มข้นสามสายกำลังพุ่งตรงมายังชิงเย่ว

     

    พลังแรกคือพลังที่เย็นยะเยือกและชั่วร้ายของปีศาจแมงมุม มันแฝงตัวอยู่ในร่างของคนรับใช้ชราของหมอหลวงผู้หนึ่งที่กำลังเดินเข้ามาทักทายชิงเย่วด้วยรอยยิ้มที่แฝงเร้นความกระหาย

     

    พลังที่สองคือพลังที่เย้ายวนและร้อนแรงของปีศาจแมว มันปรากฏตัวในร่างของนางรำสาวสวยผู้หนึ่งในงานเลี้ยง นางเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ พยายามจะเข้าใกล้ชิงเย่วเพื่อสัมผัสพลังหยินบริสุทธิ์ของนาง

     

    และพลังสุดท้ายคือพลังที่ดุดันและแข็งกร้าวของปีศาจพยัคฆ์ขาว มันปรากฏในร่างขององครักษ์ผู้แข็งแกร่งของแม่ทัพใหญ่ ซึ่งกำลังจับจ้องชิงเย่วด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความต้องการอันดิบเถื่อน

     

    หลินเฟิงส่งสัญญาณให้ชิงเย่ว ชิงเย่วเข้าใจทันที นางแสร้งทำเป็นตกใจเล็กน้อย ก่อนจะถอยห่างจากปีศาจทั้งสามอย่างช้าๆ ราวกับจะหลบหนี แต่ก็ไม่พ้นสายตาของพวกมัน

     

    “แม่นางผู้นี้ช่างงดงามราวกับเทพธิดาลงมาจุติ” คนรับใช้ชรากล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ไม่ทราบว่าแม่นางมีนามว่ากระไร”

     

    “ข้ามีนามว่าชิงเย่ว” ชิงเย่วตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยความเย็นชา “และข้าไม่คิดว่าท่านจะเหมาะสมที่จะสนทนากับข้า”

     

    คำพูดของชิงเย่วทำให้ปีศาจแมงมุมในร่างคนรับใช้ชราถึงกับชะงัก ส่วนปีศาจแมวในร่างนางรำและปีศาจพยัคฆ์ขาวในร่างองครักษ์ก็เริ่มเผยรังสีอำมหิตออกมาเล็กน้อย

     

    “หึหึ” ปีศาจแมวหัวเราะคิกคัก “แม่นางช่างหยิ่งผยองนัก แต่ข้าชอบ” นางพยายามจะเอื้อมมือไปสัมผัสชิงเย่ว

     

    ในจังหวะนั้นเอง ปีศาจทั้งสามก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ พลังปราณในร่างของพวกมันเริ่มปั่นป่วนและอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าของพวกมันเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและความโกรธ

     

    “พวกเจ้าวางยาพวกข้า!” ปีศาจพยัคฆ์ขาวคำรามด้วยความเดือดดาล พลังปีศาจที่หลงเหลืออยู่ปะทุออกมา ทำลายภาพลวงตาบางส่วนของหลินเฟิง

     

    “พวกเจ้าปีศาจชั่วช้า” ชิงเย่วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ “กล้าดียังไงมาแฝงตัวอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้ และคิดจะทำร้ายผู้บริสุทธิ์”

     

    เมื่อถูกเปิดโปง ปีศาจทั้งสามก็ไม่คิดจะซ่อนเร้นอีกต่อไป ร่างของพวกมันเริ่มบิดเบี้ยวและขยายใหญ่ขึ้น เผยให้เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของปีศาจแมงมุม ปีศาจแมว และปีศาจพยัคฆ์ขาว แต่ด้วยฤทธิ์ยาพิษ ทำให้พวกมันไม่สามารถใช้พลังได้อย่างเต็มที่

     

    “พวกเจ้าคิดว่าจะหนีรอดไปได้หรือ” ปีศาจแมงมุมกล่าวด้วยเสียงที่น่าขนลุก “พลังหยินของเจ้าจะต้องเป็นของข้า”

     

    แต่ก่อนที่พวกมันจะได้ลงมือ หลินเฟิงก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับสตรีคนอื่นๆ “พวกเจ้าคิดผิดแล้ว” หลินเฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นชา “พวกเจ้าต่างหากที่จะต้องเป็นเหยื่อของข้า”

     

    การต่อสู้ครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น พลังปราณและพลังปีศาจปะทะกันอย่างรุนแรงในใจกลางงานเลี้ยงที่เคยสงบเงียบ

     

    เมื่อปีศาจทั้งสามเผยร่างที่แท้จริงออกมา พร้อมกับพลังที่อ่อนแรงลงจากฤทธิ์ยาพิษ หลินเฟิงก็ก้าวออกมาจากเงามืด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าของเขา ดวงตาของเขาทอประกายสีทองเรืองรอง แผ่รังสีอำนาจของจิ้งจอกเก้าหางที่ยังไม่สมบูรณ์ออกมา

     

    “พวกเจ้าคิดว่าพลังที่อ่อนแรงเช่นนี้ จะสามารถต่อกรกับข้าได้งั้นหรือ” หลินเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน ราวกับกระซิบข้างหู ทำให้ปีศาจทั้งสามรู้สึกถึงความสั่นสะท้านไปทั่วร่าง ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความรู้สึกแปลกประหลาดที่ยากจะอธิบาย

     

    ปีศาจแมงมุมในร่างคนรับใช้ชราพยายามจะใช้ใยพิษเข้าโจมตี แต่ใยของมันกลับอ่อนปวกเปียกและขาดสะบั้นลงกลางอากาศ พลังของมันถูกบั่นทอนลงอย่างมากจากยาพิษของหูเม่ย

     

    ปีศาจแมวในร่างนางรำพยายามจะใช้มายาเสน่ห์เข้าล่อลวง แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาของหลินเฟิง มายาของนางกลับสลายไปในพริบตา แทนที่ด้วยภาพลวงตาที่หลินเฟิงสร้างขึ้น ภาพของนางรำสาวสวยที่กำลังเต้นรำยั่วยวนอยู่ตรงหน้าหลินเฟิง ทำให้ปีศาจแมวรู้สึกราวกับถูกสะกดจิต นางเริ่มเลียนแบบท่าเต้นนั้นอย่างไม่รู้ตัว ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้า

     

    ส่วนปีศาจพยัคฆ์ขาวในร่างองครักษ์ พยายามจะคำรามและพุ่งเข้าใส่ แต่เมื่อหลินเฟิงจ้องมองมันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและอำนาจ ปีศาจพยัคฆ์ขาวก็รู้สึกราวกับถูกตรึงไว้กับที่ ขนบนร่างของมันลุกชันด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความกลัวและความต้องการที่จะยอมสยบ

     

    “พลังหยินของพวกเจ้า ช่างหอมหวานยิ่งนัก” หลินเฟิงกล่าวพลางเดินเข้าไปใกล้ปีศาจทั้งสาม กลิ่นกายหอมกรุ่นของจิ้งจอกปีศาจแผ่ซ่านออกมา ทำให้ปีศาจทั้งสามรู้สึกมึนงงและเคลิบเคลิ้มยิ่งขึ้น

     

    เขาใช้พลังจิตควบคุมให้ปีศาจแมงมุมและปีศาจพยัคฆ์ขาวทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเขา ส่วนปีศาจแมวก็ยังคงเต้นรำอย่างเลื่อนลอยด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความปรารถนา

     

    “ถึงเวลาแล้วที่พวกเจ้าจะต้องชดใช้” หลินเฟิงยิ้มอย่างชั่วร้าย เขายื่นมือออกไปสัมผัสร่างของปีศาจทั้งสาม พลังหยินอันมหาศาลเริ่มไหลเวียนเข้าสู่ร่างของเขาอย่างรวดเร็ว

     

    ปีศาจทั้งสามกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและความสุขสมที่ยากจะแยกแยะ พลังชีวิตของพวกมันถูกดูดกลืนไปอย่างต่อเนื่อง ร่างกายของพวกมันเริ่มเหี่ยวแห้งลงอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของปีศาจที่อ่อนแอและไร้เรี่ยวแรง

     

    สตรีคนอื่นๆ ที่เฝ้าดูอยู่ต่างก็รู้สึกทึ่งในพลังของหลินเฟิง พวกนางไม่เคยเห็นใครสามารถจัดการกับปีศาจที่แข็งแกร่งถึงสามตนได้ง่ายดายเช่นนี้ โดยไม่ต้องใช้กำลังเข้าห้ำหั่น แต่ใช้เพียงเสน่ห์และพลังจิตควบคุม

     

    เมื่อพลังหยินทั้งหมดถูกดูดซับจนหมดสิ้น ร่างของปีศาจทั้งสามก็สลายกลายเป็นเถ้าธุลีไปในที่สุด หลินเฟิงรู้สึกได้ถึงพลังปราณที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล หางที่แปดของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับกำลังจะงอกหางที่เก้าออกมาในไม่ช้า

     

    “ยอดเยี่ยม!” หลินเฟิงกล่าวด้วยความพึงพอใจ “พลังหยินจากปีศาจเหล่านี้ ช่างเป็นประโยชน์ต่อการบำเพ็ญเพียรของข้ายิ่งนัก”

     

    เขาหันไปมองสตรีคนอื่นๆ ด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น “พวกเจ้าทุกคนทำได้ดีมาก”

     

    ชิงเย่ว มู่หรงชิง หูเม่ย ซุนซือซือ ซุนเหมยเหมย ไป๋เอ๋อร์ และหลี่ซู ต่างก็รู้สึกถึงความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการนี้ และพวกนางก็รู้ดีว่า การผจญภัยของพวกเขากับหลินเฟิงยังคงดำเนินต่อไป และจะมีเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นรออยู่ข้างหน้าอีกมากมาย

     

    คล้ายกับเรื่องจิ้งจอกเก้าหางข้ามภพ ระบบเติมแต้มสุขสม ที่คุณอ่าน