เพื่อเอาตัวรอดในยุคโลกาวินาศนั้น หญิงชราผู้นี้พาลูกคนโตกับลูกชายคนเล็กขึ้นรถหนีไปโดยไม่สนใจไยดีลูกคนรองกับสะใภ้ที่สู้สุดชีวิตอยู่ท่ามกลางกลุ่มซอมบี้ ดังนั้นในชาตินี้เธอจะไม่ให้พ่อแม่ของตัวเองต้องตายอย่างทารุณเพราะหญิงชราเช่นนี้อีกเด็ดขาด
“คุณย่า คุณลุงใหญ่ ป้าสะใภ้ใหญ่พวกท่านมารับพี่หรูอวี้กลับหรือคะ” ไป๋รั่วเสวี่ยเดินเข้าไปทันทีใบหน้าเปี่ยมด้วยรอยยิ้มทว่าแฝงความเ็า
“รั่วเสวี่ยนังคนสารเลว ไหนบอกฉันมาซิว่าเธอใส่ร้ายลูกพี่ลูกน้องของเธอทำไม”ไป๋เหล่าไท่ไทยกมือขึ้นหมายจะตีไป๋รั่วเสวี่ย
ไป๋จิ้งเหวินกับหลิ่วเย่ว์เหมยใรีบรั้งเธอไว้
“แม่ครับ แม่จะทำอะไร จะพูดก็พูดกันดีๆสิครับ ทำไมจะต้องตีด้วย” ไป๋จิ้งเหวินว่า “แม่ว่ารั่วเสวี่ยใส่ร้ายหรูอวี้หรือเธอจะไปทำเื่แบบนั้นได้ยังไงกันครับ”
“รั่วเสวี่ยไม่ใช่คนสารเลวช่วยใช้ปากพูดจาให้มันสุภาพหน่อย” หลิ่วเย่ว์เหมยถลึงตาใส่ไป๋ฮูหยิน
“รั่วเสวี่ยสมควรโดนตี” หลี่ซินหลานที่นั่งอยู่อีกด้านเอ่ยเหน็บแนม
“พวกคุณก็ลองตีดูสิ” หลิ่วเย่ว์เหมยคว้าโทรศัพท์แบบโบราณบนโต๊ะแล้วเขวี้ยงลงบนพื้นอย่างแรง
เกิดเสียงโครมดังสนั่นจนทำให้หลายคนสะดุ้งโหยง
คนสกุลไป๋ไม่กลัวไป๋จิ้งเหวินพวกเขากลัวหลิ่วเย่ว์เหมย
“ั้แ่สกุลไป๋ของเราก่อตั้งมาลูกหลานทุกคนล้วนเป็คนดี รักพี่รักน้อง ไม่เคยมีคนแบบไป๋รั่วเสวี่ยสักนิด คนในบ้านเธอใจคอโหดร้ายรังแกข่มเหงลูกพี่ลูกน้องของตัวเอง” ไป๋จิ้งซูมักวางตัวเป็พี่ใหญ่พูดจามีจังหวะจะโคน คนไม่รู้จักคงนึกว่าเขาเป็คนเถรตรงคนหนึ่ง แต่ในความเป็จริงแล้วเขากลับเป็คนชอบรังแกคนอ่อนแอหวาดกลัวคนแข็งแกร่ง ดีแต่กินคร้านทำงาน เอาเปรียบได้ก็เอาเปรียบเอาเปรียบไม่ได้ก็เล่นแง่ขัดขวาง
“บ้านฉันไปทำอะไรให้เธอไม่พอใจกันหรือหรูอวี้เธอถึงได้้าทำลายความบริสุทธิ์ของเธอ ทำให้เธอจะเรียนก็เรียนไม่ได้อะไรที่ละเว้นได้ก็ควรละเว้นเถอะ แต่นี่ เธอทำแบบนี้ คือ้าทำลายกันให้สิ้นซากชัดๆ”ครู่เดียวหลี่ซินหลานก็น้ำมูกน้ำตาไหล แสดงฉากร้องไห้คร่ำครวญได้อย่างสมจริง
พฤติกรรมเสแสร้งตามแบบฉบับของผู้หญิงจัดจ้าน
“หรูอวี้เรียนหนังสือไม่ได้งั้นรึนี่มันเื่อะไรกัน” ไป๋จิ้งเหวินถามอย่างตกตะลึง
“ไป๋หรูอวี้เรียนหนังสือไม่ได้แล้วมันเกี่ยวอะไรกับรั่วเสวี่ยของบ้านฉันรั่วเสวี่ยย้ายโรงเรียนไปตั้งนานแล้ว” หลิ่วเย่ว์เหมยพูดแก้ต่างให้ลูกสาวของตัวเองทันที
“เป็เพราะเธอ เธอนั่นละที่ทำฝีมือเธอทั้งหมด พวกเธอบอกมาซิว่าให้กำเนิดตัวแบบนี้ออกมาได้ยังไง” ฮูหยินไป๋ชี้หน้าไป๋รั่วเสวี่ยอย่างโกรธจัดและเอ่ยอย่างเกรี้ยวกราดดุดัน
“แม่อย่าโมโหสิครับเื่นี้เป็เื่เข้าใจผิดกันหรือเปล่า รั่วเสวี่ยจะไปทำร้ายหรูอวี้ได้ยังไงกันเธอไม่มีทางทำแบบนั้นหรอกครับ” ไป๋จิ้งเหวินพูดพลางขมวดคิ้ว
“น้องรอง นายไม่เชื่อไม่ได้หรอกพวกเรามีหลักฐาน” ไป๋จิ้งซูพูดด้วยท่าทางราวกับกำชัยชนะไว้ในมือ
“ใช่ พวกเรามีหลักฐานไป๋รั่วเสวี่ยเธอจะมาทำไม่รู้ไม่ชี้ไม่ได้” หลี่ซินหลานควักเครื่องบันทึกเสียงออกมาจากกระเป๋า
“พวกเราไปกันเถอะรั่วเสวี่ยอย่าไปสนใจพวกเขา” หลิ่วเย่ว์เหมยจูงมือไป๋รั่วเสวี่ยตรงขึ้นชั้นบนอย่างคร้านจะต่อปากต่อคำกับอีกฝ่ายปล่อยเื่นี้ให้ไป๋จิ้งเหวินเป็คนจัดการแทน
“แม่คะทำไมพวกเราต้องไปด้วยหนูไม่ได้ทำเื่น่าละอายอะไรเสียหน่อย” ไป๋รั่วเสวี่ยรั้งหลิ่วเย่ว์เหมยไว้พร้อมเอ่ยอย่างไม่เห็นด้วย
“หนูนึกว่าไป๋หรูอวี้จะไม่กล้าเอาเื่นี้ไปบอกพวกคุณเสียอีกคิดไม่ถึงว่าเธอจะบอกออกไป ช่างกล้าดีจริงๆ” ไป๋รั่วเสวี่ยพูดพลางกอดอก
“เสวี่ยเอ๋อร์ลูกทำให้ลูกพี่ลูกน้องของลูกไปเรียนหนังสือไม่ได้จริงๆหรือ” ไป๋จิ้งเหวินตกตะลึงเขารู้สึกไม่เชื่อหูตัวเองเล็กน้อย ลูกสาวของเขาทำเื่เช่นนี้ได้อย่างไร
“ดูสิ เป็เธอจริงๆ นั่นแหละที่ทำแต่พวกนายก็ยังไม่เชื่อ ์ ทำไมสกุลไป๋ถึงได้มีคนประเภทนี้ออกมากันนะน้องรองถ้านายตายแล้วจะมีหน้าไปพบบรรพบุรุษได้ยังไง” ไป๋จิ้งซูเอ่ยด้วยอารมณ์พลุ่งพล่านราวกับเจอเื่ใหญ่ที่ใช้เล่นงานได้
“คุณต่างหากที่จะไม่มีหน้าไปพบบรรพบุรุษ”ไป๋รั่วเสวี่ยแผดเสียงตวาด “ไป๋หรูอวี้เรียนหนังสือไม่ได้เพราะอะไรน่ะรึไม่ใช่เพราะมีพ่อขยะสังคมหน้าด้านแบบคุณหรอกรึมีมือมีเท้าแต่ก็ยังต้องให้คนอื่นหาเลี้ยง คุณมันเป็กาฝากไป๋หรูอวี้ลูกสาวคุณก็เป็แค่กาฝากรุ่นที่แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น แต่เมื่อเทียบกับกาฝากรุ่นดั้งเดิมอย่างคุณแล้วยังน่ารังเกียจยิ่งกว่า”
หลังจากไป๋รั่วเสวี่ยตวาดจบก็เกิดความเงียบขึ้นณ ที่แห่งนั้น คนสกุลไป๋และหลิ่วเย่ว์เหมยล้วนมองตรงไปยังเธอ
ไป๋รั่วเสวี่ยถูกเลี้ยงมาให้เป็กุลสตรีอีกทั้งยังได้รับการอบรมสั่งสอนมาอย่างดีเยี่ยม การแผดเสียงตวาดอย่างไม่สนภาพลักษณ์เช่นในวันนี้ถือเป็ครั้งแรก
“เสวี่ยเอ๋อร์บอกแม่มาซิ เวลาที่ลูกอยู่ข้างนอกลูกได้รับความไม่เป็ธรรมอะไรหรือเปล่า” สิ่งแรกที่หลิ่วเย่ว์เหมยคิดคือลูกสาวของตนต้องได้รับความไม่เป็ธรรมอย่างใหญ่หลวงแน่นอนไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางที่นิสัยจะเปลี่ยนไปมากมายเช่นนี้
“เสวี่ยเอ๋อร์เขาคือคุณลุงใหญ่ของลูกลูกจะทำตัวเสียมารยาทกับเขาไม่ได้” ไป๋จิ้งเหวินมองสีหน้าของพี่ใหญ่ในใจรู้สึกเสียใจแทนอยู่เล็กน้อย
“พ่อคะ พ่อคือพ่อของหนูทำไมพ่อถึงไม่เหมือนแม่ที่เชื่อหนูอย่างไม่มีเงื่อนไข ใครคือคนที่สำคัญที่สุดในใจพ่อกันคะหนูกับแม่ หรือว่าพวกเขา” ไป๋รั่วเสวี่ยจ้องไป๋จิ้งเหวินน้ำตาคลอกลั้นไว้ไม่ยอมให้ไหลลงมา
“เสวี่ยเอ๋อร์ เสวี่ยเอ๋อร์แน่นอนว่า...” ต้องเป็ลูกกับแม่ของลูก ไป๋จิ้งเหวินอยากพูดแต่เมื่อมองมารดาของตัวเองแล้วนั้น สุดท้ายก็ไม่ได้พูดคำพูดนั้นออกมา
“เป็พวกเขาสินะคะ หนูเดาถูกจริงด้วย”ไป๋รั่วเสวี่ยดึงมือตัวเองกลับและมองไป๋จิ้งเหวินอย่างเย้ยหยัน ก่อนหันไปมองไป๋ฮูหยินกับบุตรชายคนโตสกุลไป๋และเอ่ยว่า“ถูกต้อง เื่ที่ไป๋หรูอวี้นอนกับหยางหลิ่ว แล้วยังเื่ภาพ***นั่นอีกทั้งหมดเป็ฝีมือหนูเอง แต่จะโทษใครได้ถ้าไม่ใช่เพราะไป๋หรูอวี้วางแผนเล่นงานหนูก่อนหนูจะไปทำแบบนั้นกับเธอทำไม ทั้งหมดนี้ไป๋หรูอวี้จะโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง”
เกิดความเงียบขึ้น ณ ที่แห่งนั้น
“เป็ฝีมือลูกจริงๆ รึเสวี่ยเอ๋อร์”หลิ่วเย่ว์เหมยมองลูกสาวของตัวเองราวกับกำลังมองคนแปลกหน้า เธอไม่อยากจะเชื่อเื่นี้เท่าไรนักเธอนึกมาตลอดว่าลูกสาวของตนมือสะอาด ดีงามและใสซื่อบริสุทธิ์ เธอปกป้องลูกอย่างดีไม่อยากให้ลูกแปดเปื้อนความสกปรกโสมมของโลกใบนี้ทว่าลูกสาวของเธอกลับทำเื่ที่ทำลายความบริสุทธิ์ของผู้อื่นเช่นนี้ได้
“หนูทำให้แม่ผิดหวังเสียแล้วค่ะ”ไป๋รั่วเสวี่ยรู้ว่าแม่ของเธออยากเลี้ยงเธอให้โตมาเป็กุลสตรีเป็ผู้หญิงที่ดีงามที่สุดในโลก แต่โลกใบนี้โหดร้ายเกินไปผู้หญิงเช่นนั้นจะถูกคนรังแกจนไม่เหลือชิ้นดีเธอไม่ควรเอาแต่ปกป้องตัวเองที่เป็ฝ่ายถูกกระทำ เธอจะต้องมีความสามารถและวิธีการที่จะโต้ตอบกลับไปด้วย
“เสวี่ยเอ๋อร์แม่เชื่อว่าลูกทำไปเพราะไม่มีทางเลือก”ความผิดหวังหายไปในพริบตาเพราะความรักของแม่ที่มีมากกว่า
“ขอบคุณนะคะแม่”ไป๋รั่วเสวี่ยเอ่ยอย่างซึ้งใจ
“ดูสิน้องรอง เธอยอมรับแล้วลูกสาวนายทำร้ายลูกสาวฉัน บอกสิว่านายจะจัดการเื่นี้ยังไง” ไป๋จิ้งซูทำราวกับค้นพบทวีปใหม่ เขา้าให้ไป๋จิ้งเหวินกล่าวแถลงอะไรออกมา
“ลูกทำแบบนั้นทำไมเสวี่ยเอ๋อร์”ไป๋จิ้งเหวินถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจ
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/9ee8f63c050427e101e8f9d6b0d57428