(จบ) รู้ตัวอีกทีวาฬน้อยผู้นี้ก็กลายเป็นที่รักของเหล่ามนุษย์แล้ว

    บทที่ 51 เยี่ยนเสี่ยวหรูก่อปัญหา

    บทที่ 51 เยี่ยนเสี่ยวหรูก่อปัญหา


    คากิตุ๋นน้ำแดงถูกกำจัดไปแล้ว ถึงแม้ปากเล็ก ๆ ของฉินอิงอิงจะมันเยิ้ม แต่คุณครูหลี่ก็ไม่มีหลักฐานเอาผิดเด็กทั้งสอง


    จริง ๆ เลย...


    เป็นเด็กน้อยที่ฉลาดอะไรอย่างนี้!


    หม่าฮ่าวตกตะลึงกับการกินคากิตุ๋นที่รวดเร็วของเพื่อนสนิทอย่างฉินอิงอิง


    เขาไม่เข้าใจว่าคนตัวเล็ก ๆ ปากเล็ก ๆ อย่างเธอจะกินคากิชิ้นใหญ่ถึงสองชิ้นลงไปในพริบตาได้


    “อิงอิงน้อย เธอกินอะไรอยู่เหรอ?”


    ฉินอิงอิงกะพริบตาปริบ ๆ และตอบไปตามความเป็นจริง


    “คุณครูหลี่คะ อิงอิงกินขาหมูลงไปแล้วค่ะ”


    คุณครูหลี่ขมวดคิ้วและย่อตัวลง “อิงอิงน้อย ทางโรงเรียนไม่อนุญาตให้นำอาหารใด ๆ เข้ามาในชั้นอนุบาลนะ”


    เมื่อหม่าฮ่าวเห็นว่าคุณครูหลี่คิดว่าฉินอิงอิงเป็นคนเอาอาหารมาจึงรีบลุกขึ้นยืนทันที


    “คุณครูหลี่ครับ ไม่เกี่ยวกับอิงอิงน้อย ผมเป็นคนเอาอาหารมาเอง”


    คุณครูหลี่แปลกใจ “เธอเป็นคนเอามาเหรอ?”


    ครูหลี่จำได้ว่าหม่าฮ่าวทานอาหารมากกว่าเด็กปกติ อีกทั้งยังชอบทานเนื้อสัตว์ อาหารในโรงเรียนอนุบาลหนึ่งชุดอาจเพียงพอสำหรับเด็กคนอื่น ๆ แต่สำหรับหม่าฮ่าว เขาต้องทานสามชุด


    อาหารที่เด็ก ๆ กินจะต้องครบห้าหมู่ ต้องมีเนื้อสัตว์ ผัก และอาหารที่มีประโยชน์อีกมากมาย ก่อนจะทานข้าว คุณครูจะต้องคอยดูว่าเด็ก ๆ ได้รับสารอาหารเหมาะสมและเพียงพอหรือไม่


    วันนี้คุณครูหลี่เป็นคนตรวจเด็ก ๆ ที่หน้าประตูโรงเรียนอนุบาลตอนเช้า ในมือของหม่าฮ่าวไม่ได้หิ้วอะไรมาเลย


    ยิ่งกระเป๋านักเรียนยิ่งไม่ต้องพูดถึง กระเป๋านักเรียนของเด็กอนุบาลหนึ่ง ส่วนใหญ่ใช้สำหรับใส่เสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนชั่วคราวของเด็ก ๆ โดยปกติจะนำมาโรงเรียนในวันจันทร์ และวันศุกร์ถึงจะให้นักเรียนแบกกลับบ้าน


    คุณครูหลี่มองหม่าฮ่าว “เธอเอาขาหมูซ่อนไว้ที่ไหน?”


    หม่าฮ่าวเงียบ


    ฉินอิงอิงก็ไม่พูดเหมือนกัน


    ไม่ว่าคุณครูหลี่จะถามและเกลี้ยกล่อมอย่างไร หม่าฮ่าวที่ตื่นตระหนกก็ไม่ได้บอกว่าซ่อนไว้ที่ไหน


    สุดท้ายคุณครูหลี่ก็ไม่มีทางเลือก นอกจากใช้ผ้าเช็ดปากเล็ก ๆ ที่มันเยิ้มให้อิงอิงน้อยและลูบหน้าผากของเธอเบา ๆ 


    “คราวหน้าอย่าแอบกินอีกนะ รู้ไหม?”


    “อีกอย่าง เวลากินต้องกินช้า ๆ โดยเฉพาะขาหมูที่ชิ้นใหญ่ขนาดนี้ ถ้าเคี้ยวเร็วเกินไป อาหารไม่ทันละเอียดจะติดคอเอาได้ รู้ไหมคะ?”


    ฉินอิงอิงยิ้มคิกคักและพยักหน้า “อิงอิงจำได้ค่ะ คุณครูหลี่”


    เธอไม่ยอมให้อาหารติดคอหรอก เพราะเธอจะกลืนลงไปรวดเดียว!


    ถ้าไม่กลัวเพื่อนสนิทของเธอจะตกใจ ในสถานการณ์ฉุกเฉินแบบเมื่อครู่ ฉินอิงอิงจะไม่ยอมเคี้ยวเลย


    หลังจากที่คุณครูหลี่ออกไป ฉินอิงอิงจึงเข้าไปใกล้ ๆ หม่าฮ่าว


    “ขอบใจนะหม่าฮ่าว ขาหมูอร่อยมาก!”


    หม่าฮ่าวที่ตัวใหญ่กว่าเธอสามเท่ามีความสุขขึ้นมาทันที “คุณแม่ของฉันเป็นคนทำ ถ้าเธอชอบกินพรุ่งนี้ฉันจะเอามาให้อีก”


    ฉินอิงอิงลังเลเล็กน้อย “เมื่อครู่คุณครูหลี่เพิ่งบอกว่าห้ามเอาอาหารจากข้างนอกเข้ามาในโรงเรียน”


    ก่อนหน้านี้ที่เธอแอบกินก็ถูกคุณครูจับได้แล้ว พรุ่งนี้การตรวจตอนเช้าต้องเข้มงวดมากขึ้นแน่นอน


    หม่าฮ่าวมองเพื่อนด้วยสีหน้าว่างเปล่า “เธอไม่ต้องกังวล ฉันมีวิธี”


    “ไม่ต้องกังวลนะอิงอิง ว่าแต่พรุ่งนี้จะกินขาหมูหรือห่านย่างดี?”


    ฉินอิงอิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ขาหมูดีกว่า อร่อยแบบสุด ๆ”


    ที่สำคัญคือตอนเอาเข้ามาในโรงเรียนนี่แหละ ฉินอิงอิงยังคิดไม่ตกว่าหม่าฮ่าวจะเอามันเข้ามาได้อย่างไร


    ระหว่างทำกิจกรรมนอกหลักสูตร เด็ก ๆ อนุบาลหนึ่งและอนุบาลสามมารวมตัวกัน


    เยี่ยนเสี่ยวหรูมีสีหน้ามืดมนและมองดูฉินอิงอิงด้วยสายตาขยะแขยง


    ลู่ฉีเข้าไปทักทายฉินอิงอิง


    “อิงอิงน้อย”


    “พี่ลู่ฉี!”


    ฉินอิงอิงเห็นว่าสีหน้าของลู่ฉีค่อนข้างซีด เมื่อทุกคนเริ่มเล่นบาสเก็ตบอลเขาก็นั่งอยู่ข้างสนามคนเดียว


    “พี่ลู่ฉี พี่ไม่สบายหรือเปล่า?”


    ลู่ฉีไม่ค่อยสบายจริง ๆ แต่ได้พักสักหน่อยก็ดีขึ้นแล้ว


    “ไม่เป็นอะไร นั่งพักสักครู่ก็ดีขึ้นแล้ว”


    ฉินอิงอิงดึงมือของเขาให้นั่งลงบนขั้นบันไดซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสไลเดอร์ เมื่อหม่าฮ่าวเห็นก็รีบวิ่งเข้ามา


    “พี่ลู่ฉี”


    “หม่าฮ่าว”


    ทั้งสามคนอยู่ด้วยกันและพูดคุยกัน


    เยี่ยนเสี่ยวหรูมองจากระยะไกลก่อนจะกล่าวเยาะเย้ย


    หวังเสี่ยวเจี๋ยอยู่ข้าง ๆ เธอ และเห็นเยี่ยนเสี่ยวหรูกลอกตามองไปมา 


    “เสี่ยวหรู ทำไมเธอถึงเกลียดฉินอิงอิงขนาดนั้น? เธอเป็นเจ้าหญิงน้อยของตระกูลฉินนะ”


    ไม่สำคัญว่าฉินอิงอิงจะเป็นลูกของตระกูลไหน เพราะถึงอย่างไรเยี่ยนเสี่ยวหรูก็ไม่ชอบฉินอิงอิง ครั้งแรกที่เห็นในห้างสรรพสินค้าก็ไม่ชอบแล้ว


    ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความขัดแย้งระหว่างทั้งสองคน เพราะเธอถูกฉินอิงอิงตบหน้าถึงสองครั้ง


    เยี่ยนเสี่ยวหรูที่ใกล้จะอายุหกขวบพอจะเข้าใจอะไร ๆ อยู่บ้าง ฉินอิงอิงไม่ใช่บุตรทางสายเลือดของอาฉิน แต่เป็นบุตรบุญธรรม


    ความแตกต่างระหว่างบุตรทางสายเลือดกับบุตรบุญธรรมคืออะไร?


    เธอรู้สึกโกรธมาก เธอกับหวังเสี่ยวเจี๋ยเดินไปยืนตรงหน้าเด็กทั้งสามคนที่กำลังพูดคุยกัน มือทั้งสองกอดอกและมองออกไปด้วยสาตาเย็นชา


    “ใส่ชุดเจ้าหญิงแต่นั่งบนพื้นไม่สง่างามเลย”


    ฉินอิงอิงเงยหน้าขึ้นมองเธอแปลก ๆ ยังไม่ทันได้พูดอะไร หม่าฮ่าวก็ไม่พอใจและเอ่ยออกไปก่อน


    “อิงอิงน้อยจะใส่อะไรก็ได้ที่เธอชอบ อิงอิงอยากจะนั่งที่ไหน อยากจะทำอะไร แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ”


    เมื่อวานโกรธจนร้องไห้ วันนี้ก็ยังเข้ามาหาเรื่องพวกเรา ยัยนี่อยากจะโดนอีกเหรอ?


    หม่าฮ่าวไม่ค่อยชอบเด็กคนอื่นอยู่แล้ว และปกติเขาก็ไม่ได้สนิทกับเด็กคนไหนเป็นพิเศษ


    แต่การแสดงออกและท่าทางการวางตัวของเสี่ยวหรูนั้น ทำให้เขารู้สึกอึดอัดและรังเกียจมากกว่าที่เคยรู้สึกกับเด็กคนไหน ๆ


    หวังเสียวหย่าเห็นพี่สาวและเสี่ยวหรูไปหาฉินอิงอิง เธอจึงรีบวิ่งตามไปอย่างรวดเร็ว


    “พี่คะ พวกเราไปเล่นสไลเดอร์กันเถอะมันสนุกมากเลย”


    เด็กในชั้นเรียนทั้งหมดชอบฉินอิงอิงมาก เธอเองก็รู้สึกว่าฉินอิงอิงน่ารักและอารมณ์ดี ไม่เอะอะโวยวายและมีรอยยิ้มแสนหวาน ไม่เหมือนกับเยี่ยนเสี่ยวหรูที่ยุยงให้พี่สาวเธอทำในสิ่งที่ต้องการมากเกินไป


    ถึงแม้ว่าเธอจะยังเด็ก แต่เธอก็มีความคิดเป็นของตัวเอง หวังเสียวหย่าไม่ค่อยชอบเยี่ยนเสี่ยวหรูนัก


    คำพูดไม่สามารถยืนยันได้แต่การกระทำพิสูจน์ได้ทุกสิ่ง


    หวังเสียวหย่าไม่ชอบเล่นกับเยี่ยนเสี่ยวหรู


    หวังเสี่ยวเจี๋ยขมวดคิ้ว “เสี่ยวหย่าเธอไปเล่นเองเถอะ พี่และเสี่ยวหรูต้องทำอย่างอื่น”


    “พี่…” หวังเสียวหย่าน้อยใจ


    เยี่ยนเสี่ยวหรูยังคงดูถูกฉินอิงอิง “ฉินอิงอิง เธอเป็นบุตรบุญธรรมไม่ใช่บุตรทางสายเลือด ในอนาคตเมื่อคุณอาฉินมีบุตรของตนเอง เธอก็จะไม่ใช่ลูกเขาแล้ว”


    เด็ก ๆ อนุบาลหนึ่งส่วนใหญ่จะอายุสามขวบกว่า เด็กโตหน่อยก็สี่ขวบ ฉินอิงอิงไม่เข้าใจความหมายของบุตรทางสายเลือดกับบุตรบุญธรรม แต่ลู่ฉีเข้าใจดี


    เขาลุกขึ้นยื่นทันที “เยี่ยนเสี่ยวหรู พวกเราไม่อยากเล่นกับเธอ ช่วยอยู่ห่างจากพวกเราหน่อย!”


    ทำไมเยี่ยนเสี่ยวหรูนิสัยแย่ขนาดนี้ คาดไม่ถึงว่าเธอจะพูดเรื่องนี้กับอิงอิงน้อย?


    หม่าฮ่าวสับสน “บุตรทางสายเลือดกับบุตรบุญธรรมคืออะไรเหรอ?”


    ฉินอิงอิงก็สับสนเช่นกัน “นั่นน่ะสิ? คืออะไรเหรอ?”


    เยี่ยนเสี่ยวหรูโมโห “...”


    เธอจงใจทำให้ฉินอิงอิงโกรธและรู้สึกไม่สบายใจ แต่อีกฝ่ายไม่เข้าใจ?


    “เธอโง่จริง ๆ! เรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้!”


    คุณหนูตระกูลเยี่ยนโมโหมาก!


    ลู่ฉีหน้าบูดบึ้ง “เยี่ยนเสี่ยวหรู เธอก็อยากถูกเรียกผู้ปกครองเหมือนกันใช่ไหม?”


    เยี่ยนเสี่ยวหรูเม้มริมฝีปากและจ้องมองลู่ฉีด้วยความโกรธ


    “นายสนใจตัวเองก่อนเถอะ ป่วยแต่ยังอยากจะเป็นฮีโร่ โง่หรือเปล่า!”


    ฉินอิงอิงไม่ทนอีกต่อไป


    เธอลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เมื่อนึกถึงพลังในการต่อสู้ที่ระเบิดออกมาของฉินอิงอิงเมื่อวาน เยี่ยนเสี่ยวหรูและหวังเสี่ยวเจี๋ยตกใจจนรีบถอยหลัง


    “เธอ… เธอห้ามตีคน!” สีหน้าของเยี่ยนเสี่ยวหรูซีดเผือด


    ฉินอิงอิงขมวดคิ้วและจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความโกรธ “ขอโทษพี่ลู่ฉีเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้นเธอจะโดน!”


    “เธอกล้าขู่ฉันเหรอ?!” เยี่ยนเสี่ยวหรูตวาด


    ฉินอิงอิงเริ่มกำหมัด มือเล็ก ๆ อวบ ๆ ของเธอดูตลก แต่เยี่ยนเสี่ยวหรูหวาดกลัวกับพลังที่แท้จริงของมันจึงวิ่งหนี


    ฉินอิงอิงรีบมายืนขวางหน้าเธออย่างรวดเร็วราวกับลมพายุ


    เยี่ยนเสี่ยวหรูตั้งท่าพุ่งชนอิงอิงน้อยอย่างจงใจ


    คุณครูต่างตะโกนเสียงดังด้วยความหวาดกลัว


    “เยี่ยนเสี่ยวหรู!”


    “อิงอิงน้อยหลบไป!”

    คล้ายกับเรื่อง(จบ) รู้ตัวอีกทีวาฬน้อยผู้นี้ก็กลายเป็นที่รักของเหล่ามนุษย์แล้ว ที่คุณอ่าน