ตำนานดาบเกมออนไลน์

    ตอนที่ 48 แฝงตัวเข้าไปในภูเขาซานจ้าย

    ไอเท็มที่อยู่บนตัวของเย่ฮวาถูกซ่อนไว้หมดแล้ว ดังนั้นตอนนี้เขาจึงมีสภาพไม่ต่างอะไรกับมือสมัครเล่นธรรมดาคนหนึ่ง สำหรับเหล่า NPC แล้วเย่ฮวาก็แค่ผู้เล่นธรรมดา ๆ คนหนึ่งเท่านั้น


    ดาบหลีกวงในมือถูกเก็บเข้าไปอยู่ในกระเป๋าแล้ว หลังจากนั้นเย่ฮวาก็หยิบดาบเก่า ๆ ระดับขาวที่เพิ่งได้จากมอนสเตอร์เมื่อครู่ออกมาแล้วเดินตรงไปยังประตูใหญ่ของภูเขาซานจ้าย


    เมื่อโจรที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านหน้าเห็นเย่ฮวาเดินตรงเข้ามาในระยะห่าง 50 หลา พวกเขาก็รีบยกคันธนูขึ้นมาและเล็งมาที่เขาทันที หลังจากนั้นหนึ่งในโจรที่มีรูปร่างกำยำก็ยกปลายดาบในมือชี้มาที่เย่ฮวาพร้อมกับถาม “แกเป็นใคร?”


    เย่ฮวายกแขนขึ้นมาทั้งสองข้าง “ผมเป็นจับกังที่หนีตายออกมาจากจักรวรรดิอื่น เป็นเพราะแอบอู้งานตอนที่ทำงานอยู่ในบ้านของเจ้านายคนเก่าจึงทำให้ถูกไล่ตะเพิดออกมา ได้ยินมาว่าที่นี่มีกระท่อมแห่งหนึ่งและภายในนี้ก็เต็มไปด้วยเหล่าผู้กล้าหาญจำนวนมาก ผมจึงเดินทางมาที่นี่เพื่อหวังพึ่งใบบุญให้ได้มีที่ซุกหัวนอนและมีข้าวกิน ”


    พูดจบเย่ฮวาก็แอบหัวเราะหึหึออกมาภายในใจ ความสามารถในการพล่ามจนน้ำไหลไฟดับนี้นับวันยิ่งสูงมากขึ้นทุกทีแล้ว


    หลังจากที่โจรเหล่านั้นฟังเย่ฮวาพูดจนจบพวกเขาก็หันไปมองโจรร่างกายกำยำอีกคนซึ่งดูเหมือนพวกพวกเขาจะเชื่อฟังคำพูดของคน ๆ นี้ โจรผู้นั้นมองมาที่เย่ฮวาก่อนจะพูดว่า “ที่นี่ไม่รับเศษสวะ แกลองว่ามาสิว่าทำอะไรเป็นบ้าง?”


    เย่ฮวากรอกตาราวกับกำลังครุ่นคิดก่อนจะตอบไปว่า “ผมมีพละกำลัง อีกอย่างก่อนที่จะมาที่นี่ผมก็เพิ่งจะขายบ้านของบรรพบุรุษไป แล้วนำเงินติดตัวมาเผื่อไว้ใช้จ่ายสำหรับหลบภัยด้วย”


    หลังจากที่อีกฝ่ายได้ยินเช่นนั้นเขาก็วางบันไดลงมาด้านล่างก่อนจะไต่ลงมาแล้วหยุดอยู่ตรงหน้าเย่ฮวา พร้อมกับถามด้วยเสียงทุ้มต่ำ “เอาเงินมาด้วยงั้นเหรอ? เอามาเท่าไหร่?”


    เย่ฮวาแอบยิ้มในใจ เริ่มเห็นโอกาสแล้ว! มอนสเตอร์นี่มีระบบ AI อย่างที่คิดไว้จริงด้วย แต่ดูเหมือนว่าจะไร้สติปัญญาเล็กน้อยแหะ


    เย่ฮวากระซิบข้างหูชายผู้นั้น “ผมขายมันได้ 11 เหรียญทอง ถ้าหากคุณให้ผมอยู่ที่นี่ผมจะให้คุณ 1 เหรียญทองเลย”


    ชายคนนั้นหัวเราะร่าออกมาก่อนจะตบบ่าเย่ฮวา “ไม่เลวเลยนี่นา อยู่เป็นจริง ๆ นะแกเนี่ย!”


    พูดจบเขาก็หันไปพูดกับโจรอีกคนที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล “ลัวต๋านายพาหมอนี่ไปหาผีรุ่ยหน่อย บอกเขาว่าฉันช่วยหาคนมาเพิ่มให้หนึ่งคน ให้เขามาอยู่ในกลุ่มเดียวกับฉัน”


    “โอเค”


    พูดจบโจรที่ชื่อว่าลัวต๋าก็เดินมาหาเย่ฮวา “นายตามฉันมา”


    หลังจากนั้นเขาก็นำเย่ฮวามายังกระท่อมที่อยู่ตรงกลางก่อน ส่วนเย่ฮวาก็แอบหันไปหาชายร่างกำยำคนนั้นพร้อมกับส่งสายตาไปราวกับจะบอกว่า ‘เดี๋ยวฉันเอาเงินมาจ่ายให้นะ’ โจรผู้นั้นยกมือขึ้นมาราวกับบอกให้เย่ฮวาไปลงทะเบียนให้เรียบร้อยเสียก่อน


    ลัวต๋านำเย่ฮวามาเจอกับชายที่ชื่อว่าผีรุ่ยซึ่งอยู่ภายในกระท่อมไม้ เขาคือฝ่ายดูแลเรื่องการลงทะเบียนสมาชิกภายในที่แห่งนี้รวมถึงทรัพยากรต่าง ๆ ที่ได้รับ ซึ่งถือว่าเป็นคนสนิทของหัวหน้าโจรเลยก็ว่าได้


    ผีรุ่ยมองเย่ฮวาก่อนจะยื่นเหรียญทองแดงชิ้นหนึ่งมาแขวนไว้ที่กลางอกของเย่ฮวาซึ่งเป็นการระบุตัวตนว่าเย่ฮวาได้ถูกรับเข้าเป็นหนึ่งในสมาชิกของที่นี่อย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากนั้นเย่ฮวาก็จ่ายเงินให้กับผีรุ่ย 10 เหรียญทองสำหรับค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วม อันที่จริงแม้ว่าจะไม่จ่ายเงินให้ก็ใช่ว่าเย่ฮวาจะไม่สามารถเข้าร่วมกับพวกเขาได้ แต่ถ้าจ่ายเงินไปแล้วหากจะทำอะไรก็คงจะสะดวกมากขึ้น


    หลังจากนั้นลัวต๋าก็นำเย่ฮวากลับมาเจอกับชายร่างกำยำที่อยู่หน้าประตูใหญ่อีกครั้งซึ่งเขาคือหัวหน้าของคนเหล่านี้ ชายผู้นี้คือมอนสเตอร์ระดับหัวกะทิเลเวล 32 หลังจากเย่ฮวาจ่ายเงิน 1 เหรียญทองให้เขาแล้วเย่ฮวากับเขาก็ดูเหมือนจะสนิทกันเพิ่มขึ้นอีกระดับ เมื่อเห็นว่าถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วเย่ฮวาก็พูดขึ้นมาว่า “หัวหน้า...ได้ยินมาว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนกลุ่มของหัวหน้าเพิ่งจะนำคนไปขโมยของดีจากผู้ใหญ่บ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่งมาเหรอ? สุดยอดไปเลยนะเนี่ย หมู่บ้านพวกนั้นมีจำนวนคนเกือบร้อยคนเลยนะ!”


    ชายผู้นั้นหัวเราะร่าออกมาก่อนจะพูดด้วยความภาคภูมิใจว่า “มันก็แน่นอนอยู่แล้ว ตอนที่ฉันไปกับหัวหน้าไปที่นั่น พอคนพวกนั้นเห็นหน้าพวกฉันมันก็รีบวิ่งหนีหากจุกตูดกันหมด ฉันเลยขโมยเงินในหมู่บ้านนั้นกลับมาที่นี่ แถมยังได้ตัวลูกสาวของผู้ใหญ่บ้านกลับมาด้วยนะ นังเด็กนั่นหน้าตาดีมาก อายุก็เพิ่งจะ 15 เอง ตอนที่ได้มานายน้อยลูกชายของหัวหน้าชอบแม่เด็กนั่นมาก หัวหน้าก็เลยมอบให้กับลูกชายแทนน่ะ”


    เย่ฮวาได้ยินเช่นนั้นก็กำหมัดแน่นเพราะตอนนี้เย่ฮวาอยากจะซัดหมัดใส่พวกสัตว์เดรัจฉานพวกนี้ให้ตายไปซะเดี๋ยวนี้เลย แต่เป็นเพราะที่นี่กว้างใหญ่เกินไปจึงทำให้เย่ฮวายังไม่รู้ว่าจิ้งหย่าถูกซ่อนอยู่ที่ใด


    เย่ฮวายิ้มออกมาพร้อมกับพูดเลียแข้งเลียขาว่า “หญิงสาวคนนั้นถ้าสวยแบบที่หัวหน้าบอกจริง ๆ ผมเองก็อยากเห็นให้เป็นบุญตาสักครั้งเหมือนกันนะ”


    ชายคนนั้นยกเหล้าขึ้นมากระดกพร้อมกับพูดเสียงเบาว่า “คิดไม่ถึงเลยนะว่าแกที่อายุแค่นี้แต่กลับหื่นกระหายใช่เล่น เป็นเพราะนังเด็กนั่นสาบานว่ายอมตายดีกว่าที่จะตกเป็นของนายน้อย เมื่อคืนก็เลยยังไม่ได้ทำอะไร แต่ได้ยินมาว่าคืนนี้จะแอบใส่ยาให้นังเด็กนั่นกิน ตื่นขึ้นมาอีกทีนายน้อยก็คงจะจัดการมันเรียบร้อยแล้ว ถึงเวลานั้นจะจัดอีกสักกี่ชุดก็ได้หมด ตอนนี้ยัยเด็กนั่นถูกขังอยู่ในบ้านไม้ปิดตายด้านหลังค่าย ถ้าแกอยากเห็นก็แอบดูบนหน้าต่างได้นะ”


    หลังจากหมอนี่ได้รับเงินจากเย่ฮวาไปหนึ่งเหรียญทองก็ดูเหมือนจะมีประโยชน์ไม่น้อยเลย เพียงไม่นานก็สามารถสืบหาตำแหน่งของจิ้งหย่าได้สำเร็จ หลังจากนั้นชายร่างกำยำก็ไม่ได้สนใจเย่ฮวาอีก ส่วนเย่ฮวาก็แอบเดินไปที่ด้านหลังค่ายอย่างเงียบ ๆ ซึ่งด้านหลังค่ายมีบ้านไม้สามแถวที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้โจรพักอาศัย โดยแถวสุดท้ายมีห้องว่างเพียงไม่กี่ห้องเท่านั้น และหนึ่งในนั้นมีประตูที่ถูกปิดตายอยู่


    ตอนนี้ยังมีโจรที่เดินลาดตระเวรอยู่ ถ้าหากเย่ฮวาเข้าไปช่วยจิ้งหย่าออกมาก็คงจะหนีออกไปไม่ได้แน่ ๆ ดังนั้นเวลาที่เหมาะสมคือช่วงค่ำของคืนนี้ สิ่งที่เย่ฮวาต้องทำในตอนนี้ก็คือห้ามไม่ให้จิ้งหย่ากินอะไรเข้าไปโดยเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นคงจะวุ่นวายน่าดู


    หลังจากเดินอ้อมมาทางด้านหลังบ้านไม้เย่ฮวาก็ปีนขึ้นมาด้านบนหน้าต่างพร้อมกับแอบมองเข้าไปด้านในห้องที่มีแสงสลัว ภายในนั้นมีเตียงไม้หนึ่งเตียงและถูกปูด้วยฟาง ซึ่งตรงมุมของกำแพงมีร่างของจิ้งหย่านั่งขดตัวอยู่ในนั้น ขาทั้งสองข้างของเธอถูกล่ามด้วยโซ่เหล็กซึ่งถูกล็อคกับไม้ที่อยู่ตรงกลางของเตียง เสื้อผ้าบนตัวของเธอเต็มไปด้วยเลือดทว่าบนร่างกายของเธอกลับไม่มีบาดแผลใด ๆ ซึ่งอาจจะเป็นเลือดของผู้ใหญ่บ้านที่ถูกสังหารเมื่อคืนก่อนก็เป็นได้


    เย่ฮวาคุกเข่าลงตรงบริเวณด้านหน้าของหน้าต่างพร้อมกับตะโกนเรียก “จิ้งหย่า...จิ้งหย่า...”


    จิ้งหย่าเงยหน้าขึ้นมามองเย่ฮวาที่อยู่ด้านนอก ทันใดนั้นเธอก็พูดขึ้นมาว่า “พี่ชาย” หลังจากนั้นน้ำตาก็ไหลออกมาอาบแก้มของเธอขณะที่เธอรีบวิ่งมาทางเย่ฮวา


    “ตุบ”


    ร่างของเธอกระแทกลงกับพื้นอย่างแรงเพราะถูกโซ่ล็อคขาจนทำให้ขาของเธอถูกรั้งไว้ ภาพตรงหน้าทำให้เย่ฮวารู้สึกเจ็บปวดหัวใจเป็นอย่างมาก เด็กสาวที่น่ารักแต่กลับต้องถูกทารุณกรรมเช่นนี้ต่อหน้าต่อตา แม้ว่ามันจะเป็นแค่เกมแต่เย่ฮวาก็รับไม่ได้อยู่ดี


    เย่ฮวาเห็นเช่นนั้นก็รีบถามเธอด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “จิ้งหย่าเธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”


    จิ้งหย่ารีบลุกขึ้นมาจากพื้นด้วยร่างที่สั่นสะท้าน หลังจากนั้นเธอก็คุกเข่าลงและมองมาที่เย่ฮวา “จิ้งหย่าไม่อะเป็นไร”


    ปากบอกว่าไม่เป็นไรแต่น้ำตาของเธอยังคงไหลลงมาไม่หยุด ภาพตรงหน้าไม่ต่างอะไรกับมีดที่กรีดลงมากลางใจของเย่ฮวาเลยสักนิด


    เย่ฮวาพูดเสียงเบาว่า “จิ้งหย่าไม่ต้องกลัวนะ ฉันมาช่วยเธอแล้ว แต่ตอนนี้ยังพาเธอออกไปไม่ได้ คืนนี้ฉันจะมาช่วยเธอออกไป แต่จำไว้นะว่าห้ามกินอะไรที่คนพวกนั้นเอามาให้โดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะของกินหรือเครื่องดื่มก็ห้ามกินนะเข้าใจไหม?”


    จิ้งหย่าพยักหน้า “จิ้งหย่าเข้าใจแล้ว”


    หลังจากนั้นเย่ฮวาก็พูดต่อว่า “จำไว้นะว่าหลังจากนี้ให้เธอแกล้งกินของพวกนั้นแล้วหลับไป ปล่อยให้คนพวกนั้นอุ้มเธอออกไปเดี๋ยวฉันจะหาวิธีช่วยเธอออกไปเอง โอเคไหม?”


    เธอได้ยินเช่นนั้นก็รีบพยักหน้าราวกับเด็กที่ว่านอนสอนง่ายก่อนจะตอบรับกลับมาเบา ๆ “เข้าใจแล้ว”


    “นั่นใครน่ะ?”


    จู่ ๆ ก็มีเสียงดังขึ้น เย่ฮวาหันไปก็พบว่ามีโจรคนหนึ่งกำลังยกหอกเหล็กชี้มาที่เขา


    เย่ฮวาหัวเราะแหะ ๆ “สวัสดีครับลูกพี่ ผมเป็นเด็กใหม่เพิ่งมาที่นี่เป็นวันแรก พอดีเห็นประตูล็อคอยู่เลยเข้ามาดูให้หายสงสัยน่ะครับ”


    เมื่อโจรคนนั้นเห็นว่ามีป้ายห้อยอยู่ที่หน้าอกของเย่ฮวาก็เก็บหอกในมือกลับไป “ที่แท้ก็เด็กใหม่นี่เอง ฉันว่านายอย่าเข้ามาดูเลยเพราะนี่เป็นอาหารของนายน้อย”


    เย่ฮวาพยักหน้าพร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้ม “เข้าใจแล้วครับ...เข้าใจแล้ว...จะไปเดี๋ยวนี้ครับ...ไปเดี๋ยวนี้แหละ...”


    ทันทีที่อีกฝ่ายหมุนตัวกลับไป เย่ฮวาก็หันไปพูดเสียงเบาว่า “จิ้งหย่าฉันไปก่อนนะ จำไว้นะว่าห้ามกินของพวกนั้นเด็ดขาด อย่าลืมแกล้งนอนหลับด้วยล่ะ เดี๋ยวคืนนี้ฉันจะมาช่วยเธอออกไป”


    จิ้งหย่าตอบอืมกลับมา หลังจากนั้นเย่ฮวาก็รีบเดินออกไปทันที


    หลังจากกลับมาถึงที่เฝ้าสังเกตกาณ์แล้ว เย่ฮวาก็เดินไปหาชายร่างกำยำเพื่อขอทำงานเป็นฝ่ายลาดตระเวนในคืนนี้ ภายในที่แห่งนี้ช่วงกลางคืนไม่สามารถเดินออกไปสุ่มสี่สุ่มห้าได้ ทว่าหากทำหน้าที่เป็นฝ่ายลาดตระเวนก็สามารถเดินออกไปไหนมาไหนได้ทุกเมื่อ หากเย่ฮวาสามารถเดินลาดตระเวนแถวบ้านของลูกชายหัวหน้าโจรได้ก็คงจะทำอะไรได้สะดวกและง่ายขึ้น


    หลังจากชายร่างกำยำตอบรับคำขอของเย่ฮวา เขาก็จัดตำแหน่งให้เย่ฮวาเพื่อลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยในช่วงกลางดึก หากยังปล่อยให้ดึกไปกว่านี้จิ้งหย่าอาจจะไม่รอดจากเงื้อมมือของลูกชายหัวหน้าโจรแน่


    หนึ่งวันภายในเกมเท่ากับระยะเวลา 6 ชั่วโมงของชีวิตจริง ตอนนี้พระอาทิตย์กำลังตกดินแล้ว หากผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมงท้องฟ้าก็จะมืดสนิทแล้ว


    หลังจากผ่านไปได้ไม่นานก็ถึงเวลาเข้ากะของเย่ฮวา เขาเดินตามโจรอีกสองคนเข้าไปด้านในค่ายหลักซึ่งภายในนี้ถูกล้อมด้วยกำแพงไม้ไผ่ ตอนที่เดินผ่านเข้ามาด้านในประตูใหญ่ก็พบว่าภายในนี้มีบ้านที่ถูกสร้างด้วยอิฐหิน แม้ว่าจะไม่ได้ดูหรูหราแต่ก็ถือว่ามีสไตล์อย่างมาก


    โจรเหล่านั้นเดินนำเย่ฮวามาลาดตระเวรรอบอาคารเหล่านี้ขณะที่เย่ฮวาก็เดินตามอย่างเงียบ ๆ ตอนนี้เขาไม่มีกระจิตกระใจที่จะลาดตระเวนอะไรทั้งนั้น เพราะสายตาเอาแต่จับจ้องไปที่ประตูใหญ่ตลอดเวลา


    เพียงไม่นานเย่ฮวาก็พบว่ามีโจรสองสามคนกำลังแบกแคร่หามอยู่ซึ่งบนนั้นมีร่างของใครบางคนกำลังนอนอยู่ หลังจากโจรเหล่านั้นนำร่างของเธอมาตรงหน้าบ้านหลังหนึ่งก็พบว่าเจ้าของร่างนั้นก็คือจิ้งหย่า


    โจรทั้งสองคนเคาะประตูอยู่ครู่หนึ่งหลังจากนั้นประตูก็ถูกเปิดออก โดยมีร่างของชายอายุ 16 และ 17 ที่ยืนอยู่ด้านหลังประตู หลังจากนั้นโจรทั้งสองก็นำตัวของจิ้งหย่าเข้าไปด้านในก่อนจะปลีกตัวออกไป


    ถึงเวลาแล้ว!


    เย่ฮวาสามารถจัดการกับโจรทั้งสองคนที่อยู่ด้านหน้าของตนเองได้อย่างรวดเร็ว หลังจากเดินมาถึงด้านหลังและถึงจุดลับสายตาคนเย่ฮวาก็ดึงดาบออกมาก่อนจะแทงเข้าใส่ร่างของโจรที่ยืนอยู่ด้านหน้าทันที


    ดาบแทงเข้าใส่ร่างของอีกฝ่ายจนเกิดเป็นแผลยาวขึ้น อีกฝ่ายหันมามองเย่ฮวาด้วยสีหน้าตกตะลึง ตอนที่เขากำลังจะแผดเสียงออกมาด้วยความเดือดดาล เย่ฮวาก็ยกขาขวาขึ้นมาและกระทืบเท้าลงกับพื้น หลังจากนั้นโซ่เหล็กก็ผุดขึ้นมาจากพื้นดินก่อนจะล็อคร่างของโจรผู้นั้นทันที


    ในเวลาเดียวกันโจรอีกคนที่เดินนำไปก่อนก็เพิ่งจะได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวของเย่ฮวา เขาจึงหันมามองทว่าวินาทีที่หันมาสกิลจู่โจมก็พุ่งใส่เขาจนเกิดค่าสถานะมึนงงเสียแล้ว ในเวลาเดียวกันเย่ฮวาก็บัพจิตวิญญาณของตัวเองเพื่อเพิ่มพลังการโจมตีและความเร็วในการโจมตี


    ดาบในมือของเย่ฮวากวัดแกว่งอย่างรวดเร็วขณะที่สกิลการโจมตีอย่างต่อเนื่องและดาบหนักถูกส่งออกไปและตามไปติด ๆ ด้วยสกิลการโจมตีแบบธรรมดาอีกสองครั้ง ในที่สุดโจรคนนั้นก็ถูกสังหารจนตาย


    ตอนที่หันกลับมาก็พบว่าโจรอีกคนหลุดออกจากเอฟเฟคโซ่ผูกวิญญาณแล้ว ตอนนี้สกิลโซ่ผูกวิญญาณของเย่ฮวาอยู่ระดับ 3 จึงทำให้มีระยะเวลาในการใช้งานถึง 3.5 วินาที ดังนั้นระยะเวลา 3.5 วินาทีนี้จึงสามารถหยุดการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย


    ทว่าตอนที่อีกฝ่ายหลุดออกจากสกิลโซ่ผูกวิญญาณแล้วเย่ฮวาก็ใช้ปลายดาบจ่อไปที่คอของเขา “อย่าส่งเสียงดัง! ไม่งั้นฉันฆ่านายแน่!”


    “นะ...นะ...น้องชาย...ฉะ...ฉันไม่...ฉันไม่หนี...ไว้ชีวิตฉัน...เถอะนะ...”


    โจรคนนั้นส่งเสียงตะกุกตะกักออกมาขณะอ้อนวอนให้ไว้ชีวิตเขา เย่ฮวายิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ยังมีหน้ามาร้องขอชีวิตอีกเหรอ...ผู้ใหญ่บ้านต้องตายเพราะน้ำมือของคนอย่างพวกแก ตอนนี้ดันเข้าใจความหมายของการอ้อนวอนขอชีวิตแล้วเหรอ?


    เย่ฮวาไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น ส่วนโจรคนนี้ก็ไม่กล้าที่จะทำอะไรเย่ฮวาด้วยเช่นกัน เย่ฮวาจึงใช้ปลายดาบจ่อไปที่ร่างของอีกฝ่ายอย่างเงียบ ๆ เป็นเพราะตอนนี้แม้ว่าเย่ฮวาอยากจะฆ่าเขาก็ไม่สามารถฆ่าให้ตายได้ภายในครั้งเดียว นี่คือเกมไม่ใช่เรื่องจริง ดังนั้นจึงมีหลายอย่างที่ต้องใช้วิธีการเจรจามากกว่าการกระทำ ค่าสเตตัสของเย่ฮวาในตอนนี้ไม่สามารถกำจัดโจรคนนี้ให้เลือดหมดได้ภายในทันที ดังนั้นต่อให้เย่ฮวาใช้อาวุธปักเข้ากลางหัวใจของเขาเขาก็ไม่ตายอยู่ดี


    เหตุผลที่เย่ฮวาไม่โจมตีเขาก็เพราะเย่ฮวาไม่สามารถสังหารเขาได้ หากค่าดาเมจไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาตาย เขาคงสร้างความยุ่งเหยิงก่อนตายด้วยการตะโกนโหวกเหวกโวยวายอย่างแน่นอน ถึงเวลานั้นทั้งเย่ฮวาและจิ้งหย่าคงไม่สามารถหลบหนีออกไปได้


    เมื่อสกิลทำการคูลดาวน์สิ้นสุดลงแล้วเย่ฮวาก็เรียกใช้สกิลโซ่ผูกวิญญาณเพื่อล็อคเขาอีกครั้ง หลังจากนั้นก็ใช้สกิลสังหารเขาอย่างต่อเนื่องในทันที


    หลังจากใช้เวลาเดินอ้อมออกมาและฆ่าโจรทั้งสองคนนี้ทำให้กินเวลาไปกว่า 4-5 นาที ตอนนี้จิ้งหย่าเข้าไปอยู่ในบ้านของนายน้อยนั่นแล้วและไม่รู้ว่าตอนนี้เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง คิดเช่นนี้เย่ฮวาก็รีบวิ่งไปที่บ้านของนายน้อยลูกชายหัวหน้าโจรอย่างเร่งด่วน