“ลูกไม่พักก่อนล่ะ ออกมานั่งตากหมอกตั้งแต่เช้าแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่สบายอีกหรอก”
โรแลนมองจ้องไปยังผู้เป็นแม่ ก่อนจะส่งยิ้มไปให้ วันนี้เขารู้สึกดีใจที่ตัวเองสามารถมองเห็นแสงของพระอาทิตย์ได้อีกครั้ง เมื่อคืนที่ผ่านมาเขานึกว่าตัวเองจะต้องตายด้วยคำสาป หากแอนเดอร์สันบ้าคลั่งกว่านี้ชีวิตของเขาคงต้องจบลงเช่นเดียวกัน
“แม่ผมไม่เป็นอะไรแล้ว วันนี้ผมแค่อยากดูว่าแสงจะสวยเหมือนเมื่อวานไหม”
“แล้วมันสวยกว่าเมื่อวานหรือเปล่า”
“ครับ มันสวยกว่าเมื่อวานมาก”
โรแลนเดินไปนั่งข้างๆแม่ก่อนจะมองดูน้ำชาที่พ่อบ้านกำลังเทใส่แก้วช้าๆด้วยความปราณีต
“กลิ่นชาของวันนี้ก็หอมกว่าเมื่อวาน”
ผู้เป็นแม่ยิ้มเล็กน้อย หลังจากรู้ว่าลูกชายตัวเองพอใจกับชีวิตในเช้านี้หลังจากที่ก้าวผ่านความตายมาได้ เธอยังไม่อยากพูดอะไรจึงปล่อยให้ลูกชายได้มองจ้องทุ่งดอกไม้ภายในบ้านเพื่อผ่อนคลาย จากนั้นเธอจึงจิบชาแล้วอ่านข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลเฟียร์อีกครั้ง เพื่อไม่ให้มีอะไรย้อนกลับมาทำร้ายพวกเขาได้อีก
นับว่าเป็นโชคดีที่แอนเดอร์สันไว้ชีวิตโรแลน ทำให้เขายังคงมีสิทธิในการแย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ แม้เมื่อวานจะแพ้หมดรูป ในอนาคตพวกเขาจะต้องชนะให้ได้ สำหรับคำสาปที่แอนเดอร์สันใช้ พวกเขาไม่กลัวอีกต่อไป เนื่องจากสิ่งที่แอนเดอร์สันนำจากโรแลนไป สามารถใช้ในการสังเวยคำสาปได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น
“แม่ดูอะไรอยู่เหรอครับ”
โรแลนหันมาถามผู้เป็นแม่ เขาอยากจะพักสักหนึ่งวัน อยากใช้วันนี้ไปกับการพักผ่อน ไม่คิดเกี่ยวกับเรื่องของแอนเดอร์สันหรือเรื่องตระกูลสกอร์เปี้ยนส์
“แม่ดูข้อมูลตระกูลเฟียร์น่ะและดูข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลแลนเซอร์ที่หนุนหลังพี่ชายคนที่ 6 ของลูก”
“แม่คิดจะทำอะไรอย่างนั้นเหรอครับ” โรแลนถามด้วยความสงสัย
“จากข้อมูลที่เราบอกแอนเดอร์สัน เป็นไปได้ที่เขาจะเดินทางไปตระกูลแลนเซอร์เพื่อจัดการพี่ชายคนที่ 6 ของลูก ส่วนจะลงมือด้วยวิธีไหนนั้นแม่ไม่รู้ สิ่งที่แม่รู้คือเราจะต้องหาทางใช้โอกาสที่แอนเดอร์สันลงมือจัดการกับพวกเขาอีกทาง”
“งั้นผมไม่พักก็แล้วกัน ” โรแลนกัดฟันด้วยความโกรธ หลังจากนึกถึงเรื่องที่แอนเดอร์สันทำกับมัน งานนี้จะต้องมีการแก้แค้นเกิดขึ้น โดยมันจะเริ่มเป็นผู้แทรกแซงพี่ชาย แต่ทันใดนั้นผู้เป็นแม่ที่กำลังนั่งอ่านหนังสือก็ได้ฟุบหน้าลงไปบนโต๊ะแล้วแน่นิ่งไป โรแลนจึงตกใจรีบยื่นมือไปสะกิดแม่ให้ตื่นพลางจับชีพจร เมื่อรู้ว่าแม่ของตนไม่ตอบสนองและไม่มีการเต้นของหัวใจ มันจึงอ้าปากร้องตะโกนเรียกให้นักเวทย์เข้ามาช่วย ตอนนี้ยังพอช่วยชีวิตกลับมาได้ แต่แล้วปากของมันที่กำลังอ้ากว้างกลับค้างเอาไว้ เมื่อจู่ๆมันไม่สามารถหายใจได้
“คิดจะฆ่าฉันเหรอ ฮ่าๆๆ แกแพ้ฉันไปก้าวหนึ่ง”
“แก”
รูปร่างหน้าตาแม้แต่น้ำเสียงที่พูดออกมาล้วนเป็นพ่อบ้านที่มันไว้ใจ อย่างไรก็ตามวิธีการพูดกลับทำให้มันรู้ได้ว่าพ่อบ้านที่เทชาให้ คือแอนเดอร์สันที่ปลอมตัวเข้ามาใกล้มันด้วยวิธีบางอย่าง แอนเดอร์สันที่มองเห็นสายตาของโรแลนที่กำลังสงสัยว่าเขาปลอมตัวได้อย่างไรและทำอะไรลงไปนั้น แอนเดอร์สันจึงอธิบายทุกๆอย่างเพื่อให้คนที่กำลังจะตายได้รับรู้
“ที่ฉันปล่อยให้แกไปเมื่อคืนแล้วมาฆ่าแกตอนนี้ ก็เพราะว่าถ้าฉันฆ่าแกภายในโบสถ์ มันจะทำให้คนอื่นๆรู้ว่าคำสาปของฉันแข็งแกร่งจนน่ากลัว ทางโบสถ์ก็อาจจะต่อต้านฉันได้เช่นกัน ฉันก็เลยทำเหมือนกับว่าคำสาปของฉันรักษาได้ ส่วนเช้านี้แกก็จะตายเช่นเดิม ตายด้วยยาพิษ แม้มันจะไม่ใช่สูตรเดียวกับที่ฆ่าคนในตระกูลเฟียร์และไม่ใช่ตัวเดียวกันกับที่ฆ่าแม่ของฉันก็ตาม แต่หัวใจหลักมันก็มาจากสมุนไพรตัวเดียวกัน”
“ทะ ทำไมแกถึง”
“การที่ฉันฆ่าแก ก็เพราะว่าคืนนั้นหากพี่ 6 ไม่ส่งคนเข้ามาตัดหน้า แกก็จะกลายเป็นคนที่ลงมือฆ่าตระกูลเฟียร์อยู่ดี ฉันจึงไม่จำเป็นต้องปล่อยแกไป ส่วนเรื่องในวันนี้ แกก็จงตายแล้วกลายเป็นเครื่องมือในแผนของฉันซะ”
โรแลนฟุบหน้าลงไปนอนบนโต๊ะน้ำชา เขาจึงจัดท่าทางของโรแลนและแม่ให้เหมือนกับคนกำลังนั่งอ่านเอกสาร จากนั้นเขาจึงเก็บน้ำชาผสมยาพิษออกไป ด้วยวิธีการทำยาที่เขาได้เรียนรู้จากเอลฟ์ ทำให้เขาสามารถสร้างพิษให้ใกล้เคียงกับพิษที่ฆ่าแม่ของเขาและฆ่าคนตระกูลเฟียร์ได้
จากการตรวจสอบพิษในร่างกาย มันจะไม่ถูกตรวจพบ มีเพียงแค่อาการที่ถูกทิ้งเอาไว้หลังจากพิษเล่นงานเท่านั้น หลังจากแอนเดอร์สันฆ่าพ่อบ้านแล้วใช้การ์ดปลอมตัวเข้ามาใกล้โรแลนได้สำเร็จ เขาจึงเดินทางออกจากบ้านตระกูลซิกฟรีท มุ่งหน้าสู่บ้านตระกูลเวลเลส หนึ่งในเป้าหมายที่เขาจะจัดการในคืนนี้ ด้วยความโกรธที่มีเขาจะนำไปลงตระกูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการตายของแม่เขาและตระกูลเฟียร์
สาเหตุที่แอนเดอร์สันไม่ทำให้โรแลนตายไปตั้งแต่เมื่อคืนเป็นเพราะเขากลัวว่าจะทำให้ตระกูลซิกฟรีทโกรธ หากโรลแลนตายไป ผู้เป็นแม่จะต้องพาคนของเธอตามหาเขาเพื่อเล่นงาน แอนเดอร์สันจึงต้องทำให้มั่นใจว่าตระกูลซิกฟรีทจะไม่ตามมาเล่นงานเขา ด้วยการฆ่าโรแลนและแม่ของมันไปพร้อมกัน
ต่อให้จะมีคนเข้าข้างโรแลนหรือแม่ของมัน การไม่มีผู้คอยออกคำสั่งสุดท้ายกองกำลังตระกูลซิกฟรีทที่แบ่งให้แม่ของโรแลนก็จะทำอะไรไม่ได้
จากการสืบข้อมูลตระกูลซิกฟรีท แอนเดอร์สันพบว่าแม่ของโรแลนและพี่สาวของเธอไม่ลงรอยกันเกี่ยวกับอำนาจในตระกูล การที่แอนเดอร์สันลงมือจัดการโรแลนไปพร้อมกับแม่ของมัน เขามั่นใจว่าพี่สาวของแม่โรแลนนั้น จะไม่ส่งคนออกมาตามล่าเขา เนื่องจากเธอจะมองผลประโยชน์เป็นหลัก
การที่โรแลนตายไปแล้ว หากว่าเธอไล่ล่าเขาเพื่อแก้แค้น สิ่งที่เธอจะได้รับคือการแก้แค้นเท่านั้น ไม่มีสิทธิได้ครอบครองสิ่งของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์อีกต่อไป มันอาจจะทำให้คนในตระกูลซิกฟรีทถูกเล่นงานด้วยได้ ดังนั้นการเก็บกำลังเอาไว้แล้วปล่อยให้เรื่องของโรแลนและแม่ของเขาตายเงียบหายไป แอนเดอร์สันจึงคิดว่าตระกูลซิกฟรีทน่าจะทำแบบนี้ พวกเขาจะไม่ล่าเพราะมันได้ไม่คุ้มเสีย
“ต่อไปก็พวกแกสินะ ตระกูลเวลเลส”
แอนเดอร์สันบินตรงมายังตระกูลเวลเลส ปล่อยให้สองแม่ลูกถูกพบว่าเป็นศพนอนตาย โดยเขาต้องการให้ทั้งสองคนอยู่ภายในแผนการขั้นต่อไป การตายของสองแม่ลูกจะต้องเกี่ยวข้องกับตระกูลเวลเลสและตระกูลโจชัว ซึ่งสิ่งที่เขาต้องการทำคือการชักจูงสายตาของผู้คนไปยังตระกูลแลนเซอร์ ตระกูลหลักที่หนุนหลังพี่ 6 ของเขา
กระทั่งแอนเดอร์สันเดินทางมาถึงตระกูลเวลเลส เขาก็รีบมองหาผู้ที่เขาสามารถปลอมตัวเข้าไปได้ กระทั่งเขาเจอหนึ่งในผู้อาวุโสกำลังนั่งรถออกจากบ้านเขาจึงบินตามไปในทันที
—----------------------------------
“นายน้อย 6 มีข่าวเกี่ยวกับน้องชายคนที่ 10 ของท่านส่งมาในเช้านี้”
เอซมองจ้องไปยังข้อมูลที่พ่อบ้านนำเข้ามาให้ ก่อนจะฉีกยิ้มด้วยความดีใจเมื่อรู้ว่าแอนเดอร์สันลงมือกับน้องชายคนที่ 10 จนได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นส่งตัวไปยังโบสถ์
“มีข่าวอะไรเกี่ยวกับน้อง 10 อีกไหม”
“ไม่มีครับ เขารอดชีวิตได้และตอนนี้ก็หลบอยู่ภายในบ้านไม่ออกไปไหน ส่วนน้องชายคนที่ 11 ของนายน้อยหายไป ยังไม่มีใครตามหาตัวของเขาพบ”
“คงจะมาหาฉันแหละ จับตามองไปยังตระกูลเวลเลสและตระกูลโจชัวเป็นพิเศษหน่อย เผื่อเขาจะไปที่นั่นก่อน”
“ครับ ส่วนพี่น้องคนอื่นๆของนายน้อย ตอนนี้หลายคนกำลังปะทะกันด้วยกองกำลังย่อย”
เอซมองจ้องข้อมูลที่ถูกส่งมาจากแนวหน้า มันยังไม่ถูกพ่อเรียกไปจึงทำได้เพียงแค่เล่นกับน้องๆที่อาศัยอยู่ภายในสหพันธ์โคเวียเท่านั้น
“อืม น่าสนใจ ไว้รายงานฉันด้วยล่ะ ว่าใครจะตายใครจะอยู่”
เอซมองจ้องปลาในสระต่อไปพลางลองตกด้วยเหยื่อใหม่ ตอนนี้เขาอยากรู้มากว่าแอนเดอร์สันจะทำอย่างไรเพื่อให้เข้าถึงตัวของมันที่อยู่เบื้องหลังการสังหารตระกูลเฟียร์ การที่โรแลนถูกหามส่งโบสถ์ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าแอนเดอร์สันลงมือเพื่อเค้นข้อมูลแล้ว
“คงเป็นตอนที่ต่อสู้กันในงานแข่งสินะ”
เอซนึกถึงรายงานฉบับเก่าที่บอกให้รู้ว่าแอนเดอร์สันได้ชิ้นส่วนร่างกายของโรแลนมาได้อย่างไร ถึงสามารถใช้คำสาปรุนแรงจนต้องไปหาบาทหลวง หลังจากรู้ต้นเหตุมันก็เริ่มยิ้มเพราะยังไม่เคยก้าวออกจากตระกูลจึงไม่ได้เกรงกลัวต่อคำสาปของแอนเดอร์สันเลยสักนิดเดียว
—-------------------
“ผู้นำตระกูล ฉันมีเรื่องจะพูดด้วย”
“เข้ามาสิ”
ผู้อาวุโสลำดับ 5 เดินเข้าไปในห้องทำงานของผู้นำตระกูลเวลเลส อย่างไรก็ตามผู้นำตระกูลกลับย่นคิ้วหลังจากรับรู้ได้ว่าผู้อาวุโส 5 ยังไม่ได้เดินมานั่งยังเก้าอี้แต่กลับเลือกที่จะลงกลอนประตูให้หนาแน่นจนเป็นที่น่าสงสัย
“มีอะไรทำไมถึงต้องล็อกกลอนมากขนาดนั้นกัน”
ผู้อาวุโส 5 หันมองไปยังผู้นำตระกูลที่กำลังทำหน้าสงสัยขอคำอธิบายจากผู้อาวุโส 5 แต่ทว่าคำตอบที่ควรจะได้รับกลับเป็นการยื่นมือออกมาด้านหน้าจากนั้นก็ใช้มีดกรีดข้อมือจนมีเลือดไหล ผู้นำตระกูลเวลเลสที่รู้ว่ามีบางอย่างแปลกไปจึงจับไปยังดาบที่วางอยู่ข้างตัว
“ผู้อาวุโส 5 คุณไม่สบายตรงไหนไหม”
ไม่มีการพูดจา มีเพียงแค่เลือดที่ไหลออกมาจากข้อมูลของผู้อาวุโส 5 ทันใดนั้นรอยยิ้มฉีกกระชากก็ได้ปรากฎบนใบหน้าผู้อาวุโส จนผู้นำตระกูลรู้ว่าคนที่เข้ามาไม่ใช่ผู้อาวุโส 5 ที่มันรู้จัก ต่อให้พลังเวทย์ที่ตรวจสอบได้จะเป็นของผู้อาวุโส 5 ก็ตาม เขากลับรู้ว่าคนตรงหน้าเป็นตัวปลอม
วิ๊ง!
วงเวทย์ขนาดใหญ่ปรากฎใจกลางห้อง ก่อนที่มันจะขยายอาณาเขตจนครอบห้องทำงานเอาไว้ แอนเดอร์สันที่ใช้เวทย์คำสาปสร้างพื้นที่มิติส่งเขาและผู้นำตระกูลเวลเลสเข้าไปในคำสาปลานประหารเลือดได้สำเร็จ จึงชี้นิ้วไปยังผู้นำตระกูลเวลเลสในทันที
“แกเป็นใคร”
วิ๊ง!
คำสาปมากมายทำให้ผู้นำตระกูลเวลเลสรู้ได้ในทันทีเลยว่าชายที่อยู่ตรงหน้ามาจากตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ ยังไม่ทันจะได้คำตอบมันกลับต้องตวัดอาวุธในมือไปด้านหน้าเพื่อจัดการผู้อาวุโส 5 ตัวปลอม ไม่อย่างนั้นคำสาปมากมายที่กำลังพุ่งเข้ามาจะเล่นงานมัน
ตู้ม บรึ้ม!
แอนเดอร์สันเอียงตัวเล็กน้อย พลางแสดงสีหน้าวิตกออกมานิดหน่อย เมื่อรู้ว่าการปะทะกันกับนักเวทย์ 900 ปีอย่างผู้นำตระกูลเวลเลสเขาจะต้องเสียหลายสิ่งหลาย ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่ได้เกรงกลัวเลยสักนิด หากเขาสามารถล้มผู้นำตระกูลได้ตามที่คิด แผนขั้นต่อไปจะสำเร็จตามที่เขาวาง ทันทีที่แอนเดอร์สันใช้เวทย์เสริมความเร็วลงไปในร่าง ตัวของเขาก็ได้ใช้ความคิดบังคับเลือดภายในมิติให้พุ่งเข้าโจมตีผู้นำตระกูลเวลเวลในทันที
“ฉันถามว่าแกเป็นใคร!”
บู้ม!
พลังของนักเวทย์ 900 ปีระเบิดเลือดที่แอนเดอร์สันบังคับให้พวกมันแข็งตัวเป็นหอกแหลมจนสลายหายไป ถึงอย่างนั้นเขาไม่ได้ตกใจพุ่งตัวเข้าหาผู้นำตระกูลเวลเลสพลางชักมีดออกมาถือในมือทั้งสองข้างแล้วเสริมเวทย์ให้กับมีด เพื่อให้มันต้านทานดาบในมือของศัตรู
“ได้ ถ้าแกไม่ตอบฉันจะทำให้แกพูดออกมาเอง”