[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    125 ลาก่อน

    “ลูกไม่พักก่อนล่ะ ออกมานั่งตากหมอกตั้งแต่เช้าแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่สบายอีกหรอก”


    โรแลนมองจ้องไปยังผู้เป็นแม่ ก่อนจะส่งยิ้มไปให้ วันนี้เขารู้สึกดีใจที่ตัวเองสามารถมองเห็นแสงของพระอาทิตย์ได้อีกครั้ง เมื่อคืนที่ผ่านมาเขานึกว่าตัวเองจะต้องตายด้วยคำสาป หากแอนเดอร์สันบ้าคลั่งกว่านี้ชีวิตของเขาคงต้องจบลงเช่นเดียวกัน


    “แม่ผมไม่เป็นอะไรแล้ว วันนี้ผมแค่อยากดูว่าแสงจะสวยเหมือนเมื่อวานไหม”


    “แล้วมันสวยกว่าเมื่อวานหรือเปล่า”


    “ครับ มันสวยกว่าเมื่อวานมาก”


    โรแลนเดินไปนั่งข้างๆแม่ก่อนจะมองดูน้ำชาที่พ่อบ้านกำลังเทใส่แก้วช้าๆด้วยความปราณีต


    “กลิ่นชาของวันนี้ก็หอมกว่าเมื่อวาน”


    ผู้เป็นแม่ยิ้มเล็กน้อย หลังจากรู้ว่าลูกชายตัวเองพอใจกับชีวิตในเช้านี้หลังจากที่ก้าวผ่านความตายมาได้ เธอยังไม่อยากพูดอะไรจึงปล่อยให้ลูกชายได้มองจ้องทุ่งดอกไม้ภายในบ้านเพื่อผ่อนคลาย จากนั้นเธอจึงจิบชาแล้วอ่านข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลเฟียร์อีกครั้ง เพื่อไม่ให้มีอะไรย้อนกลับมาทำร้ายพวกเขาได้อีก


    นับว่าเป็นโชคดีที่แอนเดอร์สันไว้ชีวิตโรแลน ทำให้เขายังคงมีสิทธิในการแย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ แม้เมื่อวานจะแพ้หมดรูป  ในอนาคตพวกเขาจะต้องชนะให้ได้ สำหรับคำสาปที่แอนเดอร์สันใช้ พวกเขาไม่กลัวอีกต่อไป เนื่องจากสิ่งที่แอนเดอร์สันนำจากโรแลนไป สามารถใช้ในการสังเวยคำสาปได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น


    “แม่ดูอะไรอยู่เหรอครับ”


    โรแลนหันมาถามผู้เป็นแม่  เขาอยากจะพักสักหนึ่งวัน อยากใช้วันนี้ไปกับการพักผ่อน ไม่คิดเกี่ยวกับเรื่องของแอนเดอร์สันหรือเรื่องตระกูลสกอร์เปี้ยนส์


    “แม่ดูข้อมูลตระกูลเฟียร์น่ะและดูข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลแลนเซอร์ที่หนุนหลังพี่ชายคนที่ 6 ของลูก”


    “แม่คิดจะทำอะไรอย่างนั้นเหรอครับ” โรแลนถามด้วยความสงสัย


    “จากข้อมูลที่เราบอกแอนเดอร์สัน เป็นไปได้ที่เขาจะเดินทางไปตระกูลแลนเซอร์เพื่อจัดการพี่ชายคนที่ 6 ของลูก ส่วนจะลงมือด้วยวิธีไหนนั้นแม่ไม่รู้  สิ่งที่แม่รู้คือเราจะต้องหาทางใช้โอกาสที่แอนเดอร์สันลงมือจัดการกับพวกเขาอีกทาง”


    “งั้นผมไม่พักก็แล้วกัน ” โรแลนกัดฟันด้วยความโกรธ หลังจากนึกถึงเรื่องที่แอนเดอร์สันทำกับมัน งานนี้จะต้องมีการแก้แค้นเกิดขึ้น โดยมันจะเริ่มเป็นผู้แทรกแซงพี่ชาย  แต่ทันใดนั้นผู้เป็นแม่ที่กำลังนั่งอ่านหนังสือก็ได้ฟุบหน้าลงไปบนโต๊ะแล้วแน่นิ่งไป โรแลนจึงตกใจรีบยื่นมือไปสะกิดแม่ให้ตื่นพลางจับชีพจร เมื่อรู้ว่าแม่ของตนไม่ตอบสนองและไม่มีการเต้นของหัวใจ มันจึงอ้าปากร้องตะโกนเรียกให้นักเวทย์เข้ามาช่วย ตอนนี้ยังพอช่วยชีวิตกลับมาได้ แต่แล้วปากของมันที่กำลังอ้ากว้างกลับค้างเอาไว้ เมื่อจู่ๆมันไม่สามารถหายใจได้


    “คิดจะฆ่าฉันเหรอ ฮ่าๆๆ แกแพ้ฉันไปก้าวหนึ่ง”


    “แก”


    รูปร่างหน้าตาแม้แต่น้ำเสียงที่พูดออกมาล้วนเป็นพ่อบ้านที่มันไว้ใจ อย่างไรก็ตามวิธีการพูดกลับทำให้มันรู้ได้ว่าพ่อบ้านที่เทชาให้ คือแอนเดอร์สันที่ปลอมตัวเข้ามาใกล้มันด้วยวิธีบางอย่าง แอนเดอร์สันที่มองเห็นสายตาของโรแลนที่กำลังสงสัยว่าเขาปลอมตัวได้อย่างไรและทำอะไรลงไปนั้น แอนเดอร์สันจึงอธิบายทุกๆอย่างเพื่อให้คนที่กำลังจะตายได้รับรู้


    “ที่ฉันปล่อยให้แกไปเมื่อคืนแล้วมาฆ่าแกตอนนี้ ก็เพราะว่าถ้าฉันฆ่าแกภายในโบสถ์ มันจะทำให้คนอื่นๆรู้ว่าคำสาปของฉันแข็งแกร่งจนน่ากลัว ทางโบสถ์ก็อาจจะต่อต้านฉันได้เช่นกัน ฉันก็เลยทำเหมือนกับว่าคำสาปของฉันรักษาได้ ส่วนเช้านี้แกก็จะตายเช่นเดิม ตายด้วยยาพิษ แม้มันจะไม่ใช่สูตรเดียวกับที่ฆ่าคนในตระกูลเฟียร์และไม่ใช่ตัวเดียวกันกับที่ฆ่าแม่ของฉันก็ตาม แต่หัวใจหลักมันก็มาจากสมุนไพรตัวเดียวกัน”


    “ทะ ทำไมแกถึง”


    “การที่ฉันฆ่าแก ก็เพราะว่าคืนนั้นหากพี่ 6 ไม่ส่งคนเข้ามาตัดหน้า แกก็จะกลายเป็นคนที่ลงมือฆ่าตระกูลเฟียร์อยู่ดี ฉันจึงไม่จำเป็นต้องปล่อยแกไป ส่วนเรื่องในวันนี้ แกก็จงตายแล้วกลายเป็นเครื่องมือในแผนของฉันซะ”


    โรแลนฟุบหน้าลงไปนอนบนโต๊ะน้ำชา เขาจึงจัดท่าทางของโรแลนและแม่ให้เหมือนกับคนกำลังนั่งอ่านเอกสาร จากนั้นเขาจึงเก็บน้ำชาผสมยาพิษออกไป ด้วยวิธีการทำยาที่เขาได้เรียนรู้จากเอลฟ์ ทำให้เขาสามารถสร้างพิษให้ใกล้เคียงกับพิษที่ฆ่าแม่ของเขาและฆ่าคนตระกูลเฟียร์ได้


    จากการตรวจสอบพิษในร่างกาย มันจะไม่ถูกตรวจพบ มีเพียงแค่อาการที่ถูกทิ้งเอาไว้หลังจากพิษเล่นงานเท่านั้น หลังจากแอนเดอร์สันฆ่าพ่อบ้านแล้วใช้การ์ดปลอมตัวเข้ามาใกล้โรแลนได้สำเร็จ เขาจึงเดินทางออกจากบ้านตระกูลซิกฟรีท มุ่งหน้าสู่บ้านตระกูลเวลเลส หนึ่งในเป้าหมายที่เขาจะจัดการในคืนนี้ ด้วยความโกรธที่มีเขาจะนำไปลงตระกูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการตายของแม่เขาและตระกูลเฟียร์


    สาเหตุที่แอนเดอร์สันไม่ทำให้โรแลนตายไปตั้งแต่เมื่อคืนเป็นเพราะเขากลัวว่าจะทำให้ตระกูลซิกฟรีทโกรธ  หากโรลแลนตายไป ผู้เป็นแม่จะต้องพาคนของเธอตามหาเขาเพื่อเล่นงาน แอนเดอร์สันจึงต้องทำให้มั่นใจว่าตระกูลซิกฟรีทจะไม่ตามมาเล่นงานเขา ด้วยการฆ่าโรแลนและแม่ของมันไปพร้อมกัน


    ต่อให้จะมีคนเข้าข้างโรแลนหรือแม่ของมัน การไม่มีผู้คอยออกคำสั่งสุดท้ายกองกำลังตระกูลซิกฟรีทที่แบ่งให้แม่ของโรแลนก็จะทำอะไรไม่ได้ 


    จากการสืบข้อมูลตระกูลซิกฟรีท แอนเดอร์สันพบว่าแม่ของโรแลนและพี่สาวของเธอไม่ลงรอยกันเกี่ยวกับอำนาจในตระกูล การที่แอนเดอร์สันลงมือจัดการโรแลนไปพร้อมกับแม่ของมัน เขามั่นใจว่าพี่สาวของแม่โรแลนนั้น จะไม่ส่งคนออกมาตามล่าเขา เนื่องจากเธอจะมองผลประโยชน์เป็นหลัก 


    การที่โรแลนตายไปแล้ว หากว่าเธอไล่ล่าเขาเพื่อแก้แค้น สิ่งที่เธอจะได้รับคือการแก้แค้นเท่านั้น ไม่มีสิทธิได้ครอบครองสิ่งของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์อีกต่อไป มันอาจจะทำให้คนในตระกูลซิกฟรีทถูกเล่นงานด้วยได้ ดังนั้นการเก็บกำลังเอาไว้แล้วปล่อยให้เรื่องของโรแลนและแม่ของเขาตายเงียบหายไป แอนเดอร์สันจึงคิดว่าตระกูลซิกฟรีทน่าจะทำแบบนี้ พวกเขาจะไม่ล่าเพราะมันได้ไม่คุ้มเสีย 


    “ต่อไปก็พวกแกสินะ ตระกูลเวลเลส”


    แอนเดอร์สันบินตรงมายังตระกูลเวลเลส  ปล่อยให้สองแม่ลูกถูกพบว่าเป็นศพนอนตาย โดยเขาต้องการให้ทั้งสองคนอยู่ภายในแผนการขั้นต่อไป การตายของสองแม่ลูกจะต้องเกี่ยวข้องกับตระกูลเวลเลสและตระกูลโจชัว ซึ่งสิ่งที่เขาต้องการทำคือการชักจูงสายตาของผู้คนไปยังตระกูลแลนเซอร์ ตระกูลหลักที่หนุนหลังพี่ 6 ของเขา


    กระทั่งแอนเดอร์สันเดินทางมาถึงตระกูลเวลเลส เขาก็รีบมองหาผู้ที่เขาสามารถปลอมตัวเข้าไปได้ กระทั่งเขาเจอหนึ่งในผู้อาวุโสกำลังนั่งรถออกจากบ้านเขาจึงบินตามไปในทันที


    —----------------------------------

    “นายน้อย 6  มีข่าวเกี่ยวกับน้องชายคนที่ 10 ของท่านส่งมาในเช้านี้”


    เอซมองจ้องไปยังข้อมูลที่พ่อบ้านนำเข้ามาให้ ก่อนจะฉีกยิ้มด้วยความดีใจเมื่อรู้ว่าแอนเดอร์สันลงมือกับน้องชายคนที่ 10 จนได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นส่งตัวไปยังโบสถ์


    “มีข่าวอะไรเกี่ยวกับน้อง 10 อีกไหม”


    “ไม่มีครับ เขารอดชีวิตได้และตอนนี้ก็หลบอยู่ภายในบ้านไม่ออกไปไหน ส่วนน้องชายคนที่ 11 ของนายน้อยหายไป ยังไม่มีใครตามหาตัวของเขาพบ”


    “คงจะมาหาฉันแหละ จับตามองไปยังตระกูลเวลเลสและตระกูลโจชัวเป็นพิเศษหน่อย เผื่อเขาจะไปที่นั่นก่อน”


    “ครับ ส่วนพี่น้องคนอื่นๆของนายน้อย ตอนนี้หลายคนกำลังปะทะกันด้วยกองกำลังย่อย”


    เอซมองจ้องข้อมูลที่ถูกส่งมาจากแนวหน้า มันยังไม่ถูกพ่อเรียกไปจึงทำได้เพียงแค่เล่นกับน้องๆที่อาศัยอยู่ภายในสหพันธ์โคเวียเท่านั้น


    “อืม น่าสนใจ ไว้รายงานฉันด้วยล่ะ ว่าใครจะตายใครจะอยู่”


    เอซมองจ้องปลาในสระต่อไปพลางลองตกด้วยเหยื่อใหม่ ตอนนี้เขาอยากรู้มากว่าแอนเดอร์สันจะทำอย่างไรเพื่อให้เข้าถึงตัวของมันที่อยู่เบื้องหลังการสังหารตระกูลเฟียร์  การที่โรแลนถูกหามส่งโบสถ์ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าแอนเดอร์สันลงมือเพื่อเค้นข้อมูลแล้ว


    “คงเป็นตอนที่ต่อสู้กันในงานแข่งสินะ”


    เอซนึกถึงรายงานฉบับเก่าที่บอกให้รู้ว่าแอนเดอร์สันได้ชิ้นส่วนร่างกายของโรแลนมาได้อย่างไร ถึงสามารถใช้คำสาปรุนแรงจนต้องไปหาบาทหลวง หลังจากรู้ต้นเหตุมันก็เริ่มยิ้มเพราะยังไม่เคยก้าวออกจากตระกูลจึงไม่ได้เกรงกลัวต่อคำสาปของแอนเดอร์สันเลยสักนิดเดียว


    —-------------------


    “ผู้นำตระกูล ฉันมีเรื่องจะพูดด้วย”


    “เข้ามาสิ”


    ผู้อาวุโสลำดับ 5 เดินเข้าไปในห้องทำงานของผู้นำตระกูลเวลเลส  อย่างไรก็ตามผู้นำตระกูลกลับย่นคิ้วหลังจากรับรู้ได้ว่าผู้อาวุโส 5 ยังไม่ได้เดินมานั่งยังเก้าอี้แต่กลับเลือกที่จะลงกลอนประตูให้หนาแน่นจนเป็นที่น่าสงสัย


    “มีอะไรทำไมถึงต้องล็อกกลอนมากขนาดนั้นกัน”


    ผู้อาวุโส 5 หันมองไปยังผู้นำตระกูลที่กำลังทำหน้าสงสัยขอคำอธิบายจากผู้อาวุโส 5 แต่ทว่าคำตอบที่ควรจะได้รับกลับเป็นการยื่นมือออกมาด้านหน้าจากนั้นก็ใช้มีดกรีดข้อมือจนมีเลือดไหล ผู้นำตระกูลเวลเลสที่รู้ว่ามีบางอย่างแปลกไปจึงจับไปยังดาบที่วางอยู่ข้างตัว


    “ผู้อาวุโส 5 คุณไม่สบายตรงไหนไหม”


    ไม่มีการพูดจา มีเพียงแค่เลือดที่ไหลออกมาจากข้อมูลของผู้อาวุโส 5 ทันใดนั้นรอยยิ้มฉีกกระชากก็ได้ปรากฎบนใบหน้าผู้อาวุโส จนผู้นำตระกูลรู้ว่าคนที่เข้ามาไม่ใช่ผู้อาวุโส 5 ที่มันรู้จัก ต่อให้พลังเวทย์ที่ตรวจสอบได้จะเป็นของผู้อาวุโส 5 ก็ตาม เขากลับรู้ว่าคนตรงหน้าเป็นตัวปลอม


    วิ๊ง!


    วงเวทย์ขนาดใหญ่ปรากฎใจกลางห้อง ก่อนที่มันจะขยายอาณาเขตจนครอบห้องทำงานเอาไว้ แอนเดอร์สันที่ใช้เวทย์คำสาปสร้างพื้นที่มิติส่งเขาและผู้นำตระกูลเวลเลสเข้าไปในคำสาปลานประหารเลือดได้สำเร็จ จึงชี้นิ้วไปยังผู้นำตระกูลเวลเลสในทันที


    “แกเป็นใคร”


    วิ๊ง!


    คำสาปมากมายทำให้ผู้นำตระกูลเวลเลสรู้ได้ในทันทีเลยว่าชายที่อยู่ตรงหน้ามาจากตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ ยังไม่ทันจะได้คำตอบมันกลับต้องตวัดอาวุธในมือไปด้านหน้าเพื่อจัดการผู้อาวุโส 5 ตัวปลอม ไม่อย่างนั้นคำสาปมากมายที่กำลังพุ่งเข้ามาจะเล่นงานมัน


    ตู้ม บรึ้ม!


    แอนเดอร์สันเอียงตัวเล็กน้อย พลางแสดงสีหน้าวิตกออกมานิดหน่อย เมื่อรู้ว่าการปะทะกันกับนักเวทย์ 900 ปีอย่างผู้นำตระกูลเวลเลสเขาจะต้องเสียหลายสิ่งหลาย  ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่ได้เกรงกลัวเลยสักนิด หากเขาสามารถล้มผู้นำตระกูลได้ตามที่คิด แผนขั้นต่อไปจะสำเร็จตามที่เขาวาง ทันทีที่แอนเดอร์สันใช้เวทย์เสริมความเร็วลงไปในร่าง ตัวของเขาก็ได้ใช้ความคิดบังคับเลือดภายในมิติให้พุ่งเข้าโจมตีผู้นำตระกูลเวลเวลในทันที


    “ฉันถามว่าแกเป็นใคร!”


    บู้ม!


    พลังของนักเวทย์ 900 ปีระเบิดเลือดที่แอนเดอร์สันบังคับให้พวกมันแข็งตัวเป็นหอกแหลมจนสลายหายไป ถึงอย่างนั้นเขาไม่ได้ตกใจพุ่งตัวเข้าหาผู้นำตระกูลเวลเลสพลางชักมีดออกมาถือในมือทั้งสองข้างแล้วเสริมเวทย์ให้กับมีด เพื่อให้มันต้านทานดาบในมือของศัตรู


    “ได้ ถ้าแกไม่ตอบฉันจะทำให้แกพูดออกมาเอง”






    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย ที่คุณอ่าน