เมื่อเวลา 1 เดือนผันผ่าน สงครามรักอันแสนเร้าร้อนระหว่างหนึ่งบุรุษหนุ่มกับสองหญิงงามก็ได้สิ้นสุดลงไป โดยที่ผู้คว้าชัยแน่นอนว่าย่อมต้องเป็นเย่หยุนซี
ส่วนตงฟางเซียนเอ่อร์และซีซวน บัดนี้พวกนางกำลังนอนสลบอยู่บนเตียงในสภาพเปลือยกายไร้ซึ่งอาภรณ์ขวางกั้น ส่วนเว้าส่วนโค้งและผิวพรรณอันขาวเนียนงดงามถูกเผยออกมาให้ชายหนุ่มได้ประจักษ์
"โอ่ว ถึงกับพัฒนาจากระดับเซียนดินขั้นต่ำกลายเป็นเซียนดินขั้นสูงเลยงั้นหรือ" เย่หยุนซีตรวจสอบร่างกายพวกนางพลางกล่าว จากนั้นหอมแก้มอย่างแผ่วเบา แล้วสวมเสื้อคลุมเดินออกจากคฤหาสน์ไปหาเซี่ยอวี่ซีซึ่งตอนนี้กำลังนั่งดื่มชาอยู่ที่ศาลาริมทะเลสาบ
"สุขสมแล้วงั้นหรือเจ้าคะ เด็กสองคนนั้นปรนนิบัติท่านได้ดีหรือเปล่า?"นางเปิดฉากกล่าวถามด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าขบขัน
เย่หยุนซีเดินเข้าไปนั่งข้างๆกัน ก่อนจะอุ้มโฉมสะคราญมานั่งบนตักในทันที "เจ้าสอนวิธีการปรนนิบัติสามีให้พวกนางงั้นหรือ? ถือว่าทำได้ดี ถึงแม้จะยังอ่อนประสบการณ์ไปบ้าง"
"คิกคิก ถ้าเช่นนั้น ท่านก็ต้องเข้ามาเอ็นดูพวกนางบ่อยๆ พวกนางจะได้มีความชำนาญมากยิ่งขึ้น" เซี่ยอวี่ซีหัวเราะกล่าว
"หึหึ! แล้วท่านล่ะ ท่านไม่ต้องการให้ข้าเอ็นดูงั้นหรือ" เย่หยุนซีประทับรอยจูบบนไหล่ของอีกฝ่าย
"แน่นอน ข้าย่อมต้องการอยู่แล้ว แต่ข้ารับมือท่านคนเดียวไม่ไหว ดังนั้นการทำให้พวกนางเกิดความชำนาญในเรื่องนี้จึงเป็นผลดีต่อข้าและพี่หญิงน้องหญิงคนอื่นๆ" หญิงงามรินชาแล้วยื่นให้ผู้เป็นสามีโดยไม่รอช้า
"อืมๆ ถือว่าเป็นแผนการที่ดีอยู่เหมือนกัน"
"อีกเดี๋ยวข้าจะออกจากที่นี่.......แต่ก่อนหน้านั้นข้าจะไปกลั่นสุราทิพย์บนชั้นที่ 3 ท่านจะไปด้วยกันกับข้าหรือเปล่า?" หลังจากดื่มชา เย่หยุนซีกล่าวถามพลางชี้นิ้วไปยังบันไดสีทองบนท้องฟ้า
"โอ่ว สถานที่แห่งนี้มีหลายชั้นงั้นหรือเจ้าคะ!........อืม~~แต่ข้าไม่ไปจะดีกว่า ทางที่ดีข้าว่าท่านปิดผนึกให้พวกข้าอยู่ที่ชั้นแรกก็พอ" เซี่ยอวี่ซีส่ายศีรษะตอบกลับ นางอยากจะรอให้พี่หญิงน้องหญิงมารวมตัวกันให้ครบเสียก่อน แล้วค่อยออกสำรวจไปพร้อมๆกัน จะได้ยุติธรรมต่อทุกฝ่าย
"อืมๆงั้นก็ได้ ถ้าหากพวกซีซวนตื่นเมื่อไหร่ ท่านก็ช่วยอธิบายเรื่องทุกอย่างให้พวกนางฟังทีนะ" พูดจบ! เย่หยุนซีก็บรรจงประทับริมฝีปากลงไปบนริมฝีปากของภรรยาสาว จากนั้นลุกขึ้นบินทะยานเข้าสู่ชั้นที่ 3 เพื่อกลั่นสุราทิพย์ตามที่ตนเองปรารถนา
ครึ่งเดือนต่อมา! บุรุษหนุ่มก็ตัดสินใจออกจากหอคอยหยินหยางในทันที และสิ่งที่เขาพบเจอเป็นอย่างแรกหลังจากที่ออกมาก็คือข้อความของบิดาซึ่งถูกฝากไว้บนอากาศ
{เวลาในการไปพระราชวังรัตติกาลมาถึงแล้ว เสร็จธุระของเจ้าเมื่อไหร่จงรีบมาหาข้า}
"ชิ! ตาแก่บ้า" เย่หยุนซีอุทานออกมา ทว่าก็ยังมุ่งหน้าไปหากู่หลินเฉินพร้อมกับสาวใช้ทั้งสองคนของเขา
"โอ่ว มาแล้วงั้นหรือ ข้าก็นึกว่าเจ้าจะหนีไปแล้วเสียอีก" กู่หลินเฉินกล่าวเมื่อเห็นบุตรชายปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้า
ทางด้านเย่หยุนซีชะงักฝีเท้าในชั่วพริบตา เพราะผู้เป็นบิดามิได้อยู่ตัวคนเดียว แต่กลับมีหญิงสาวสองนางนั่งสนทนาอยู่ด้วยกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ จีเสวีย พี่สาวบุญธรรมคนงามของเขา
"ตาแก่ พวกเราจะออกเดินทางเมื่อไหร่" ชายหนุ่มเอ่ยถาม
"เจ้าจะรีบร้อนไปทำไมกัน เข้ามาคาราวะเสด็จย่าของเจ้าเสียก่อน ส่วนเรื่องออกเดินทางเอาไว้ค่อยไปหลังจากสนทนากันจนเสร็จสิ้น" กู่หลินเฉินผายมือไปยังหญิงสาวอีกคนซึ่งดูมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่า จีเสวีย หลายเท่า
"คาราวะเสด็จย่า" เย่หยุนซีเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวคนดังกล่าวแล้วผสานมือคาราวะอย่างสงบ ไม่มีท่าทีตื่นเต้นหรือลนลานแต่อย่างใด
"โอ่ว นี่น่ะหรือหลานชายคนเล็กของข้า" องค์จักรพรรดินีเทพปีศาจเมื่อสดับวาจาก็ยืนมือออกไปเชยคางผู้เป็นหลาน จากนั้นเพ็งพิจารณาอย่างถ้วนถี่
"ช่างหล่อเหล่าและงดงามอะไรอย่างนี้ หล่อเหลากว่าลูกเสียอีก" นางหันไปหากู่หลินเฉินขณะพูดประโยคสุดท้าย ก่อนจะยื่นแหวนมิติ 2 วงให้กับหลานชายและหลานสาวในเวลาต่อมา
"ขอบคุณเสด็จย่าขอรับ/เจ้าค่ะ" ทั้งเย่หยุนซีและจีเสวียไม่รอช้ารีบรับมันเอาไว้แต่โดยดี
"หยุนซี เข้ามาให้ย่ากอดหน่อยสิ" จักรพรรดินีเทพปีศาจยิ้มกล่าว อ้าแขนรอรับ
เย่หยุนซีเมื่อได้สดับฟังก็ไม่คิดขัดศรัทธาของอีกฝ่าย ดังนั้นเขาจึงเดินเข้าไปในอ้อมแขนของผู้เป็นเสด็จย่าท่ามกลางสายตายินดีของบิดาและพี่สาวบุญธรรม
"เด็กดีๆ" จักรพรรดินีเทพปีศาจคนงามทั้งกอดทั้งลูบศีรษะผู้เป็นหลานด้วยความรักและเอ็นดู ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านางถูกใจหลานชายผู้นี้ขนาดไหน
"หลานข้า นี่คือของรับขวัญที่ย่าจัดเตรียมเอามาให้" นอกจากแหวนมิติที่มีทรัพยากรมหาศาลอยู่ด้านใน โฉมสะคราญก็ได้มอบสมบัติสวรรค์ให้กับหลานชายอีก 1 ชิ้นเพื่อเป็นของขวัญ ซึ่งมันก็คือตราประทับที่ใช้อัญเชิญตัวนางเอง ในยามที่ตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต
"ขอบคุณเสด็จย่าอีกครั้งขอรับ" แน่นอนว่าเย่หยุนซีไม่คิดปฏิเสธและรับมันเอาไว้
"เสด็จแม่ มอบของขวัญให้เจ้าเด็กนี่เยอะเกินไปหรือเปล่าขอรับ" กู่หลินเฉินไม่วายเอ่ยปากกล่าวถามในทันที
"หึ! ให้เยอะแล้วอย่างไรล่ะ นี่คือสิ่งชดเชยที่ลูกปล่อยให้เขาอยู่อย่างโดดเดี่ยวมานับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน" องค์จักรพรรดินีตอบกลับขณะมองใบหน้าที่แสนจะงดงามและหล่อเหลา
กู่หลินเฉินเมื่อสดับวาจาก็ไร้ซึ่งคำกล่าวโต้แย้งผู้เป็นมารดา เพราะมันคือเรื่องจริง! ที่ว่าเย่หยุนซีอยู่อย่างไร้พ่อแม่มานานหลายสิบปี
"เสด็จพ่อ เสด็จย่า ข้ามีคำขอเจ้าค่ะ?" จู่ๆจีเสวียก็เอ่ยปากกล่าวออกมา
"หืม? หายากนะเนี้ย ไหนลองว่ามาซิ" ผู้เป็นย่ายิ้มกล่าวด้วยความสนใจ
"เอ่อ......ขะ ข้าขอตามไปฝึกฝนที่พระราชวังรัตติกาลกับน้องชายด้วยได้หรือไม่?" จีเสวียตัดสินใจก้มหน้าขอร้องอย่างจริงจัง เนื่องจากนางอยู่แต่ในวังจนเกิดความเบื่อหน่าย การไปฝึกฝนกับน้องชายจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในเวลานี้
"อืมๆพี่น้องไปด้วยกันถือเป็นทางเลือกที่ดี ด้วยทักษะพยากรของเสวียเอ่อร์ย่อมช่วยเหลือหยุนซีในยามคับขันได้แน่" จักรพรรดินีเทพปีศาจกล่าวออกมา
"อืม ในเมื่อเสด็จย่าของพวกเจ้าอนุญาติแล้วก็ให้เป็นไปตามนั้น" กู่หลินเฉินไม่คิดเอ่ยอะไรให้มากความ เนื่องจากเขารู้ดีว่าอย่างไรซะสองพี่น้องคู่ก็สามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้
โดยเฉพาะผู้เป็นลูกชาย ด้วยพลังของเขาแทบจะไม่ต้องหวาดกลัวเหล่าผู้อาวุโสระดับเซียนสวรรค์เลยสักนิด
#Nc รอก่อนนะครับ พลังไม่พอ5555