ตอนที่ 77 ห้องเชือด
เมื่อมันจาตัดสินใจได้แล้วว่าเขาต้องการหนีออกไปเพื่อมีชีวิตรอด เขาไม่สนว่าข้างนอกจะมีซอมบี้มากแค่ไหน แต่เขาขอแค่รอดออกไปในสถานการณ์ตรงหน้าก็พอ แต่ตอนนั้นเอง ..
หลังจากที่ริวจิฆ่าจินวูเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็หันไปมองปฏิกิริยาของคนที่กำลังมองดูเหตุการณ์การอยู่ ปรากฏว่าไม่มีใครกล้าพูดอะไร และเมื่อพวกเขาสบตากับริวจิ พวกเขาต้องหลบโดยเลี่ยงไม่ได้ เห็นแบบนั้นริวจิก็เข้าใจแล้วว่า การกระทำของเขาทำให้พวกเขากลัว แต่ริวจิก็ไม่ได้สนใจอะไร กลับกันเขาถามขึ้นแทน และชี้ไปที่ศพของจินวูแทน
" หมอนี่เป็นหัวหน้าใช่มั้ย "
แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา ได้ยินแต่เสียงกลืนน้ำลาย ไม่มีใครกล้าพูดกับเขาแม้แต่คนเดียว จากนั่นริวจิก็กวาดตามอง และเขาสังเกตเห็นมันจาที่ยืนอยู่ข้างๆ แดซอง ที่เตรียมพร้อมกำลังจะหนีแล้ว
" เฮ้ นายหนะชื่ออะไรนะ "
มันจาเมื่อได้ยินเสียงของริวจิแล้ว ขาของเขาก็สั่นไม่หยุด ก่อนจะพยายามตอบกลับไปด้วยเสียงสั่นๆ
" เอ่อ ชือ ชื่อ มันจาครับ "
ถึงแม้ดูริวจิจะอายุน้อยกว่าเขา แต่ริวจิก็แข็งแกร่งกว่าเขาและเขาก็เคยไปสบประมาทว่าเป็นล่ามอีกด้วย และอีกความคิดก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขาว่า ขนาดลูกน้องของอายูยังแข็งแกร่งขนาดนี้ แล้วตัวหัวหน้าจะแข็งแกร่งแค่ไหน
" อ๋อ ฉันจำได้ละ ว่าแต่ฉันบอกว่าจะไปคุยกับหัวหน้าของพวกนาย แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว ไอ้หมอนี่ เสือ..พูดจาลวนลามพรรคพวกของฉัน "
เสียงของริวจิดังก้องออกไปทำให้ทุกคนในห้องโถงได้ยิน และพวกเขาก็ได้คิดในใจ
" ห่ะ !! แค่พูดแค่นี้ ถึงกับต้องฆ่าแกงกันเลยหรอวะ "
เพราะในโลกยุคมืดนี้ การมี Sex หรือ คำพูดคำจาที่ดูลามกก็มีให้เห็นโดยทั่วไปอยู่แล้ว และพวกเขาคิดว่าริวจิทำเกินเหตุไปหน่อยแต่ก็ไม่มีใครกล้าอ้าปากพูดออกมาแม้แต่คนเดียว
" เอาละ ฉันมีเวลาไม่มาก ตอนนี้หัวหน้าของพวกนายก็ตายไปละ ตอนนี้ส่งหัวหน้าคนใหม่มาคุยกับฉันที ฉันมีเรื่องสำคัญต้องคุย "
ได้ยินเสียงของริวจิ พวกเขาก็ทำหน้างุนงงเป็นอย่างมาก เขาฆ่าหัวหน้าของพวกเขาไปและตอนนี้ก็อยากคุยกับหัวหน้าคนใหม่ หรือว่าเขาจะฆ่าหัวหน้าคนใหม่อีกคนงั้นหรอ แล้วตอนนี้ความคิดของแต่ละคนก็แปรปรวนอย่างมาก มีทั้งความกลัวและความงงผสมปนกันไป แต่ตอนนั้นเองก็มีคนใจกล้าเปิดปากขึ้นพูดเป็นคนแรก
" นะ นาย ต้องการอะไรกันแน่ "
ริวจิ : นายเป็นหัวหน้าคนใหม่ของที่นี่รึเปล่าละ
ริวจิพูดจบเขาก็หันไปทางต้นเสียง และปรากฏภาพของชายหนุ่มแว่น นั่นก็คือแดซองนั่นเอง
" เอ่อ "
แดซองลังเลเล็กน้อยก่อนจะหันไปหาเหล่าลูกน้องทั้งหลาย แต่ก็ไม่มีใครคัดค้าน พวกเขากลัวริวจิจะเรียกหัวหน้าไปฆ่าทีละคนๆ
ริวจิ : งั้นนายก็เป็นหัวหน้าสินะ
" อืมม น่าจะอย่างงั้น "
ริวจิ : เอาละ งั้นเปลี่ยนที่คุยกันเถอะ เรื่องนี้มันสำคัญ
แต่สาเหตุหลักๆ ของเขานั่นก็คือตรงนี้มันมีศพมากเกินไป และคราบเลือดมันได้เปื้อนไปทั่วพื้นของห้องโถง ทำให้วิสัยทัศน์ของเขาไม่น่ามองเท่าไหร่ ถึงเขาจะชินกับมันแล้วก็เถอะ
แดซองไม่กล้าพูดปฏิเสธริวจิ เขาจึงได้ตอบรับโดยดี ก่อนที่เขาจะส่งสายตาอาฆาตไปหาคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ก่อนจะพูดขึ้น
" มันจา แกอย่าพึ่งหนีไปไหนละ เสร็จงานนี้ฉันจะจัดการแกแน่ "
มันจาเขารู้สึกว่าชีวิตของเขาแขวนไว้อยู่บนเส้นด้ายแล้วตอนนี้ เหมือนลูกไก่ในกำมือ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด เขาตัดสินใจผิดจริงๆ ที่พาริวจิเข้ามา แต่ถึงเขาจะตัดสินใจปฏิเสธริวจิ เขาก็น่าจะโดนริวจิฆ่าตั้งแต่ตอนนั้นแล้วก็ได้
มันจากำลังจะก้าวถอยหลังออกไปจากฝูงชน แต่ตอนนั้นเองก็มีเสียงดังขึ้น
" เฮ้ นายจะไปไหน นายก็ต้องมากับพวกฉันด้วย "
ริวจิสามารถมองเห็นอารมณ์และอายุของผู้เล่นได้ ทำให้เขาเข้าใจอารมณ์ในตอนนี้ของมันจา ริวจิก็รู้สึกผิดเล็กน้อยที่ เขาทำให้มันจาที่เป็นคนที่พาเขาเข้ามาที่นี่ต้องเดือดร้อนไปด้วย และเขาก็อยากแก้ต่างให้เขาเช่นกันและเลือกที่จะพามันจาเข้าไปประชุมกับเขาด้วย
แต่มันจานั่นเขากลับไม่ได้รู้สึกแบบนั้น ความรู้สึกของเขาในตอนนี้เหมือนกับหมูที่กำลังจะเข้าไปยังโรงเชือด ขาของเขาสั่นและก้าวเดินไม่เป็นจังหวะอีกต่อไป เขาอยากจะพูดตอบโต้ว่า
" ปล่อยกรูไปเถ่อะะ "
แต่นั่นมันก็แค่ความคิด เขาไม่กล้าจะพูดมันออกไปอย่างแน่นอน เมื่อเป็นแบบนี้แล้วมันจาไม่มีทางเลือก นอกเสียจากต้องเดินตามหลังพวกเขาไปโดยดี และหลังจากที่พวกเขาทั้ง 5 คนได้ออกไปจากห้องโถงได้สักพัก เสียงหายใจเสียงดังเฮือกก็ได้ดังขึ้น เนื่องจากบางคนถึงกับกลั้นหายใจที่ต้องเผชิญหน้ากับริวจิ ที่สามารถจัดการจินวูที่อยู่ใน Top 10 ของ Red Tower ได้อย่างง่ายดาย
" เราเกือบขาดอากาศหายใจแล้ว บ้าเอ่ย "
" โหดเป็นบ้า คนญี่ปุ่นนี่โหดเหี้ยมชะมัดเลย "
" แกพูดไปเถอะถ้าเขาได้ยิน เขามาตามล่าแกฉันบอกเลยนะฉันไม่รู้จักแก "
" เฮ้ย ฉันไม่ได้พูดนะ คนพูดมันวิ่งไปแล้วเมื่อกี๋นี้ "
ได้มีคนบ่นออกมามากมายแต่พวกเขาก็ไม่กล้าพูดออกมาเสียงดังมากนัก และก็ได้มีคนร่างใหญ่ เขาแต่งตัวด้วยเครื่องแบบของเทควันโด และมีผ้าสีดำคาดเอาไว้ที่เอวได้พูดขึ้น
" ตอนนี้แหละเป็นโอกาสของพวกเราแล้ว "
ก่อนที่เขาจะพูดต่อก็มีเสียงขัดขึ้นออกมาสะก่อน นั่นไม่ใช่ใครที่ไหนนั่นก็คือลูกสมุนของเขานั่นเอง
" โอกาสอะไรงั้นหรอหัวหน้า ผมมองไม่เห็นมันด้วยซ้ำ ตอนนี้เราก็เหมือนหมูที่รอเข้าโรงเชือดทีละคนก็เท่านั้น "
ได้ยินเสียงขอลูกน้องที่เข้ามาขัดจังหวะพูดของเขา ทำหน้าเขาโกรธและตะโกนขึ้นมาด้วยสีหน้าแดงดูเกรี้ยวกราดเป็นอย่างมาก
" เจ้าโง่ ! ถ้ามีสมองก็หัดคิดบ้างสิวะ "
" ขอโทษครับหัวหน้า แต่ถ้าผมฉลาดผมคงไม่มาเป็นลูกน้องหรอกนะครับ ฮ่า ฮ่า "
" แกยังจะมาเล่นมุกอีกหรอวะ "
" ช่วยไม่ได้นี่หัวหน้า ยังไงพวกเราก็จะตายกันหมดแล้ว ผมก็แค่สนุกกับชีวิตที่เหลือก็เท่านั้นเอง "
ได้ยินน้ำเสียงดูตัดพ้อของลูกน้อง คนที่เป็นหัวหน้าก็รู้สึกว่าตัวเขาอ่อนแอเป็นอย่างมากที่ไม่สามารถปกป้องลูกน้องได้ แต่เขาก็รีบดึงสติกลับมา ไม่ให้เคลิ้มไปกับลูกน้องของเขา และตะโกนขึ้นเสียงดังลั่นโถง
" ทุกคนฟังฉัน "
" ทุกคนอยากมีชีวิตรอดใช่มั้ย ตอนนี้แหละเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในตอนนี้แล้ว "
สติสตังของทุกคนตอนนี้ที่อยู่ภายในห้องโถงในตอนนี้ยังไม่อยู่ในภาวะปกติ ตอนนี้พวกเขาทั้งกลัวและสับสนเป็นอย่างมาก และยังไม่มีวิธีจัดการกับความรู้สึกที่เข้ามาถาโถมอย่างต่อเนื่องนี้ได้
" แกหยุดพูดสักที ยังไงพวกเราก็จะตายกันหมดอยู่ละ "
" เออใช่ แกรู้มั้ยว่าพวกเรารู้สึกยังไง ไปไกลๆ ตีนเลย "
Feedback ที่ตอบกลับมานั่นก็แต่เสียงด่าทอเขาทั้งนั้น แต่ถึงอย่างงั้น ชายหนุ่มก็ไม่ท้อ เขาตะโกนขึ้นอีกครั้ง
" แกทุกคนนี่มันโง่จริงๆ เลยนะ พวกแกลองใช้สมองที่น้อยนิดของพวกแกคิดในดีนะ คุณแดซองสละชีวิตของตัวเองเข้าไปในห้องเชือดเพราะอะไร ห่ะ "
เขาหยุดสักพักก่อนจะพูดต่อ
" เออ ! ใช่ ! เขาต้องการถ่วงเวลาให้พวกเรายังไงละ แล้วเวลาที่ล่ำค่าเหล่านั้นพวกแกกลับนำมาเผาทิ้งและมาด่าฉันเนี่ยะนะ ไอ้พวกโง่ "
ชายหนุ่มพูดจบ ภายในห้องก็เงียบลงสักพักก่อนที่จะมีเสียงของผู้คนเริ่มๆ ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
" จริงด้วย "
" ที่เขาพูดก็ถูก "
" คุณแดซองสละชีวิตตัวเองเพื่อพวกเราอย่างงั้นหรอเนี่ยะ "
บางคนถึงกับน้ำตาไหลออกมาด้วยความซึ้งใจ ในการเสียสละครั้งนี้ของแดซอง
" เลิกซึ้งกันก่อน ตอนนี้เราไม่มีเวลามากนัก เราต้องรีบหนีตอนที่พวกมันประมาทนั่นก็คือตอนนี้ ก่อนที่พวกมันจะรู้ตัว
" เร็วเข้า ! เร็วเข้า "
ได้ยินของชายหนุ่มที่ปลุกเร้าพวกเขา ทำให้มีหลายคนที่เป็นซันย่างกุนตัดสินใจหนีออกไป แต่ก็มีบางส่วนที่ตัดสินใจอยู่ทีนี้ เพระาถึงพวกเขาจะออกไปพวกเขาก็ไม่สามารถหนีรอดได้อยู่ดี เพราะมีฝูงซอมบี้ไม่รู้เท่าไหร่รอคอยพวกเขาอยู่ด้านนอกแถมถ้าจะตายจริงๆ พวกเขาขอตายด้วยฝีมือของมนุษย์ดีกว่าไปโดนกัดกินโดยฝูงซอมบี้สะยังดีกว่า
ณ ห้องประชุม
ริวจิโทชิโอะและอายู กำลังนั่งอยู่บนโต๊ะอาหารและริวจิก็เอาอาหารที่เก็บเอาไว้ออกมา และนั่นทำให้มันจาและแดซองอึ้งกับสิ่งที่พวกเขาเห็นเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรขึ้น สถานการณ์ตอนนี้ตึงเครียดเป็นอย่างมาก ก่อนที่ริวจิจะพูดขึ้นทำลายมันจนหมดสิ้น
" เอ่อ โทษทีนะ แต่ตอนนี้พวกฉันยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เช้า กินไปคุยไปละกันนะ "
คำพูดเหล่านี้นั่นทำให้แดซองและมันจานั่นงงเป็นอย่างมาก พวกเขาไม่เข้าใจสิ่งที่ริวจิพูด นั่นทำให้แดซองอดไม่ได้ที่จะถามออกไป
" นายต้องการอะไรกันแน่ ฉันไม่เข้าใจ ถ้าจะฆ่าก็ฆ่าสะเดี๋ยวตอนนี้เลย ไม่ต้องมาพิธีรีตองให้เสียเวลา "
พูดจบแดซองก็หลับตาเตรียมรับชะตากรรม กับคำพูดที่เขาพูดออกไป แต่ในทางด้านของริวจินั่นกลับต่างออกไป พวกเขามองหน้ากันทั้ง 3 คนและทำหน้างงกับการกระทำของชายหนุ่มเป็นอย่างมาก
" พี่คะ เขาหลับตาทำไมงั้นหรอคะ "
" พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน "
พูดกับมิโกะด้วยภาษาญี่ปุ่นเสร็จ ริวจิก็เปลี่ยนมาพูดเป็นภาษาเกาหลีแทน
" อะไรของนายเนี่ยะ ! ฆ่าเฆ้อ อะไรกันละ นายยังไม่ได้ทำอะไรให้ฉันเลย ฉันจะไปฆ่านายทำไมละ "
พูดจบริวจิก็เกาหัวของเขาพร้อมกับหันไปกินข้าวต่อ กลับกันทางด้านแดซองนั่นถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินคำพูดของเด็กหนุ่ม เขาถึงต้องหันหน้าไปหามันจาที่ยืนอยู่ข้างๆ เพื่อดูอาการของเขาเช่น แต่ปรากฏว่ามันขาก็มีอาการไม่ต่างไปจากเขาแม้แต่น้อย
ฝากกดติดตามกดหัวใจเป็นกำลังให้ผมด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ