24 – ทำการรักษา (4)
“เอ๊ะ?”พริสทีนหันไปมอง ไม่ทันขาดคำ เขาพุ่งไปหามังกรแขนขาด ร่างกายเริ่มขยายใหญ่ขึ้น มือของมนุษย์เปลี่ยนเป็นกรงเล็บขนาดใหญ่ ปีกงอกออกมาจากกลางหลัง กลับคืนสู่สภาพเดิมของตน มังกรดำแห่งความมืด!!!งั่ม!! คว่าก!!!! “ก๊าซ!!!!!!!!!!” กัดคอฉีกกระชากจนเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ การต่อสู้ระหว่างมังกรด้วยกันสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วสำหรับผู้พบเห็น หนำซ้ำยังเป็นมังกรดำทั้งคู่ ดูเหมือนว่าในการสู้ครั้งนี้เจ้ามังกรไร้แขนถูกโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว ไม่มีทีท่าว่าจะโจมตีมังกรอีกตนได้สักนิด!“ก๊าซ!!!!!!!!!!!!” คำรามเสียงดังด้วยความเจ็บปวด เลือดไหลเยอะจนน่าหวาดกลัว ร่างของมังกรทั้งสองทิ้งดิ่งลงบนพื้นดัง ตึง!!!!!!!!!!“!” เนสรีบวิ่งวิ่งไปยังจุดที่ทั้งคู่ตกลงมา กังวลว่าอาจจะเกิดปัญหากับชายคนนั้น“รีบไปดูเร็ว!” เดฟไกส์ลากพริสทีนวิ่งตามเนสไป“พวกเราด้วย!” พวกเซน่อนเองก็รีบตามไปโดยไม่ลืมพาเจตต์กับให้กอร์ก้าแบกคุณพ่อบ้านไปด้วยกร้วม...กร้วม... “ฮ่า...” ร่างของเจ้ามังกรดำแขนขาดในตอนนี้กลายเป็นเพียงซากศพท่ามกลางกองเลือดเจิ่งนอง และชายหนุ่มที่คืนร่างมกลายเป็นมนุษย์ โดยมีคราบเลือดเลอะบนปากจากการกินเมื่อครู่...“เคออส!!”“...?...เ---” ปึก! ไม่ทันได้หันไปมองหญิงสาวพุ่งมากอดอีกฝ่ายเสียแน่นจนเซเล็กน้อย ถึงมองไม่เห็นแต่ก็จำเสียงได้เป็นอย่างดี “...เนส?”เจ้าหล่อนรีบเช็กสภาพร่างกายอีกฝ่าย “ปลอดภัยสินะ... ค่อยยังชั่ว”“ข้าไม่เป็นไร... มันก็แค่มังกรดำหางแถวคิดเป็นใหญ่เท่านั้น”“คุณเนส!” เสียงของพริสทีนเลยทำให้เนสผละออกจากอีกฝ่ายเล็กน้อย แต่พอเห็นว่าเคออสจะลุกขึ้นแล้วหายไปอีกเธอเลยจับเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย กลัวว่าเขาจะหายตัวไปอีกครั้ง...“ท่านเนสไม่เป็นไรใช่ไหมคะ!”“อื้อ... ปลอดภัยดี” ตอบเซน่อนหน้านิ่ง แถมตอนนี้เลธตอนนี้จ้องมือเนสเขม็ง เพราะตอนนี้เธอจับมือเคออสอยู่ เพื่อนไม่รู้จะทำยังไงเลยตบบ่าปลอบแทน พริสทีนอึกอักเล็กน้อย “คุณ... คือราชันย์มังกรแห่งความมืดตัวจริงสินะคะ”เฮือก!!! ประโยคเดียวทำเอาวงแตกกระเจิง พวกเซน่อนตั้งท่าต่อสู้พร้อมรบ หากมังกรที่สู้เมื่อครู่อยู่ในระดับมังกรทั่วไปยังรับมือยากขนาดนั้นแล้วสู้กับราชันย์มังกรตัวจริงจะไม่ฆ่าเขาตายในทันทีเลยงั้นหรือ “....อืม จะว่าแบบนั้นก็ได้”“ในตำนานราชันย์มังกรตาบอดงั้นเหรอกอร์ก้า...”“ข้าเองก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนเหมือนกัน...”“คนที่ตาบอดคือยัยวาเนสซ่าต่างหาก...” เดฟพูดขึ้น“เอ๊!!? ค คุณเนสตาบอดเหรอคะ!?” เนสนิ่งเงียบไป “ค่ะ... ดวงตาของข้าเริ่มมองไม่เห็นเมื่อหลายปีก่อน ถ้าปล่อยไว้จะบอดสนิท หมอหลายคนต่างก็บอกว่าไม่มีทางรักษา หมอต่างแดนที่บอกว่ารักษาได้ก็โกหกเพื่อรีดไถเงินทั้งสิ้น ตอนแรกข้าก็ทำใจไว้แล้ว แต่จู่ๆเขาก็ทำการแลกเปลี่ยนดวงตาโดยไม่ยอมบอกอะไรข้าแม้แต่น้อย หลังจากนั้นก็หายไปไม่ยอมบอกกล่าวอะไรเลย...” “อ้อ... เข้าใจแล้วล่ะ ตอนแรกก็สงสัยว่าทำไมดวงตาของคุณเนสเป็นสีแดงทั้งๆที่ลีลีน่าก็เคยบอกว่าไม่มีใครมีตาสีแบบนี้”“ใช่ค่ะท่านพริสทีน...”“ก็ถ้าบอกเจ้าก็ดื้อไม่ยอมให้ทำน่ะสิ...”“แต่ท่านเป็นราชันย์มังกรแต่ตาบอดแบบนี้มังกรตัวอื่นเลยรับไม่ได้ไม่ใช่รึไง... ไม่งั้นคงไม่ดูถูกขนาดนี้หรอก”“มันก็แค่ดวงตา...”“สรุปเจ้าตัวที่ก่อปัญหาไปทั่วไม่ใช่เจ้างั้นสิ?” “แน่นอน... ข้ามองไม่เห็นเลยปลอมตัวเป็นมนุษย์เพื่อความสะดวก... อีกอย่าง ข้าก็ไม่อยากสร้างปัญหาเพราะสัญญากับเนสไว้แล้ว... ยกเว้นมีคนมาก่อกวน...”“แล้วเรื่องที่เจ้าแปลงเป็นมนุษย์ไปโผล่มาหลายต่อหลายที่ล่ะ?”“เพราะมองไม่เห็นเลยใช้เสียงในการตามหาท่านพี่น่ะ...”“ท่านพี่? อ่อ....พวกราชันย์มังกรตนอื่นสินะ” จากที่เดฟไกส์ทราบมาคือราชันย์มังกรทุกตนเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน แต่ไม่ค่อยได้มีโอกาสพบหน้ากันเสียเท่าไหร่นัก ต่างฝ่ายต่างมีสถานที่อาศัยเป็นของตน คงไม่แปลกที่จะออกตามหาพวกเขาทว่าคำตอบของเคออสกลับแตกต่างจากที่คิดไว้“เปล่า... พี่สาวคนโตของพวกเราน่ะ...” “พี่สาว...?” เจตต์อดสงสัยไม่ได้ เนื่องจากในตำนานทุกเล่มเกี่ยวราชันย์มังกรไม่เคยมีใครกล่าวเรื่องนี้มาก่อน ขึ้นชื่อว่าราชันย์ก็ต้องเป็นพี่ชายไม่ใช่พี่สาว...“ใช่ ถึงอย่างนั้นข้าก็ไม่เคยเจอนางมาก่อนนอกจากฟังท่านแม่เล่าสมัยก่อน... นางอาจช่วยเรื่องดวงตาของเนสได้ หลังจากได้ยินข่าวลือจึงเริ่มออกตามหานางน่ะ...”“เข้าใจล่ะ...” ...คงต้องแบกร่างเจ้ามังกรนี่ไปยืนยันด้วย แถมใครจะไปคิดว่ามังกรความมืดที่เคยขึ้นชื่อลือชาเรื่องความอันตรายสูงสุดในหมู่ราชันย์มังกรด้วยกันจะไม่ก่อปัญหาอีกเพราะมีสัญญาไว้ ...แต่ยังไงก็ไม่ค่อยไว้ใจอยู่ดีนั่นแหล่ะ แถมเรื่องพี่สาวที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนนั่นอีก... “แล้วพี่สาวที่เจ้าว่าหน้าตายังไง จะได้ช่วยกันหาให้”“นั่นสิ... ท่านมองไม่เห็นแบบนี้พวกเราจะได้ช่วยหาให้...” เนสช่วยพูดอีกแรง“เท่าที่ฟังมา...นางมีผมสีเงิน ตาสีแดงเหมือนเช่นพวกเรา...”รอบข้างเงียบลงจนได้ยินเสียงแมลงบริเวณโดยรอบได้ชัดเจน ทุกสายตาต่างหันไปมองพริสทีนเป็นจุดเดียวกัน เด็กหญิงเพียงคนเดียวในที่นี้ซึ่งมีผมสีเงินและดวงตาสีแดงตามอีกฝ่ายพูดทุกประการ และเจ้าตัวถึงกับนิ่งเงียบไปพอควรไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะยังจำได้!“....เอ่อ... ขอโทษนะคะ” ขยับเข้าไปกระซิบบางอย่างไต่ถามเพื่อความมั่นใจ โดยไม่รีบร่ายเวทย์ป้องกันคนแอบฟังอย่างเดฟไกส์ไว้ด้วย ‘ห้องทดลองใต้ดินอาณาเขตต้องห้าม...’“! นี่เจ้า...รึว่า...!?”“จริงๆด้วย... ในที่สุดก็เจอแล้ว!!” กอดเคออสแน่นแต่ทำเอาทั้งเดฟไกส์คิ้วกระตุกรีบกระชากออกมาทันที“หมายความว่ายังไง ที่ว่าเป็นพี่สาวน่ะ!?” เพราะถ้าเกิดเธอเป็นพี่สาวของราชันย์มังกร...นั่นหมายความว่าเธอต้องมีอายุมากกว่าตนและคนอื่นเสียอีก!!“เอ่อ.... เดี๋ยวเรื่องนี้เล่าให้ฟังทีหลังนะเดฟ ก่อนอื่นรีบไปที่หมู่บ้านเถอะ เริ่มค่ำแล้วด้วย” “....สัญญาแล้วนะว่าจะเล่า” หรี่ตามองด้วยความสงสัย“ไม่เคยผิดสัญญาอยู่แล้วล่ะน่า...”พวกหนุ่มๆช่วยกันขนข้าวของเจตต์ไปยังหมู่บ้านใกล้เคียง ส่วนเดฟไกส์อาศัยช่วงคนอื่นไม่สนใจ แอบสั่งเทียร่ากับไลแคนตนอื่นในมาขนร่างของมังกรดำไปซ่อนก่อนเกิดปัญหา เมื่อมาถึงพวกชาวบ้านต่างก็ไต่ถามเรื่องการระเบิดและการปรากฎตัวของมังกรดำเมื่อครู่กันยกใหญ่หากบอกว่าราชันย์มังกรดำตัวจริงเป็นคนจัดการแล้วยืนอยู่ด้วยก็คงมีแต่คนหวาดกลัว เลยบอกไปว่าพวกนักผจญภัยเป็นคนขับไล่ราชันย์มังกรดำตัวปลอม ชาวบ้านต่างยินดีปรีดาจะจัดงานเฉลิมฉลองให้แด่เหล่าผู้กล้า แต่พวกเซน่อนขอปฏิเสธเพราะเหนื่อยกันมามากแล้วก็เลยจัดที่พักให้เป็นอย่างดีสำหรับเหล่าผู้กล้า ด้วยความเป็นหมู่บ้านเล็กๆเลยยกบ้านหลังหนึ่งให้พัก“จะว่าไงดีล่ะ...รู้สึกเหมือนขโมยผลงานยังไงก็ไม่รู้แฮะ” เซน่อนหัวเราะแห้งๆ พวกตนทำได้มากสุดก็คือการกำจัดพวกกูล“รับหน้าไปเถอะ ให้ยัยนี่รับหน้าคนเดียวก็เกินไป๊ ที่สำคัญยัยนี่เสียเวลาตั้งสติอยู่ตั้งนาน” โยกหัวพริสทีนที่กำลังรักษาให้คุณพ่อบ้านไปมา“งือออ อย่าโยกสิ” “ข้าเห็นด้วย... พวกเจ้าช่วยปกป้องข้ากับปู่ แม้ว่าจะกลัวก็ยังคงยืนหยัด...ข้าขอขอบคุณจากใจ” เจตต์ลุกขึ้นโค้งให้ทั้ง 5 คน“!!! มะๆๆๆไม่ต้องก้มหัวให้หรอกท่านเจตต์!” พวกกอร์ก้ารีบวิ่งไปพยุงอย่างไว การให้คนสำคัญมาโค้งขอบคุณตนแบบนี้ทำเอารู้สึกผงะไปพอควร“เอาล่ะ รักษาคุณพ่อบ้านเรียบร้อยแล้วค่ะ... วันรุ่งขึ้นก็น่าจะเดินทางต่อได้โดยไม่มีปัญหาค่ะ”“ขอบคุณมากพริสทีน...”“ไม่เป็นไรค่ะ” ...เขาขอบคุณด้วยรอยยิ้มล่ะ รู้สึกเหมือนตอนปลดรูทค่าความสัมพันธ์สูงสำเร็จเลย!!!... คลี่ยิ้มตอบต่างกับสิ่งที่คิดในใจเดฟไกส์แอบเริ่มรู้สึกตงิดใจแปลกๆ...“เริ่มรักษาซะทีเถอะน่า”“อ๊ะ จริงด้วย งั้น...จะเริ่มแล้วนะคะ” “อืม.... เริ่มได้เลย..." เคออสตอบ เพื่อให้มั่นใจว่าดวงตาของเนสจะสามารถรักษาได้จึงยังไม่แลกเปลี่ยนดวงตากลับคืนมา พริสทีนยกมือปิดตาของเคออสไว้ “Recovery (ฟื้นฟู)”วิ้ง... แสงสว่างวาบออกมาจากฝ่ามือเล็ก ไม่นานนักมันจางหายไปก่อนยกมือออก “ค่อยๆลืมตานะคะ” เด็กสาวอธิบาย เคออสนิ่งเงียบไปสักพัก ก่อนค่อยๆลืมตาขึ้น... ภาพที่เห็นยังคงเป็นสีดำมืด ภาพที่ตนเห็นมาตลอดหลังจากแลกเปลี่ยนดวงตากับหญิงสาวข้างกายที่ยังคงจับมือตนไม่ปล่อย ในความมืดเริ่มมีสว่างขึ้นเล็กน้อยแม้จะเลือนรางในตอนแรก ภายในเวลาไม่นานภาพรอบข้างก็ชัดเจนขึ้น ชายหนุ่มเลือกที่จะหันไปมองเนสนิ่งๆ เพราะสิ่งที่เขาปรารถนาเป็นอย่างแรกในการมองเห็นคือการเห็นหน้าสาวคนรักเป็นคนแรก...“เคออส...” วาเนสซ่ากุมมืออีกฝ่ายที่นิ่งเงียบไปเสียแน่น“....เห็น...” ยกมือเกลี่ยแก้มอีกฝ่ายเบาๆ “ข้า...เห็นเจ้าแล้ว...”ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก ใบหน้าราบเรียบของเจ้าหล่อนตอนนี้เต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความสุข ขยับเข้าไปซบชายหนุ่มตรงหน้าไม่สนใจใครทั้งสิ้น เคออสเองก็กอดเจ้าหล่อนเสียแน่น ภาพของทั้งคู่ทำเอาหลายคนอดยิ้มไม่ได้ สำหรับสาวๆเองก็คาดหวังอยากเจอคนรักแบบนี้เช่นกันในขณะที่อารอนกับกอร์ก้าต้องตบบ่าเลธด้วยความสงสาร...“ไม่ต้องมาสงสารข้าเลย!! ฮืออออออออ” หนุ่มมือหอกประจำทีมน้ำตาไหลนอง ร้องห่มร้องไห้เสียงดัง เคยหวังว่าจะสามารถทำให้วาเนสซ่าสนใจหากแสดงความเท่ห์ออกมาในการเดินทางครั้งนี้ถึงเขาจะถูกคัดเลือกให้เป็นหนุ่มหน้าตาดีประจำกิลด์มีสาวๆรุมล้อมเยอะแยะก็ตามยังไม่ได้เศษเสี้ยวของเคออสเลยแม้แต่น้อย นอกจากหน้าตาดี รูปงาม สูงสง่ายังเป็นถึงราชันย์มังกรแห่งความมืด เรื่องความแข็งแกร่งคงไม่ต้องเทียบดูยังไงก็ไม่มีโอกาสชนะเลยสักนิด!!!หมับ... “รักษาแล้วก็ต้องทำตามที่สัญญาด้วยล่ะ...” เดฟไกส์คลี่ยิ้มหวานทำเอาขนลุกพรึ่บพรั่บ ทำเอาเธอหน้าซีดไปพอควร“อ่า... อะ ออกไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย?”ว่าจบก็โดนเขาลากออกไปทันที...“สรุปก็คือจำศีลมาตลอด?”“ก็ประมาณนั้นน่ะ”เลือกที่จะเล่าให้ฟังว่าตัวของเธอเกิดมานานแล้ว แต่ในตอนนั้นจิตวิญญาณของเธอยังกระจัดกระจาย ทำให้ไม่มีความคิดไม่มีความรู้สึกเหมือนตุ๊กตาไร้วิญญาณ มารดาจึงทำร่างกายของเธอให้เป็นสภาวะจำศีล นอนหลับอยู่ในต้นไม้ใหญ่ในอาณาเขตต้องห้ามนั่นเพื่อเฝ้ารอเวลาการตื่น เลือกที่จะบอกเช่นนี้แทน ถึงสนิทกันมากแค่ไหนก็ไม่สามารถบอกความจริงได้“เฮ้อ... เป็นคำตอบที่ไม่คาดคิดมาก่อน ถ้าเป็นแบบนี้เจ้าก็อายุมากกว่าข้าน่ะสิ”“ไม่หรอก จริงอยู่ที่ร่างกายนี้จำศีลมานาน ถ้านับตามอายุที่ตื่นจากจำศีลข้าก็น่าจะอายุน้อยกว่าเจ้าอยู่ดี” ถึงวิญญาณจะอายุมากกว่านั้นก็เถอะ.... “เอางั้นเลย?”“อื้อ เอาแบบนั้นแหล่ะ”“....ให้ตายสิ เจ้านี่มันจริงๆเลย” ขยี้หัวเจ้าหล่อนไปมา“ฮะๆๆๆ”เคลียร์ปัญหาไปได้อีกหนึ่งเรื่อง แม้จะไม่กระจ่างแต่ปล่อยให้เข้าใจไว้เช่นนั้นน่าจะเป็นผลดีที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่ายเฝ้ารอจนกว่าจะเปิดใจให้เต็มที่จะยอมเล่าทุกเรื่องให้ฟังเมื่อพูดคุยเสร็จก็กลับเข้าไปนอนพักสำหรับเก็บแรงเดินทางในวันรุ่งขึ้น ทว่ามีปัญหาเล็กน้อยคือเลธเอาแต่สะอึกสะอื้นเมื่อเห็นสาวคนที่ตนแอบชอบมาตลอดนอนหนุนตักเคออส จนต้องให้เพื่อนปลอบแทบทั้งคืนเลยส่งผลให้ตาบวมแดงในวันต่อมา…แถมตลอดทางทั้งคู่ยังนั่งอยู่ดัวยกันแถมพูดคุยเรื่องราวที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานานเป็นปียิ่งตอกย้ำเลธหนักกว่าเดิมในฐานะคนเคยอกหักมาก่อน พริสทีนคงทำได้แค่ปลอบและให้กำลังใจเท่านั้นเฮ้อ... วัยรุ่นนี่น๊า... นึกพลางตบบ่าเลธระหว่างขับบังเหียนควบคุมรถม้าอยู่> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ท่านพริสทีน ทำตัวเหมือนคนแก่อีกแล้ว...อ่ะ โทษที มันเผลอไปน่ะ... ถึงพระเจ้าบอกว่าดัดแปลงร่างกายเธอให้รู้สึกและตอบสนองเหมือนเด็กทั่วไปแล้วก็ตามที นิสัยคนแก่ก็ยังหายยากอยู่ดีดูเหมือนว่าเธอต้องฝึกนิสัยเด็ก(?)เพิ่มขึ้นหลังจากเดินทางร่วม 3 วัน ในที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาถึงจุดหมาย เมืองหลวงทิทาเนีย... รถม้าจอดลงหน้าประตูทางเข้าปราสาท“ดูเหมือนว่าต้องแยกกันแล้วล่ะนะครับ นี่เป็นสิ่งยืนยันว่าภารกิจเสร็จสมบูรณ์” คุณพ่อบ้านยื่นม้วนกระดาษให้เซน่อน“ไว้เจอกันใหม่นะคะท่านเจตต์”“อืม...” เจตต์ยิ้มรับให้พริสทีนยิ้มน้อยๆให้ก่อนมองเพื่อน “แล้วนายล่ะเดฟ?”“ข้าเองก็มีธุระที่เมืองนี้ ยังไงเจ้าไปหาโรงเตี๊ยมพัก พรุ่งนี้ค่อยเดินทางกลับด้วยกัน เจ้ากับราชันย์...ไม่สิ น้องชายเจ้าจะได้มีเรื่องคุยกันด้วย ตกลงมั้ย?”“อื้อ งั้นโชคดีนะ”“อย่าหาเรื่องให้ท่านพริสทีนล่ะเคออส...”“ไม่ทำหรอก... ไม่งั้นข้าก็ผิดสัญญาน่ะสิ... ตั้งใจทำงานล่ะ” ลูบหัวเนส ก่อนจากยังทิ้งระเบิดความเจ็บปวดไว้ให้เลธ...ดูเหมือนทั้งคู่จะแลกเปลี่ยนดวงตากลับคืนสู่เจ้าของเป็นที่เรียบร้อย แต่วาเนสซ่าเหมาะกับสีแดงมากกว่า เคออสเลยเปลี่ยนสีตาให้เป็นสีแดงงดงามเหมือนทับทิมแทน“งั้น ไว้เจอกัน...” ว่าจบรถม้าก็เข้าปราสาทไป ส่วนเดฟก็หายตัวไป เปลี่ยนหน้าตากลับคืนดังเดิม ก่อนสั่งให้เทียร่าขนร่างของมังกรดำไปให้พวกในที่ประชุมดู และเพื่อความสบายใจว่าไม่ใช่เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของราชันย์มังกรแห่งความมืด เด็กหนุ่มเลยทำเอกสารลงตราประทับเลือดของเคออสไว้เป็นหลักฐานยืนยันอีกแรงส่วนพวกเซน่อนนำเอกสารยืนยันภารกิจไปส่งยังกิลด์นักผจญภัยของเมืองหลวงทิทาเนียเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงิน มูลค่าถึง 6,000 โกลด์เยอะยิ่งกว่าภารกิจก่อนหน้าหลายเท่านัก“แบ่งกันคนละ 1000 โกลด์นะ~” เซน่อนดูร่าเริงสุด คงเพราะงานนี้ได้เงินดีกว่างานอื่นๆ“โว้ว!! เยอะขนาดนี้ถ้ารวมกับเงินของเก่าล่ะก็... ! ข้าก็สามารถซื้อบ้านได้แล้วน่ะสิ! เยี่ยมเลย!!!!” “ข้าจะได้เกราะใหม่อาวุธใหม่ซะที...”“ส่วนข้าก็...” อารอนเงียบไปก่อนแสยะยิ้มโอบคอเลธ กระซิบอะไรบางอย่างก่อนมองหน้าแล้วหัวเราะกันอย่างมีพิรุธ น่าสงสัย....“ภารกิจก่อนหน้านี่ให้ค่าจ้างเท่าไหร่เหรอคะ?”“เอ ก็แล้วแต่กรณีล่ะนะ แต่มากสุดก็แค่ 1,200 โกลด์เอง”พริสทีนพยักหน้ารับ แน่นอนว่าหลังจากรับเงินมาก็ต้องแยกจากกัน เซน่อนร้องห่มร้องไห้กอดเธอถูไถไปมาแถมกอร์ก้าก็ตบหัวขยี้หัวตีเป็นโยโย่จนเซ็ง ตอนแรกก็ตั้งใจว่าเมื่อมีโอกาสก็จะมาช่วยอีกครั้ง พอคิดไปคิดมา.....รอบนี้เป็นรอบสุดท้ายละกัน“แล้วท่านพี่จะเอาเงินนั่นไปทำอะไรล่ะ...”“ก็คงแบ่งไว้ใช้ส่วนหนึ่งน่ะค่ะ แล้วก็เลิกเรียกฉันว่าพี่เถอะ”“ขอปฏิเสธ... ท่านแม่บอกว่าเมื่อใดที่เจอหน้าท่านพี่ ต้องเรียกแบบนี้เท่านั้น...”พริสทีนมองหน้าอีกฝ่าย ดูจริงจังซะจนใจอ่อน “ก็ได้ ห้ามคุณแม่ไม่ได้อยู่แล้วนี่...” แต่หลายคนคงคิดว่าข้าเป็นน้องสาวมากกว่าน่ะสิ...“งั้น.... เราไปที่โรงเตี๊ยมกันเถอะฉันมีเรื่องอยากจะคุยหลายเรื่องเลย โดยเฉพาะช่วงที่ฉันหลับอยู่ อยากรู้ว่าคุณแม่เป็นยังไงบ้าง สบายดีรึเปล่า แล้วก็....พบกับคุณเนสได้ยังไงด้วย ......ได้รึเปล่า?”“.....ด้วยความยินดี”อย่างน้อย 1 ในเป้าหมาย [เจอน้องชาย • ราชันย์มังกรแห่งความมืด] สำเร็จเสร็จสิ้น เหลืออีกแค่ 3 คนเท่านั้น!!ขณะพริสทีนเดินเริงร่าหาโรงเตี๊ยมที่พัก เคออสอดไม่ได้ที่จะยิ้มกับท่าทางนั้น...เพราะมันเป็นไปอย่างที่มารดากล่าวไว้ไม่มีผิดเพี้ยนว่าพี่สาวของตนนั้นวาดฝันไว้ว่าจะมีบุคลิกอย่างไร บางครั้งจะบ่นว่ากลายเป็นคนเลวร้ายขึ้นมาจะทำลายทุกอย่างหรือเปล่า ภาพของมารดาเล่าถึงพี่สาวนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มจนพวกตนก็แอบอิจฉาไม่ได้เดิมทีพวกตนมังกร 4 พี่น้องให้สัญญากันไว้ หากได้เจอพี่สาวของตนจริง...ถ้ากลายเป็นคนเลวก็จะฆ่าทิ้งโดยไม่ลังเล แม้จะเกิดสงครามพันวันก็ไม่สนใจเพื่อปกป้องโลกใหม่ที่พระเจ้ามอบให้ตอบแทนความพยายามของมารดาพวกตนแต่ถ้าเป็นคนดี....พวกเขาก็ยินดีที่จะได้พบ ยินดีให้ยืมพลังและช่วยหนุนหลังในทุกเรื่อง...“ดูท่า... ข้าคงต้องไปพบหน้าทั้งสามคนหลังจากนี้เสียแล้ว...”เพื่อบอกเล่าว่าพี่สาวคนโตที่พวกเขาเฝ้ารอมาตลอดเป็นคนเช่นไร และคุ้มค่ากับการเฝ้ารอมานาน