กำเนิดราชันย์นักล่า

    ตอนที่ 29 ความสามารถที่น่าตกตะลึงและการสกัดทักษะอสูร

    เมื่อออกมาจากร้านขายสัตว์เลี้ยง ลูฟัสจ้องมองอิกนัสเหมือนมีบางอย่างอยู่ภายในใจ แต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไป ทำให้บรรยากาศระหว่างพวกเขาเต็มไปด้วยความอึดอัดชอบกล
    ระหว่างทางจนถึงด้านหน้าทางเข้าของโรงแรมสายลมสีขาวพวกเขาไม่ได้พูดอะไรกันเลยจนกระทั่งถึงตรงนั้น
    “นายไม่มีอะไรจะพูดกับชั้นเลยหรือไง? ถึงนายจะหลอกลุงเจ้าของร้านได้แต่นายหลอกชั้นไม่ได้หรอกอิกนัส” ในที่สุดลูฟัสก็ทนไม่ไหวแล้วเอ่ยปากพูดออกมาก่อน
    “ผม...ผมไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดีนะ แต่ว่าถ้านายเชื่อใจผมก็ได้โปรดอย่าถามอะไรอีก ตอนนี้ผมยังไม่พร้อมที่จะบอกความลับของผมออกไป” อิกนัสอ้ำๆอึ้งๆแล้วจึงกล่าวออกไป
    “นายไม่เชื่อใจชั้นหรือว่าความลับของนายมันยิ่งใหญ่มาก จนไม่สามารถบอกใครได้กันแน่ห๊ะ” ลูฟัสตะแบงเสียงออกไปด้วยอารมณ์
    “ใช่ความลับของผมมันยิ่งใหญ่มาก มันยังไม่ถึงเวลาที่นายควรจะรู้ แต่เมื่อถึงเวลาผมอยากให้นายเป็นกำลังให้ผมเหมือนที่ผมเคยสัญญาว่าจะเป็นกำลังให้นาย”
    “หึ่ม ก็ได้ชั้นจะไม่ถามเซ้าซี้อะไรนายอีก แต่ถึงตอนนั้นนายต้องบอกชั้น สัญญามาสิ”
    “ได้ผมสัญญาถ้าวันนั้นมาถึงผมจะบอกนายทุกเรื่อง”
    จากนั้นทั้งคู่ก็เดินเข้าไปภายในโรงแรม จากนั้นจึงเดินขึ้นไปที่ชั้นสองของโรงแรม อันเป็นที่ที่ห้องพักของพวกเขาอยู่
    เมื่อเข้ามาในห้องอิกนัสก็ต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ตัวของเขานั้นไม่เคยมีใครที่จะเรียกว่าเพื่อนได้อย่างแท้จริงในโลกที่ผ่านมา ทำให้เขานั้นเป็นคนที่โกหกอะไรใครไม่เก่ง ไม่มีมนุษยสัมพันธ์กับใครมากนัก แต่พอมาในโลกแห่งนี้เขามีเพื่อนที่คอยเป็นห่วงเป็นใย แถมยังอยู่ด้วยกันแถบจะตลอดเวลาทำให้เขารู้สึกไม่อยากจะปิดปังอะไร แต่ก็ทำไม่ได้เพราะแม้แต่ตัวเขาเองยังไม่รู้ว่าความลับภายในตัวเขานั้นมีมากแค่ไหน ไหนจะพลังที่ฝืนกฎเกณฑ์ของโลกนี้ตั้งหลายอย่าง ทำให้การเปิดเผยอะไรออกไปไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่ เขาจึงทำได้เพียงเก็บเงียบไว้ก่อน และใช้ความสามารถที่มีให้น้อยลงกว่านี้อีกนิด
    เมื่อคิดได้อย่างนั้น อิกนัสจึงค่อยผ่อนคลายอารมณ์ลงได้บ้าง จากนั้นเขาจึงนำการ์ดตัวตนของเขาออกมาเพื่อเช็คความสามารถของสัตว์อสูรทั้งสองตัวที่ได้มาในวันนี้
    เมื่อเขาส่องการ์ดตัวตนไปที่แมงมุมภูติอัสนีที่กำลังโหนตัวอยู่บนใยของมัน ก็เกิดแสงสว่างที่ตัวแมงมุมภูติอัสนีจากนั้นมันก็กลายเป็นการ์ดใบหนึ่งลอยอยู่ ณ เบื้องหน้าของเขา
    เขาหยิบมันขึ้นมาดูก็เห็นรูปแมงมุมภูติอัสนีตัวสีเหลืองอยู่ในการ์ดใบนั้น ตัวการ์ดเป็นสีน้ำเงินขอบสีดำมีดาวคริสตัลอยู่สองดวงประดับอยู่บนตัวการ์ด จากนั้นเขาจึงตรวจดูรายละเอียดของการ์ดแมงมุมภูติอัสนี
    การ์ดอสูร : แมงมุมภูติอัสนี(กลายพันธุ์)<วัยเด็ก>ความหายาก : ลึกลับประเภทอสูร : แมลงระดับการต่อสู้ : ทองแดง 3 ดาว(ทองแดง 3ดาว) <ไม่สามารถระบุระดับที่แท้จริงได้ อ้างอิงตามผู้ถือครอง>ทักษะ1 : พลังสายฟ้า(ระดับกลาง)ทักษะ2 : เส้นใยสายฟ้าทักษะ3 : อาณาเขตสายฟ้าทักษะ4 : เงาเลือนทักษะ5 : ????สถานะ : สามารถอัญเชิญได้หมายเหตุ : สิ่งมีชีวิตระดับตำนานในร่างเด็ก ถือว่าพอใช้ได้
    เมื่ออิกนัสเห็นความสามารถของแมงมุมภูติอัสนีทำให้เขาต้องตกใจ เพราะมันมีทักษะอสูรถึงห้าทักษะ แถมยังเป็นแค่วัยเด็กอีกด้วย ทำให้เขาอาจคิดได้เลยว่าถ้ามันเติบโตขึ้นมาจะแข็งแกร่งขนาดไหน แถมด้วยพลังสายฟ้าที่สูงถึงระดับกลางตั้งแต่วัยเด็กแบบนี้ ถ้ามันเติบโตขึ้นจะมีความสามารถขนาดไหน มันทำให้เขาอยากที่จะดูมันเติบโตขึ้นมาเป็นอย่างมาก แต่ว่าเจ้าแมงมุมภูติอัสนีตัวนี้นั้นเหมาะกับลูฟัสเป็นอย่างมาก ถ้ามันจับคู่กับลูฟัสจะแสดงความสามารถได้น่าทึ่งขนาดไหนนั้น ตัวเขาเองยังอย่างจะรู้เลย
    อิกนัสนั้นคิดถึงการสกัดทักษะอสูรที่เขาได้รับมาซึ่งตอนนี้มีอยู่ทั้งหมดสามครั้ง เขาคิดจะใช้มันกับเจ้าแมงมุมภูติอัสนี แต่เขาก็ต้องเก็บความคิดนั้นไว้ก่อนเพราะว่ายังมีสัตว์อสูรอีกหนึ่งตัวที่เขายังไม่ได้ตรวจสอบ
    เมื่อคิดได้อย่างนั้นอิกนัสก็เอาการ์ดตัวตนส่องไปที่เจ้าสัตว์อสูรตัวสีน้ำเงินดำที่กำลังนอนกลิ้งไปมาอยู่บนพื้นห้อง ก็ปรากฏเป็นการ์ดรูปภาพสัตว์อสูรสีดำตัวนั้นลอยอยู่ตรงหน้าอิกนัส
    เมื่อเขาหยิบการ์ดใบนั้นขึ้นมาดูก็พบว่าการ์ดใบนั้นมีสีน้ำเงินขอบสีดำเช่นเดียวกับการ์ดแมงมุมภูติอัสนี บนการ์ดก็มีดาวคริสตัลสองดวงเช่นเดียวกัน จากนั้นเขาจึงตรวจรายละเอียดของการ์ดอีกครั้ง
    การ์ดอสูร : กิเลนจันทรา(กลายพันธุ์)<วัยเด็ก>ความหายาก : ลึกลับประเภทอสูร : อสูรสายเลือดผสมโบราณระดับการต่อสู้ : ทองแดง 3 ดาว(ทองแดง 3ดาว) <ไม่สามารถระบุระดับที่แท้จริงได้ อ้างอิงตามผู้ถือครอง>ทักษะ1 : พลังความมืด(ระดับกลาง)ทักษะ2 : พลังจันทรา(ระดับกลาง)ทักษะ3 : อาณาเขตรัตติกาลทักษะ4 : ลำแสงรัตติกาลเยือกแข็งทักษะ5 : แฝงเงาทักษะ6 : ????สถานะ : สามารถอัญเชิญได้หมายเหตุ : สายเลือดผสมที่แข็งแกร่ง มีประสิทธิภาพอย่างมาก
    เมื่อเห็นความสามารถของการ์ดใบนี้อิกนัสต้องตกตะลึงเลยทีเดียว เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้หมายเหตุของการ์ดเป็นไปในทางบวก แถมความสามารถของการ์ดใบนี้ยังมากกว่าแมงมุมภูติอัสนีอยู่หนึ่งอย่างด้วยกัน แถมมันยังสามารถพัฒนาความสามารถได้อีกไม่รู้เท่าไหร่ทำให้กำลังรบของเขาไม่น่าจะแพ้ใครง่ายๆอย่างแน่นอน
    “ริโอ ผมควรจะสกัดทักษะอะไรออกมาดีมีแต่ทักษะที่น่าสนใจทั้งนั้นเลย” อิกนัสถามมังกรสาวออกไปเพราะคิดว่าถึงเวลาที่ต้องใช้การสกัดทักษะอสูรที่ได้มาแล้ว
    “แล้วเลือกทักษะไว้ในใจบ้างหรือยังหล่ะ? ข้าจะไม่คอยชี้แนะเจ้าทุกอย่างหรอกนะ ผู้ที่จะแข็งแกร่งได้อย่างแท้จริงนั้นต้องฟันฝ่าทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง ข้าเชื่ออย่างนั้น” คำตอบของคำถามที่เหมือนจะไม่ใช่คำตอบออกมาจากเสียงของมังกรสาวที่ดังก้องอยู่ภายในหัวของอิกนัส
    “ผมรู้แล้วหล่ะ แล้วผมก็เลือกทักษะที่จะสกัดไว้บ้างแล้วแต่อยากขอความคิดเห็นของเธอดูบ้างเผื่อว่าจะเธอจะมีอะไรที่ผมยังไม่รู้” อิกนัสเงียบไปอยู่ครู่ใหญ่ แล้วจึงตอบกลับไป
    “ถ้าให้ข้าแนะนำละก็ ทักษะแฝงเงาเป็นทักษะที่น่าสนใจเพราะเจ้านั้นไม่มีทักษะจำพวกป้องกันอยู่เลย ทักษะแฝงเงาจะช่วยให้เจ้าเอาตัวรอดได้มากขึ้น ส่วนทักษะอาณาเขตนั้นก็น่าสนใจแต่ข้ามีอาณาเขตของข้าที่จะสอนเจ้าอยู่ดังนั้นตัดออกไปได้เลย ส่วนทักษะสายโจมตีนั้นไม่ค่อยจำเป็นสักเท่าไหร่เพราะว่าเจ้ามีสัตว์อสูรอยู่แล้วทำให้ไม่ต้องใช้ทักษะพวกนี้ ที่เหลือก็มีทักษะจำพวกเอกลักษณ์ของพลัง ถ้าให้ข้าแนะนำก็คงเป็นพลังจันทราที่ลึกลับซึ่งแม้แต่ข้าก็ไม่รู้ความสามารถที่แท้จริงของพลังนี้ เอาหล่ะที่เหลือก็ไปคิดเอาเองแล้วกัน ข้าจะนอนแล้ว” เมื่อพูดสิ่งที่ต้องบอกแก่นายของตนหมดแล้วมังกรสาวก็ตัดบทไปนอนทันที
    “ขอบคุณมากนะ ความคิดของริโอใกล้เคียงกับของผมเลย” อิกนัสบอกออกไป
    จากนั้นเขาจึงเริ่มสกัดทักษะตามที่เขาคิดไว้ โดยทักษะแรกที่เขาต้องการก็คือทักษะแฝงเงาของกิเลนจันทรา
    “สกัดทักษะแฝงเงา” อิกนัสเปิดใช้งานการสกัดทักษะตามที่เขาคิดไว้ทันที
    ละอองแสงไหลเข้ามารวมกันภายในตัวของเขาอย่างช้าๆ ละอองเหล่านั้นค่อยๆซึมลงในตัวของเขาจนเวลาผ่านไปสักครู่หนึ่งละลองแสงเหล่าจึงจางหายไป
    จากนั้นอิกนัสจึงลองใช้ทักษะแฝงเงาออกมาดู เขาเดินไปยังจุดที่มีเงาทอดตัวอยู่ จากนั้นจึงใช้ทักษะแฝงเงาออกมา
    เมื่อเขาใช้ทักษะแผงเงาออกไป มันไม่ได้ทำให้ตัวของเขาจมลงในเงาอย่างที่เขาคิด แต่เป็นตัวของเขานั้นโปร่งใสราวกับกระจกในจุดที่มีเงาทอดผ่านมาบนตัวเขา ส่วนที่ไม่ได้อยู่ในเงานั้นยังคงเป็นร่างเนื้อเหมือนเดิม เขาลงใช้สภาพที่โปร่งแสงนี้สัมผัสกับสิ่งของดู ก็พบว่ามันยังคงสัมผัสสิ่งต่างๆได้อยู่เหมือนเดิม แต่ว่าไม่ว่าจะเป็นกลิ่นอายของตัวเขาหรือระดับพลังนั้นไม่สามารถสัมผัสได้เลย มันเป็นทักษะการเอาตัวรอดที่สมบูรณ์แบบมากในความคิดของเขา กระทั่งลมหายใจยังไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งต่างได้เลยไม่ว่าเขาจะหายใจแรงแค่ไหน หรือว่าจะขยับแรงแค่ไหนก็ไม่มีเสียงเล็ดรอดออกมาเลยถ้าเขายังอยู่ภายในเงา

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดราชันย์นักล่า ที่คุณอ่าน