แพทย์ทหารวิปลาส

    บทที่ 39 รีบไสหัวไป

    บทที่ 39: รีบไสหัวไป“อาเซว่! หาเจอรึเปล่า? ” หลินเซียวลูบหัวของอาเซว่อาเซว่มีท่าทีกระวนกระวาย หมอบลงบนพื้นและดมกลิ่นเรื่อยๆ จมูกขยับฟุดฟิด แทบจะหดแบนกลายไปเป็นฟองน้ำสุนัขสายพันธุ์เกรย์ฮาวด์ ยอดเยี่ยมอย่างน่ากลัวด้วยความสามารถในการดมกลิ่นที่แหลมคม กระทั่งอยู่ห่างออกไปนับพันภูเขาแม่น้ำ หากให้เวลากับมัน ย่อมสามารถตามหาเป้าหมายเจอแม้ว่าตอนนี้จะพบเจอความยากลำบาก ทว่าอาเซว่สามารถตามหาเป้าหมายที่ถูกต้องได้ในระยะเวลาสั้น ๆ มันพลันเงยหน้าขึ้น พุ่งตัวออกไปราวกับลูกศรหลินเซียวติดตามไปอย่างใกล้ชิดฟ่านเทียนตี้ เป็นย่านโคมแดงที่เลื่องชื่อที่สุดบนถนนแหล่งฟอกเงินในเมืองหลงเถิง สามศาสนาเก้าสำนัก ล้วนแล้วแต่ปะปนกันที่นี่ เต็มไปด้วยความรุนแรง การพนัน การค้าประเวณี และยาเสพติดแน่นอนว่า หากคนทั่วไปต้องการจะมายังที่แบบนี้ ย่อมไม่ใช่ความคิดที่ดี มันยิ่งยากกับการเข้ามายุ่งเกี่ยวในวังวนแบบนี้ สถานที่แห่งนี้มีกฎเกณฑ์เป็นของตนเองไม่มีใครคาดคิดว่า จ้าวจื่อซาน ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของเครือบริษัทจ้งซาน จะเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของที่นี่ ครอบครองส่วนแบ่งอย่างน้อยครึ่งหนึ่งแม้ว่าจะไม่มีตำแหน่งของผู้จัดการฝ่ายการตลาดของเครือบริษัทจ้งซาน เขาก็ยังคงสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสุขสบายทว่า จ้างจื่อซานรู้สึกไม่สบายอย่างมากในช่วงเวลาไม่กี่วันที่ผ่านมา กระทั่งค่อนข้างกระวนกระวายไม่สบายใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับทางเครือบริษัทจ้งซานนั้น ทำเอาจนเขาได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เดิมทีที่เป็นเพียงฝ่ายร่วมมือ เพื่อกอบโกยเงินมาเป็นกอบเป็นกำ แต่กลับคิดไม่ถึงว่าท้ายที่สุดแล้วจะตกไปอยู่ในแผนการไปด้วย จนเก็บที่จะถูกดักทำร้ายแม้แต่ชีวิตก็ยังหาไม่ไปแล้วหากไม่ใช่เพราะว่าเขาหัวไว จงใจให้คนปล่อยข่าวลือว่าเขาติดหนี้พนันออกไป ให้คนอื่นคิดว่าเขาเป็นเพียงผีพนันคนหนึ่ง สร้างความสับสนให้กับคนที่คอยเฝ้าจับตามองอยู่ เขาก็คงจะถูกเจอตัวที่นี่ไปนานแล้วจ้าวจื่อซานรีบกลับมาจากสถานที่เกิดเหตุ ทันทีที่เขาเข้าไปในประตูของสถานเริงรมย์ ก็ถูกล้อมรอบไปด้วยชายฉกรรจ์แข็งแกร่งจำนวนสี่คน ปกป้องตัวเขาเอาไว้อย่างแน่นหนา ป้องกันตัวเขาพาไปยังส่วนออฟฟิศ“พี่ซาน! ”“พี่ซาน! ”สวมใส่ชุดสีดำสนิท จ้าวจื่อซานสวมแว่นกันแดดทรงกลม สีหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด เค้นเสียงออกทางจมูกเบาๆ จากนั้นจึงเดินเข้าไปยังส่วนออฟฟิศวูบ!“พี่ซาน! ”ภายในออฟฟิศ นักเลงที่มีรูปร่างกำยำสูงใหญ่นับสิบยืนเรียงกันอยู่ ท่าทีเคารพนอบน้อมต่อจ้าวจื่อซานอย่างมาก ต่างก็ค้อมศีรษะโน้มหลังให้ ต้อนรับการมาถึงของเขา“อืม! ”จ้าวจื่อซานอ้อมโต๊ะไป หยิบเอาปืนพกออกมาหนึ่งกระบอก โยนมันลงไปบนโต๊ะ กวาดตามองไปยังทุกคนด้วยสีหน้ามืดครึ้ม: “หาคนเจอรึยัง? ”อยู่ในแถวแรก คือชายร่างกำยำที่ตัดผมทรงอันเดอร์คัทแบบทางตะวันตก ก้าวเดินออกมาด้านหน้า เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มฝืดเฝือน: “พี่ซาน ผมลองสอบถามแล้ว ไม่มีพี่น้องคนไหนที่ถนนเส้นนี้รับงานนี้ คงไม่ใช่ฝีมือพวกเขา”ปัง!“แล้วมันใครกัน? ” จ้าวจื่อซานกัดฟันกรอดทุบหมัดของเขาลงบนโต๊ะ ตวาดว่า “ใครกล้าลงมือกับฉัน? นอกจากไอ้พวกสารเลวแก๊งชุ่ยเสอแห่งสามช่องดำ ฉันเชื่อว่าไม่มีคนอื่นอีกที่จะรับงานนี้”กลุ่มคนมองหน้ากัน ไม่กล้าที่จะเอ่ยตอบ หวาดกลัวว่าจะกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของจ้าวจื่อซานเมื่อวันก่อน จ้าวจื่อซานเกือบตายเขารับผิดชอบงานช่วงแรกของโปรเจคซื้อขายของเครือบริษัทเชิงหลง เป็นผู้ช่วยของหลี่เยว่เหยาด้วยความโลภเขาได้ร่วมมือกับคนลึกลับคนหนึ่ง เพียงแค่ทำตามคำสั่งของอีกฝ่าย ก็จะได้รับเงินจำนวนมากทำงานเสร็จสิ้นแล้ว จ้าวจื่อซานก็รอรับเงิน ทว่าที่เฝ้ารอเขาอยู่กลับเป็นนักฆ่าฝูงหนึ่งหากเขาไม่ได้มีฝีไม้ลายมืออยู่บ้าง ได้รับข่าวมาล่วงหน้า เร่งรีบหลบหนีไป บางทีตอนนี้คงกลายเป็นผีใต้คมมีดไปแล้วหลายวันมานี้เขาอยู่ภายใต้เงามืด ไม่กล้าที่จะกลับบ้าน เขาต้องการที่จะจับมือมืดหลังฉาก ทว่ากลับไม่มีความคืบหน้า ความรู้สึกเดือดพล่านอยู่ในท้อง ให้ความรู้สึกน่าหงุดหงิดอย่างมาก“แม่งเอ้ย! บ้านฉันก็ระเบิดไปแล้ว แม้แต่คนที่ลงมือกับฉันยังหาไม่เจอ ฉันจะต้องล้างแค้น” จ้าวจื่อซานตบโต๊ะอย่างรุนแรง เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว“พี่ซาน ถ้าไม่ใช่คนของแก๊งชุ่ยเสอ จะเป็นใครกัน? ”“ถ้าฉันรู้ จะยังให้พวกแกหาไหม? ” จ้าวจื่อซานตวัดตามองอีกฝ่ายอย่างกราดเกรี้ยว“แหะแหะ……” ลูกน้องคนนั้นหัวเราะแห้งๆ ออกมาสองสามครั้ง เดินหลบไปเสียงเคาะประตูดังขึ้น“เข้ามา! ”บริกรคนหนึ่งเดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง โน้มตัวไปที่ข้างใบหูของจ้าวจื่อซานแล้วเอ่ยบางอย่างสองสามคำ ดวงตาของฝ่ายหลังทอประกายวาวโรจน์ กระเด้งตัวลุกขึ้นทันที สีหน้าพลันเต็มไปด้วยความยินดี“คนของต้วนซานเย่มาที่นี่ ฮ่าฮ่า…...”เมื่อได้ยินคำว่าต้วนซานเย่สามคำ สีหน้าของเหล่าลูกน้องหลายคนก็แข็งค้างไปเล็กๆ ประกายความหวาดกลัวแล่นวูบผ่านดวงตาหากมีชวีอู่อี้ของแก๊งชุ่ยเสอแห่งสามช่องดำอยู่ทางทิศใต้ งั้นก็มีซานเย่แห่งกลุ่มเซียงหลินที่ทิศเหนือ หนึ่งใต้หนึ่งเหนือ ถ่วงดุลกันและกัน ล้วนแล้วแต่ก็เป็นขั้วอำนาจที่ยิ่งใหญ่โด่งดังของแต่ล่ะพื้นที่“ฉันจะไปเจอเขาเดี๋ยวนี้! ” จ้าวจื่อซานครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ หยิบปืนพกไปเหน็บไว้ที่เอว จากนั้นจึงหวีผมที่ใส่น้ำมันจนเรียบแปล้ ยืดอกขึ้น เอ่ยสั่งลูกน้องของตนเอง “พวกแกตรวจสอบต่อไป มาแจ้งฉันทันทีที่มีข่าว”“ครับ! ”เขาไม่อาจตามหาคนที่อยู่เบื้องหลังที่ต้องการจัดการเขาได้พบ จ้าวจื่อซานไม่กล้าที่จะออกไปเตร็ดเตร่รอบๆ ทำได้เพียงแค่หลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ของตนเองทว่า ต้วนซานเย่ส่งคนมาหา มันย่อมมีสาเหตุ หากเขาสามารถดึงขั้วอำนาจที่แข็งแกร่งของอีกฝ่ายมาเข้าร่วมได้ ก็คงสามารถจัดการสถานการณ์ปัจจุบันได้ฟลอร์เต้นรำที่มีแสงไฟวิบวัย ปรากฏร่างของชายหญิงโยกย้ายกันอย่างเร่าร้อน ดวงตาเต็มไปด้วยเปลวเพลิง ส่ายศีรษะราวกับเสียสติบนแท่นสูง ปรากฏร่างของหญิงสาวสองคนที่สวมใส่เสื้อผ้าสีแดงสด เพียงมองดูครั้งแรก ก็เต็มไปด้วยความเย้ายวน ทำให้ชายหญิงหลายคน เร่าร้อนไปด้วยความต้องการบูม! บูม! บูม!เสียงกลองที่หนักหน่วงเป็นจังหวะ สั่นสะท้านสติสัมปชัญญะของทุกคน ดื่มด่ำตนเองลงไปกับความปรารถนา ไม่อาจที่จะฉุดรั้งตนเองออกไปได้ฟึ่บ!กลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง เดินเข้ามาอย่างเร่งรีบด้วยท่าทีจองหองคนเกินกว่ายี่สิบคน ท่าทีน่าเกรงขาม ล้อมรอบชายหนุ่มรูปร่างกำยำคนหนึ่งเอาไว้ มุ่งตรงไปยังฟลอร์เต้นรำ ทำราวกับว่ารอบด้านไร้ซึ่งผู้คน“หือ? นั่นใครกัน? ”“เกิดอะไรขึ้น? ”เหล่าชายหนุ่มหญิงสาวที่กำลังโยกย้ายส่ายศีรษะกันอย่างมีความสุข ได้ถูกขัดจังหวะโดยการปรากฎตัวขึ้นอย่างกะทันหันของคนกลุ่มนี้ ส่งเสียงที่เต็มไปด้วยความงุนงงออกมาทีล่ะคนสองคน“ออกไป! ”คนคนหนึ่งในฝูงชนพลันถูกผลักออกไป กระแทกเข้ากับคนรอบๆ สองสามคน ก่อนจะล้มลงบนพื้น ท่าทีเย่อหยิ่งจองหองอย่างมากไอ้พวกเด็กเวรนี่ไม่ดีแล้ว กล้าที่จะมาสร้างปัญหาที่นี่ หากไม่มีเบื้องหลังใดๆ คงไม่กล้าเข้ามา สร้างความโกรธเคืองในทันที“เวรเอ้ย! แก……” คนคนหนึ่งลุกขึ้นมาอย่างเดียวดาย กำลังจะสบถด่าอีกฝ่ายอย่างโมโหสักสองสามคำ ทว่าพลันเห็นชายหนุ่มที่นำอยู่ด้านหน้า เจ้าของใบหน้าเรียบเฉยทันใดนั้น เขาก็พลันแข็งทื่อไป“โม่…… โม่หลี่! ”เฮือก!โม่หลี่ สองคำนี้ ราวกับมีพลังวิเศษบางอย่าง ผู้คนที่ได้ยินชื่อนี้ ต่างก็หลบเลี่ยงไปทีล่ะคนสองคน ฟลอร์เต้นรำที่เคยเต็มไปด้วยเสียงดัง กลับกลายเป็นเงียบงันอย่างถึงที่สุดไปในวินาทีนี้มาเที่ยวเล่นที่บาร์ฟ่านเทียนตี้ ล้วนไม่ใช่ผู้คนดีเด่นอันใด สถานที่แห่งนี้ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวสกปรกหลบซ่อนเอาไว้ ผู้คนล้วนแล้วแต่มีเบื้องลึกเบื้องหลังที่ไม่สะอาดหากจะพูดให้ชัด ทุกคนที่อยู่บนถนนเส้นนี้ ปกติแล้วมักฉกชิงวิ่งราว เก็บค่าคุ้มครอง ลวนลามคุณหนูตระกูลผู้ดีเป็นเรื่องปกติในเมื่อสามารถมายังถนนเส้นนี้ได้ ย่อมไม่มีใครไม่รู้จักชายตรงหน้านี้ร่างของโม่หลี่สูงใหญ่กำยำ คิ้วทั้งสองดกหนาตวัดขึ้นดูสะดุดตาอย่างมาก ดวงตาเรียวยาวเต็มไปด้วยความเย็นชาระดับผู้นำภายใต้ต้วนซานเย่ทั้งสอง โม่หลี่ จู้หลง ล้วนแล้วแต่เป็นยอดฝีมือเลื่องชื่อของถนนเส้นนี้ ลงมือเหี้ยมโหดไร้เมตตา หัวใจโหดเหี้ยมเย็นชาพวกเขากับเฮยอวี ฮุ่นเจียงหลง เถี่ยเหยาชาของชวีอู่อี้ ถูกเรียกว่าเป็นห้าปีศาจแห่งโลกใต้ดิน มีชื่อเลื่องลือ เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมไร้ปรานีหากจะพอเทียบเคียงกับห้าปีศาจแห่งโลกใต้ดินได้ คงมีเพียงแค่สี่ราชาแห่งพื้นที่ต้องห้ามเซว่ซื่อเพียงแต่ สี่ราชาแห่งเซว่ซื่อของเมืองหลงเถิงและกระทั่งสามช่องดำ ต่างก็เป็นน้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลอง ทุกคนต่างใช้ชีวิตอย่างสงบสุข สร้างรายได้ของตนเองมันนับเป็นเรื่องดี หากนำคนทั้งเก้าออกมาเปรียบเทียบกันแล้ว มันยังมีรายชื่อเปรียบเทียบความสามารถในการต่อสู้อยู่ด้วย และโม่หลี่ครอบครองอันดับที่สี่ นับว่าเป็นยอดฝีมือในบรรดายอดฝีมือ“รู้ว่าเป็นโม่หลี่เกอ แล้วยังไม่ไปอีกเหรอ? ” คนของโม่หลี่ใช้อำนาจบาตรใหญ่ ท่าทีเต็มไปด้วยความจองหอง...