ปอริ่งถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อได้กลับมาสู่แสงสว่างและความคึกคักภายในเมืองอีกครั้ง
“คราวหน้าต้องระวังให้มากกว่านี้ เกมมันจะสมจริงไปถึงไหนเนี่ย”ชายผู้รอดชีวิตจากความมืด
เตือนสติตัวเองพร้อมกับนั่งลงข้างๆ น้ำพุพร้อมกับหยิบกระติกน้ำขึ้นมาดื่ม
และจุ่มลงไปในน้ำพุเพื่อเติมน้ำ
“สถานะ”
ชื่อ: Poring
เพศ: ชาย
เผ่า: มนุษย์
สถานะ: ต้องคำสาปแห่งความโลภของแมมม่อน (Max HP ของผู้เล่นจะเหลือ1 ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังเป็ที่รังเกียจของเหล่ามอนสเตอร์ทุกชนิด
และจะถูกโจมตีก่อนเสมอ)
ความหิว: หิวเล็กน้อย
ความกระหาย: สดชื่น
Level: 2
Exp: 51/200
HP: 1/1
อัตราฟื้นฟู HP ต่อนาที: 0
SP: 200/530
อัตราฟื้นฟู SP ต่อนาที: 11 (6+5)
STR: 102 (102+0)
AGI: 100 (100+0)
VIT: 101 (101+0)
INT: 105 (105+0)
DEX: 101 (101+0)
อุปกรณ์ที่สวมใส่:
มือขวา: กระบองไม้
พลังโจมตี: 112 (102+10)
พลังป้องกัน: 101 (101+0)
ทักษะที่ใช้ได้: เชี่ยวชาญกระบองระดับ 1
เวทมนตร์ที่ใช้ได้: มือไฟ
คู่หู: ไม่มี
“อืม อืม เลเวล 2 แล้ว ค่าพลังก็... เฮ้ย!! อะไรวะเนี่ย!!”ปอริ่งถึงกับะโลั่นจัตุรัสกลางเมือง จนผู้เล่นคนอื่นๆ ที่อยู่แถวนั้นต่างพากันหันมามองแม้ว่าปอริ่งจะพยายามตรวจสอบสถานะซ้ำกี่ครั้ง ค่า Max HP ของเขาก็ยังคงเป็1 อยู่เหมือนเดิม โดยที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคำสาปแห่งความโลภของแมมม่อนคืออะไร
ระหว่างที่ชายหนุ่มผู้ต้องคำสาปกำลังพยายามจะหาข้อมูลเพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ตจู่ๆ ก็มีหลุมดำปรากฏขึ้นที่เหนือหัวของเขา และดูดตัวเขาเข้าไปปอริ่งรู้สึกทุกอย่างรอบๆ ตัวดำมืดไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นแสงสว่างอีกครั้งก็พบว่าเขายืนอยู่ในห้องโถงขนาดใหญ่ที่ตกแต่งคล้ายๆกับปราสาทโบราณ
ระบบแสดงข้อความแจ้งว่า “???ใช้เวทมนตร์อัญเชิญคุณโดยที่คุณไม่ยินยอม”
จากนั้นปอริ่งก็ได้ยินเสียงคนร่ายเวทมนตร์“ล้างสมอง” ซึ่งส่งผลให้ตัวเขารู้สึกชาไปทั้งตัว และทำได้แค่ยืนแข็งทื่อ ตามมาด้วยข้อความจากระบบ“คุณตกเป็ข้ารับใช้ของ ??? เป็เวลา 3 ชั่วโมง”
“เอาล่ะ เรียบร้อย”เสียงของใครบางคนที่มองไม่เห็น แต่น่าจะเป็ผู้ชายดังขึ้นจากความว่างเปล่าที่ด้านหน้าของปอริ่ง
“ทิ้งของที่อยู่ในตัวทั้งหมดลงพื้น”เสียงชายนิรนามออกคำสั่งกับปอริ่ง ซึ่งในขณะนี้เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เลยทันทีที่สิ้นคำสั่ง ตัวของเขาก็พูดออกไปเองโดยอัตโนมัติว่า “ขอรับ นายท่าน”และจัดแจงโยนของทุกอย่างที่อยู่ในตัวลงพื้น
“ไอ้บ้าเอ๊ย อะไรวะเนี่ย ยังกะถูกผีอำ”ปอริ่งคิดในใจขณะพยายามขัดขืน ระหว่างมือของเขาค่อยๆหยิบของออกมาจากช่องเก็บของและโยนทิ้งไปทีละชิ้นๆ ไล่ไปั้แ่เสบียงสำเร็จรูปกระติกน้ำขนาดเล็ก คู่มือแนะนำผู้เล่นใหม่ กระบองไม้ซึ่งทุกอย่างกลับหายไปทันทีที่แตะถูกพื้น ปอริ่งเดาว่าคงเป็ระบบป้องกันไม่ให้ของพวกนี้เป็ภาระของเกมหลังจากที่ผู้เล่นไม่้าแล้ว(“แต่ตูยัง้าอยู่นะเฮ้ยยย T T”)ชายหนุ่มได้แต่แอบร้องไห้เงียบๆ ในใจขณะที่เห็นของๆ ของเขาตกพื้นและหายไปทีละอย่าง
หลังจากนั้นก็ถึงคิวของขนลูกเจี๊ยบ เนื้อลูกเจี๊ยบ เนื้อลูกเจี๊ยบย่างจำนวนมากที่เขากะจะเก็บไว้กินทั้งหมดนี้กองกันอยู่บนพื้นตรงหน้าเขา และปอริ่งก็ต้องแอบใที่เห็นตัวเขาค่อยๆหยิบอุปกรณ์ระดับสูงออกมาจากช่องเก็บของของตัวเอง ก่อนที่จะโยนลงพื้น อุปกรณ์เหล่านี้แผ่ออร่าเวทมนตร์อย่างเห็นได้ชัดพร้อมชื่อที่บ่งบอกว่าไม่ใช่ของไก่กาแน่ๆ ไม่ว่าจะเป็ หอกเบามิธริลชุดเกราะอินทรีทอง ถุงมือัเงิน กำไลข้อมือัดำ
เมื่อเื่มาถึงตรงนี้ปอริ่งจึงเข้าใจได้ในทันทีว่าเขาเผลอไปเก็บเอาไอเท็มจากศพของผู้เล่นระดับสูงมาท่ามกลางความมืดและนายท่านคนนี้ (ไม่ว่าเขาจะเป็ใคร) ก็คง้าของพวกนี้เช่นกัน “ไม่น่าเลยฮือ”ปอริ่งพยายามที่จะอ้าปากพูด แต่เขาก็ไม่สามารถเอ่ยคำพูดใดๆ ออกมาได้เพราะขณะนี้เขาตกเป็ทาสผู้ซื่อสัตย์ของคนที่มองไม่เห็นอยู่
ของชิ้นสุดท้ายที่ปอริ่งหยิบออกมาจากช่องเก็บของคือเหรียญทองเก่าๆ ที่ดูลึกลับและชั่วร้ายอย่างบอกไม่ถูก มันมีชื่อว่า“เหรียญแห่งความโลภของแมมม่อน” ในขณะที่ปอริ่งพยายามจะทิ้งเหรียญนี้ระบบกลับแสดงข้อความว่า “เหรียญแห่งความโลภของแมมม่อนเป็ไอเท็มต้องคำสาปคุณไม่สามารถทิ้งได้” และหายกลับเข้าไปในช่องเก็บของของเขาอีกครั้ง
“น่าจะเป็ไอเท็มต้องคำสาปนะ ไอ้นี่แหละมั้งที่ทำให้ไอซ์คิวบ์ตาย” เสียงชายอีกคนหนึ่งดังขึ้นจากพื้นที่โล่งๆทางด้านขวาของปอริ่ง ตามมาด้วยเสียงร่ายมนต์ที่มาจากชายอีกคนทางด้านซ้ายซึ่งก็ยังคงเป็มนุษย์ล่องหนเช่นกัน “ล้างคำสาป” เมื่อสิ้นเสียง ปอริ่งก็ััได้ถึงความเย็นที่วิ่งผ่านตัวเขาั้แ่หัวจรดเท้า
“ทิ้งเหรียญแห่งความโลภของแมมม่อน”เ้านายนิรนามของปอริ่งออกคำสั่งอีกครั้ง แต่ระบบก็ยังคงแสดงข้อความเดิมก่อนที่เหรียญจะหายไปในช่องเก็บของอีกครั้ง
“สงสัยจะเป็คำสาประดับสูง”
“ช่างมันแล้วปะ ได้ของไอซ์คิวบ์คืนก็พอแล้วมั้ง”
“งั้นเอาไงกับเด็กใหม่นี่ดีล่ะ”
“ฆ่าทิ้งเลยไหม”
“อย่าเลย สงสารมัน HP เหลือ 1เดี๋ยวมันก็ไปตายเองแหละ”
ปอริ่งได้แต่ยืนฟังบทสนทนาของผีสามตน(ขอเรียกพวกมันแบบนั้นก็แล้วกัน) โดยที่เขาไม่สามารถหืออือใดๆ ได้ทั้งสิ้น ั้แ่เขาเล่นเกมมานี่เป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกถึงความแตกต่างของผู้เล่นใหม่กับผู้เล่นเลเวลสูงอย่างเห็นได้ชัดชายหนุ่มได้แต่นึกโกรธตัวเองที่คิดว่าเกมนี้เป็ทุ่งลาเวนเดอร์ที่เขาจะหลบมาเลียแผลใจได้อย่างสนุกสนานซึ่งก่อนหน้านี้มันก็เกือบจะเป็อย่างนั้น จนกระทั่งความโง่และความซวยที่ทำให้ตัวเขากลายมาเป็ของเล่นของกลุ่มคนที่เขาไม่รู้แม้กระทั่งชื่อหรือใบหน้า
“ฟังนะ เด็กใหม่ถ้าจะโกรธก็โกรธตัวเองที่โลภมาก คิดจะรวยทางลัด เก็บของๆ เพื่อนเราก็แล้วกันนะบาย”
เสียงชายนิรนามพูดกับเขาในทำนองเยาะเย้ยก่อนที่จะร่ายเวทมนตร์ “รีคอล”ใส่ปอริ่งเพื่อส่งเขากลับไปที่จัตุรัสกลางเมืองพรันซาอีกครั้งทันที่เขาวาร์ปกลับมาถึงจัตุรัสกลางเมือง ระบบก็แสดงข้อความ“คุณหลุดจากอำนาจของเวทมนต์ล้างสมอง เนื่องจากอยู่ห่างจาก ??? เกินระยะควบคุม”
ตอนนี้ปอริ่งไม่เหลืออะไรติดตัวเลยแม้กระทั่งกระติกน้ำของเพียงสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ในช่องเก็บของ ก็คือเหรียญแห่งความโลภของแมมม่อนชายหนุ่มใช้กำปั้นต่อยน้ำในน้ำพุรัวๆ และะโออกมาด้วยความโมโหเขาโมโหกับความเฮงซวยของชีวิต ที่อะไรๆ ก็ไม่ได้ดั่งใจเขาซักอย่างกระทั่งจะมาเล่นเกมให้สนุกก็ยังทำไม่ได้ ผู้เล่นคนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆน้ำพุถึงกับใกลัวในความคลั่งของปอริ่ง จึงพากันอพยพไปอยู่อีกฟากของน้ำพุแทน
หลังจากที่ชายหนุ่มเปียกไปทั้งตัวและเริ่มเหนื่อยจนหัวเย็นลงบ้างเขาก็นั่งลงอีกครั้ง แล้วก็เริ่มหัวเราะให้กับชะตาชีวิตของตัวเองชีวิตของเขาไม่เคยมีคำว่าอีซี่โหมด อะไรๆ มันก็ยากเย็นั้แ่ก่อนที่พ่อกับแม่ของเขาจะเลิกกันด้วยซ้ำเขาเป็น้องคนเล็กที่เกิดมาในครอบครัวที่เคยรวยพ่อกับแม่ของเขาเคยร่ำรวยจากธุรกิจที่ทำร่วมกันแต่พอเผชิญกับพิษเศรษฐกิจจนธุรกิจล้ม ครอบครัวของเขาก็แตกแยก
ปอริ่งสูดลมหายใจลึกๆ อีกครั้งก่อนที่จะเอามือทั้งสองข้างตบแก้มตัวเอง “ไม่ใช่ว่าเราไม่เหลืออะไรซักหน่อยเรายังมีชีวิตอยู่ เรายังมีหนึ่งสมองกับสองมือ ที่พาเรามาถึงทุกวันนี้”
หลังจากชายหนุ่มตั้งสติได้เขาก็ตัดสินใจล็อกเอาท์ออกจากเกมก่อน เพราะสภาพตัวเขาในตอนนี้ถึงอยู่ในเกมต่อก็คงกลายเป็ขอทาน หรืออาจจะต้องไปหางานทำในเมืองเพื่อประทังชีวิตดังนั้น สิ่งแรกที่เขาต้องทำตอนนี้ คือรวบรวมข้อมูลและวางแผน
ปอสะดุ้งตื่นอีกครั้งจากเสียงเพลงที่ดังขึ้นข้างๆหู และแสงไฟจากแว่น VR ที่เขาสวมอยู่ปอััได้ถึงคราบน้ำตาของตัวเอง “ฮาฮา ขนาดแค่เกมก็ยังทำเราร้องไห้ได้ขี้แยจริงๆ ปอเอ้ย”
ชายหนุ่มลุกไปอาบน้ำก่อนจะหยิบอาหารสำเร็จรูปจากในตู้เย็นแกะห่อพลาสติก ก่อนจะเปิดฝาและยัดใส่ไมโครเวฟนาฬิกาบนผนังบอกว่าขณะนี้เป็เวลาบ่ายสามโมงแล้ว แสดงว่าเขาเข้าไปอยู่ในเกมประมาณ6 ชั่วโมง
“ไอซ์คิวบ์” ปอนึกถึงชื่อที่ได้ยินจากบทสนทนาของมนุษย์ล่องหนทั้งสามคนเขาพบแชนเนลของผู้เล่นคนนี้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากไอซ์คิวบ์เป็ผู้เล่นอันดับต้นๆที่มีชื่อเสียงโด่งดังคนหนึ่งของเซิร์ฟเวอร์ที่ Live Castการเล่นของเขาเกือบตลอดและเมื่อปอคลิกชมคลิปวิดีโอจากการ Cast ครั้งสุดท้ายของเขาก็พบภาพการต่อสู้ของไอซ์คิวบ์และเพื่อนอีกสามคนในปาร์ตี้ ได้แก่ สนู้ป (Snoop) ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็ผู้เล่นสายพาลาดินที่จะคอยดึงความสนใจจากมอนสเตอร์ไว้แดซ (Daz) ผู้เล่นสายเมจที่คอยโจมตีจากระยะไกลด้วยบรรดาเวทมนตร์ต่างๆและ จัสติส (Justice) ผู้เล่นสายสนับสนุนที่คอยฮีลและบัฟเพื่อนๆส่วนตัว ไอซ์คิวบ์ (Ice Cube) ดูเหมือนจะเป็ผู้เล่นสายอัศวินที่ใช้หอกเป็อาวุธและเป็ตัวทำดาเมจหลักของปาร์ตี้
คลิปสุดท้ายนั้นเป็การต่อสู้ระหว่างปาร์ตี้ของสี่คนนี้กับ แมมมอนปิศาจแห่งความโลภ หลังจากที่ไอซ์คิวบ์แทงหอกปลิดชีพแมมมอนได้สำเร็จ ระบบก็แจ้งว่าเนื่องจากไอซ์คิวบ์เป็ผู้ทำดาเมจได้สูงสุด เขาได้รับไอเท็มภารกิจพิเศษเหรียญแห่งความโลภของแมมมอนซึ่งเป็ซูเปอร์แรร์ดรอป แล้วจู่ๆออโต้รีคอลของไอซ์คิวบ์ก็ทำงานเพราะติดคำสาปจน HP เหลือ 1วาร์ปเขากลับมาที่ทุ่งหญ้านอกเมืองพรันซา และก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งสติจิ๊บจิ๊บก็วิ่งมาจิกเขา 1 ดาเมจ และระบบก็แจ้งว่าไอซ์คิวบ์ได้เสียชีวิตเรียบร้อย R.I.P.
“ที่แท้เื่มันก็เป็อย่างนี้นี่เอง...หลังจากนั้นไอ้สามคนนั้นก็เลยตามมาเอาของๆ เพื่อนตัวเองคืนสินะ”ปอพูดกับตัวเองอีกครั้ง หลังจากดูคลิปจบ ตอนนี้เขารู้แล้วว่าคู่กรณีของเขาเป็ใครและรู้แล้วว่าพวกนั้นแข็งแกร่งแค่ไหน ตัวเขาในตอนนี้เป็แค่มดตัวน้อยๆอันไร้ค่าในสายตาของทั้งสามคนนั้น
“สนู้ป แดซ จัสติส เมมไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยเอาคืนทีหลังตอนนี้เราต้องศึกษาข้อมูลเกมนี้ให้มากกว่านี้อีกซักหน่อย”
ปอเริ่มจากการหาข้อมูลเื่การล่องหนก่อน เนื่องจากตัวเขาขณะนี้เหลือMax HP เพียง 1และจะถูกมอนสเตอร์โจมตีก่อนเสมอ ดังนั้น เขาจะไม่สามารถออกนอกเมืองไปไหนได้เลยหากไม่หาทางแก้ปัญหานี้
ชายหนุ่มพบว่าผู้เล่นทั่วไปใน Don’t Dieั้แ่ระดับกลาง จะสามารถเรียนรู้เวทมนตร์ “ล่องหน”หรือสวมใส่ผ้าคลุมที่ทำให้ล่องหนได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการลุยดันเจี้ยนเนื่องจากมอนสเตอร์ระดับต่ำๆ ที่โจมตีก่อนจะไม่สามารถตรวจจับสถานะล่องหนได้นอกจากนี้มอนสเตอร์บางชนิดและไอเท็มบางอย่างก็จะล่องหนได้เช่นกัน
“นี่เราเป็แค่มอนสเตอร์ระดับต่ำๆ สินะ” ปอยังคงแอบบ่นกับตัวเองและเมื่อหาข้อมูลต่อก็พบว่า ผู้เล่นั้แ่ระดับเริ่มต้นสามารถตรวจจับสถานะล่องหนได้โดยการซื้อโพชั่นตรวจจับการล่องหน ที่จะมีผล 24ชั่วโมงต่อ 1 ขวด หรือเรียนรู้เวทมนตร์ดังกล่าวรวมถึงสวมใส่แว่นตา/หน้ากากที่ช่วยให้สามารถตรวจจับการล่องหนได้เช่นกัน
นอกจากนี้ ยังมีเวทมนตร์ขั้นสูงที่ชื่อว่า “ไร้ร่องรอย”ซึ่งจะเป็การล่องหนขั้นสูง เฉพาะผู้เล่น/มอนสเตอร์ที่เลเวลสูงกว่าผู้ร่ายเท่านั้นจึงจะสามารถมองเห็นได้ แต่ในปัจจุบัน มีผู้เล่นเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่สามารถใช้“ไร้ร่องรอย” ได้ และแน่นอนว่าไม่มีใครยอมบอกว่าจะไปเรียนได้จากที่ไหน
และอีกทางเลือกหนึ่ง คือการใช้ทักษะ “ซ่อนตัว” ของสายอาชีพโจรซึ่งจะทำงานคล้ายๆ กับการล่องหนแต่ผู้เล่นจะไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ในระหว่างการซ่อนตัวและหากผู้เล่น/มอนสเตอร์มีทักษะการสำรวจที่ระดับสูงพอ ก็จะสามารถมองเห็นผู้เล่นที่ซ่อนตัวได้ไม่ยาก
และอีกทักษะที่ผู้เล่นสายโจรมักใช้ควบคู่กับ “ซ่อนตัว” ก็คือ“ย่องเบา”จะช่วยให้ผู้เล่นที่ซ่อนตัวสามารถเคลื่อนที่ได้โดยที่ผู้เล่น/มอนสเตอร์ที่อยู่ใกล้ๆไม่รู้ตัว แต่เงื่อนไขก็จะคล้ายๆ กับ “ซ่อนตัว” เช่นกัน
“ซ่อนตัว” และ “ย่องเบา” เป็ตัวเลือกที่ผู้เล่นส่วนใหญ่ไม่นิยมใช้เนื่องจากการฝึกทักษะในเกมนี้ต้องอาศัยการทำซ้ำๆ และใช้เวลานาน เมื่อเทียบกับ“ล่องหน” ที่สามารถหาซื้ออุปกรณ์สวมใส่มาใช้ได้ รวมทั้งสามารถหาผู้เล่นด้วยกันหรือNPC สอนเวทมนตร์นี้ให้กันได้ไม่ยาก
ความแตกต่างหลักๆ ของเวทมนตร์กับทักษะในเกมนี้คือเวทมนตร์เป็ของสำเร็จรูป ที่เมื่อได้เรียนรู้แล้วผู้เล่นจะสามารถเลือกระดับการใช้งานได้ตามใจชอบ โดยระดับสูงสุดที่ใช้ได้คือ Level ของผู้เล่นเองในขณะที่ทักษะนั้น จะพัฒนาจากการใช้งานซ้ำๆ และทักษะจะทำงานในระดับสูงสุดเสมอโดยทักษะส่วนใหญ่จะทำงานเองโดยอัตโนมัติ ไม่จำเป็ต้องร่าย และไม่เสีย SP
“ล่องหนก็ดีอยู่หรอกแต่ผู้เล่นตัวเปล่าแถมเลเวลต่ำอย่างเรา คงล่องหนได้ไม่กี่วิก็ SP หมดแล้วส่วนผ้าคลุมล่องหนยิ่งไม่ต้องพูดถึง” ปอถอนหายใจก่อนจะนั่งใช้ความคิดอยู่พักใหญ่
“นั่นสินะ ยังมีวิธีง่ายๆ อีกวิธีนี่นาแต่ก่อนอื่น เราจำเป็ต้องหาเงินให้ได้เสียก่อน”