บทที่ 57ตัวตนที่แท้จริง และคุณธรรม
ทักษะใหม่ที่ผมได้รับมีชื่อว่า อาวุธมานามันเป็นชื่อที่เรียบง่ายจนดูเหมือนระบบไม่ได้ตั้งใจจะตั้งให้เลย
“พับผ่าสิ ไอ้ระบบเฮงซวยทำท่าเหมือนไม่เต็มใจจะให้เลยนะ”
ผมถอนหายใจออกมาเล็กน้อยพลางไว้อาลัยให้กับความลำเอียงของระบบก่อนจะลองไหลเวียนมานาออกจากร่างกาย เพื่อสร้างอาวุธขึ้นมา
ดูเหมือนว่าหลังจากได้รับทักษะมาอย่างเป็นทางการมันจะช่วยแบ่งเบาภาระของผมได้มากทีเดียว
ราวกับมีแม่แบบปรากฏขึ้นในห้วงความคิดซึ่งช่วยให้ผมสามารถควบคุมและชักนำมานาให้ควบแน่นเป็นรูปทรงได้ง่ายดายกว่าเดิมหลายเท่าตัว
ตัวดาบที่ปรากฏออกมานั้นดูโปร่งแสงคมของมันยังดูทื่อและบิดเบี้ยวจนแทบไม่ได้รูปทรงเอาเสียเลย แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อมองดูผลลัพธ์ในมือผมก็บอกกับตัวเองว่านี่คือการเริ่มต้นที่นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว
ในขณะที่ผมกำลังชื่นชมผลงานอันบิดเบี้ยวในมือหางตาก็พลันเหลือบไปเห็นมายาที่พุ่งตัวเข้ามาด้วยท่าทางดุดัน
ผมเพียงแค่ชำเลืองมองเธออย่างเย็นชาก่อนจะเปิดใช้งานทักษะ การจัดสรรพลังงานจลน์ เพื่อชะลอความเร็วของเธอจนเสียจังหวะแล้วเตะสวนกลับไปเต็มแรงจนร่างของเธอกระเด็นไปนอนกองอยู่บนพื้น
“หมดธุระแล้วนอนสงบสติอารมณ์อยู่ตรงนั้นไปสักพักแล้วกัน”
เธอส่งเสียงครางประท้วงอยู่บนพื้นพยายามจะยืนขึ้นมาแต่ก็ทรุดลงไปอีกรอบ
การโจมตีครั้งสุดท้ายนั้นผมไม่ได้ออมแรงไว้มากนักแต่ก็ยังระวังพอที่จะไม่ให้เธอถึงขั้นบาดเจ็บสาหัสเพราะยังไงเสียเธอก็ยังมีประโยชน์ต่อกลุ่มอยู่บ้าง
ใจจริงผมก็อยากจะขอบใจเธออยู่หรอกที่ช่วยให้ผมได้รับทักษะใหม่นี้มาแต่พอนึกถึงตอนที่เธอจัดการนางพญาแมงมุมแล้วทำท่าทางหยิ่งยโสใส่ผมในตอนนั้น... อืมแบบนี้ก็สมควรโดนเอาคืนบ้างแล้วละ
ก่อนที่ผมจะเดินจากออกมาเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะของแฮดวินก็รั้งผมไว้
"ในที่สุดนายก็เผยธาตุแท้ออกมาแล้วสินะ"
นั่นไง... ผมคิดในใจพลางหยุดเท้า
แฮดวินเดินตรงเข้ามาหาผมและหยุดเว้นระยะไว้เพียงไม่กี่ก้าวแววตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ
"ฉันรู้อยู่แล้วว่าจิตใจนายมันไม่ปกติ...ตั้งแต่ตอนแรกที่เห็นเลยด้วยซ้ำ!"
"งั้นเหรอ?"
ผมยิ้มเยาะในใจ
ไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยสักนิดที่ได้ยินคำครหาแบบนี้หลุดออกมาจากปากของชายที่พยายามสวมบทบาทเป็นผู้นำผู้ทรงคุณธรรมอย่างเขา
แฮดวินก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าวท่าทางคุกคามนั้นไม่ได้ทำให้ผมสะทกสะท้าน แต่มันกลับตอกย้ำความจริงบางอย่าง
ผมรู้ดีว่าสิ่งที่เขาพูดน่ะมีส่วนถูก...เพราะแม้แต่ก่อนจะก้าวเข้าสู่หอคอยชั้นที่ 1 ผมก็รู้ตัวได้ตั้งนานแล้วว่าตนเองไม่ใช่คนปกติเหมือนคนอื่นเขา
และยิ่งในตอนนี้ เมื่อมีทักษะ สมาธิเข้ามาหลอมรวม และสลักลึกลงในจิตวิญญาณผมก็ยิ่งดูห่างไกลจากนิยามของมนุษย์ปกติเข้าไปทุกทีจนกู่ไม่กลับเสียแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ยังพยายาม...ผมช่วยชีวิตพวกเขา สอนวิธีเอาตัวรอด และคอยเป็นเกราะกำบังให้มาตลอด
แต่ดูเหมือนว่าในสายตาของคนดีอย่างพวกเขาสิ่งที่ผมทำไปจะกลายเป็นเพียงการกระทำของสัตว์ประหลาดเท่านั้น
แฮดวินขยับเข้ามาจนแทบจะประชิดผมปล่อยให้เขาเข้ามา เขาจ้องหน้าผมด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์อันแรงกล้าในขณะที่มานาในร่างของเขาเริ่มขยับเขยื้อน
ลึกๆ ในใจผมเคยแอบหวังว่าโลกใบนี้มันจะแตกต่างออกไป...ผมเคยหลงคิดไปเองว่าพวกเขาอาจจะเข้าใจผมบ้างเพราะในเมื่อเราทุกคนต่างก็ถูกโยนลงสู่ขุมนรกนี้เหมือนกันย่อมต้องมีเศษเสี้ยวของความรู้สึกที่เชื่อมถึงกันได้
แต่ความจริงที่แสนตลกคือพวกเขาไม่ได้เหมือนผมแม้แต่น้อย!
แฮดวินคงนึกว่าผมไม่สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของมานาในตัวเขาระหว่างที่เขากำลังพูดจาสวยหรูเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ทักษะของเขาก็ถูกเปิดใช้งานแล้ว
มันพยายามพุ่งเข้ามากดทับและสลายมานาในร่างของผมเพื่อขัดขวางไม่ให้พลังงานไหลเวียน
ทว่าเขา... อ่อนแอเกินไปและจิตใจที่ยึดติดกับกรอบศีลธรรมจอมปลอมนั่นก็ขาดความมุ่งมั่นที่มากพอ!
เปรี้ยง!
มานาของแฮดวินถูกกระแทกออกจากร่างผมทันควัน
มานาในตัวผมคำรามก้องตอบโต้แรงสะท้อนมหาศาลทำให้ชายวัยกลางคนถึงกับเซถอยหลังไปหลายก้าว
ผมระเบิดมานาออกรอบทุกทิศทาง จนแม้แต่คนที่ไร้สัมผัสพลังยังต้องสั่นสะท้านด้วยความอึดอัด
ในจังหวะนั้น สายตาของผมสบเข้ากับโชอี้
ผมพยายามจะเค้นความมุ่งร้ายส่งไปหาเธอแต่ทว่ากลไกการควบคุมจิตใจที่เธอทิ้งไว้กลับทำงานและสั่งห้ามผมในทันที
ดูเหมือนเจ้าปรสิตมานาที่หลงเหลืออยู่นั้นจะร้ายกาจกว่าที่ผมประเมินไว้มากแม้ในตอนนี้ผมจะแข็งแกร่งขึ้นจนก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมมาไกลแต่ก็ยังไม่สามารถเอาชนะพันธนาการของมันได้เลย
แต่ก็ช่างเถอะ...ผมบอกกับตัวเองอย่างเย็นชา สักวันหนึ่ง ผมจะบดขยี้มันและเอาชนะมันให้ได้อยู่ดี
ผมดึงมานากลับเข้าสู่ร่างอย่างรวดเร็วก่อนจะก้าวประชิดตัวแฮดวินแล้วซัดหมัดเข้าเต็มใบหน้าของเขาแรงกระแทกส่งร่างของลุงผู้อวดดีล้มตึงลงไปกองกับพื้นดิน
ในขณะที่เขายังคงนั่งนิ่งมองผมจากพื้นดินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและตื่นตระหนกผมก็พ่นประโยคเดียวกับที่เขาเคยใช้ข่มขู่ผม ย้อนกลับไปใส่หน้าเขา
“คุณเองก็น่าจะรู้ดีใช่ไหม...ถ้าผมอยากจะฆ่าคุณจริงๆ คุณตายไปนานแล้ว”
ผมจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็งก่อนจะทิ้งท้าย
“เพราะฉะนั้นอย่ามาเกะกะผมมีเรื่องสำคัญต้องทำอีกมาก มากกว่าจะมาเสียเวลากับศีลธรรมจอมปลอมของคุณ”
หลังจากพูดจบผมก็เดินผละออกมาทันทีทิ้งให้ชายวัยกลางคนคนนั้นนั่งเหม่อมองตามหลังของผม
จะว่าไป ทักษะใหม่นี้ใช้ยากกว่าที่คิดแฮะการจะควบแน่นมานาให้กลายเป็นอาวุธที่มีรูปทรงชัดเจนนั้นซับซ้อนและละเอียดอ่อนเอาเรื่อง
ทว่าพอลองเปลี่ยนมาสร้างเป็นเกราะคลุมร่างกายดูมันกลับทำได้ง่ายกว่าอย่างเห็นได้ชัด
แต่ปัญหาก็คือเกราะพวกนี้มันช่างเปราะบางเหลือเกินจนดูเหมือนว่าทักษะ การจัดสรรพลังงานจลน์ ที่มีอยู่เดิมจะยังใช้ป้องกันตัวเองได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเสียอีก
พูดถึงทักษะ การจัดสรรพลังงานจลน์ จริงๆมันคงจะวิเศษมากถ้าสามารถเปลี่ยนพลังงานจลน์ที่ดูดซับมาเป็นพลังงานรูปแบบอื่นได้เหมือนที่คำอธิบายของระบบเคยบอกใบ้ไว้
ไม่ว่าจะเป็นพลังงานความร้อนหรือไฟฟ้าแต่ก็นั่นแหละ... จนถึงตอนนี้ผมยังไม่มีดวงจะเข้าถึงพลังขั้นนั้นเลย
ในเมื่อยังไม่มีวี่แววว่าจะสร้างพลังงานเจ๋งๆแบบอื่นได้ ผมเลยต้องเปลี่ยนแผนมาทุ่มเทให้กับทักษะ อาวุธมานา แทน
เป้าหมายหลักของผมคือการสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งและทนทานไม่พังทลายง่ายๆ ข้อดีที่สำคัญที่สุดคือมันเป็นอาวุธที่อยู่กับผมตลอดเวลาต่อให้มันจะแตกหักไป ผมก็แค่สร้างมันขึ้นใหม่ได้เสมอ
ซึ่งต่างจากพวกอาวุธทั่วไปที่ผมใช้งานจนพังคามือมานับชิ้นไม่ถ้วนแล้ว
และถ้าหากผมเริ่มชำนาญการควบคุมทักษะนี้มากขึ้นผมยังมีแนวคิดที่ บ้า กว่านั้นอยู่ในหัว...
บางทีผมอาจจะประยุกต์ใช้มันสร้างเป็นกระสุนและเปลี่ยนให้มันเป็นทักษะการโจมตีระยะไกลเพื่อลบจุดอ่อนเพียงอย่างเดียวของผมในตอนนี้
ดังนั้น ในระหว่างที่ฟัดกับพวกมอนสเตอร์ผมจึงถือโอกาสนี้ฝึกฝนทักษะใหม่ควบคู่ไปด้วยเลย
ถึงแม้ในช่วงแรกอาวุธที่ควบแน่นออกมาจะดูอุบาทว์สิ้นดี บางครั้งก็กะพริบหายไปกลางอากาศหรือทื่อเสียจนแทบจะเรียกว่าอาวุธไม่ได้ แต่ผมจะขัดเกลามันให้ดู... ผมทำได้แน่!
อีกเรื่องที่น่ารำคาญคือแม้ผมจะพยายามแค่ไหน แต่ก็ยังไม่มีทักษะใดเลเวลแตะถึง 10เลยสักอย่าง หรือว่ามันจะมีจุดคอขวดอยู่ ดูแล้วน่าจะเป็นแบบนั้น
ผมเบี่ยงตัวหลบออกด้านข้างอย่างรวดเร็วพร้อมกับตวัดดาบสั้นมานาเข้าใส่เจ้าหมาป่าทันที
เคร้ง!
มันฟันไม่เข้าเลยแฮะ...ผมพยายามจะลองผนึกทักษะ การสั่นพ้อง ลงไปในตัวดาบเพื่อเพิ่มอานุภาพการทำลายล้างแต่นั่นกลับกลายเป็นความผิดพลาด เพราะแรงสั่นสะเทือนทำให้ดาบมานาหลุดจากการควบคุมทันที
สุดท้ายผมเลยจำต้องสลายอาวุธพลังจิตนั่นทิ้งแล้วหันมาใช้มือเปล่าที่เคลือบด้วยมานาสั่นพ้องเข้าปลิดชีพเจ้าหมาป่าแทน
แม้วิธีนี้จะสูญเสียมานามากกว่าและต้องเข้าประชิดในระยะอันตรายแต่มันก็คือตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพที่สุดเท่าที่ผมมีในตอนนี้
[คุณสังหาร: หมาป่า - เลเวล 14 สำเร็จ]
หมาป่าอีกตัวอาศัยจังหวะเผลอลอบกัดจากด้านหลังผมตัดสินใจใช้ อาวุธมานา ควบแน่นชั้นพลังงานสร้างเกราะโปร่งแสงขึ้นปกคลุมบริเวณหน้าอกเพื่อทดสอบความทนทานของมันดู
ในวินาทีแรกทักษะนี้ช่วยยื้อขากรรไกรอันทรงพลังของมันเอาไว้ได้ แต่เพียงครู่เดียวเกราะมานาก็ทานทนแรงขบกัดไม่ไหว ก่อนจะแตกสลายกลายเป็นละอองสีฟ้าใสกระจายไปในอากาศ
ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างช่วยไม่ได้
"ไร้ประโยชน์จริงๆ"
ก่อนที่เขี้ยวแหลมคมจะทันฝังลงบนเนื้อผมก็รีบระเบิดพลังงานจลน์ที่ดูดซับไว้อัดกระแทกเข้าใส่จนมันกระเด็นหงายหลังออกไปทันที
ทันใดนั้นก้อนแร่เหล็กที่อาบด้วยประกายไฟฟ้าก็พุ่งแหวกผ่านอากาศมาปิดบัญชีหมาป่าตัวนั้นลงได้อย่างแม่นยำ