การเข้าร่วมเป็นพันธมิตรของ แคว้นหนานหลง กับเจียงหนานมิใช่เพียงแค่การเพิ่มดินแดนให้กับ อ๋องหลงเฟย แต่เป็นการหลอมรวมสองวัฒนธรรมและสองจิตใจให้เป็นหนึ่งเดียวกัน หลงเฟยจัดการเฉลิมฉลองชัยชนะครั้งนี้อย่างยิ่งใหญ่ โดยมิได้มีเพียงแค่เหล่าแม่ทัพและขุนนาง แต่ยังมีประชาชนจากทั้งสองแคว้นมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง บรรยากาศภายในเมืองเต็มไปด้วยความครึกครื้น ผู้คนต่างพากันเต้นรำและขับร้องบทเพลงอย่างมีความสุข อ๋องหนานเฟิง ผู้ปกครองคนเก่าของหนานหลงยืนอยู่ข้างหลงเฟยด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เขามองดูประชาชนของเขาที่ไม่ได้แสดงความรู้สึกหวาดกลัวต่อการเปลี่ยนแปลง แต่กลับเต็มไปด้วยความหวังในอนาคต
"ข้าไม่เคยคิดเลยว่าชัยชนะจะนำมาซึ่งความสงบสุขถึงเพียงนี้" อ๋องหนานเฟิงกล่าวกับหลงเฟยด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ หลงเฟยยิ้มบางๆ "ชัยชนะไม่ได้มาจากการทำลายล้างเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการสร้างสันติภาพและความเข้าใจ" คำพูดของหลงเฟยสร้างความประทับใจให้กับอ๋องหนานเฟิงเป็นอย่างมาก
ในขณะเดียวกัน แม่ทัพไป๋ห่าว ผู้ซึ่งเคยท้าหลงเฟยต่อสู้ด้วยความโกรธแค้น บัดนี้กลับยืนอยู่ข้าง แม่ทัพเหลียงกัง ด้วยท่าทีที่สงบเสงี่ยม เขาได้รับตำแหน่งเป็นแม่ทัพใหญ่ฝ่ายทหารม้าของอาณาจักรเจียงหนาน และได้รับความไว้วางใจจากหลงเฟยอย่างเต็มที่ "ท่านอ๋องหลงเฟยเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่" ไป๋ห่าวกล่าวกับเหลียงกัง "ข้าเคยคิดว่าความภักดีของข้ามีไว้เพื่อปกป้องเชื้อพระวงศ์ แต่ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าความภักดีที่แท้จริงคือการปกป้องประชาชน และท่านอ๋องก็ทำให้ข้าเห็นถึงสิ่งนั้น"
การรวมแคว้นหนานหลงเป็นส่วนหนึ่งของเจียงหนานไม่ใช่เรื่องง่าย หลงเฟยและคณะที่ปรึกษาจึงต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ นั่นคือการบริหารจัดการอาณาจักรที่ขยายใหญ่ขึ้น ถานจง เสนาบดีคลังผู้มากปัญญา เสนอแผนการปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อรวมสองแคว้นให้เป็นหนึ่งเดียว เขาจัดตั้งระบบการค้าที่ยุติธรรม การจัดเก็บภาษีที่โปร่งใส และการพัฒนาอุตสาหกรรมในแคว้นหนานหลงให้ทันสมัยยิ่งขึ้น
"เราจะทำให้แคว้นหนานหลงกลายเป็นศูนย์กลางการค้าและศิลปะที่สำคัญที่สุดของอาณาจักร" ถานจงกล่าวในห้องประชุม "เราจะส่งช่างฝีมือและพ่อค้าของเราไปช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของพวกเขา และเราจะเปิดเส้นทางการค้าใหม่ๆ เพื่อให้สินค้าของพวกเขาขายได้ในราคาที่เหมาะสม" ในขณะเดียวกัน ซูเหวิน สตรีผู้ชาญฉลาดด้านการแพทย์และการรักษาพยาบาล ก็ได้เสนอแผนการพัฒนาด้านสาธารณสุข เขาจัดตั้งโรงพยาบาลและสถานพยาบาลขนาดเล็กในแคว้นหนานหลง และส่งคณะแพทย์ของเธอไปช่วยเหลือผู้คนในแคว้นหนานหลงที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ทำให้ผู้คนในแคว้นหนานหลงรู้สึกประทับใจในความเมตตาของหลงเฟยเป็นอย่างมาก
การทำงานร่วมกันของหลงเฟยและคณะที่ปรึกษา ทำให้การรวมสองแคว้นเป็นไปอย่างราบรื่น ผู้คนจากทั้งสองแคว้นเริ่มแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและภาษา ทำให้เกิดความเข้าใจและความสามัคคีที่แข็งแกร่งขึ้น ชื่อเสียงของหลงเฟยในฐานะผู้ปกครองที่เมตตาและชาญฉลาดแพร่สะพัดไปทั่วแผ่นดิน ทำให้แคว้นเล็กๆ อื่นๆ ที่เคยลังเลที่จะเข้าร่วมกับเจียงหนานเริ่มให้ความสนใจในตัวเขาและต้องการที่จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรของเขา