(นิยายลงทุกวัน)Ghost CEO:ผีสร้างฉันให้เป็นเศรษฐี ฮาเร็ม

    ตอนที่ 175 เช้าวันใหม่ที่แสนสุขสันต์ในอเมริกา

     

    ตอนที่ 175 เช้าวันใหม่ที่แสนสุขสันต์ในอเมริกา

     

     

    ทอมนำรถเข้าไปจอดเทียบเท่าที่ด้านหน้าของอพาร์ตเมนต์ก่อนจะช่วยฝ้ายแบกกระเป๋าและสัมภาระขึ้นไปยังที่พัก ซึ่งมันเป็นห้องเดี่ยวที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบถ้วน ซึ่งไม่ต่างจากโรงแรมระดับ 5 ดาวเลยทีเดียว

     

    ฝ้ายมองด้วยความทึ่ง พลางมองไปยังพีทที่ได้เข้าไปยื่นเอกสารขอย้ายเข้ากับพนักงานต้อนรับ “ยืนยันตัวตนแล้ว เป็นผู้เช่าของทางเรา…บริกรช่วยขนย้ายสัมภาระของลูกค้าไปยังห้องเบอร์ 201 ด้วย” พนักงานต้อนรับหญิงท่าทางเจ้าระเบียบได้เรียกให้บริกรที่ดูแลอพาร์ตเมนต์เข้ามาช่วยฝ้ายยกกระเป๋า

     

    แต่ถึงอย่างนั้นเป็นตัวของทอมเองมากกว่าที่ยกกระเป๋าเกือบทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว “ขอบคุณมากทอม เอาไว้เดี๋ยวผมจัดการตรงนี้เสร็จแล้วจะรีบลงไปนะครับ” หลังจากขนย้ายกระเป๋าเข้ามาในห้องพักสุดหรูเป็นที่เรียบร้อย

     

    พีทก็ได้ให้ทิปจำนวนหนึ่งกับบริกรตามมารยาทและธรรมเนียน รวมถึงเอ่ยปากบอกให้ทอมที่เป็นคนขับรถลงไปรอพวกเขาด้านล่าง เพื่อให้ฝ้ายได้มีเวลาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าสักเล็กน้อย หลังจากต้องเดินทางไกลมาตลอดการเดินทางกว่า 12 ชั่วโมง

     

    “พีทเธอเช่าห้องนี้ตั้งแต่เมื่อไร แล้วห้องที่มหาลัยฮาวาร์ดจัดให้จะเอายังไงดีล่ะ?” ฝ้ายเองก็เดินเรื่องขอเช่าห้องในมหาลัยเอาไว้แล้ว ซึ่งเธอต้องนอนกับรูมเมทที่เธอก็ไม่รู้จักและไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน

    หากแต่พีทมองว่ามันลำบากเกินไป เขาอยากให้ฝ้ายพักอยู่ในที่ส่วนตัวและสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่เธอต้องการ ดั่งเช่นทำอาหารกินเองหรืออ่านหนังสือตอนกลางคืนโดยไม่ต้องรบกวนและเกรงใจคนอื่นๆ

     

    ตัวของพีทเลยให้เอลริคช่วยจัดหาที่พัก ที่อยู่ใกล้ๆ กับมหาลัยให้กับฝ้าย โดยเธอสามารถเดินเท้าไปเรียนได้ราวๆ 10 นาทีเท่านั้น ซึ่งราคาที่พักแห่งนี้ ก็สูงเอาเรื่องอยู่ที่ 60,000 บาทต่อเดือนเลยทีเดียว แต่กระนั้นสำหรับพีทเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา ขอเพียงให้แฟนของเขาอยู่สบายก็เพียงพอแล้ว เขาเลยจัดการทำสัญญาเช่ารายปีให้กับฝ้ายไปเป็นที่เรียบร้อย

     

    “หอพักที่มหาลัย พีทให้ทอมไปจัดการคืนห้องให้แล้ว…ฝ้ายพักอยู่ที่นี่แหละ สะดวกและปลอดภัยกว่า อีกอย่างบ้านของทอมและภรรยาของเขาอยู่ห่างจากที่นี่ไปราวๆ 20 นาทีเอง หากมีอะไรทอมสามารถเข้ามาช่วยเหลือฝ้ายได้” พีทรู้ว่าตัวเองออกจะห่วงฝ้ายมากเกินไปหน่อย แต่ในอีกมุมหนึ่งมันคือสิ่งเดียวที่เขาพอจะทำให้กับฝ้ายได้ หลังจากที่ทั้งสองต้องอยู่ห่างไกลกันครึ่งค่อนโลก แม้แต่เวลาก็ห่างกันถึง 12 ชั่วโมง

     

    อย่างน้อยพีทการที่พีททำเช่นนี้ ก็เพื่ออยากให้ฝ้ายอยู่สบาย โดยที่เขาไม่ต้องเป็นห่วงเธอมากนั่นเอง

     

    “เข้าใจแล้ว ขอบคุณนะ” ฝ้ายไม่ได้บ่นอะไรอีก เธอเข้าสวมกอดพีทด้วยความรักที่เต็มเปี่ยม ก่อนที่ทั้งสองจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและลงไปหาทอม เพื่อให้ทอมได้พาเที่ยวชมเมืองแห่งนี้

    อนึ่งเป็นไกด์นำทางให้ฝ้ายได้รู้ถึงสถานที่ต่างๆ จะได้ไม่พลัดหลงเมื่อต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ตัวคนเดียว

     

    พีทและฝ้ายได้ใช้เวลาตลอดทั้งวันหมดไปกับการจับจ่ายใช้สอย ของใช้ต่างๆ มาไว้ในอพาร์ตเมนต์ที่เช่าไว้ ไม่ว่าจะเป็นสบู่ ยาสระผม ยาสีฟันและของใช้ส่วนตัวอีกมากมายที่ไม่ได้เตรียมมาจากประเทศไทย

    รวมไปถึง อาหารแห้งและอาหารสำเร็จรูปต่างๆ เพื่อให้ฝ้ายได้สามารถทำอาหารกินเองได้ หากคิดถึงอาหารไทย

     

    “พีทคงคิดถึงฝ้ายมากๆ เลย ไว้พีทมีเวลาจะบินมาหาฝ้ายบ่อยๆ นะ” ชายหนุ่มได้กอดหญิงสาวเอาไว้ในอ้อมแขน พลางมองเธอด้วยสายตาที่คิดถึง…2-3ปี นี้คือช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุด ที่พีทจะต้องอยู่ห่างจากฝ้าย เขาจึงอยากเก็บช่วงเวลาที่มีกันและกันเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ฝ้ายก็คงคิดถึงพีทเหมือนกัน ฝ้ายจะรีบเรียนให้จบและรีบกลับไปอยู่กับพีทนะ อ้อ แล้วก็อีกอย่างอย่าแกล้งพี่รดามากนัก รู้ไหมพี่รดาช่วยฝ้ายในหลายๆ เรื่องตอนที่เตรียมตัวย้ายมาที่นี่” ฝ้ายแอบหยิบกล้ามท้องของพีทเบาๆ ที่เธอเห็นแล้วอดมันเขี้ยวไม่ได้ เพราะทุกวันนี้แฟนหนุ่มของเธอช่างดูหล่อเหลาและรูปร่างดีมากขึ้นทุกที

     

    “โอ๊ยเจ็บ~!” พีทแกล้งทำเป็นสำออย พลางยื่นใบหน้าไปใกล้ใบหน้าที่แดงระเรื่อของฝ้าย รอยยิ้มของทั้งสองเริ่มหุบลงทีละน้อย ทว่ามันเปลี่ยนเป็นแววตาที่ลึกซึ้ง

     

    ทั้งสองจ้องมองกันอย่างนั้นและไม่มีใครที่ต้องพูดอะไร ริมฝีปากของทั้งคู่ก็พลันประกบเข้าหากัน มันเป็นจูบที่ละเอียดอ่อนและนุ่มนวล ก่อนที่เวลาผ่านไปมันจะเริ่มเกี่ยวรัดและพันกันแน่นขึ้น ราวกับไม่มีอะไรสามารถแยกพวกเขาออกจากกันได้

     

    พีทได้เอื้อมมือที่แม้จะลังเล แต่ก็มั่นคงเพื่อสลัดอาภรณ์ที่ปกคลุมกายของเขาและเธอออกทีละส่วน พลางมุดหน้าลงไปเพื่อไม่ให้ฝ้ายต้องรู้สึกอาย เมื่อเห็นสายตาของพีทที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน

    พีทได้มอบความสุขทุกรูปแบบที่ร่างกายของเขามอบได้ให้กับฝ้ายอย่างเต็มที่ ลิ้นตวัดลึก ดูดกลืนยอดเนินอกสีขาวเนียนที่หวานดุจน้ำผึ้ง เฉกเช่นเดียวกับฝ้ายที่หลังจากได้รับความสุขอันถวิลหา

     

    เธอก็ก้มลงไปมอบความสุขให้พีทเป็นการตอบแทน ‘อ่าห์~’ เสียงครวญครางที่เต็มไปด้วยความสุขของชายหนุ่มและหญิงสาวได้แปลเปลี่ยนเตียงนอนนี้ให้ร้อนราวกับไฟรักที่ไม่มีวันมอดดับหากไม่สุขสม

     

    พีทมองตาฝ้ายที่นอนอยู่ใต้ร่างของเขา ก่อนที่ตัวของพีทจะเอื้อมมือไปหยิบสิ่งของบางอย่างจากในกระเป๋าเดินทางของเขาออกมาหรือก็คือ ‘ถุงยางอนามัย’ แม้พีทกับฝ้ายจะรักกันมากแค่ไหน แต่อนาคตของฝ้ายยังมีหนทางอีกยาวไกล พีทจะทำให้เธอพลาดโอกาสและเสียเวลาเพื่อเขาไม่ได้ ดังนั้นเขาและเธอจึงต้องป้องกัน…อย่างน้อยๆ ก็ในตอนนี้

     

    พีทจัดแจงทุกอย่างเพื่อป้องกันตัวเองให้กับฝ้าย พลางกอดเธอเอาไว้ เพื่อรับมือกับแรงดันจากช่วงเอวของพีทที่เริ่มรุกคืบเข้าไปอย่างช้าๆ ‘อ่าห์~’ เสียงครวญครางเริ่มดังขึ้น ก่อนที่มันจะเริ่มสั่นไหวในทุกส่วนของร่างกาย

     

    พีทรุกฝ้ายรับ…ฝ้ายรุกพีทรับ สร้างความสุขและความพอใจให้กับทั้งสองฝ่ายจนกระทั่งส่งพวกเขาทั้งคู่ถึงจุดหมาย

     

    ฝ้ายนอนทับอยู่บนหน้าอกของพีทที่ยังคงเต้นระรัว เธอหอมแก้มเขาเบาๆ และพรมจูบที่หวานหอมอยู่อย่างนั้น ซึ่งพีทก็ตอบรับด้วยการจูบกลับคืนไปและไม่รู้ว่าทั้งสองไปเอาเรี่ยวแรงกันมาจากไหน ทั้งๆ ที่วันนี้ทั้งคู่พึ่งจะเดินทางข้ามโลกกันมาเอง

     

    แต่ค่ำคืนอันร้อนรุ่มนี้ ภายในอพาร์ตเมนต์ห้อง 201 มีชายหนุ่มและหญิงสาวไม่ได้นอนกันเลยตลอดทั้งคืน!

     

    เช้าวันใหม่ในประเทศอเมริกาได้เริ่มต้นขึ้น พีทและฝ้ายได้แต่มองหน้ากันด้วยความเขินอาย อันที่จริงทั้งคู่ไม่ได้เขินอายจากการเปิดเผยร่างกายที่เปลือยเปล่าของกันและกันสักเท่าไร

    แต่ที่มันทำให้ทั้งสองคนต้องอายแบบนี้ ก็เพราะเศษซากอารยธรรมที่เมื่อคืน ที่ทั้งคู่ได้ทิ้งและหลงเหลือเอาไว้ต่างหากมันทำให้พวกเขา แทบจะมองหน้ากันไม่ติด ทิชชู ถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วกว่าหลายชิ้น ตกเกลื่อนกลาดไปทั่วเตียง…เช่นนี้แล้วจะไม่ทำให้ทั้งสองคนเขินอายกันได้ยังไง

     

    “เดี๋ยวพีทจัดการเอง ฝ้ายไปอาบน้ำก่อนเถอะ” พีทขันอาสาเพราะเศษซากพวกนี้มันล้วนมาจากฝีมือของเขาทั้งนั้น “เก็บเสร็จแล้วก็ตามเข้ามานะ” ฝ้ายพูดคำนี้จบ เธอก็ริ่งวิ่งปราดไปที่ห้องน้ำ

     

    พีทได้ยินคำนี้จะให้ทำอะไรได้อีก เขาวางถังขยะไว้ที่เดิม ก่อนจะรีบหยิบคว้าเอาสิ่งป้องกัน บุกเข้าไปในห้องน้ำตามฝ้ายในทันที ‘อ่าห์…ซ่าห์~’

    ถือเป็นเช้าที่เริ่มต้นวันได้อย่างสดชื่น พีทและฝ้ายแอบขาสั่นเล็กน้อยที่ก้าวออกมาจากห้องนอน แต่กระนั้นใบหน้าของพวกเขากลับผ่องใส สดชื่นทั้งๆ ที่เมื่อคืนพวกเขาแทบไม่ได้นอนกันเลยก็ตาม

     

    ฝ้ายเดินควงแขนพีทลงมากินข้าวเช้าที่ร้านอาหารใกล้ๆ อพาร์ตเมนต์ ซึ่งในวันนี้ฝ้ายต้องไปรายงานตัวที่มหาลัยและถือเป็นวันสุดท้ายที่พีทจะได้อยู่กับเธอด้วย เพราะในเช้าวันพรุ่งนี้พีทต้องเตรียมตัวบินไปยังเมืองเมาท์เทนวิว รัฐแคลิฟอร์เนีย อันเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่บริษัท Gogle แล้ว

    มหาลัยฮาวาร์ดสมแล้วกับที่เป็นมหาลัย อันดับต้นๆ ของโลก มีนักเรียนนักศึกษาจากหลากหลายประเทศเรียนอยู่ที่นี่เต็มไปหมด เพียงแค่พีทเดินผ่านเข้ามาในบริเวณมหาลัยฮาวาด์ ทันใดนั้นเจ้าเอไออัลฟ่า ก็พลันเริ่มต้นเปิดการเรียนรู้ของมันในทันที

     

    เอไออัลฟ่าและระบบของพีทได้ปิดการทำงานไปตลอดทั้งคืน พลางแยกตัวไปเป็นมิติอันเอกเทศ เพื่อตัดเสียงรบกวนจากพีทที่กำลังทำเรื่องส่วนตัวอยู่

     

    ดังนั้นหลังจากที่พีทเปิดระบบกลับคืน เอไออัลฟ่าก็เหมือนปลากระดี่ได้น้ำเลยทีเดียว ที่นี่มีความรู้ที่เอไออัลฟ่า สนใจอยู่เต็มไปหมด มันเรียนรู้ทุกอย่างจนตัวเลขการเรียนรู้พุ่งสูงขึ้นไปแล้วมากกว่า 40% ภายในไม่กี่นาทีที่พีทเดินเคียงคู่ไปกับฝ้าย เพื่อเข้าไปรายงานตัวที่ตึกของคณะสาธารณสุข

     

    [น้าผี เอไออัลฟ่าเรียนรู้เร็วแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรครับ?] พีทเอ่ยถามกับน้าผีด้วยความสงสัย เพราะก่อนหน้านี้ตอนที่พีทได้เดินทางไปยังบริษัทโนวากรุปที่ประเทศจีน กว่าเอไออัลฟ่าจะเรียนรู้เทคโนโลยีได้ทั้งหมด ทำเอาพีทเดินไปทั่วบริษัทจนปวดขาเลยทีเดียว

    แต่ทว่าหลังจากได้รับแคปซูลยกระดับเอไอจากภารกิจที่ สานสัมพันธ์กับหัวหน้าเฉินได้สำเร็จ มันก็ทำให้เอไออัลฟ่าพัฒนาขึ้นจนพีทเองก็อดไม่ได้ที่จะตกใจ

     

    [ไปถามอาจารย์ (สตีเฟ่น จ๊อบส์) ของแกสิไอ้หนู…ไม่รู้ไปสอนเจ้าอัลฟ่าอีท่าไหน ตอนนี้ถ้ามันสร้างเรือรบ เครื่องบินรบได้ฉันก็ไม่แปลกใจ] น้าผีถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อเห็นความฉลาดของเจ้าเอไออัลฟ่ามันเริ่มพัฒนาขึ้นจนเกิดสามัญสำนึกของมนุษย์ไปไกลแล้ว

    [จริงเหรอครับ?] พีทหันไปถามสตีเฟ่น จ๊อบส์ที่ยืนยิ้มไม่ฮุบ จากผลงานของตัวเองที่สอนเอไออัลฟ่าจนกลายเป็นอัจฉริยะได้แบบนี้ [จริงสิ…ถ้าไม่เชื่อลอง งั้นวันพรุ่งนี้วันที่เธอไปถึงบริษัท Gogle เธอก็จะรู้เองว่าเอไออัลฟ่าในตอนนี้ มันเรียนรู้ได้ไวขนาดไหน] เหมือนสตีเฟ่น จ๊อบส์จะรอให้พีทเดินทางไปยังบริษัท Gogle เร็วๆ

     

    เพราะบริษัท Gogle คือแหล่งข้อมูลมากมาย ที่หากใครได้ครอบครองบริษัทนี้ ก็แทบจะกลายเป็นมหาอำนาจของโลกได้แล้ว

     

    พีทเองก็ไม่ค่อยเชื่อกับสิ่งที่สตีเฟ่น จ๊อบส์พูดเท่าไรนัก เขาเลยไม่ได้สนใจเรื่องนี้อีก ปล่อยให้เจ้าเอไออัลฟ่าเรียนรู้ความรู้ตามที่มันต้องการไปพลางๆ เดินพาฝ้ายไปลงทะเบียนซึ่งในระหว่างนั้นฝ้ายต้องไปเดินเรื่องด้วยตัวเองอยู่พักใหญ่

    พีทเลยถือโอกาสนี้ เดินออกมานั่งข้างนอกอาคาร มองดูเหล่านักศึกษาระดับปริญญาโท ที่มีหลากหลายเชื้อชาติกำลังเดินขวักไขว่ไขว้ไปมา แต่ที่ทำให้พีทสะดุดตาเห็นจะเป็นนักศึกษาหญิงชาวอเมริกันคนหนึ่ง

     

    เธอมีเรือนผมสีทองประกายน้ำตาลเข้มอันเป็นธรรมชาติ เธอสวมใส่ชุดไปรเวททั่วไป ที่ดูเหมือนจะเป็นเสื้อผ้าธรรมดา แต่ทว่าเสื้อผ้าเหล่านั้นกลับเป็นเสื้อผ้าจากแบรนด์ดังแทบทั้งสิ้น เสื้อสเวตเตอร์แขนยาวและกางเกงยีนจากแบรนด์หรูอย่าง ‘หลุยส์’ ลำพังแค่มูลค่าของชุดเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ก็มีราคาไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาทไทยแล้ว

     

    แต่กระนั้นที่มันทำให้พีทหันไปมองดูหญิงสาวที่เดินผ่านไป ไม่ใช่เพราะความสวยและความสง่าของเธอเท่านั้น หากแต่เป็นชายหนุ่มอีกสองคนที่แต่งกายแนบเนียนไปกับนักศึกษาทั่วๆ ไป ที่เดินตามหลังหญิงสาวคนนี้ ในระยะที่ไม่ใกล้และไม่ห่างจนเกินไป ราวกับว่ากำลังคุ้มครองเธออยู่ในฐานะบอดี้การ์ดนั่นเอง

     

    สิ่งที่ทำให้พีทมั่นใจว่าหญิงสาวคนนี้ มีบอดี้การ์ดส่วนตัวก็คงจะเป็นการที่เอไออัลฟ่าของเขาตรวจพบอาวุธปืนที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อแจ็กเกตของนักศึกษาชายทั้งสองคน

     

    ปืนสั้นประเภท Glock 9มม. ได้แอบซ่อนอย่างมิดชิดอยู่ภายใต้เสื้อของพวกเขา แน่นอนเอไออัลฟ่าที่เห็นดังนั้นรีบแจ้งบอกพีททันทีและในขณะเดียวกัน

    [เอไออัลฟ่ากำลังเรียนรู้อาวุธปืน Glock: 20% 50% 100% เรียนรู้วิธีการสร้างและผลิตสมบูรณ์] พีทเห็นระบบเอไออัลฟ่าแจ้งเตือนว่ามันสามารถผลิตอาวุธชนิดนี้ได้แล้ว มันก็ทำให้พีทตกใจ จนเผลอโทรศัพท์ของเขาตกลงพื้นเลยทีเดียว

     

    ‘ตุบ~!’

    และในทันทีที่โทรศัพท์ของพีทตกลงพื้น บอดี้การ์ดที่ปลอมตัวอยู่ในคราบนักศึกษาทั้งสองคนก็เอื้อมมือเข้าไปในแจ็กเกตของพวกเขาและหันมาจับตามองพีทในทันที เฉกเช่นเดียวกับนักศึกษาหญิงที่หยุดและหันมามอง

     

    พีทก้มลงไปเก็บมือถือ โดยไม่มีท่าทีว่าเขามีอันตรายใดๆ ทำให้สองบอดี้การ์ดผ่อนคลายและเตรียมที่จะเดินจากไป ในระหว่างนั้นพีทก็ได้เห็นถึงรอยยิ้มของหญิงสาว ที่มองมาที่เขาพอดิบพอดี

     

    [เจ้าอัลฟ่า…ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน? ทำไมเธอถึงได้มีบอดี้การ์ดติดตามเธอ พร้อมอาวุธครบมือในมหาวิทยาลัยได้แบบนี้] พีทสบตบกับหญิงสาวที่เดินผ่านไปเล็กน้อย แน่นอนเขาไม่ได้คิดอะไรกับเธอ แต่เธอจะคิดกับเขาหรือเปล่าอันนี้พีทเองก็ไม่รู้

     

    แต่ที่ทำให้พีทสนใจเธอจนต้องถามกับเอไออัลฟ่าเลยก็คือ ทำไมนักศึกษาระดับปริญญาโท ถึงได้มีบอดี้การ์ดติดตามมาด้วยถึงสองคนแบบนี้

     

    [แคลร์ โดโนแวน บุตรสายคนเดียวของ ริชาร์ดโดโนแวน นักการทูตประจำคณะรัฐมนตรีในปัจจุบัน] เอไออัลฟ่าได้ให้ข้อมูลที่พีทต้องการ โดยมันได้ค้นหาเพียงไม่กี่อึดใจ ข้อมูลของริชาร์ด โดโนแวนที่เป็นนักการทูตประจำคณะรัฐมนตรี ก็ปรากฏตรงหน้าพีทเป็นร้อยๆ ฉบับ

     

    พอรู้ข้อมูลคร่าวๆ พีทก็เข้าใจแล้วว่าทำไมหญิงสาวคนนี้ ถึงได้มีบอดี้การ์ดติดตามมาด้วย…ที่แท้ก็เป็นคนในครอบครัวของนักการทูตนั่นเอง

    แคลร์ยังคงมองพีทอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนที่เธอจะเดินจากไปและตรงเข้าไปในคณะการทูตประจำมหาวิทยาลัยฮาวาด์ ดูแล้วเธอน่าจะเดินตามรอยเท้าของพ่ออย่างแน่นอน

     

    พีทรอฝ้ายทำเรื่องอยู่นานเกือบหนึ่งชั่วโมง ซึ่งในระหว่างนั้นทางด้านของเขาก็ได้พบกับแคลร์อีกครั้ง เนื่องจากอีกฝ่ายดูเหมือนจะเสร็จธุระที่มาทำที่คณะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว…ก่อนที่เธอจะเดินสวนกับพีทอีกครั้ง

    หากแต่คราวนี้เป็นการเดินผ่านไปตามปกติ ไม่มีเหตุการณ์ให้ต้องหยุดมองเหมือนกับรอบแรกอีก ซึ่งพีทเองก็ไม่ได้สนใจอะไรยังคงก้มหน้าเล่นมือถือเพื่อคุยกับรดาที่ไม่ได้ตามมาส่งฝ้ายเนื่องจากเธอนั้นติดงานอยู่นั่นเอง

     

     

     

    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

     

     

    นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ

    สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ

    www.facebook.com/WritelazyV2

    นามปากกา.Writelazy

     

     

    คล้ายกับเรื่อง(นิยายลงทุกวัน)Ghost CEO:ผีสร้างฉันให้เป็นเศรษฐี ฮาเร็ม ที่คุณอ่าน