The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    LV 59 กระบวนท่าจับคองู

    เครดิตภาพจาก  https://wallpapercave.com


    “ เฮ้ย นี่มันกวนกันนี่หว่า ลูกพี่ลุยเลย เล่นมันเลย ” เหล่าสมุนโวยวายถึงกระนั้น ก็ไม่มีใครกล้าพอจะเข้าไปชน เพราะกลัวเพลงเท้าหนักๆจะมาสัมผัสใบหน้าของตนเอง         

           


           แม้ตังลู่จะหวาดกลัวจนตัวสั่น แต่เขาก็ยังฝืนยิ้มเป็นเชิงให้กำลังใจตัวเอง ทันใดนั้น มาเฟียร่างสูงก็นึกอะไรขึ้นมาได้ 


    “ เอ๊ะ เดี๋ยวนะ ยังมีไอ้นั่นอยู่นี่นา ถ้าใช้สิ่งนั้น รับรองว่าเราชนะแน่ ” 

            


            ตังลู่เริ่มย่อตัวลงต่ำ สองมือประสานกันและยื่นออกมา แววตาดูแน่วนิ่ง คล้ายกำลังตั้งสมาธิอย่างหนักหน่วง เพื่อกระทำบางสิ่ง

           


            เหมยลี่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของคู่ต่อสู้จึงตั้งกระบวนท่าที่ดูรัดกุม ในใจแอบขบคิด


    “แปลกมาก ท่าทีของตังลู่เปลี่ยนไป ดูมั่นใจขึ้น หมอนี่ต้องแอบซุกไม้เด็ดเอาไว้แน่ๆ”

            


            สายลมยามค่ำพัดแรงจนชวนให้เย็นยะเยือก ทว่าบรรยากาศโดยรอบกลับร้อนระอุไปด้วยไฟสงคราม ทุกคนในซอยเปลี่ยวล้วนขมวดคิ้ว นิ่วหน้า ด้วยพวกเขารู้ดีว่าการโจมตีครั้งต่อไปน่าจะตัดสินผลแพ้ชนะในศึกนี้


    “ เฮือก……” ลิ่วล้อคนหนึ่งกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ เพราะลุ้นจนตัวโก่ง แม้ว่าเสียงนั้นค่อนข้างเบา แต่ด้วยความเงียบทำให้กระแสดังกล่าวทะลุโสตประสาทของทุกคน

           


            พอสิ้นเสียงกลืนน้ำลาย ตังลู่ก็ทะยานเข้าหาเหมยลี่อย่างรวดเร็วราวกับธนูที่แล่นออกจากคันศร ฝ่ามือคู่พุ่งแหวกอากาศไปข้างหน้า เป้าหมายคือยอดอกของเด็กสาวร่างสูง

            


            แม้การจู่โจมจะรวดเร็วจนแทบมองไม่เห็น แต่ไม่รอดพ้นสายตาอันแหลมคมของเหมยลี่ เธอยิ้มเล็กน้อย สมองขบคิดถึงท่าตั้งรับ


    “ กระบวนท่าเร็วใช้ได้ แต่พุ่งตรงจนอ่านทางได้ไม่ยาก เพียงเราพลิกตัวหลบนิดเดียวมันก็จะถลำไปข้างหน้า จากนั้นก็ปิดเกมด้วยศอก ” 

           


            พอเหมยลี่คำนวณวิธีการต่อสู้เสร็จสรรพ เธอก็เบี่ยงหลบไปทางขวาเล็กน้อยส่งผลให้ตังลู่ถลำไปข้างหน้าอย่างที่คิด


    “ ดีล่ะ จังหวะนี้แหละ ” 

          


             เหมยลี่ง้างศอก เพื่อเตรียมทิ่มไปที่ต้นคอหวังให้อีกฝ่ายสลบในทีเดียว แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เธอก็รู้สึกถึงแรงลมประหลาดที่พุ่งปะทะใบหน้าจึงเปลี่ยนเป็นฉากหลบไปทางขวาแทน 


    “ ฉั้ว ” 

           


            เสียงกรงเล็บฉีกเนื้อดังสะท้าน หลังจากนั้น ก็ปรากฏเลือดแดงฉานกระฉูดออกมาจากหัวไหล่ของเหมยลี่ 

            


            ตังลู่หันกลับมาแสยะยิ้มให้ จากนั้นก็กล่าวเรียบๆด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น


    “ ไม่เคยมีใครอ่านกระบวนท่า "งูเห่าถลาลม" ได้ ยอมรับว่าแกเก่งมากที่หลบได้ตั้งแต่ทีแรก  ” 

           


            ช่วงที่ลูกพี่ใหญ่กลับมาได้เปรียบ เหล่าลิ่วล้อก็เริ่มได้ใจพวกเขาเปล่งเสียงโห่ร้องออกมา


    “ เฮ…..นังหนูนั่นได้เลือดแล้ว รีบกลับบ้าน ไปฟ้องแม่ดีกว่ามั้ย ” 

           


            ท่ามกลางเสียงโห่ฮา เด็กน้อยเริ่มหน้าเสีย ผู้เยาว์เขย่าตัวมาวินพร้อมร้องบอกเสียงหลง 


    “ แย่แล้ว พี่สาวคนนั้นต้องตายแน่ ปล่อยผมไปเถอะจะได้รักษาชีวิตเอาไว้ ” 

            


             แม้สถานการณ์จะดูแย่ถึงขีดสุด แต่มาวินกลับยิ้มอย่างใจเย็นพร้อมส่ายหน้าช้าๆ แล้วกล่าวค้าน 


    “ เรื่องแค่นี้ไม่คณามือของยัยนั่นหรอก จะว่าไปสำหรับคู่ต่อสู้ระดับนี้ แค่ชั้นก็พอรับมือได้แต่ดันเสียที เพราะอ่อนประสบการณ์ ” 


    "จะเป็นนั้นจริงเหรอ " เด็กน้อยมองหน้ามาวินสลับการต่อสู้เบื้องหน้า ในใจเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง 

            


             เหมยลี่มองรอยแผลที่หัวไหล่ขวา เธอปาดเลือดที่หลั่งไหลแล้วยกนิ้วเปื้อนโลหิตขึ้นมาดูด ประกายตาแปรเปลี่ยนเป็นร้อนแรงอย่างฉับพลันปากก็กล่าวโต้ตอบ 


    “ ฝีมือไม่เลวนี่ สามารถเรียกเลือดจากชั้นได้ ” 


    “ ฮ่าๆ ไม่ใช่แค่เรียกเลือดอย่างเดียวหรอก มันจะปลิดชีวิตแกในฝ่ามือต่อไป ถ้ายังไม่อยากตายก็ยอมแพ้ซะ ” ตังลู่เริ่มข่มขู่        

          


            แม้สถานการณ์จะดูเป็นรองจนสุดกู่ แต่เหมยลี่กลับผ่อนคลาย เป็นฝ่ายตังลู่ต่างหากที่เครียดจนผิดปกติ หลังสิ้นสุดสงครามน้ำลาย เด็กสาวร่างสูงก็ตั้งกระบวนท่ารัดกุม พร้อมกล่าวกับมาวินโดยไม่หันมามองหน้า


    “ คอยดูให้ดี นี่คือกระบวนท่าจับคองู เรียนรู้เอาไว้ เจ้าลิงหัวเขียว ” 

            


             ทุกคนถึงกับผวา กระแสเสียงของเหมยลี่เหมือนแฝงพลังบางอย่าง ความน่ากลัวนั้นมีมากจนเหล่าลิ่วล้อไม่กล้าต่อปาก

            


            ทางด้านตังลู่ แม้เขาจะหวาดผวา แต่ด้วยศักดิ์ศรีนักเลงโตแห่งเมืองแกรนด์ยารด์จึงทำให้เขาต้องสู้ต่อไป ภายในใจนึกปลุกปลอบตัวเองให้ฮึกเหิมตลอดเวลา


    “ มันก็แค่ขู่เรา ไม่มีอะไร กระบวนท่าจับคองูอะไรนั่น ไม่มีจริงหรอก ” 

             


            บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด แรงกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากเหมยลี่ ทำให้ตังลู่ขยับตัวไม่ได้ 


    “ นี่มันแรงกดดันอะไรทำไมถึงมีพลังบีบคั้นคู่ต่อสู้ขนาดนี้ แต่ไม่ว่ายังไง ก็ต้องโจมตี อีกอย่าง เรายังมีท่าไม้ตายสุดท้ายอยู่นี่นา ” ตังลู่นิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจใช้ท่าไม้ตายสุดท้ายที่เก็บงำ

            


             ตังลู่เริ่มแสยะยิ้มอีกครั้ง ทำให้เหมยลี่เกิดความสงสัย แต่เธอยังนิ่งเฉย สายตาจับจ้องไปที่คู่ต่อสู้

            


             บรรยากาศก่อนการดวลดูราบเรียบ ใกล้เคียงกับความสงบก่อนปรากฏพายุใหญ่ ทันใดนั้นเอง ลิ่วล้อคนหนึ่งก็เผลอทำไม้กระบองหลุดมือ 


    “ เคร้ง….. ” 

          


            เสียงเหล็กกระทบพื้นดังสะท้อนกลางความเงียบยามราตรีเสมือนเป็นสัญญาณเปิดเกม ตังลู่พุ่งเข้ามาเสียบฝ่ามือคู่ด้วยความเร็วสูงจนเหมยลี่แทบตั้งตัวไม่ทัน แต่สุดท้าย เธอก็ฉากหลบไปทางซ้ายได้อย่างหวุดหวิด 


    “ ยังหลบไม่พ้นหรอก นี่แน่ะ งูเห่าถลาลม ” ตังลู่กู่ก้อง พร้อมหักกายเปลี่ยนทิศทางเข้าโจมตีเหมยลี่ด้วยฝ่ามือคู่อย่างฉับพลัน 


    “ ย่า ” 

           


            เหมยลี่ตะโกนดัง พร้อมพลิกหลบฝ่ามือที่พุ่งเสียบในจังหวะสองแต่ก็ไม่พ้นร้อยเปอร์เซ็นต์ เลยทำให้ถากต้นแขนขวา

             


            ถึงตอนนี้ เหมยลี่เข้าใจทะลุปรุโปร่งแล้ว กระบวนท่า “งูเห่าถลาลม” เป็นการเปลี่ยนทิศทางการจู่โจมอย่างฉับพลันทว่ามันยังไม่จบเพียงเท่านี้ ตังลู่แสยะยิ้มชั่วร้ายออกมาแวบหนึ่งก่อนตะโกนดัง 


    “ งูเห่าถลาลมสองจังหวะ ” 

           


            ทันทีที่ตังลู่ประกาศชื่อกระบวนท่า เขาก็พุ่งเข้าใส่เหมยลี่อีกครั้ง คราวนี้ เร็วกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ชนิดที่ดวงตาของคนธรรมดาไม่น่าจะตามทัน เป้าหมายคือ…..หน้าอกของเด็กสาวร่างสูง


    “ เปรี้ยง ” 

          


            เสียงปะทะดังสนั่น เมื่อกระแสสงบลง ทุกคนก็พบว่างูเห่าถลาลมสองจังหวะไม่ได้เสียบทะลุอกอย่างที่ควรจะเป็นแต่ถูกจับด้วยสองมือของเหมยลี่


    " กะไว้เเล้วว่านายต้องมีทีเด็ดซ่อนอยู่ อาการมันฟ้องตั้งแต่ตอนยิ้มแล้ว คราวหลังจำไว้ อย่าแสดงพิรุธให้คู่ต่อสู้เห็น ” เหมยลี่ยิ้ม พลางสั่งสอนตังลู่ที่แก่กว่าเกือบรอบ 


    “ หน็อย…. ทำเป็นสอน แกเองก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน ” ตังลู่ตอบเสียงกร้าว เขาพยายามพาตัวเองออกจากการเกาะกุม แต่ไม่ทันการ เหมยลี่ดึงสองมือขึ้นเหนือศีรษะ เป็นผลให้มาเฟียร่างสูงต้องชูสองแขนขึ้นสูง


    “ เฮ้ย จะทำอะไร ” 

           


            ตังลู่โวย เขาเดาไม่ออกว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไรแต่ไม่ทันขาดคำ ลูกถีบนับสิบจากเท้าขวาของเหมยลี่ก็พุ่งปะทะกาย


    “ ปึก ปึก ปึก….. ” 

          


           ลูกถีบที่รวดเร็วระดมอัดไปทั่วทุกอณู แต่ละดอกก็หนักใช่ย่อยเพราะทำให้ตังลู่สั่นสะท้านทุกครั้งถูกฝ่าเท้ากระทบ


    “ ปัง ” 

          


           ฝ่าเท้าสุดท้ายถูกอัดไปที่หน้าท้อง ตังลู่ถึงกับตัวงอด้วยความจุกเสียด ขณะที่เขากำลังเมาเพลงเท้าอยู่นั้นเองก็ได้ยินกระแสเสียงที่แผ่วเบา


    “ เมื่อกี้คือ….กระบวนท่าฝ่าเท้าร้อยมังกร และกระบวนท่าต่อไปก็คือ….. ” 

            


            ตังลู่พยายามรวบรวมกำลัง เพื่อสู้กลับ แต่ก่อนจะได้ทำแบบนั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นเหมยลี่ที่ลอยอยู่กลางอากาศ จากนั้น เด็กสาวก็หมุนตัวหนึ่งรอบ แล้วฟาดกระพุ้งแก้มด้วยส้นเท้า 


    “ เปรี้ยง ” 

          


            เสียงปะทะดังสนั่น พร้อมร่างสูงโปร่งของตังลู่ที่ปลิวไกลถึงสี่เมตร จากนั้นก็ร่วงหล่นลงไปนอนกลิ้งเกลือกกลางตรอกมืด ดวงตาเหลือกโปน บ่งบอกว่าหมดสติล้านเปอร์เซ็นต์

            


            หลังจากลูกพี่ใหญ่น็อคเอาท์ เหล่าลูกน้องล้วนอึ้งกิมกี่ ไม่มีใครกล้าขยับ คล้ายถูกสาปให้กลายเป็นหิน จนเหมยลี่ต้องเอ่ยถาม


    “ ว่ายังไง จะสู้ต่อหรือยอมแพ้ เลือกเอาซักทาง ถ้ายอมแพ้ ก็ลากลูกพี่ของพวกนายกลับไป ”  

            


            เหล่าลิ่วล้อนับสิบหันไปมองหน้ากันเองเป็นเชิงปรึกษา ครู่หนึ่ง ก็มีมาเฟียร่างใหญ่ที่ท่าทางจะเป็นรองหัวหน้าก้าวออกมา บุคลิกองอาจ ดวงตาเหี้ยมเกรียมถูกซ่อนอยู่ในแว่นตาสีชา บนศีรษะสวมหมวกปีกกว้างที่ดูลึกลับชายผู้นั้นแสยะยิ้ม ก่อนโต้กลับด้วยสำเนียงที่ชวนทะเลาะ 


    “ เหล่าชาวแก๊งไม่เคยถอยหนีจากการต่อสู้ ครั้งนี้ก็เช่นกัน จริงมั้ย ทุกคน ” 


    “ ใช่แล้ว พวกเราขอสู้ตาย ” ชาวแก๊งตะโกนพร้อมกันบ่งบอกถึงทีมเวิร์คที่ดีเยี่ยม 

             


            เหมยลี่เอียงคอไปมา คล้ายจะขับไล่ความเมื่อยขบ หลังจากนั้นก็เหล่หางตาไปทางลิ่วล้อนับสิบ ก่อนเชื้อเชิญด้วยท่วงท่าที่ดูเยือกเย็น 


    “ ใจกล้าดี จะทำให้เจ็บน้อยที่สุด เข้ามาได้ ” 

            


            มาเฟียร่างใหญ่จ้องเหมยลี่ตาเขม็ง เขายกมือขวาขึ้นสูง ปากก็ร้องตะโกนเสียงดัง


    “ พวกเราถอย ” 

           


             สิ้นคำ มาเฟียนับสิบต่างพากันวิ่งหนี เพียงชั่วพริบตาเหล่านักเลงก็หายจ๋อย สร้างความตกตะลึงให้กับสองวัยรุ่นและเด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม


    “ เอ่อ….จบการต่อสู้แล้ว ใช่มั้ยครับ ” เด็กน้อยหันไปถามมาวิน ท่าทางไม่แน่ใจ


    “ ฮะๆ สงสัยจะใช่ พวกมันหนีเร็วชะมัด แถมยังปล่อยให้ลูกพี่นอนแอ้งแม้งอยู่ตรงนี้อีก ช่างน้ำใจงามกันเหลือเกิน ” มาวินหัวเราะแห้งๆ หางตาเหล่ไปยังตังลู่ที่นอนสลบไสลอยู่บนพื้นถนน 


    “ เฮ้อ…..หวังว่าคงไม่เจอพวกนี้อีกนะ ” เหมยลี่เกาหัวแกรกๆ มันผิดไปจากสิ่งที่เธอคิดราวฟ้ากับเหว ทีแรก เด็กสาวเดาว่าสองฝ่ายจะต้องปะทะกันจนนองเลือดแต่ไปๆมาๆ กลับชนะบายแบบง่ายๆ



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

     

    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน