Fallen paradise

    #41 อาณาจักรภูลิอัน/โอเปอเรชั่นภูเขาทมิฬ

    “ท่านครับ ม่านพลังของเมืองหลวงศัตรูพังลงแล้ว เพคะ”

    “ท่านครับ เหลืออีก 5 ชั่วโมง 3นาที พายุทอร์นาโดจะสลายตัวเพคะ”

    “ท่านครับ จากการประเมิณความเสียหายคาดว่าเมืองป้อมปราการทั้งสามแห่งถูกทำลายและเมืองหลวงของข้าศึกเสียหายเกิน 60% เพคะ”  เสียงรายงานไม่ขาดสายจากเจ้าหน้าที่ประจำการและผู้ถูกมอบหมายยกยิ้มอย่างมีเสน่ห์

    “ช่างเป็นภาพที่สวยงามเหลือเกิน รายงานสถานะของไนท์ของเราสิ”  ดัชเชสอาเรียเอ่ยปากถามผู้ช่วยของเธอพลางมองไปยังข้อมูลของหุ่นไนท์ หุ่นไนท์เป็นรุ่นขนาดเล็กสุดของ combat walker ซึ่งไนท์นั้นด้วยความที่มีขนาดเล็กสามารถลอบเข้าไปสู่เขตแดนข้าศึกได้อย่างง่ายดายและด้วยที่ไนท์มีระบบ GCS ที่ล้ำหน้าที่สุดทำให้การเคลื่อนไหวของไนท์ราบลื่นเป็นหนึ่งเดียวกับผู้ขับ ทั้งยังสามารถบินได้อย่างคล่องแคล่วเหล่าไนท์จึงเหมาะสมทั้งสอดแนม บุกโจมตีสายฟ้าแลบ

    “คะ จากรายงานหุ่นไนท์พร้อมรบตลอดเวลาเพคะ”

    “แล้ว pilot ละ”

    “pilot ของเราก็ฟื้นตัวพร้อมรับคำสั่งตลอดเวลาเพคะ”

    “ดี เราจะรอจนกว่าทอร์นาโดจะสงบลงตามเวลา”

     

    เวลา 13.23 นาที เมื่อถึงเวลาพายุทอร์นาโดได้สลายไปจนหมดเหลือไว้เพียงสายฝนและลมแรงเพียงเท่านั้นในขณะนั้นเอก็มีแสงสว่างเล็กๆวิ่งอย่างรวดเร็วมาเหนือบริเวณเมืองหลวงของก็อบลินก่อนที่มันจะกระจ่ายตัวออกหากไม่สังเกตุจะไม่สามารถมองเห็นได้เลยหลังจากนั้นประมาณ 7 นาทีท้องฟ้าก็ค่อยๆแหวกออกอย่างช้าๆปล่อยให้แสงแดดส่งลงไปยังเบื้องล่างทำให้เห็นความเสียหายที่ทอร์นาโดได้ทิ้งไว้ ซากปรักหักพังที่เหลือทิ้งไว้ซึ่งยากที่จะแก้ไขให้กลับมาดังเดิมไม่เพียงแค่สิ่งก่อสร้างเท่านั้นที่เสียหายชีวิตหลายหมื่นก็ได้หายไปด้วยเช่นกันเสียร้องเรียกของก็อบลินที่ยังมีชีวิตค่อยๆดังระงมขึ้น แต่แล้วก็มีเสียงดังก้องก่อนที่พวกเขาจะเห็น drop potจำนวนมากร่วงหล่นลงมาจากฝากฟ้าในขณะนั้นพวกเขามองเหมือนว่ามันร่วงลงมาอย่างเนิบนาบแต่นั้นก็เป็นเพียงความคิดของพวกเขาเองทันทีที่drop potร่วงลงสู่พื้นเงามรณะก็มาถึงพวกเขาและก่อนที่พวกเขาจะทันได้ขยับตัวแสงของกระสุนก็เปร่งออกมาและคร่าชีวิตของพวกเขาไป เหล่าทหารเรนเจอร์ในชุดพาวเวอร์สูทได้ออกมาจากdrop pot และหุ่นไนท์ได้ออกมาทหารเรนเจอร์กองพลที่ 1 ประมาณหมื่นนายและหุ่นไนท์ 1 หมู่ได้เข้าตีศัตรูจากแนวรับที่สองของข้าศึกจากหลังกำแพงป้องกันที่สองไปจรดกำแพงของเมืองหลวงของข้าศึก เมื่อพวกเขาเข้าใกล้กำแพงพวกเขาได้ทำการหยุดก่อนถึงกำแพงประมาณ 10 กิโลเมตร

    “เรนเจอร์ 1 ถึงศูนย์ตอนนี้เราถึงจุดหมายแล้ว ย้ำ”

    “ทราบแล้วเรนเจอร์ 1 รักษาแนวเอาไว้ ทราบแล้วเปลี่ยน”

    “ทราบแล้วเลิกกัน”

     

    ณ กองยานฝ่ายอาณาจักรภูลิอัน

    “ทำไมพวกมันยังไม่ออกมา”ดยุกแองกัสพูดออกมาลอยๆ

    “รอก่อนพวกมันจะออกมาอย่างแน่นอน ส่งรถถังอัตตราจรและฝูงบินทิ้งระเบิดออกไปปูพรมทำให้เหมือนกับว่าเราจะบุกเต็มรูปแบบ” ราชาริชาร์ดพูดเพื่อปรามดยุกแองกัส

    “พะยะคะ”

    หลังจากที่ส่งรถถังและฝูงบินทิ้งระเบิดออกไปไม่นานพวกเขาก็ได้รับรายงานเกี่ยวกับข้าศึก

    “พวกมันออกมาแล้วพะยะคะ”

    “พวกมันอยู่ที่ไหน”

    “ทางสิบนาฬิกา ห่างจากเราประมาณห้าสิบกิโลเมตรพะยะคะ”

    “คงต้องฝากท่านแล้วดัชเชสอาเรีย”

    “หามิได้พะยะคะ หม่อมฉันและยานรบ lovu พร้อมรับบัญชาของพระองค์เสมอ” ราชาริชาร์ดพงกหัวให้ดัชเชสเล็กน้อยก่อนที่ดัชเชสจะตัดสายไป

    “เอาละเด็กๆ ได้เวลาที่พวกเราจะขึ้นเวทีแล้ว กางเกราะป้องกันเต็มพิกัดเราจะล่อพวกมันออกมา”

    “เพคะ”  จากนั้นยานรบ lovu คลาส BB(Battleship) ระดับ B ที่มีตัวยานลักษณะเหมือนเรือยอร์ชขนาดกลางแค่บริเวณขอบนอกทั้งหมดได้ถูกหุ้มไปด้วยเกราะทำให้พื้นผิดมนเรียบไม่มีช่องหน้าต่าง ปืนจะถูกซ่อนไว้ด้านในหลังแผ่นเกราะเมื่อจะทำการโจมตีตันปืนจะโพล่ออกมาจากเกราะและก็ยังมีปืนใหญ่พลังงานไอออนติดอยู่ด้านหน้าทั้งนี้แม้ตัวยานรบจะเหมือนเรือยอร์ชขนาดกลางแต่เอาเข้าจริงตัวยานรบกลับมีขนาดยาวกว่า 1.2 กิโลเมตรเลยทีเดียว ยานรบค่อยลดระดับลงไปเหนือภาคพื้นดินประมาณ 20 กิโลเมตรและฝาครอบปืนใหญ่พลังงานไอออนค่อยเปิดออก

    “ล็อคเป้าแล้วเรียบร้อยเพคะ”

    “ยิงได้”