ตอนที่ 26 : ความเห็นของคนสนิท คำตำหนิที่รุนแรงทำเอาลู่หลินกัดฟันกรอด เตรียมลับฝีปากต่อกรทันทีตามประสาคนไม่ยอมคน แต่ก็ต้องเบรกเอี๊ยดยามได้เห็นคู่แฝดเอ่ยเรียกชายชราตรงหน้า“พ่อบ้านหวัง!!!”พ่อบ้านหวังงั้นรึ? …. คงไม่ใช่ว่าเป็นเอฟซีของพ่อวัตถุโบราณนั่นหรอกนะ! ย้อนไปเมื่อคืนนี้หลังจากเหตุการณ์ทุกอย่างสงบแล้วทั้งเหตุการณ์ที่ปากปล่องภูเขาไฟและลาวาที่หมู่บ้านฉู่ โจวหยางอ๋องก็รีบพาตัวป๋ายอี้หลินกลับมานอนพักที่จวนและตามหมอยาให้มาดูอาการทันทีแน่นอนว่าเขายังโกรธเคืองอยู่ที่ป๋ายอี้หลินพูดจาไม่ดี ดูหมิ่นความศรัทธาในเทพภูเขาไฟ แม้ลึกๆ แล้วจะเห็นจริงตามเหตุผลที่อีกฝ่ายกล่าวอ้างมาก็ตาม แต่เพราะในอดีตที่ผ่านมาป๋ายอี้หลินทำเรื่องเลวร้ายตลบตะแลงไว้มาก ทั้งเรื่องที่กล่าววาจาในครานี้นับเป็นเรื่องหายนะที่ร้ายแรงเป็นอย่างยิ่งจึงยากนักที่จะเชื่อคำได้อย่างสนิทใจตัดเรื่องการดูหมิ่นความเชื่อและความเคารพนับถือในเทพเจ้าภูเขาไฟออกไป พฤติกรรมของป๋ายอี้หลินก็ยังน่าสงสัยอยู่ดีประการแรกคือทำไมป๋ายอี้หลินคนนี้ถึงได้มีความรู้เรื่องนี้มากนัก ในเมื่ออ้างว่าความจำเสื่อมจำสิ่งใดไม่ได้ แล้วไยจึงกลับจำเรื่องราวเหล่านี้ได้? แม้คำกล่าวที่ว่าความจำเสื่อมจะเป็นเพียงการโกหกเพื่อเอาตัวรอด แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธความจริงที่ว่าเจ้าตัวเปลี่ยนไปจนแทบจะกลายเป็นคนละคนได้…ในเมื่อเรื่องตัวตนที่แท้จริงยังคลุมเครือเชื่อไม่ได้เช่นนี้แล้ว แล้วเรื่องที่กล่าวหาว่าเจียฮว๋าซานเป็นภูเขาไฟเล่าจะเชื่อถือได้สักแค่ไหน?ประการที่สองคือเรื่องที่บอกว่าทุกอย่างจะเกิดขึ้นในอีกสามสิบวันข้างหน้า… เรื่องนั้นน่าสงสัยนักว่ารู้ได้อย่างไร? แค่มีความรู้เรื่องภูเขาไฟเป็นอย่างดีแล้วจะสามารถทำนายอนาคตได้เชียวหรือ? …ยิ่งคิดโจวหยางอ๋องหวงเทียนหยางก็ยิ่งฉงนใจนัก ในยามนี้จึงไม่อาจข่มใจให้นอนหลับพักผ่อนได้ ต้องเรียกเหล่าคนที่เชื่อใจให้มาร่วมหารือเรื่องสำคัญนี้ในยามนี้ที่จวนอ๋องซีเว่ย ตำหนักเซี่ยอวี่ของจวนอ๋องจึงเต็มไปด้วยคนสำคัญ ทั้งองครักษ์เจิ้ง ท่านกุนซือซุนอวี้เซวียน รองแม้ทัพหุย นายกองหาน และพ่อบ้านหวังแห่งจวนอ๋อง“ป๋ายอี้หลินอาการเป็นอย่างไรบ้าง….”“ท่านหมอยามาดูอาการแล้ว… มิได้ป่วยไข้อันใด น่าจะแค่อ่อนเพลียเพราะต้องลำบากขึ้นเขามากกว่าพ่ะย่ะค่ะ… ตอนนี้กระหม่อมได้สั่งให้สองเด็กแฝดเสี่ยวไป๋และเสี่ยวเฮยคอยเฝ้าไว้มิให้คลาดสายตาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”พ่อบ้านหวังรีบกล่าวรายงานสถานการณ์ในจวนทันที หลังจากถูกตามตัวมารวมกลุ่มบุคคลสำคัญเพื่อหารือในเรื่องลับสุดยอดจนได้รับทราบข้อมูลสำคัญเรื่องที่คุณชายป๋ายอี้หลินกล่าวเกี่ยวกับภูเขาเจียฮว๋าซานพร้อมกับคนอื่นๆ ที่เข้ามาร่วมหารือในวันนี้ ท่าทีของพ่อบ้านชราก็จริงจังเป็นอย่างยิ่ง เพราะตระหนักได้ว่าเมื่อท่านอ๋องจงใจเรียกทุกคนมาพบเป็นการด่วนเยี่ยงนี้ย่อมไม่ใช่เพียงเรื่องๆ เล็กๆ อย่างการปากเปราะดูหมิ่นเทพเจ้าธรรมดาเท่านั้น“เด็กสองคนนั้นซื่อเกินไป ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของป๋ายอี้หลินหรอก… องครักษ์เจิ้ง คัดเลือกหน่วยมังกรทมิฬมาอีกสี่นาย คอยเฝ้าหน้าตำหนักของป๋ายอี้หลินไว้และคอยแอบติดตามเฝ้าไปทุกที่ เจออะไรผิดปกติให้รีบมารายงานทันที…”“พ่ะย่ะค่ะ!”“แล้วเรื่องที่ป๋ายอี้หลินกล่าวเกี่ยวกับภูเขาเจียฮว๋าซานนั้น… เราจะทำอย่างไรต่อไปดีพ่ะย่ะค่ะ?”คราวนี้เป็นท่านรองแม่ทัพหุยที่เอ่ยถามขึ้นมา… แน่นอนว่าเขาไม่เชื่อคำกล่าวนั้นแม้แต่น้อยรองแม่ทัพหุยแม้ปัจจุบันจะมียศเป็นเพียงรองแม่ทัพของกองทัพมังกรทมิฬแห่งโจวหยางอ๋อง แต่ในอดีตก็เคยอวยยศใหญ่เป็นถึงท่านแม่ทัพรักษาดินแดนของแดนใต้แห่งอาณาจักรฉิน แค่เพราะแสดงตัวว่าจงรักภักดีกับองค์ชายนักรบอย่างโจวหยางอ๋อง เลือกอยู่ฝ่ายสนับสนุนองค์ชายรองเป็นรัชทายาท จึงโดนพิษภัยการเมืองเล่นงานให้ต้องโทษจนได้องค์ชายรองช่วยเหลือชีวิตไว้ จึงได้กลับมามียศทหารเป็นรองแม่ทัพแห่งกองทัพมังกรทมิฬอันเกรียงไกรอีกครั้งคนที่มีประสบการณ์ตรงจากพิษภัยของการเมืองอย่างเขา รู้ซึ้งดีว่าเล่ห์เหลี่ยมของพวกคนในราชสำนักนั้นน่ากลัวเพียงใด เรื่องกลับขาวเป็นดำ กลับดำเป็นขาวพิสดารขนาดไหนยังทำได้ นับประสาอะไรกับการเล่นเล่ห์ในครั้งนี้ว่าจะทำไม่ได้ การโป้ปดของป๋ายอี้หลินในยามนี้คงไม่พ้นการหวังผลทางการเมือง เป็นแผนการร้ายทำลายองค์ชายรอง โจวหยางอ๋องอย่างไม่ต้องสงสัย“เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ข้าคิดไม่ตกจึงอยากฟังความคิดเห็นของทุกคน… ใครคิดเห็นประการใดก็โปรดชี้แจงมาเถิด…”โจวหยางอ๋องก็จนปัญญาจะคิดอ่านเช่นกัน เรื่องนี้ไม่ว่าป๋ายอี้หลินจะพูดความจริงหรือว่าความเท็จก็นับเป็นเรื่องใหญ่ จึงได้เอ่ยปากขอคำปรึกษากับทุกคนรองแม่ทัพหุยที่คันปากอยากพูดมานาน เมื่อเห็นนายเหนือหัวเปิดโอกาสให้ก็รีบกล่าวความเห็นของตนทันทีอย่างไม่ปิดบัง“กระหม่อมเห็นว่าคำกล่าวร้ายแรงของป๋ายอี้หลินในยามนี้คงไม่พ้นเป็นคำโป้ปดหวังผลทางการเมืองเป็นแน่แท้… พวกเราทุกคนต่างรู้ดีว่าป๋ายอี้หลินเป็นคนสนิทของฮองเฮา เล่นเล่ห์กลชั่วช้าจนเข้ามาอยู่ประชิดตัวท่านอ๋องได้ขนาดนี้ ทั้งยังก่อเรื่องร้ายแรงจนทำให้ท่านอ๋องต้องอาญาถูกสั่งเนรเทศมาที่เมืองโจว ย่อมชัดเจนแล้วว่าไม่ได้หวังดี แม้จะไม่ทราบแน่ชัดว่าทำไปเพื่อช่วงชิงบัลลังก์ให้องค์ชายใหญ่ หรือว่าองค์ชายสาม แต่ก็ชัดเจนแล้วว่าเป็นศัตรูกับท่านอ๋อง มายามนี้พูดจากโกหกใหญ่โตคงไม่พ้นจะหาเรื่องให้ท่านอ๋องเชื่อถือและทำเรื่องดูหมิ่นเทพเจ้าจนต้องรับโทษเพิ่มแน่นอน ทางที่ดีควรประกาศลงโทษซะให้เป็นเยี่ยงอย่าง จะได้ไม่มีใครกล้าคิดการไม่ดีเยี่ยงนี้อีก ทั้งยังถือเป็นการกำจัดคนของศัตรูไปในตัวด้วยพ่ะย่ะค่ะ! "คำกล่าวและคำวิเคราะห์ของรองแม่ทัพหุยช่างตรงไปตรงมาไร้เล่ห์เหลี่ยมสมกับที่เป็นชายชาตินักรบที่มุ่งแต่การรบทัพจับศึก แม้จะเคยโดนภัยการเมืองเล่นงานจนรู้จักระวังตัวมากขึ้นแล้ว แต่ก็ยังไม่คิดการซับซ้อนนักเมื่อเทียบกับขุนนางฝ่ายบุ๋นอย่างซุนอวี้เซวียน เจ้าตัวจึงจำต้องเอ่ยแย้งออกมา“การกระทำเช่นนั้นเกรงว่าจะเอิกเกริกเกินไปทั้งยังอาจเปิดช่องให้ท่านอ๋องกลายเป็นเป้าโจมตีได้… ไม่ว่าเบื้องหลังแล้วป๋ายอี้หลินจะรับคำสั่งของใคร แต่เบื้องหน้าอาศัยราชโองการของฝ่าบาทแล้ว ป๋ายอี้หลินก็ยังนับเป็นคนของท่านอ๋องที่ไม่อาจปล่อยให้มีเหตุร้ายมาเอาชีวิตได้ หากป่าวประกาศความผิดและลงโทษต่อหน้าชาวเมือง ข่าวคงมิพ้นไปเข้าพระเนตรพระกรรณขององค์ฮ่องเต้จนต้องมีการสอบสวนหาที่มา เมื่อถึงยามนั้นจะให้ท่านอ๋องตอบความว่าอย่างไรเล่า…”คำกล่าวของซุนอวี้เซวียนทำให้รองแม่ทัพหุยและนายกองหานที่คิดการไปในทางเดียวกันต้องพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย พวกเขาลืมไปเสียสนิทว่าตัวตนของป๋ายอี้หลินนั้นจัดการมิได้ง่ายๆ ท่านอ๋องจึงจำเป็นต้องเก็บหนามพิษแหลมคมไว้กับตัวมายาวนานถึงเพียงนี้ ความคิดเร่งร้อนกำจัดศัตรูของพวกตนนั้นนับว่าตื้นเขินโดยแท้โจวหยางอ๋องมองสองคนสำคัญแสดงความคิดเห็น ส่วนนายกองหานและพ่อบ้านหวังแม้จะไม่ได้เอ่ยคำ แต่ก็ชัดเจนว่าเห็นพ้องต้องกันกับคนทั้งคู่ เว้นแต่องครักษ์เจิ้งที่ยังมีสีหน้าครุ่นคิดอยู่ เทียนหยางจึงเอ่ยปากกระตุ้นให้อีกฝ่ายออกความเห็นบ้าง“แล้วเจ้าเล่าองครักษ์เจิ้ง เจ้าคิดเห็นประการใด? ….”คนถูกถามมีสีหน้าชั่งใจอยู่ครู่ใหญ่ คิดว่าควรพูดดีหรือไม่ เพราะสิ่งที่ตนคิดอยู่นั้นก็ยังไม่อาจแน่ใจ แต่องค์ชายรองนับว่าช่างสังเกตและชาญฉลาดนัก มองปราดเดียวยังรู้ว่าตนมีความคิดในใจ หากปิดบังไม่ยอมกล่าวออกไปย่อมไม่เป็นผลดีกับตัวเอง จึงได้ตัดสินใจเอ่ยความคิดเห็นของตนออกไปในที่สุด“กระหม่อมคิดว่า…บางทีคุณชายป๋ายอี้หลินอาจจะพูดความจริงก็ได้พ่ะย่ะค่ะ…”
_______________________Talk#ขอบคุณคอมเมนต์ค่าE-Book ที่ Meb ภาค 1 ออกแล้วมี 80 ตอน เพิ่มตอนพิเศษ 5 ตอน ราคา 299 บาทE-Book ที่ Meb ภาค 1 ออกแล้วมี 80 ตอน เพิ่มตอนพิเศษ 5 ตอน ราคา 299 บาทสนใจสั่งซื้อเข้าไปที่ Meb กดค้นหานักเขียน Giffyguf เจอเลยค่ะสำคัญ! ก่อนซื้อเข้าไปดูรายละเอียดข้อมูลเนื้อหาในเล่มในตอนที่ 1 ก่อนนะคะ ขอบคุณที่สนับสนุนค่า >_<