กระบี่ฟ้าสังหาร

    กระบี่ฟ้าสังหาร ตอนที่ 55 : สำแดงเดช

    เหล่าศิษย์สำนักต่างกรูเข้าหาอย่างรวดเร็ว

     

    ชิงหยางมองยังเหล่าศิษย์สำนักแล้วหัวคิ้วของเขาพลันขมวดเป็นปม “ ผู้ใดทำพวกเจ้าเช่นนี้ “ ชิงหยางเอ่ยถาม

     

    “ พวกมัน “ ศิษย์ผู้หนึ่งชี้นิ้วออกไป

     

    ชิงหยางเหลียวมองยังกลุ่มคนที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าปากถ้ำแห่งหนึ่ง

     

    “ พวกมันรึ “ ชิงหยางเอ่ย

     

    “ ใช่ขอรับ “ ศิษย์ผู้นั้นเอ่ย

     

    “ ทั้ง “ ศิษย์ผู้นั้นอ้ำอึ้งมิกล้าเอื้อนเอ่ยวาจา

     

    “ พูดมา “ ชิงหยางเอ่ย

     

    “ ขณะนั้นพวกข้ากำลังขุดหาสมบัติกันอยู่ ก็เป็นพวกมันที่เข้ามายื้อแย่งทั้งยังสังหารคนของเราลงไปมากมายหลายสิบคน “ ศิษย์ผู้นั้นเอ่ย

     

    “ แลพวกมันยังฉุดศิษย์หญิงของพวกเราไปแลทำการข่มขืนขอรับ “ ศิษย์ผู้นั้นเอ่ยออกมา

     

    “ ครืนน “ เพลิงโทสะพลันแผดผลาญมวลอากาศรายรอบจนบิดเบี้ยว

     

    เหล่าศิษย์ที่อยู่รายรอบพลันสะท้านทั่วกายา พวกเขาต่างเหยียดถอนร่างออกห่างอย่างรวดเร็ว

     

    ชิงหยางทะยานร่างด้วยความเร็วสูงมาถึงยังถ้ำแห่งนั้นอย่างรวดเร็ว

     

    “ พวกเจ้าช่างกล้าท้าทายอำนาจของสำนักทานตะวัน “ ชิงหยางเอ่ย

     

    “ สำนักทานตะวัน “ ชายหนุ่มผู้หนึ่งร้องออกมา

     

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า “ พวกมันระเบิดเสียงหัวเราะดังสนั่น

     

    “ อ่อค “ จากเสียงหัวเราะที่เปล่งออกมาพลันกลับกลายเป็นโลหิตท่วมปาก

     

    “ ตุบ “ ร่างของพวกมันพลันทรุดฮวบลงยังพื้นแลดีดดิ้นอย่างทรมาน

     

    ชิงหยางเดินเข้าไปในถ้ำ พลันพบเห็นภาพที่น่าหดหู่ยิ่ง เมื่อศิษย์หญิงของสำนักห้าคนกำลังถูกชายหนุ่มเหล่านั้นย่ำยี เพลิงโทสะของเขาพลันลุกโชนท่วมร่างอีกครา

     

    เหล่าศิษย์สำนักนอกที่มองยังถ้ำพลันสะท้านทั่วกายา พวกเขาต่างสงสัยว่าเหตุใดศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเขาจึงได้แกร่งกล้าเช่นนี้ทั้งที่ฐานฝึกของศิษย์พี่ใหญ่ก็เพียงหลอมกายาขั้นหนึ่ง แต่กลับทำร้ายเหล่าผสานวิญญาณระดับสูงได้

     

    “ อ้ากก “ ชายหนุ่มที่อยู่ในถ้ำต่างกรีดร้องออกมาอย่างโหยหวน พวกเขาดีดดิ้นทุรนทุรายยังพื้น สองตาแดงก่ำมองจ้องยังเด็กหนุ่มที่มิรู้มาจากที่ใด

     

    “ พวกเจ้ามาจากแดนไกล แต่กลับมิไว้หน้าเจ้าถิ่น “ ชิงหยางเอ่ย

     

    “ กร้อบ “ กระดูกทั่วร่างของพวกมันพลันแตกหัก โลหิตสดๆไหลทะลักออกตามบาดแผลทั่วกายา

     

    “ ไม่ “ พวกมันกรีดร้องลั่น

     

    “ เจ้าฆ่าข้ามิได้ มิเช่นนั้นสำนักของพวกเจ้าจะถูกล้างบาง แลเจ้าจะต้องตาย “ มันร้องออกมา

     

    “ หึ “ ชิงหยางแค่นเสียง

     

    “ ข้าก็อยากรู้ยิ่งนักว่า สำนักของพวกเจ้าจะปกป้องพวกเจ้ารึไม่ “ ชิงหยางเอ่ย

     

    “ เพียงการตบตีแย่งชิงสำหรับข้าแล้วถือว่าเป็นเรื่องปกติ ข้ามิใส่ใจ แต่การที่พวกเจ้าย่ำยีศิษย์หญิงเหล่านี้ ข้ารับมิได้ “ ชิงหยางเอ่ย

     

    “ พวกนางยินยอมพวกข้าเอง พวกนางต่างหากที่เป็นฝ่ายยั่วยวนพวกข้า “ มันร้องออก

     

    “ เช่นนั้นรึ “ ชิงหยางเอ่ย น้ำเสียงของเขานั้นเต็มไปด้วยจิตสังหาร

     

    “ หากพวกนางยั่วยวนพวกเจ้าใยพวกนางจึงได้หลั่งน้ำตา ทั้งยังต่อสู้ “ ชิงหยางเอ่ย

     

    “ เช่นนี้แล้ว ก็เป็นที่พวกเจ้าต่างหากที่ย่ำยีพวกนาง “ ชิงหยางเอ่ย

     

    “ มิใช่ เป็นพวกนางที่ยั่วยวนพวกข้า “ มันร้องลั่น

     

    “อ่อค “ โลหิตของมันกระอักออกอีกครา พร้อมกับกระดูกทั่วร่างหักสะบั้น

     

    “ อ้ากกก “ พวกมันต่างกรีดร้องออกอย่างบ้าคลั่ง

     

    “ สำนักใหญ่จากเมืองหลวง “ ชิงหยางเอ่ย

     

    “ พวกเจ้ายังไหวรึไม่ “ ชิงหยางเอ่ย

     

    “ ศิษย์พี่พวกข้ายังไหว “ นางหนึ่งเอ่ยออกมา

     

    “ สวมเสื้อผ้าเสีย แลมาสังหารมันให้หายแค้น “ ชิงหยางเอ่ย

     

    “ มิได้ พวกข้าจะนำพาปัญหามาสู่สำนักมิได้ “ นางสองเอ่ย

     

    “ มิต้องกังวล เรื่องราวทุกอย่างข้าจะแบกรับไว้เอง “ ชิงหยางเอ่ย

     

    “ อึ้ม “ นางทั้งห้าต่างพยักหน้า แลเร่งสวมใส่ชุดอย่างรวดเร็ว

     

    ชิงหยางโยนร่างของพวกมันออกไป

     

    “ พวกเจ้าต้องตาย “

     

    “ ข้าจะสับเจ้าเป็นหมื่นๆชิ้น “

     

    “ ข้าจะเอาโลหิตของพวกเจ้ามาล้างความอัปยศในครั้งนี้ “

     

    นางทั้งห้าร้องตะโกนดังลั่น พร้อมกับเรียกอาวุธของตนออกมาแลเข้ารุมแทงศิษย์ของสำนักจากเมืองหลวงในทันใด

     

    ผู้คนมากมายที่ผ่านไปมาพลันขนลุกทั่วร่าง พวกเขามิอยากจะเชื่อว่าสำนักทานตะวันจะหาเรื่องใส่ตัวเช่นนี้

     

    “ ถึงเวลาแล้วสินะที่สำนักเช่นนี้จะล่มสลาย “

     

    “ ใช่ “

     

    “ ก็อย่างว่าอยู่ยงมาอย่างยาวนานเมื่อถึงวันก็ต้องลาจาก “

     

    ผู้คนมากมายที่มิรู้ต้นสายปลายเหตุต่างก็พูดจาไปต่างๆนาๆ

     

    ชิงหยางมองยังเศษชิ้นเนื้อที่กลาดเกลื่อนหน้าปากถ้ำ เขาพยักหน้าช้าๆ

     

    มือหนึ่งของเขาวาดออก “ พรึ่บ “ เพลิงเซียนโอสถสีเขียวพลันลุกโชนแผดผลาญ

     

    ชิงหยางวาดมือออก “ พรึ่บ “ เพลิงเซียนโอสถลุกลามแผดเผาชิ้นเนื้อเหล่านั้นจนมอดไหม้

     

    “ ดี “

     

    “ บอกพวกมันในนรกว่าอย่าได้มาสร้างปัญหาให้กับสำนักทานตะวันอีก “

     

    เหล่าศิษย์สำนักนอกต่างร้องตะโกนลั่น พร้อมกับเข้าเตะเถ้าถ่านที่มอดไหม้ล่องลอยคละคลุ้ง

     

    ชิงหยางนำพาทุกคนไปยังถ้ำที่เขาอยู่ แลสอนสั่งทุกคน

     

    เขาออกจากถ้ำแลเร่งออกค้นหาหนานชี่หลงในทันใด เหล่าศิษย์นั้นบอกว่าหนานชี่หลงก็มาที่นี่ด้วย แต่ถูกไล่ล่าสังหารจากสำนักที่มาจากเมืองหลวง เขาให้เป็นโทสะยิ่งที่สหายของเขาต้องมาหนีตายเช่นนี้

     

    ชิงหยางทะยานร่างไปยังจุดที่เหล่าศิษย์สำนักนอกพบเจอหนานชี่หลงครั้งสุดท้าย ครั้นเมื่อมาถึงเด็กหนุ่มกวาดสายตามองทั่ว ทั้งยังส่งเสียงออก

     

    เหล่าศิษย์จากสำนักเมืองหลวงที่ยืนอออยู่หน้าผืนป่าพลันหันกลับมามองยังเด็กหนุ่ม ต่างพากันแสยะยิ้มออก

     

    “ ไอ้หนู หากมิอยากตายกลายเป็นผีเฝ้าที่นี่ จงส่งมอบของมีค่าทั้งหมดแลไปเสีย “ ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ย

     

    ชิงหยางมองยังชายหนุ่ม เขาแผดจิตสังหารออกในทันใด

     

    “ ตูมม “ ร่างของมันพลันระเบิดออก

     

    “ ไม่ “ เหล่าศิษย์ที่มาด้วยต่างร้องตะโกนออกสุดเสียง

     

    “ ไอ้สาระเลวข้าจะฆ่าเจ้า “ พวกมันร้องตะโกนสุดเสียงพร้อมกับทะยานร่างเข้าหาอย่างรวดเร็ว

     

    “ ตูม ตูม ตูม “ ร่างนับสิบระเบิดสลายกลายเป็นเพียงหมอกโลหิตล่องลอยคละคลุ้งทั่วอาณา

     

    ผู้คนที่มองต่างก็หวาดผวากับภาพที่ปรากฏ พวกเขามิอยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น

     

    เด็กหนุ่มเดินเข้าเก็บกวาดแหวนมิติแลเข้าไปในผืนป่าอย่างรวดเร็ว

     

    สองตาของเขากวาดมองหา สัมผัสที่ลึกล้ำถูกส่งออก สองเท้าก้าวเดินอย่างเชื่องช้า

     

    ยิ่งเข้ามาลึกเขาก็ยิ่งพบกับผู้คนมากมาย พวกเขาเหล่านั้นต่างมองยังชายหนุ่มเป็นตาเดียว พวกเขามองยังเหยื่ออันโอชะ

     

    “ ไอ้หนู สำนักทานตะวันของเจ้ามิบอกเจ้ารึเช่นใดว่าเขตป่านี้เป็นของพวกข้า “ ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ย

     

    ชิงหยางแสยะยิ้ม แลวาดมือออก “ วิ้ว “ ร่างนับสิบล่องลอยออกจากผืนป่าไปไกลลิบ

     

    ผู้คนมากมายต่างอ้าปากค้างเมื่อมองยังร่างเหล่านั้นที่ลอยข้ามศีรษะของพวกเขา

     

    เหล่าศิษย์ของสำนักเมืองตะวันต่างมองยังเด็กหนุ่มอย่างหวาดกลัว พวกเขามิได้กลัวสำนักทานตะวัน แต่พวกเขากลัวเด็กหนุ่มที่อยู่ต่อหน้าต่างหาก

     

    “ ชิงหยาง “ ชายหนุ่มผู้หนึ่งพึมพำ

     

    “ ใช่ เขาคือชิงหยาง ศัตรูหมายเลขหนึ่งของตระกูลเถียน “

     

    “ พวกคนตระกูลเถียนนั้นออกไล่ล่าเขามาแรมปี แต่กลับมิพบเจอแม้นแต่เงา จนพวกเขายกกำลังกลับไป “

     

    “ ข้ารู้มาว่าชิงหยางอยู่ขั้นหลอมกายาระดับเก้านี่ แต่เวลานี้ใยจึงเหลือเพียงระดับหนึ่ง “

     

    “ ข้ามิเชื่อ ชิงหยางต้องเป็นผู้สัมผัสฟ้าดินแล้ว “

     

    “ ใช่ หากมิใช่ผู้สัมผัสฟ้าดินจะทำเช่นเมื่อครู่ได้รึ “

     

    ผู้คนมากมายต่างพูดคุยกันอย่างออกรส

     

    ชิงหยางเดินบุกป่าฝ่าดงเข้ามายังส่วนลึก พลันจมูกของเขาได้กลิ่นที่คุ้นเคย “ ชี่หลง “ เขาพึมพำ

     

    เด็กหนุ่มเร่งทะยานร่างตามกลิ่นของหนานชี่หลงไปอย่างรวดเร็ว

    คล้ายกับเรื่องกระบี่ฟ้าสังหาร ที่คุณอ่าน