เหล่าศิษย์สำนักต่างกรูเข้าหาอย่างรวดเร็ว
ชิงหยางมองยังเหล่าศิษย์สำนักแล้วหัวคิ้วของเขาพลันขมวดเป็นปม “ ผู้ใดทำพวกเจ้าเช่นนี้ “ ชิงหยางเอ่ยถาม
“ พวกมัน “ ศิษย์ผู้หนึ่งชี้นิ้วออกไป
ชิงหยางเหลียวมองยังกลุ่มคนที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าปากถ้ำแห่งหนึ่ง
“ พวกมันรึ “ ชิงหยางเอ่ย
“ ใช่ขอรับ “ ศิษย์ผู้นั้นเอ่ย
“ ทั้ง “ ศิษย์ผู้นั้นอ้ำอึ้งมิกล้าเอื้อนเอ่ยวาจา
“ พูดมา “ ชิงหยางเอ่ย
“ ขณะนั้นพวกข้ากำลังขุดหาสมบัติกันอยู่ ก็เป็นพวกมันที่เข้ามายื้อแย่งทั้งยังสังหารคนของเราลงไปมากมายหลายสิบคน “ ศิษย์ผู้นั้นเอ่ย
“ แลพวกมันยังฉุดศิษย์หญิงของพวกเราไปแลทำการข่มขืนขอรับ “ ศิษย์ผู้นั้นเอ่ยออกมา
“ ครืนน “ เพลิงโทสะพลันแผดผลาญมวลอากาศรายรอบจนบิดเบี้ยว
เหล่าศิษย์ที่อยู่รายรอบพลันสะท้านทั่วกายา พวกเขาต่างเหยียดถอนร่างออกห่างอย่างรวดเร็ว
ชิงหยางทะยานร่างด้วยความเร็วสูงมาถึงยังถ้ำแห่งนั้นอย่างรวดเร็ว
“ พวกเจ้าช่างกล้าท้าทายอำนาจของสำนักทานตะวัน “ ชิงหยางเอ่ย
“ สำนักทานตะวัน “ ชายหนุ่มผู้หนึ่งร้องออกมา
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า “ พวกมันระเบิดเสียงหัวเราะดังสนั่น
“ อ่อค “ จากเสียงหัวเราะที่เปล่งออกมาพลันกลับกลายเป็นโลหิตท่วมปาก
“ ตุบ “ ร่างของพวกมันพลันทรุดฮวบลงยังพื้นแลดีดดิ้นอย่างทรมาน
ชิงหยางเดินเข้าไปในถ้ำ พลันพบเห็นภาพที่น่าหดหู่ยิ่ง เมื่อศิษย์หญิงของสำนักห้าคนกำลังถูกชายหนุ่มเหล่านั้นย่ำยี เพลิงโทสะของเขาพลันลุกโชนท่วมร่างอีกครา
เหล่าศิษย์สำนักนอกที่มองยังถ้ำพลันสะท้านทั่วกายา พวกเขาต่างสงสัยว่าเหตุใดศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเขาจึงได้แกร่งกล้าเช่นนี้ทั้งที่ฐานฝึกของศิษย์พี่ใหญ่ก็เพียงหลอมกายาขั้นหนึ่ง แต่กลับทำร้ายเหล่าผสานวิญญาณระดับสูงได้
“ อ้ากก “ ชายหนุ่มที่อยู่ในถ้ำต่างกรีดร้องออกมาอย่างโหยหวน พวกเขาดีดดิ้นทุรนทุรายยังพื้น สองตาแดงก่ำมองจ้องยังเด็กหนุ่มที่มิรู้มาจากที่ใด
“ พวกเจ้ามาจากแดนไกล แต่กลับมิไว้หน้าเจ้าถิ่น “ ชิงหยางเอ่ย
“ กร้อบ “ กระดูกทั่วร่างของพวกมันพลันแตกหัก โลหิตสดๆไหลทะลักออกตามบาดแผลทั่วกายา
“ ไม่ “ พวกมันกรีดร้องลั่น
“ เจ้าฆ่าข้ามิได้ มิเช่นนั้นสำนักของพวกเจ้าจะถูกล้างบาง แลเจ้าจะต้องตาย “ มันร้องออกมา
“ หึ “ ชิงหยางแค่นเสียง
“ ข้าก็อยากรู้ยิ่งนักว่า สำนักของพวกเจ้าจะปกป้องพวกเจ้ารึไม่ “ ชิงหยางเอ่ย
“ เพียงการตบตีแย่งชิงสำหรับข้าแล้วถือว่าเป็นเรื่องปกติ ข้ามิใส่ใจ แต่การที่พวกเจ้าย่ำยีศิษย์หญิงเหล่านี้ ข้ารับมิได้ “ ชิงหยางเอ่ย
“ พวกนางยินยอมพวกข้าเอง พวกนางต่างหากที่เป็นฝ่ายยั่วยวนพวกข้า “ มันร้องออก
“ เช่นนั้นรึ “ ชิงหยางเอ่ย น้ำเสียงของเขานั้นเต็มไปด้วยจิตสังหาร
“ หากพวกนางยั่วยวนพวกเจ้าใยพวกนางจึงได้หลั่งน้ำตา ทั้งยังต่อสู้ “ ชิงหยางเอ่ย
“ เช่นนี้แล้ว ก็เป็นที่พวกเจ้าต่างหากที่ย่ำยีพวกนาง “ ชิงหยางเอ่ย
“ มิใช่ เป็นพวกนางที่ยั่วยวนพวกข้า “ มันร้องลั่น
“อ่อค “ โลหิตของมันกระอักออกอีกครา พร้อมกับกระดูกทั่วร่างหักสะบั้น
“ อ้ากกก “ พวกมันต่างกรีดร้องออกอย่างบ้าคลั่ง
“ สำนักใหญ่จากเมืองหลวง “ ชิงหยางเอ่ย
“ พวกเจ้ายังไหวรึไม่ “ ชิงหยางเอ่ย
“ ศิษย์พี่พวกข้ายังไหว “ นางหนึ่งเอ่ยออกมา
“ สวมเสื้อผ้าเสีย แลมาสังหารมันให้หายแค้น “ ชิงหยางเอ่ย
“ มิได้ พวกข้าจะนำพาปัญหามาสู่สำนักมิได้ “ นางสองเอ่ย
“ มิต้องกังวล เรื่องราวทุกอย่างข้าจะแบกรับไว้เอง “ ชิงหยางเอ่ย
“ อึ้ม “ นางทั้งห้าต่างพยักหน้า แลเร่งสวมใส่ชุดอย่างรวดเร็ว
ชิงหยางโยนร่างของพวกมันออกไป
“ พวกเจ้าต้องตาย “
“ ข้าจะสับเจ้าเป็นหมื่นๆชิ้น “
“ ข้าจะเอาโลหิตของพวกเจ้ามาล้างความอัปยศในครั้งนี้ “
นางทั้งห้าร้องตะโกนดังลั่น พร้อมกับเรียกอาวุธของตนออกมาแลเข้ารุมแทงศิษย์ของสำนักจากเมืองหลวงในทันใด
ผู้คนมากมายที่ผ่านไปมาพลันขนลุกทั่วร่าง พวกเขามิอยากจะเชื่อว่าสำนักทานตะวันจะหาเรื่องใส่ตัวเช่นนี้
“ ถึงเวลาแล้วสินะที่สำนักเช่นนี้จะล่มสลาย “
“ ใช่ “
“ ก็อย่างว่าอยู่ยงมาอย่างยาวนานเมื่อถึงวันก็ต้องลาจาก “
ผู้คนมากมายที่มิรู้ต้นสายปลายเหตุต่างก็พูดจาไปต่างๆนาๆ
ชิงหยางมองยังเศษชิ้นเนื้อที่กลาดเกลื่อนหน้าปากถ้ำ เขาพยักหน้าช้าๆ
มือหนึ่งของเขาวาดออก “ พรึ่บ “ เพลิงเซียนโอสถสีเขียวพลันลุกโชนแผดผลาญ
ชิงหยางวาดมือออก “ พรึ่บ “ เพลิงเซียนโอสถลุกลามแผดเผาชิ้นเนื้อเหล่านั้นจนมอดไหม้
“ ดี “
“ บอกพวกมันในนรกว่าอย่าได้มาสร้างปัญหาให้กับสำนักทานตะวันอีก “
เหล่าศิษย์สำนักนอกต่างร้องตะโกนลั่น พร้อมกับเข้าเตะเถ้าถ่านที่มอดไหม้ล่องลอยคละคลุ้ง
ชิงหยางนำพาทุกคนไปยังถ้ำที่เขาอยู่ แลสอนสั่งทุกคน
เขาออกจากถ้ำแลเร่งออกค้นหาหนานชี่หลงในทันใด เหล่าศิษย์นั้นบอกว่าหนานชี่หลงก็มาที่นี่ด้วย แต่ถูกไล่ล่าสังหารจากสำนักที่มาจากเมืองหลวง เขาให้เป็นโทสะยิ่งที่สหายของเขาต้องมาหนีตายเช่นนี้
ชิงหยางทะยานร่างไปยังจุดที่เหล่าศิษย์สำนักนอกพบเจอหนานชี่หลงครั้งสุดท้าย ครั้นเมื่อมาถึงเด็กหนุ่มกวาดสายตามองทั่ว ทั้งยังส่งเสียงออก
เหล่าศิษย์จากสำนักเมืองหลวงที่ยืนอออยู่หน้าผืนป่าพลันหันกลับมามองยังเด็กหนุ่ม ต่างพากันแสยะยิ้มออก
“ ไอ้หนู หากมิอยากตายกลายเป็นผีเฝ้าที่นี่ จงส่งมอบของมีค่าทั้งหมดแลไปเสีย “ ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ย
ชิงหยางมองยังชายหนุ่ม เขาแผดจิตสังหารออกในทันใด
“ ตูมม “ ร่างของมันพลันระเบิดออก
“ ไม่ “ เหล่าศิษย์ที่มาด้วยต่างร้องตะโกนออกสุดเสียง
“ ไอ้สาระเลวข้าจะฆ่าเจ้า “ พวกมันร้องตะโกนสุดเสียงพร้อมกับทะยานร่างเข้าหาอย่างรวดเร็ว
“ ตูม ตูม ตูม “ ร่างนับสิบระเบิดสลายกลายเป็นเพียงหมอกโลหิตล่องลอยคละคลุ้งทั่วอาณา
ผู้คนที่มองต่างก็หวาดผวากับภาพที่ปรากฏ พวกเขามิอยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น
เด็กหนุ่มเดินเข้าเก็บกวาดแหวนมิติแลเข้าไปในผืนป่าอย่างรวดเร็ว
สองตาของเขากวาดมองหา สัมผัสที่ลึกล้ำถูกส่งออก สองเท้าก้าวเดินอย่างเชื่องช้า
ยิ่งเข้ามาลึกเขาก็ยิ่งพบกับผู้คนมากมาย พวกเขาเหล่านั้นต่างมองยังชายหนุ่มเป็นตาเดียว พวกเขามองยังเหยื่ออันโอชะ
“ ไอ้หนู สำนักทานตะวันของเจ้ามิบอกเจ้ารึเช่นใดว่าเขตป่านี้เป็นของพวกข้า “ ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ย
ชิงหยางแสยะยิ้ม แลวาดมือออก “ วิ้ว “ ร่างนับสิบล่องลอยออกจากผืนป่าไปไกลลิบ
ผู้คนมากมายต่างอ้าปากค้างเมื่อมองยังร่างเหล่านั้นที่ลอยข้ามศีรษะของพวกเขา
เหล่าศิษย์ของสำนักเมืองตะวันต่างมองยังเด็กหนุ่มอย่างหวาดกลัว พวกเขามิได้กลัวสำนักทานตะวัน แต่พวกเขากลัวเด็กหนุ่มที่อยู่ต่อหน้าต่างหาก
“ ชิงหยาง “ ชายหนุ่มผู้หนึ่งพึมพำ
“ ใช่ เขาคือชิงหยาง ศัตรูหมายเลขหนึ่งของตระกูลเถียน “
“ พวกคนตระกูลเถียนนั้นออกไล่ล่าเขามาแรมปี แต่กลับมิพบเจอแม้นแต่เงา จนพวกเขายกกำลังกลับไป “
“ ข้ารู้มาว่าชิงหยางอยู่ขั้นหลอมกายาระดับเก้านี่ แต่เวลานี้ใยจึงเหลือเพียงระดับหนึ่ง “
“ ข้ามิเชื่อ ชิงหยางต้องเป็นผู้สัมผัสฟ้าดินแล้ว “
“ ใช่ หากมิใช่ผู้สัมผัสฟ้าดินจะทำเช่นเมื่อครู่ได้รึ “
ผู้คนมากมายต่างพูดคุยกันอย่างออกรส
ชิงหยางเดินบุกป่าฝ่าดงเข้ามายังส่วนลึก พลันจมูกของเขาได้กลิ่นที่คุ้นเคย “ ชี่หลง “ เขาพึมพำ
เด็กหนุ่มเร่งทะยานร่างตามกลิ่นของหนานชี่หลงไปอย่างรวดเร็ว