เหนือเมืองศักดิ์สิทธิ์แดนใต้การมาเยือนของผู้นำตระกูลมู่กลายเป็นจุดสนใจของผู้คนทั้งเมืองทันใด
ท่ามกลางสายตามากมายที่จ้องมองมู่เสินฉวนก้าวย่างอย่างเชื่องช้ากลางห้วงเวหา ค่อยๆเคลื่อนเข้าใกล้แท่นประหารทั้งสี่
[ติ๊งตรวจพบสมาชิกในตระกูลที่มีคุณสมบัติระดับทองคำให้ลงทุนได้!]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นยิ่งทำให้มู่เสินฉวนมั่นใจว่าผู้สืบทอดหานเหรินอยู่ในตระกูลมู่
เพียงแต่ชายหนุ่มชุดสีนิลเบื้องหน้าผู้นั้นปล่อยผมเผ้ารุงรังจนเห็นใบหน้าได้ไม่ชัด
"เจ้า... จำข้าได้หรือไม่?"
มู่เสินฉวนหยุดฝีเท้าลงเว้นระยะห่างจากมู่อู๋ซวงราวร้อยจั้งก่อนเอ่ยถาม
เมื่อคำกล่าวนี้หลุดออกมาเหล่าผู้ฝึกตนที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างแสดงสีหน้าประหลาดใจไม่รู้ว่าเหตุใดมู่เสินฉวนจึงเอ่ยปากถามเช่นนั้น
หรือว่าตระกูลมู่ก็มีทายาทที่สังเวยให้แก่ผู้สืบทอดหานเหรินเช่นกัน?
ผู้นำตระกูลจี ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงราชันย์อสูร ราชวงศ์ต้าเยี่ยน และยอดฝีมืออื่นๆอีกมากมายต่างจับจองพื้นที่ของตนเพื่อเฝ้ามองจากระยะไกล
เมื่อพวกเขาเห็นภาพเช่นนี้ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย พินิจพิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน
มู่อู๋ซวงได้ยินเสียงคุ้นเคยที่ดังขึ้นข้างหูร่างกายพลันสั่นอย่างคุมไม่ได้
แม้เขาจะพยายามสงบสติอารมณ์เพียงใดก็ไม่อาจหักห้ามความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาในขณะนี้ได้!
มู่อู๋ซวงกัดกรามแน่นจนเนื้อขาดไปกว่าครึ่งปากและจมูกเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสดที่ไหลรินลงมาตามเสื้อ
ความเจ็บปวดแสนสาหัสช่วยให้จิตใจของเขาสงบลงในชั่วพริบตาเขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยรอยยิ้มเย็นยะเยือกที่แฝงไว้ด้วยความอำมหิต
"ใครบ้างในทะเลไร้สิ้นสุดจะไม่รู้จักกายาศักดิ์สิทธิ์"
"น่าเสียดายที่เคล็ดวิชาอสูรกลืนสวรรค์ของข้ายังไม่บรรลุผล"
"จึงไม่อาจลิ้มรสแก่นแท้แห่งกายาศักดิ์สิทธิ์ได้"
เสียงที่เย็นเยียบดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วเมืองศักดิ์สิทธิ์ถ่ายทอดไปสู่หูของเหล่าผู้ฝึกตนทุกผู้
มู่เสินฉวนจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่แสนจะแปลกตาพลางขมวดคิ้ว
เขาจ้องลึกลงไปในดวงตาที่ฉายแววเด็ดเดี่ยวนั้นด้วยสองมือที่กำแน่น
ชั่วพริบตาดวงตาแห่งสัจธรรมที่ไม่ได้ใช้มานานก็เริ่มทำงาน
[นาม: มู่อู๋ซวง]
[ระดับพลัง: เอกะขั้นหนึ่ง]
[คุณสมบัติ: เซียนมนุษย์]
[ญาณหยั่งรู้: ไร้เทียมทาน]
[พรสวรรค์: จิตมารโกลาหล ขั้นต้น]
[โชคชะตา: ผู้สืบทอดหานเหริน, ผู้สืบทอดเคล็ดวิชามารกลืนสวรรค์]
อู๋ซวง
เป็นเจ้าจริงๆ สินะ...
มู่เสินฉวนมองชายหนุ่มเบื้องหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดและถูกตรึงร่างไว้กับแท่นหยกด้วยทวนเหล็กทั้งสี่เล่มหัวใจพลันปวดร้าวยิ่งนัก
วิถีแห่งหานเหริน เขาเคยได้ยินมานานแล้ว
ด้วยวิถีแห่งการกลืนกินต้นกำเนิดทั้งปวงจึงนำพาเขาสู่การเป็นศัตรูกับทั่วหล้า
แต่ไม่ว่ามู่อู๋ซวงจะเข้าร่วมเป็นผู้สืบทอดหานเหรินด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม
จากคำพูดเพียงไม่กี่คำมู่เสินฉวนก็สัมผัสได้ถึงความตั้งใจ
เขาปกป้องตระกูลด้วยวิธีอื่น
…ด้วยวิธีที่พร้อมจะพลีชีพ
"ไม่ว่าเจ้าจะเผชิญสิ่งใดมา"
"เจ้าก็ควรกลับบ้านได้แล้ว…"
มู่เสินฉวนกล่าวเสียงราบเรียบ
อึดใจถัดมา เขาก็ก้าวเท้าออกไปในทันทีปรากฏกายต่อหน้ามู่อู๋ซวง ดึงทวนทั้งสี่ที่ตรึงร่างออกอย่างรวดเร็ว
"ท่าน..."
"ท่านทำอะไร!?"
มู่อู๋ซวงสีหน้าเปลี่ยนไปในทันทีน้ำเสียงที่เปล่งออกมาสั่นเครือด้วยความตระหนก
เมื่อได้ยินสองประโยคนั้นเขาก็รู้ได้ทันทีว่าผู้นำตระกูลจำเขาได้!
ชั่วพริบตาเดียวความรู้สึกที่อัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออกก็ถาโถมเข้ามาท่วมท้น
ภาพที่เขาไม่อยากเห็นมากที่สุดได้เกิดขึ้นต่อหน้าเขาแล้ว!
การกระทำนี้สร้างความตื่นตะลึงให้ผู้ฝึกตนและบุคคลสำคัญจากกลุ่มอำนาจสูงสุดในที่แห่งนั้น
"มู่เสินฉวนนี่เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"
ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ชูคำรามเสียงดังสีหน้าแสดงความไม่พอใจ
บุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวง ราชันย์อสูรและราชวงศ์ต้าเยี่ยนต่างก้าวเท้าไปข้างหน้า ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยฉายแววเย็นเยียบออกมา
มู่เสินฉวนต้องการสื่ออะไรจากคำพูดเมื่อครู่นี้?
หรือว่าผู้สืบทอดหานเหรินที่แท้จริงก็คือคนในตระกูลมู่ของพวกเขา?
ฉึบ!
ทันทีที่ทวนทั้งสี่ที่ตรึงร่างมู่อู๋ซวงถูกดึงออกเขาก็ร่วงหล่นลงมา
มู่เสินฉวนใช้มือข้างหนึ่งประคองร่างของอีกฝ่ายไว้วางร่างลงบนแท่นหยก โดยไม่สนใจสายตาและคำพูดที่ถาโถมเข้ามา
"นี่ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าต้องกังวล"
"กลับไปพักรักษาตัวให้ดีเถิด"
มู่เสินฉวนกล่าวด้วยสีหน้าราบเรียบใช้มือข้างหนึ่งตบลงบนบ่าของเขา ฝังตราประทับมิติเข้าไปในร่างอย่างแผ่วเบาพร้อมกับบดขยี้ตราประทับอีกอันหนึ่งปล่อยระลอกคลื่นมิติที่มองไม่เห็นให้แผ่ขยายออกไป
บนเนินเขาเล็กๆที่ห่างจากเมืองศักดิ์สิทธิ์นับหมื่นลี้มู่อวี่เซิงที่นั่งขัดสมาธิอยู่พลันเบิกตากว้าง
ฉัวะ!
แท่นบูชาเสวียนเทียนปรากฏขึ้นต่อหน้าเขาอย่างไร้สุ้มเสียงพร้อมเปล่งประกายแสงเจิดจ้า
มู่อวี่เซิงร่ายมุทราอย่างรวดเร็วปล่อยเคล็ดวิชาวิญญาณที่ซับซ้อนออกมา กระตุ้นเคล็ดวิชาอักษรประสาน
ในชั่วพริบตาตราประทับมิติหลายร้อยอันก็ไหลเวียนอยู่เหนือแท่นเสวียนเทียนสร้างทางเชื่อมมิติด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง!
……
ในขณะนั้นเอง
บรรดาผู้ทรงอิทธิพลจากกลุ่มอำนาจสูงสุดต่างล่วงรู้ถึงกลอุบายมองเห็นเจตนาที่ซ่อนเร้น พลังสังหารอันน่าสะพรึงกลัวจึงแผ่ซ่านจากทุกทิศทางปิดล้อมแท่นประหารเอาไว้จนเหล่าผู้ฝึกตนระดับต่ำสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
"มู่เสินฉวน เจ้าช่างอาจหาญยิ่งนัก!"
"บังอาจคุ้มครองคนในตระกูลของเจ้าต่อหน้าเหล่าประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์มากมายทั้งยังปล่อยตัวผู้สืบทอดหานเหรินไปอีก!"
"ผลกรรมนี้ตระกูลมู่ของเจ้าจะรับมันไหวหรือ?"
ผู้อาวุโสจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียวคำรามเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
"หึ ผลกรรม?"
มู่เสินฉวนหัวเราะเย้ยหยัน ดวงตาคมกริบเงาบุปผาแห่งวิถีทั้งสามลอยเด่นอยู่เหนือศีรษะระเบิดพลังแห่งวิถีอันน่าสะพรึงกวาดล้างไปทั่วสารทิศจัดการเหล่าผู้อารักขาของเหล่าผู้ฝึกตน
เขากำมือแน่นก้าวเท้าออกไปข้างหน้าในคราเดียวปล่อยหมัดกระแทกผู้อาวุโสจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงเซียวจนร่างระเบิดเป็นจุณ!
มู่เสินฉวนปัดคราบเลือดที่กระเซ็นมาข้างกายก่อนคำรามเสียงดังกึกก้อง
"ผลกรรมทั้งหลาย จงมารวมที่ข้า!"