กาลเวลาผันผ่าน
พริบตาเดียว สามเดือนก็ล่วงเลย
ช่วงเวลาที่ผ่านมาเส้นทางจักรดาราโบราณของมนุษย์นั้นหาได้สงบไม่
เหล่าอัจฉริยะจากหมื่นเผ่าพันธุ์แห่งห้วงจักรวาลดารามารวมตัวกันก่อเกิดการต่อสู้แสนสาหัส
ผู้คนนองเลือด ฝังร่างไว้ในดินแดนอันไกลโพ้นบ้างได้รับของสืบทอดอันน่าตื่นตะลึง เร่งพลังให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
นับจากนี้การช่วงชิงเส้นทางแห่งจักรพรรดิได้เริ่มต้นขึ้นจริงๆ แล้ว
ห้าสิบเมืองของเผ่ามนุษย์ทอดข้ามดาวโบราณนับสิบ การเรียงร้อยนั้นมีกฎเกณฑ์อันลึกลับ
ชนพื้นเมืองของแต่ละดาวโบราณล้วนมีเผ่าพันธุ์ที่ต่างกันพลังฝึกฝนนั้นก็หลากหลาย
ราวกับว่าผู้ก่อสร้างเส้นทางจักรพรรดินี้จงใจกระทำไว้เพื่อให้เหล่าอัจฉริยะรุ่นหลังของมนุษย์ได้ขัดเกลาวิถีแห่งตนและเข้าใจถึงแก่นแท้ของพลัง
เหนือแต่ละดาวโบราณในช่วงเวลานี้ล้วนแต่บังเกิดโชคชะตาน่าตกตะลึง
กล่าวกันว่าดาวฟูซังแห่งแรกมีต้นฟูซังโบราณระดับศักดิ์สิทธิ์ปรากฏซึ่งออกผลลึกลับที่แฝงไว้ด้วยวิถีแห่งสวรรค์และปฐพี กฎเกณฑ์แห่งมรรคาดึงดูดให้อัจฉริยะมากมายเข้าช่วงชิง
ในนั้นยังมีชนพื้นเมืองของดาวฟูซังที่แข็งแกร่งหาเปรียบมิได้อยู่ด้วยซึ่งไม่ได้อ่อนแอไปกว่าผู้เข้าร่วมบททดสอบเลย
ชนพื้นเมืองเหล่านี้บ้างก็เป็นเหล่าอัจฉริยะที่มาทดสอบจากแต่ละเผ่าพันธุ์เมื่อครั้นที่เส้นทางจักรดาราโบราณเปิดขึ้นในรุ่นก่อน เพราะยุคก่อนๆก็ถูกผู้แข็งแกร่งจากที่อื่นๆ ชนะอยู่ร่ำไป
จึงผนึกตนเองไว้ ณที่แห่งนี้ด้วยแหล่งกำเนิดเทพ แล้วเฝ้ารอการเปิดเส้นทางโบราณครั้งต่อไปเพื่อจะได้ต่อสู้อีกครั้ง!
และในนั้นยังมีผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์ที่ก้าวเข้าสู่ระดับเซียนอยู่ด้วย
เมื่อพวกเขาบรรลุถึงระดับนั้นความเข้าใจในวิถีและกฎเกณฑ์ของตนเองก็แจ่มแจ้งแล้วพร้อมที่จะเดินบนเส้นทางของตนเอง
โชคชะตาเล็กๆ น้อยๆอื่นไม่ได้มีประโยชน์อันใดต่อพวกเขา
มีเพียงขุมทรัพย์ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่จะดึงดูดความสนใจของพวกเขาได้
และมู่เวิ่นเซียนก็เป็นเช่นนั้น
สามเดือนที่ผ่านมาเขาข้ามผ่านสิบห้าเมืองโบราณอย่างรวดเร็ว ตลอดทางล้วนใช้จิตสำรวจดวงดาวโบราณโดยรอบ
เขามีเคล็ดวิชาอักษรนิรันดร์ซึ่งเป็นหนึ่งในเก้าเคล็ดวิชาลับ พลังจิตสัมผัสจึงเหนือกว่าเซียนทั่วไปแผ่ไปได้ในบริเวณกว้าง
เขาแทบจะไม่หยุดพักเลย
แต่ภายใต้โชคชะตาอันยิ่งใหญ่ของตระกูลมู่เขาก็ได้รับผลประโยชน์ไม่น้อย
พลังแข็งแกร่งขึ้นมากเข้าใกล้เซียนขั้นกลางแล้ว
ในเวลานี้เขาตบหลังกิเลนที่อยู่ใต้ร่างให้หยุดฝีเท้า แล้วหันไปมองยังบริเวณบ่าของตนเอง
ผีเสื้อไหมเทพกระพือปีกงดงามส่งคลื่นแห่งจิตสำนึกออกมา
"คุณชายน้อยข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของบรรพบุรุษของเผ่าพันธุ์ข้าบนดาวโบราณแห่งนี้"
"ท่านกำลังเรียกหาข้า"
"โอ้?"
"เทพไหมจักรพรรดิโบราณ?"
แววตาของมู่เวิ่นเซียนส่องประกายเล็กน้อย
เหล่าสิ่งมีชีวิตโบราณเช่นผีเสื้อไหมเทพมีความละเอียดอ่อนต่อพลังสายเลือดมากที่สุด
คิดว่าเทพไหมจักรพรรดิโบราณเคยมายังดาวโบราณแห่งนี้เพื่อที่จะทิ้งมรดกไว้ให้กับลูกหลาน
"ดี ข้าจะไปกับเจ้า"
"นำทางเถิด"
มู่เวิ่นเซียนยิ้มตอบกลับ
"ขอบคุณ คุณชายน้อย" ผีเสื้อไหมเทพดีใจมาก กระพือปีกโปรยละอองเทพสวรรค์ แล้วนำทางไปข้างหน้า
ไม่นาน หนึ่งคน หนึ่งสัตว์อสูร หนึ่งผีเสื้อก็มาถึงเทือกเขาโบราณที่ทอดยาวแห่งหนึ่ง
ที่นี่ย้อมสีแดงไปทั่วปลูกต้นไม้โบราณสีสดใสที่ไม่รู้จักไว้มากมายที่กลางภูเขา
ถึงแม้จะเป็นใบไม้ที่เหี่ยวเฉาก็ยังส่งคลื่นพลังศักดิ์สิทธิ์ออกมาอย่างแผ่วเบา
"นับว่าเป็นดินแดนมหัศจรรย์"
มู่เวิ่นเซียนเดินกรีดกรายไปในความว่างเปล่าพร้อมพึมพำเสียงเเผ่ว
"คุณชายน้อย ทางนี้ขอรับ"
ผีเสื้อไหมเทพส่งเสียงตื่นเต้นในเทือกเขาโบราณที่ทอดยาวและไร้สิ้นสุด ก็พบกับยอดเขาสีน้ำตาลแดง
เสียงเรียกแห่งสายเลือดดังมาจากที่แห่งนั้น!
จากนั้นพวกเขาก็เร่งฝีเท้าขึ้นเล็กน้อยเยื้องย่างเข้าไปในโพรงถ้ำแห่งหนึ่ง
ภายในถ้ำกว้างขวางอย่างยิ่ง
โดยรอบมีหินงอกหินย้อยรูปร่างประหลาดเสมือนว่าไม่มีผู้ใดเคยเหยียบย่างเข้ามาที่นี่นานแล้ว
บริเวณใจกลางถ้ำมีเสื้อคลุมไหมงามแขวนไว้อยู่บนหินพลังแห่งเทพสวรรค์ไหลวนเปล่งประกายแสงระยิบระยับมาจากไหมงามนั้น
"นั่นมัน…คราบของเทพไหมจักรพรรดิโบราณหรือ?"
มู่เวิ่นเซียนขมวดคิ้วถามไปยังผีเสื้อไหมเทพด้วยความสงสัย
"ใช่แล้วคุณชายน้อย!"
"ดูเหมือนว่าบรรพบุรุษของข้าจะเคยแปลงร่างและลอกคราบครั้งที่เจ็ดณ ที่แห่งนี้"
ผีเสื้อไหมเทพกระพือปีกดวงตาฉายแสงแห่งความปรารถนา
ตอนนี้มันแปลงร่างไปห้าครั้งแล้ว
บนเสื้อคลุมไหมนั้นทิ้งร่องรอยแห่งการลอกคราบไว้
หากดูดซับมันเข้าไปผีเสื้อไหมเทพจะแปลงร่างเป็นครั้งที่หก แล้วบุกทะลวงไปสู่ระดับเซียน!
"เป็นเช่นนี้นี่เอง"
มู่เวิ่นเซียนพยักหน้าเล็กน้อยอย่างครุ่นคิดจากนั้นก็ลูบหัวกิเลนบรรพกาล แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า"นี่เป็นโอกาสอันดีสำหรับเจ้า"
"เจ้าทำประสงค์ของเจ้าเถิดข้าและกิเลนจะคุ้มกันเจ้าเอง"
เมื่อกิเลนบรรพกาลได้ยินเช่นนั้นในดวงตาของสัตว์อสูรก็วาววับแสงหลายสี ก่อนระบายลมหายใจไม่เต็มใจออกดังพรืด
มันและผีเสื้อไหมเทพถูกมู่เสินฉวนนำกลับมาด้วยกันดูดซับโลหิตศักดิ์สิทธิ์จนเติบใหญ่
ในวันนี้ผีเสื้อไหมเทพกลับกำลังจะก้าวเข้าสู่ระดับเซียนไปก่อนจะให้รู้สึกพอใจได้อย่างไร มันจึงสะบัดเขากิเลนหน่อยๆ เพื่อเป็นการประท้วง
"ขอบคุณขอรับ"
ผีเสื้อไหมเทพหาได้สนใจเพื่อนกิเลนไม่รีบส่งคลื่นแห่งจิตสำนึกไปยังมู่เวิ่นเซียน
จากนั้นก็บินไปเกาะบนเสื้อคลุมไหมใช้เคล็ดโบราณที่บันทึกไว้ในสายเลือด เพื่อที่จะดูดซับคราบของเทพไหมจักรพรรดิโบราณ
ภายในถ้ำ แสงพลันสว่างไสวจนแสบตา
มู่เวิ่นเซียนพากิเลนเดินออกจากถ้ำบินไปยังภูเขาสูง เฝ้ารออย่างเงียบๆ ให้ผีเสื้อไหมเทพทำการลอกคราบจนเสร็จ
……
สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่พลันเกิดลมพายุรุนแรงและฟ้าคะนอง
ปุยเมฆหนาเข้ายึดน่านฟ้า ฟ้าร้องแปลบปลาบมวลเมฆหนัก กลายเป็นทะเลสายฟ้าใหญ่ยักษ์ที่ส่งเสียงสะเทือนเลื่อนลั่น
"การแปลงร่างครั้งที่หกของหนอนไหม!"
มู่เวิ่นเซียนกวาดสายตาไปรอบๆเฝ้าสังเกตทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าอย่างเงียบงัน
โอกาสอันดีกำลังบังเกิด
หลังจากผ่านพ้นไปผีเสื้อไหมเทพจะควบคุมโลหิตโบราณ แล้วบรรลุสู่ระดับเซียน
ในหมู่สิ่งมีชีวิตโบราณหรือต้องเรียกว่าราชันย์บรรพชน
เมื่อก้าวเท้าออกมาแล้วความสำเร็จในวันหน้าของมันจะไม่มีวันต่ำเป็นแน่แท้
มันจะกลายเป็นผู้พิทักษ์แห่งวิถีของตระกูลมู่ได้
ร่างกายของผีเสื้อไหมเทพส่องแสงศักดิ์สิทธิ์สุกสกาวไปทั่วร่าง
มันกระพือปีกโบยบินมรรคาวิถีและแสงศักดิ์สิทธิ์ถักทอ ลอยล่องขึ้นสู่เก้าชั้นฟ้า
กฎของสวรรค์เข้าปะทะการแปลงร่างครั้งที่หกเริ่มขึ้นก่อนที่เสียงสายฟ้ากึกก้องทั่วสวรรค์และปฐพีจะตามมาอีกคำรบหนึ่ง!