หานลี่กันเดินหัวเสียออกมาจากจวนแต่ในมุมลับตานั้นทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นกลับถูกจดจำและนำไปรายงานให้แก่บุคคลที่ถูกเอ่ยถึงเรียบร้อยแล้ว
“ดูเหมือนคุณหนูรองเว่ยจะอยากทดสอบความอดทนของเจ้านะ”
“อื่ม”
“ข้าได้ยาดีมาหลายชนิดแต่ยังมิมีหนูลองยาหากเจ้าไม่ว่าอะไร”
“สตรีเช่นนางมีค่าพอให้เจ้าใช้ลองยาราคาแพงเช่นนั้นหรือ”
“แม้ยาข้าจะมีราคาแต่หากไม่มีคนลองยาเช่นนั้นข้าก็ไม่สามารถจะรู้ได้ว่ายาของข้ามีฤทธิ์และมีประสิทธิภาพแค่ไหนน่ะสิ”
“เช่นนั้นก็ตามใจเจ้า”
ซูซินหยางยิ้มออกมาอย่างชอบใจก่อนจะมองดูขวดยาที่วางอยู่หน้าหยางเฟยหย่าอย่างมีเลศนัย
รถม้าค่อย ๆ เคลื่อนออกจากจวนหานหานลี่กันที่นั่งหน้างอในรถม้าจนอาหมิงและอาหมิ่นอดไม่ได้จึงเอ่ยขึ้นมา
“คุณหนูอย่าอารมณ์เสียกับเรื่องไม่เป็นเรื่องเช่นนี้เลยเจ้าค่ะ”
“จริงด้วยเจ้าค่ะวันนี้คุณหนูออกมาเพื่อจะหาซื้อของสำหรับทำของว่างให้คุณชายน้อยมิใช่หรือเจ้าคะอย่าให้เรื่องนี้มาทำให้คุณหนูหมดสนุกเลยนะเจ้าค่ะ”
“อื่ม”
ความจริงหญิงสาวตั้งใจจะออกมาเพื่อซื้ออุปกรณ์ทำของว่างให้คนในครอบครัวและหาดูของอะไรเล็กๆ น้อย ๆ อีกทั้งวันนี้ชุนเออร์ติดฝึกกับองค์ชายสิบสองหญิงสาวจึงได้ออกมาเพียงลำพังแต่ไม่คิดว่าจะพบกับเว่ยซิ่วและถูกนางแหย่จนทำให้อารมณ์เสียเมื่อปรับอารมณ์ได้หญิงสาวจึงได้เปิดหน้าต่างเพื่อรับลมด้านนอก
“ถึงแล้วขอรับคุณหนู”
หานลี่กันเดินลงมาจากรถม้าก่อนจะเดินไปด้านหน้าแต่กลับถูกชนจนเซ
“เดินไม่รู้จักดูทาง”
เสียงที่หานลี่กันจำได้เป็นอย่างดี
“คุณหนูรองเซวีย”
“รู้สึกยินดีที่คุณหนูหานยังจำข้าได้แล้วไหนล่ะเจ้าเด็กตัวซวย อุ๊ย! ไม่สิ หลานชายตัวน้อยของข้า”
“เจ้าจะถามถึงชุนเออร์ทำไมในเมื่อเจ้าเองก็มิได้สนใจในตัวเขาเสียหน่อย”
“หึแค่ถามพอเป็นพิธีก็เท่านั้น”
เซวียอินพูดขึ้นก่อนจะเดินจากไปโดยมิได้สนใจหานลี่กัน‘ของที่เป็นของข้าย่อมต้องเป็นของข้า แต่หากข้าไม่เอาแล้ว ใครก็ไม่สามารถจะเอาไปจากข้าได้’ เซวียอินยิ้มร้ายก่อนจะหายไปท่ามกลางผู้คนหานลี่กันที่เห็นเช่นนั้นจึงได้หันไปทางอาหมิง
“ยามกลับจวนให้เจ้ากำชับจื่อรั่วให้ดูแลชุนเออร์ให้ดีอย่าให้ห่างสายตาไปแม้สักนิด หากมีเรื่องที่ไม่ชอบมาพากลให้รีบมาแจ้งข้า”
“เจ้าค่ะคุณหนูว่าแต่คุณหนูคิดว่าคุณหนูรองเซวีย...”
“เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่รู้แต่ป้องกันไว้ก็ดีกว่ามิใช่หรือ”
“เจ้าค่ะ”
ขณะที่ทั้งสามกำลังเดินอยู่นั้น ระหว่างซอยเปลี่ยวหางตาของหานลี่กันกลับสะดุดเข้ากับบางอย่างจนอดไม่ได้ที่จะหันไปมอง
“ตุ๊บ!!!”
ร่างกำยำของบุรุษในอาภรณ์น้ำตาลล้มลงกองกับพื้นในซอยเปลี่ยวนั้นหานลี่กันรีบเดินเข้าไปอย่างไม่ลังเลในทันทีร่างน้อยรีบเข้าไปดูก่อนจะจับร่างที่กองกับพื้นนั้นหงายขึ้น
“คุณหนูนี่มันคุณชายซู่มิใช่หรือเจ้าคะ”
“พวกเรารีบพาเขาไปหาหมอก่อนดูเหมือนเขาจะถูกทำร้ายมา”
“เช่นนั้นเราพาไปทางด้านหลังดีหรือไม่เจ้าคะ”
“ก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่เตะตาคน เพราะพวกเราเองก็ไม่รู้ว่าใครกันที่ทำร้ายคุณชายซู่”
หานลี่กันและอาหมิ่นค่อย ๆแบกชายหนุ่มเดินไป โดยมีอาหมิงนำหน้าไปก่อนเพื่อดูต้นทางเตรียมห้องและหมอรอทั้งสามไว้ก่อนแล้ว
“เข้ามาทางนี้ขอรับ”
บุรุษหน้าตามีอายุรีบให้ทั้งสองพาคนเจ็บเข้าไปในห้องที่ลับตาคนในทันทีก่อนจะรีบลงมือรักษาชายหนุ่มหานลี่กัน อาหมิงและอาหมิ่นจึงได้ออกมารอด้านนอก เพียงไม่นานบุรุษมีอายุจึงได้ออกมาหาทั้งสาม
“คุณหนูดูเหมือนคนไข้ที่คุณหนูนำมานั้นจะถูกทำร้ายและถูกแทงโชคยังดีไม่โดนจุดสำคัญแต่ถึงอย่างนั้นหากทิ้งไว้นานก็อาจถึงแก่ชีวิตได้”
“แล้วตอนนี้”
“คนเจ็บปลอดภัยแล้วดีที่คุณหนูพบเข้าและรีบพามาได้ทัน มิเช่นนั้น...”
“ขอบคุณท่านหมอมากที่ช่วยเหลือเรื่องค่ารักษานั้นท่านหมอให้คนไปเรียบเก็บที่จวนข้าได้เลย”
“ขอบคุณขอรับ”
หานลี่กันเดินเข้าไปดูซู่ซือเย่ที่ยังนอนไม่ได้สติก่อนจะหันไปทางอาหมิงและอาหมิ่น
“อาหมิงเจ้ารีบไปยังจวนซู่และแจ้งเรื่องนี้แก่คนที่ควรรู้”
“เจ้าค่ะ”
“อาหมิ่น เจ้าเฝ้าเขาอยู่ที่นี่จนกว่าอาหมิงจะกลับมา”
“แล้วคุณหนูล่ะเจ้าคะ”
“หากข้าไม่มีสิ่งใดติดมือก่อนกลับเข้าจวนอาจเป็นที่ผิดสังเกตได้แม้คนจะพลุกพล่านแต่ก็ไม่ยากที่จะสังเกต”
“เจ้าค่ะ”
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหญิงสาวจึงได้เดินออกไปทางด้านหลังของโรงหมอก่อนจะเดินออกไปตามถนนเหมือนดั่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น‘นับว่าโชคดีที่ข้าได้ให้อาหมิ่นและอาหมิงสืบเรื่องราวต่างๆ ไว้ มิเช่นนั้นคงไม่รู้ว่าใครเป็นใครอย่างแน่นอน’ ขณะที่กำลังเดินอยู่นั้นจู่ๆ กลับรู้สึกได้ว่ามีสายตากำลังจ้องมองมาทางตนเอง หญิงสาวจึงได้หันหาสายตานั้น
“พี่เฟยหย่า”
เสียงที่หานลี่กันคุ้นเคยดีดังจากด้านหลังหญิงสาวก่อนจะเดินผ่านหานลี่กันและพุ่งตรงไปทางหยางเฟยหย่าที่จ้องมองมาทางหานลี่กัน
“ไม่เจอท่านตั้งนานท่านมารอพบข้าหรือเจ้าคะ เช่นนั้นเราไปทางนั้นกันเถอะเจ้าค่ะ”
เพียงแค่หยางเฟยหย่ายืนอยู่ตรงนั้นก็เรียกสายตาชาวบ้านได้เป็นอย่างดีบุรุษรูปร่างกำยำท่ายืนที่องอาจและใบหน้าที่หล่อเหลาแม้จะมีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ที่ทำให้ความหล่อเหลานั้นลดน้อยลงแต่กลับเพิ่มเสน่ห์ขึ้นอีกเป็นเท่าตัวยิ่งเสียงของเซวียอินที่เหมือนตั้งใจให้ทุกคนเข้าใจว่าชายหนุ่มมาหานางแล้วยิ่งทำให้ชาวบ้านหยุดมองดูอย่างตั้งใจ
“เจ้าแมวน้อย”
หยางเฟยหย่าหลบมือที่ยื่นมาจะเกาะแขนของเขาอย่างตั้งใจก่อนจะเดินไปหาหานลี่กันในทันทีโดยมิได้สนใจว่าเซวียอินจะเสียหน้าเพียงใด
“ท่านมาได้อย่างไรกัน”
“ข้าได้ยินมาว่าเจ้าออกมาซื้อของข้ามาแถวนี้พอดีจึงอยากมาเดินเป็นเพื่อนเจ้า”
“ดีเลยเจ้าค่ะอินเออร์ก็มาเดินซื้อของเหมือนกัน เช่นนั้น...”
“คุณสามีพอดีข้ารู้สึกกระหายน้ำว่าจะไปนั่งจิบชาสักหน่อยก่อนจะไปเดินเลือกซื้อของ”
“เช่นนั้นก็ไปดื่มชากันเจ้าเลือกร้านที่เจ้าชอบมาได้เลย”
หยางเฟยหย่าผายมือให้หานลี่กันก่อนจะเดินตามหญิงสาวไปโดยทิ้งเซวียอินไว้ด้านหลังชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ต่างแอบหัวเราะและซุบซิบกันอย่างสนุกปากก่อนที่เซวียอินจะกระทืบเท้าแล้วเดินหลบไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็วหานลี่กันและหยางเฟยหย่าได้เดินเข้าโรงน้ำชาก่อนจะหาที่ลับตาคนเพื่อคุยกัน
“คุณสามีมาได้อย่างไรกันเจ้าคะ”
“ข้าได้ยินมาว่าที่นี่มีเรื่องข้าจึงมาสังเกตการณ์”
“เกิดเรื่องอันใดงั้นหรือเจ้าคะ”
“มีคนคิดลอบเข้ากรมอาลักษณ์เพื่อสืบบางอย่าง”
“กรมอาลักษณ์นี่ไม่ใช่ว่าเจ้ากรมอาลักษณ์ทำงานในวังหรือเจ้าคะ”
“ถูกต้องเรื่องนี้จึงไม่ธรรมดาและอาจทำให้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นได้”
“อื่ม...ดูเหมือนเมื่อก่อนหน้าที่จะพบคุณสามีข้าเจอคนที่ถูกทำร้ายมาเจ้าค่ะ”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
หานลี่กันได้เล่ารายละเอียดที่เกิดขึ้นให้กับชายหนุ่มหยางเฟยหย่าพยักหน้าช้า ๆ แต่ใบหน้าและท่าทางของเขานั้นแสดงออกถึงความไม่พอใจเป็นที่สุด