หนิงเอ๋อเอียงคอข้ามไปมองก็พลันตกใจ
“ท่าน ... ท่านมาได้ยังไง?”
ซือหม่าเยว่ซินกล่าวขึ้น
“อ่าว นี่รู้จักกันอยู่ก่อนแล้วรึ? .. คุณชายจู จะมาเป็นอาจารย์พิเศษให้นับแต่วันนี้เขาจะมาสอนวิชาที่ไม่เคยมีในตำรา คือการเจรจาและการค้า”
ชายผู้นี้คือ จูเจียวเชินวัย 21 ฉายาบุรุษหยกวาณิชย์บุตรชายเจ้าเมืองซีจิ๋ว
จูเจียวเซินกล่าว
“รบกวนทุกท่านแล้ว”
ซือหม่าเยว่ซินกล่าว
“ตารางสอนของเราตอนนี้ทำมาสำหรับอาจารย์ใหม่หมดแล้วไว้อีก 3-4 วัน ข้าจะจัดตารางสอนใหม่สำหรับวิชาของเจ้านะคุณชายจู”
“ขอบคุณท่านราชครู อ่า ไม่สิท่านอาจารย์ใหญ่”
จากนั้นอาจารย์ใหญ่เดินจากไปอาจารย์ท่านอื่นเข้าสอนต่อ
จูเจียวเซินพูดขึ้น
“ข้าเพิ่งเคยมา รบกวนอาจารย์หนิงพาเยี่ยมชมสถานที่”
“ข้าก็เพิ่มเคยมาสอนที่นี่เหมือนกัน ในวังสถานที่จำกัดมากมาย ข้าไม่กล้าเข้าออกส่งเดชหรอกค่ะคุณชายจู”
“งั้นเราเดินแค่ในสวนด้านนั้นก็ได้”
“คุณชายคะ ข้ามีสามีแล้ว การเดินคู่กับบุรุษอื่นนั้นจะทำให้โดนครหา ท่านไม่เพียงเสียหาย ข้าและสามีจะเสียหายไปด้วย ยิ่งตอนนี้พี่สาวเป็นฮองเฮา ข้ายิ่งต้องระวังการกระทำเป็นทวี”
“อ่า..ถ้าอาจารย์หนิงลำบากใจ ข้าก็ไม่ฝืน”
“ข้า ..ขอพูดอะไรตรงไปตรงมาได้มั้ยคะ”
“ว่ามาเถอะ”
“ข้ารักพี่ลู่เอิน แต่งงานมาก็ปรนนิบัติเขาเต็มกำลัง ... ท่านเข้าใจ..ใช่มั้ยคะ...”
จูเจียวเซินหายใจเข้าเฮือกใหญ่แล้วค่อยๆ พยักหน้าเบาๆ
นางกล่าวต่อ
“ข้าไม่อยากหลงตัวเอง แต่จะบอกว่าไม่ทราบว่าคุณชายคิดยังไงกับข้านั้นก็นับว่าโง่งมนัก ดังนั้น ข้าคงตอบรับท่านไม่ได้ โปรดเป็นมิตรสหายกันปกติเถอะค่ะ”
“หนิงเอ๋อ...ข้า ...ข้าแค่อยากเจอเจ้า แม้เจ้าเป็นของชายอื่นทั้งกายใจ แต่ความรักห้ามกันไม่ได้ ข้าโกหกตัวเองไม่ได้ว่าไม่ได้รักชอบเจ้า ดังนั้น......”
“ดังนั้นจะขอบคุณมากถ้าท่านเรียกข้าว่าหนิงฮูหยิน”
“อ่ะ...อ...อืม ... ได้หนิง..ฮูหยิน”
“ขอบคุณค่ะ คุณชายจู”
จากนั้นหนิงเอ๋อเดินโค้งให้อ้อมจูเจียวเซินแล้วจากไปยังห้องพักอาจารย์
“เจ้าจะไปไหน?”
“ข้ารับปากศิษย์ไว้ ว่ากลุ่มที่ทำคะแนนได้ดีจะได้รับขนมของว่างค่ะ”
จูเจียวเซินยิ้มถอนหายใจแม้ในใจจะเจ็บปวดเสียใจ แต่กลับรักนางมากขึ้น อยากได้นางมากขึ้น
[คนแซ่เซียวครอบครองเจ้าได้ ทำไมข้าจะครอบครองบ้างไม่ได้ คอยดูเถอะ ข้าจะให้เข้ามานอนแนบกายข้า ตั้งท้องลูกให้ข้าให้จงได้]
จ้าวฮุ่ยเหมย องค์หญิงสี่ ที่เป็นอาจารย์ในที่นี้เช่นกันมองดูนางไกลๆ แม้ไม่ชอบใจหนิงเอ๋อ แต่อดทึ่งไม่ได้ที่กำราบตัวปัญหาของการสอนชั้นเรียนนี้ได้อยู่หมัดแถมยังพากันชื่นชมนาง
[หนิงเอ๋อ ข้าไม่ให้เจ้าจบสวยแน่ แม่ทัพเซียวต้องหันมามองข้า]
แต่นางมองเห็นอาจารย์พิเศษหนุ่มรูปงามที่มีชื่อเสียงโด่งดังเดินตามหนิงเอ๋อ อดยิ้มมุมปากไม่ได้ที่จะกล่าวเบาๆ
“หนิงเอ๋อ... หวังว่าแม่ทัพเซียวจะรู้เข้า จะไม่หึงหวงเจ้านะ”
หนิงเอ๋อรีบมาเบิกของว่าง เพื่อให้นักเรียนได้กิน แต่นางกำนัลที่นี่แทบจะไม่มี หนิงเอ๋อเห็นว่าถ้าใช้พวกนาง จะต้องลำบากแน่ ตนเลยช่วยเตรียม แต่เมื่อจัดเรียงขนมกำลังวุ่น เพราะตนไม่ได้ตระเตรียมแผนไว้แต่แรก การสอนนอกรูปแบบนั้นเพิ่งคิดเอาสดๆเพราะไม่นึกว่าจะเจอนักเรียนลองดีขนาดนี้ ยังดีที่สยบนักเรียนแถมทำให้นักเรียนนิยมชมชอบได้ ก็อดยิ้มไม่ได้ตอนจัดขนม
ขณะที่วุ่นวาย จูเจียวเซินเข้ามาช่วยทำ นางรีบกล่าว
“คุณชายจู ท่านไม่ต้องช่วยหรอกค่ะ นี่มันงานของสตรี....”
“การเตรียมขนมขาย ทำได้ทั้งบุรุษสตรี ข้านั้นนอกจากค้าขายเครื่องเรือนของใช้ ข้าวสารอาหารแห้งแล้ว ขนมยังเป็นอีกกิจการที่ข้าเข้าไปดูแลด้วย โดยเฉพาะขนมที่จัดเก็บได้นาน จะมีการขนส่งไปขายยังเมืองต่างๆ ที่ไม่ไกลเกินไปและที่ไกลแต่สามารถกระจายสินค้าทางเรือแม่น้ำได้ งานเร่งรีบ บางครั้งข้าก็ลงไปช่วยจัดแจง”
เขาไม่ได้ดีแต่คุยจริงๆ จูเจียวเซินจัดและเรียงได้อย่างคล่องแคล่วประณีต จากนั้นช่วยกันยกคนละถาดออกมา
ขณะเดียวกัน
“ทางนี้ ท่านแม่ทัพ...ฮูหยินท่านกำลังจัดเตรียมขนมสำหรับเป็นรางวัลให้ลูกศิษย์ นางเป็นที่นิยมชมชอบของนักเรียนมาก”
ผู้พูดคือองค์หญิงสี่ นางกำลังจะออกไปเพื่อดูว่า แม่ทัพเซียวที่เข้าเฝ้าฮองเฮานั้นยังอยู่หรือกลับไปแล้ว หมายจะชักชวนนำพาเข้ามาดูการที่หนิงเอ๋อมีบุรุษหนุ่มเดินตาม
ปรากฏว่าลู่เอินกำลังเข้ามาจริงๆด้วยสีหน้าที่ไม่สบายใจนัก นางจึงรีบพามายังสถานที่นี้
มิคาดกลับพบว่าจูเจียวเซินกำลังเข้าไปช่วยนางจัดทำของว่าง แม้มีนางกำนัลช่วย แต่หลักๆ ทั้งคู่ช่วยกันทำอย่างขมักเขม่น
จูเจียวเซินกล่าวตอนขณะถือถาด
“ถ้าเกิดใครคนใดทำหก รับรองว่าไม่พอแจกจ่ายนักเรียนที่เรียนจนหิวโหย”
หนิงเอ๋อกล่าว
“เช่นนั้นคนทำหก ต้องไปหาเพิ่มจากในครัวหลวงแล้ว”
ฮุ่ยเหมยยิ้มหันมากล่าว
“ท่านแม่ทัพเซียว ดูท่าจะหายห่วงแล้ว ฮูหยินท่านไม่เพียงไม่ลำบากยังมีสหายที่มากความสามารถมากน้ำใจคอยปกป้องดูแล ท่านห่วงนางเช่นนี้ออกจะคิดมากไป”
นางยิ้มอย่างผ่อนคลาย แต่ในใจกลับต้องการให้ลู่เอินหึงหวงหนิงเอ๋อจนเกิดการทะเลาะเบาะแว้ง
ลู่เอินห่วงที่สุดคือการเข้าหาอย่างหน้าไม่อายของจูเจียวเซินนี่แหล่ะ
ลู่เอินจะเดินเข้าไป มือของฮุ่ยเหมยเกาะแขนเขาไว้
“ท่านแม่ทัพ เข้าไปเยี่ยมอาจารย์หนิงไม่ได้นะคะ ที่นี่ให้เฉพาะผู้เกี่ยวข้องเท่านั้นจึงจะเข้าได้ท่านมองนางจากไกลๆ ได้ใกล้ที่สุดแค่ตรงนี้”
“กระหม่อม....”
“วางใจเถอะค่ะ คุณชายจูอยู่ด้วย นางไม่มีปัญหาหรอก”
ลู่เอินมองหนิงเอ๋อกับจูเจียวเซินเดินถือถาดขนมไปด้วยกันคุยกันไปจนลับตา
ฮุ่ยเหมยถาม
“จะรอนางมั้ยคะ? ข้าจะเข้าไปบอกนางให้ว่าท่านรออยู่ด้านนอก”
“ไม่รบกวนองค์หญิง กระหม่อมทูลลา”
ลู่เอินจากไปในที่สุด
จ้าวฮุ่ยเหมย ยิ่มออกมา แล้วกล่าวในใจ
[หนิงเอ๋อ นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น ท่านแม่ทัพเซียววันนี้คงจะแค่งอนเจ้า ยังไม่เกลียดในทันที แต่ถ้าสั่งสมไปมากๆ ..อ่ะฮึ...ข้านี่แทบจะรอดูวันนั้นไม่ไหวเลย แต่ไม่ต้องห่วง ข้าจะดูแลท่านแม่ทัพต่อจากเจ้าเอง]
..................
เมื่อกลับออกมานอกวัง หลังสอนเสร็จ
วันแรกผ่านไปด้วยด้วยดี หนิงเอ๋อชนะอุปสรรคแรกได้แล้ว แต่นี่เป็นเพียงส่วนปลีกย่อยในหมกกระดานชิงอำนาจของบรรดาองค์ชายเท่านั้น เพื่อลู่เอิน นางต้องพยายามอีก
ลู่ฉีมารอรับอยู่แล้ว
นางขึ้นรถม้า นั่งกลับ หวนนึกถึงขนมที่จัดเตรียม ก็อยากให้ลู่เอินได้กิน จึงให้ลู่ฉีแวะซื้อที่ร้านดังในเมืองค่อยกลับบ้าน
“ท่านพี่ ข้ากลับมาแล้ว”
ลู่เอินไม่อยู่ นางเดินไปถามอาบี้ก่อนใคร เพราะเป็นคนสอดรู้เก่งกว่าใครๆ
“อาบี้ เจ้าเห็นนายท่านมั้ย?”
“เห็นค่ะ นายหญิง นายท่านเดินหน้าเคร่งเครียดหยิบห่องเงินถุงใหญ่เดินออกไปไม่เอาม้าไปด้วย”
“มีเรื่องรีบร้อนอะไรกันแถมใช้เงินเยอะอีก ข้าจะไปตามดู”
“เดี๋ยวค่ะนายหญิง ถ้านายหญิงใหญ่ถามหาพวกท่าน....?”
“บอกไปตามนี้แหล่ะ ข้าจะออกไปตามหาท่านพี่”
นางเข้าห้องไปหยิบกระบี่เจ็ดทิวา แล้วเดินไปยังคอกม้า
“อาฟง เตรียมม้าให้ที”
“ครับ”
อาฟง หนุ่มเลี้ยงมาและเป็นได้ทั้งคนคุ้มกันของนายหญิงใหญ่ รีบจัดเตรียมม้าให้อย่างว่องไว
นางดีดตัวขึ้นหลังม้าแล้วควบขี่ออกนอกหมู่ตึกไป
ที่แรกที่จะไปคือ หอเหมยกุย
“ลู่เอินเหรอ ไม่ได้มาที่นี่นะ มีอะไรกันรึเปล่า?”
ผู้ถามคือฟางเหนียง
หนิงเอ๋อกล่าวด้วยสีหน้าร้อนรน
“พี่ฟางเหนียง สาวใช้บอกว่าท่านพี่ไปด้วยทีท่าเร่งรีบ เอาถุงเงินห่อใหญ่ไปด้วย นอกจากที่นี่ เขามีที่ไหนน่าจะไป”
“ที่นี่ไม่ได้มีแค่ร้านของข้านะ”
“ท่านพี่ไม่ดื่มสุรา ยกเว้นดื่มตามพิธีการมารยาทนะคะ”
“แต่ก็ดื่มได้ใช่มั้ยล่ะ บุรุษถ้ามีเรื่องทุกข์ใจไม่พ้นพึ่งพาสุราหรอก ถ้าบุรุษเพศฉลาด สตรีคงไม่ลำบาก”
ร้านสุราที่ดีที่สุดในเมืองที่หนิงเอ๋อแนะนำ
“อ๋อ เหมือนข้าเคยเห็น เขาจ่ายหนักมาก ขอสุราที่ดีที่สุด สราไขเล็กดื่มอึกๆ รวดเดี๋ยวหมด”
“เขาไปจากร้านนานรึยัง?”
“เมื่อสักครู่ แต่ไปทางไหนข้าก็ไม่ได้สังเกตุหรอก”
ออกจากร้านมาก็เริ่มมืด คนแม้จะยังเดินคึกคัก แต่ถนนบางสายบางเส้นก็เริ่มเดินกันน้อยแล้ว นางตัดสินใจควบม้าไปตามทางที่คนน้อย ค่อยๆ ควบเหมาะๆ ไปมองรอบๆ ไปด้วยความร้อนรน
ทันใดนั้น