ซอฮยอนออกมายืนรอนายหญิงจางซังกุงอยู่หน้าส่วนของฝ่านใน ไม่นานซังกุงห้องปรุงรสก็วิ่งออกมาพร้อมผ้าคลุมสีเขียวแก่เพราะเวลากุงเนียวยามออกจากวังต้องใช้ผ้าคลุมหัวคลุมตัวให้มิดชิดเสมอ
จางซังกุงพาซอฮยอนเดินออกจากวังผ่านทางประตูควางฮวามุนพลางส่งป้ายผ่านทางให้กับทหารที่ยืนเฝ้าอยู่ นายทหารเพ่งมองหญิงต่างวัยอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตให้ออกไปได้
"กลับมาก่อนมืด เข้าใจรึเปล่า" หัวหน้าทหารที่ใส่ชุดสีดำแดงกำชับ
"เจ้าค่ะใต้เท้า" จางซังกุงก้มศีรษะให้ก่อนจะจูงซอฮยอนให้เดินตาม ทั้งคู่รีบก้าวลงบันไดหินหลายขั้นจนมาถึงสวนหย่อมที่เป็นคล้ายเส้นกั้นระหว่างวังหลวงและพื้นที่ของชาวบ้าน หลังจากข้ามสะพานเล็กๆ มาได้จางซังกุงก็เอ่ยว่า
"โชคดีที่บ้านของฮงซังกุงอยู่ไม่ไกล ตอนนี้เราไปที่ตลาดใหญ่ก่อนเถิด"
"บ้านของฮงซังกุงอยู่แถวนั้นหรือเจ้าคะ"
"ใช่"
ไม่นานทั้งคู่ก็อยู่ท่ามกลางความแออัดของผู้คนในตลาด ซอฮยอนเดินหลบหลีกพวกชาวบ้านที่ขนของบนหลังด้วยความยากลำบาก ส่วนจางซังกุงนั้นเดินลิ่วนำหน้าไปไกลแล้ว
"นายหญิง รอข้าบ้างสิเจ้าคะ" ซอฮยอนพูดอย่างเหนื่อยหอบพลางกุมสีข้างของตนเองเมื่อเดินมาถึงกำแพงเตี้ยๆ สีดำ
จางซังกุงหันมองไปรอบด้านก่อนจะทำสีหน้าตื่นตกใจ
"นายหญิง ท่านเป็นอะไรหรือ"
"ข้า... ข้าจำไม่ได้ว่าบ้านนางอยู่ตรงไหน"
"นายหญิง! "
"ข้ากำลังเรียบเรียงสติอยู่ซอฮยอน ไม่ได้มาบ้านนางหลายปีแล้วข้าก็ต้องมีลืมบ้างสิ" จางซังกุงพูด
"แต่ใช่แถวนี้แน่หรือเจ้าคะ"
"ใช่สิ"
ซอฮยอนหันมองรอบตัวก่อนจะเดินไปถามแม่ค้าขายเครื่องประดับคนหนึ่งที่วางแผงขายอยู่ข้างทาง
"เอ่อ ขอถามหน่อย โรงตีดาบของฮงซังกุงอยู่ที่ไหนหรือ ท่านพอจะรู้บ้างรึไม่"
แม่ค้าขมวดคิ้ว
"โรงตีดาบ? ของใครหรือ" นางย้อนถาม
"ของฮงซังกุง ท่านเคยได้ยินรึไม่"
"เจ้าของโรงตีดาบแถบนี้ไม่มีหรอกชื่อฮงซังกุง" แม่ค้าตอบ
"เช่นนั้นฮงกาเช ท่านรู้จักฮงกาเชรึไม่" จางซังกุงยื่นหน้ามาถาม
แม่ค้าหัวเราะ
"ท่านหัวเราะอะไรหรือ" ซอฮยอนสงสัย
"กำแพงหินสีดำข้างหลังท่านนั่นแหละบ้านของกาเช"
จางซังกุงอ้าปากค้างก่อนจะทำหน้าเขินอายเล็กน้อย
"ใกล้อยู่แค่นี้ทำไมท่านถึงจำไม่ได้เล่า" ซอฮยอนพูดพลางหัวเราะ
ซังกุงห้องปรุงรสค้อนให้ขวับหนึ่งก่อนจะเดินไปยังประตูไม้ นางยกมือขึ้นตบอยู่สามสี่หน ไม่นานก็มีบ่าวชายคนหนึ่งเดินมาเปิดประตู
"ท่านเป็นใครหรือ มีธุระอะไร"
"เรามาจากในวัง มีธุระด่วนกับฮงกาเช"
บ่าวชายก้มศีรษะให้ก่อนจะพาทั้งคู่เดินเข้าไปในลานบ้าน ตัวเรือนด้านในคล้ายกับบ้านสกุลซินมากไม่ว่าจะเป็นตัวบ้านซึ่งเป็นปูนขาวมั่นคง หลังคาที่ทำจากดินแดง เว้นเพียงแต่ว่าบ้านสกุลซินมีความโอ่อ่ากว้างขวางใหญ่โตกว่ามาก
เสียงตีดาบดังก้องสะท้อนมาเข้าหูซอฮยอน หญิงสาวหันไปมองก็พบว่าถัดจากตัวเรือนจะมีโรงตีดาบขนาดใหญ่ตั้งอยู่ไม่ไกล ดาบ มีด หอก ทวน ธนู โลหะชนิดต่างๆ รวมถึงอาวุธบางอย่างที่ซอฮยอนไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตห้อยระเกะระกะอยู่บริเวณเพดานโรงตีดาบอย่างน่าเสียวไส้หวั่นว่าวันดีคืนดีมันอาจร่วงมาฟันคอใครเข้า
หญิงสาวเพ่งตามองไปด้านในก็พบบ่อปูนคล้ายปล่องตั้งวางอยู่เป็นจุดๆ ภายในบรรจุหินหลอมละลายที่กลายเป็นของเหลวหนืดสีแดงฉานอยู่เต็มเปี่ยม ผนังก็ปรากฏเตาไฟใหญ่อยู่เป็นทอดๆ ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่กำยำไม่ใส่เสื้อยกอาวุธที่ถูกไฟเผาผลาญจนแดงเถือกออกมาวางไว้บนแท่นหินและตั้งต้นให้ค้อนยักษ์ทุบไปมาอย่างแข็งขัน เมื่อทุบได้ที่ก็ใช้กระบวยไม้ตักน้ำมาดับไฟจนเกิดเสียงฟู่ฟ่าดังไปทั่วพร้อมควันกรุ่น
"ตายจริง! ผู้ชายไม่ใส่เสื้อ" จางซังกุงร้องออกมาพลางยกมือกุมอก นางรีบหันมองไปทางอื่นทันที ซอฮยอนหัวเราะ
"เจ้าทนดูอยู่ได้อย่างไรกัน" นางว่า
"ทำไมจะดูไม่ได้เล่าเจ้าคะ"
"เราเป็นนางในนะ ลืมไปแล้วหรือว่าห้ามดูในสิ่งบัดสีน่ะ"
"ถ้าใจเราไม่คิดอะไรก็ไม่เป็นอันใดหรอกกระมังเจ้าคะ"
"จางซังกุง! ซอฮยอน! " เสียงร้องเรียกดังขึ้น
ฮงกาเชเดินออกมาจากตัวบ้านด้วยสีหน้าตกตะลึง นางยังคงดูไม่ต่างจากวันที่ออกจากวังเลยเว้นแต่คาเชบนศีรษะที่มีขนาดเล็กลงกว่าเดิม ชุดที่สวมใส่ก็เป็นฮันบกสีนวลกับกระโปรงสีดำ
"นั่นเจ้าจริงๆ หรือ" อดีตซังกุงวิ่งเข้ามาหาก่อนจะกุมมือจางซังกุงไว้ "เจ้ามาทำอะไรกันที่นี่"
ซังกุงห้องปรุงรสรีบก้มศีรษะคำนับ
ฮงกาเชหันมาทางซอฮยอน หญิงสาวโผเข้ากอดอดีตนายหญิงตัวเองทันทีด้วยความคิดถึง
"นายหญิง" ซอฮยอนสะอึกสะอื้น
"ซอฮยอน เจ้า... เจ้ามาทำอะไรที่นี่"
"นายหญิง ข้ามาขอความช่วยเหลือจากท่านเจ้าค่ะ"
"ความช่วยเหลืออะไรกัน ถึงกับต้องลงทุนออกมาจากวังขนาดนี้เชียวหรือ"
"เจ้าค่ะ เรื่องนี้สำคัญมาก" จางซังกุงพูด
ฮงกาเชพยักหน้า
"เช่นนั้นขึ้นมาคุยกันในห้องข้าบนบ้านก่อนเร็วเข้า"
บ่าวชายเดินนำจางซังกุงและซอฮยอนมาถึงห้องพักส่วนตัวของฮงกาเช เมื่อทั้งคู่นั่งลงเรียบร้อยอดีตซังกุงก็รีบถาม
"ทำไม มีเรื่องอะไรกันหรือ จะให้ข้าช่วยอะไร"
ซอฮยอนเล่าเรื่องยิมโฮแทกุนที่กำลังตกที่นั่งลำบากให้ฮงกาเชฟังอย่างละเอียดจนจบ
"เจ้าว่า.... เจ้าว่าอะไรนะ" อดีตซังกุงยกมือกุมอกก่อนจะทำท่าเหมือนวิงเวียนศีรษะ
"นายหญิง! เป็นอะไรไปเจ้าคะ" จางซังกุงร้องพลางถลาเข้ามาประคอง
"องค์ชายถูกใส่ร้ายหรือ" นางพร่ำพูดไปมา
"ใช่เจ้าค่ะ" ซอฮยอนยืนยัน
"ไม่! " ฮงกาเชร้องไห้ออกมาจนทั้งคู่ตกใจ "องค์ชายของข้า องค์ชายน้อยของข้า"
จางซังกุงหันมามองหน้าซอฮยอนช้าๆ
"นายหญิง ท่านพูดอะไรกันเจ้าคะ"
"ข้าไม่เคยบอกกับพวกเจ้า" อดีตซังกุงสูงอายุปาดน้ำตา "ข้าคือซังกุงพี่เลี้ยงที่ดูแลองค์ชายยิมโฮตั้งแต่พระองค์ประสูติ ถึงแม้ไม่ใช่มารดาแท้ๆ ผู้ให้น้ำนมแต่องค์ชายก็ทรงให้เกียรติเรียกข้าว่าแม่นมมาโดยตลอด"
"อะไรนะเจ้าคะ! "
ทั้งจางซังกุงและซอฮยอนอ้าปากค้าง
"นายหญิง นี่... นี่เป็นเรื่องหรือ" ซอฮยอนถามเสียงตะกุกตะกัก
"จริง เรื่องจริง" ฮงกาเชตอบพลางหลับตาลง
"แล้วทำไมนายหญิงไม่เคยบอกพวกเราเจ้าคะ" จางซังกุงถาม
"ข้าจำต้องบอกประวัติภูมิหลังแก่เจ้าโดยละเอียดอย่างนั้นหรือ" อดีตซังกุงพูด
"แต่ก็น่าจะบอกกันบ้างนะเจ้าคะ"
"ตอนนี้มันไม่สำคัญแล้ว สิ่งที่สำคัญกว่าในเวลานี้คือช่วยองค์ชายก่อน พวกเจ้าต้องช่วยองค์ชายให้ได้นะ"
"ก็ที่เรามาที่นี่เพื่อช่วยองค์ชายอย่างไรเล่าเจ้าคะ" ซอฮยอนเอ่ย
"ข้ารู้ แต่มาที่นี่ไปเพื่ออะไร ฟังจากที่เล่ามาข้าจะไปช่วยอะไรได้"
"นายหญิงไม่ได้ฟังที่เล่าหรือเจ้าคะ หมอทหารลีชางฮยอนโป้ปดว่าดาบขององค์ชายเป็นอาวุธสังหาร ข้ากับซอฮยอนจึงมาที่นี่เพื่อหาช่างอาวุธไปพิสูจน์ความจริงอย่างไรเล่าเจ้าคะ" จางซังกุงตอบ
อดีตซังกุงชราชะงักไปชั่วขณะก่อนที่จะค่อยๆ เอ่ยออกมาช้าๆ
"เจ้าหมายถึงช่างอาวุธในโรงตีดาบของข้าน่ะหรือ"
"ใช่เจ้าค่ะ ฉะนั้นตอนนี้ชีวิตขององค์ชายขึ้นอยู่กับท่านแล้ว ได้โปรดเฟ้นหาช่างอาวุธที่เชี่ยวชาญเรื่องเทียบชนิดดาบกับรอยแผลที่เกิดจากดาบมาเถิดเจ้าค่ะ"
ฮงกาเชนิ่งไปอยู่นานสองนาน นางก้มหน้าลงพลางครุ่นคิดอยู่สักพัก
"มีคนหนึ่งที่ข้าพอไว้ใจ แต่ไม่แน่ใจว่าเขาจะเชี่ยวชาญพอรึไม่ เพราะถ้าเกิดให้เขาไปแล้วไม่สามารถเอาชนะหมอทหารคนนั้นได้ องค์ชายก็จะแย่ทันที"
"นายหญิง" ซอฮยอนกุมมือของอดีตนายหญิงเอาไว้ "เราต้องเสี่ยงเจ้าค่ะ"
ฮงกาเชพยักหน้าก่อนจะลุกขึ้นช้าๆ
"เช่นนั้นพวกเจ้าไปรอข้าที่หน้าบ้าน ข้าจะไปพาตัวเขามาให้" นางพูดกับทั้งคู่ "ส่วนเจ้าตามข้ามาที" ฮงกาเชหันไปกล่าวกับบ่าวชายที่รีบกุลีกุจอเดินตามนายหญิงไปยังโรงตีดาบ
จางซังกุงกับซอฮยอนเดินออกมารอหน้าบ้านพลางพูดคุยกันอย่างเคร่งเครียด
"ตอนเจ้าออกจากวังมาได้ขออนุญาตซังกุงประจำห้องเขียนหนังสือก่อนรึไม่" จางซังกุงถาม
"เอ่อ"
"ว่าอย่างไร"
"ข้า... ข้าไม่ได้ขอเจ้าค่ะ"
"อะไรนะ" จางซังกุงอ้าปากค้าง "นี่เจ้าแอบออกมาหรือ"
"เจ้าค่ะ"
"เจ้านี่บ้าบิ่นดีแท้ การช่วยเหลือคนน่ะเป็นสิ่งดี แต่ทีหน้าทีหลังหากจะคิดช่วยผู้อื่นต้องดูกำลังของตัวเองก่อนว่ามีความพร้อมที่จะช่วยเหลือหรือไม่ ที่เจ้าทำนี่มันเป็นการไม่คิดหน้าคิดหลัง กลับไปเจ้าอาจจะโดนซังกุงห้องเขียนหนังสือลงโทษหนัก รู้รึไม่"
"เจ้าค่ะ" ซอฮยอนตอบเสียงอ่อน
สักพักฮงกาเชก็เดินมาพร้อมชายหนุ่มวัยกลางคนในชุดคนงานสีขาวเนื้อตัวขะมุกขะมอมไปด้วยคราบเขม่าสีดำ ซอฮยอนสังเกตเห็นว่าที่มือของนายช่างผู้นี้หยาบกร้านและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น
"เขาชื่อจีแฮนัม เป็นนายช่างที่ข้าไว้ใจที่สุด ข้าเล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟังแล้ว เขารู้ว่าต้องทำอะไรเมื่อเข้าวัง เจ้าจงนำทางเขาไปก็พอ"
"เจ้าค่ะนายหญิง" ซอฮยอนก้มศีรษะ
"จางซังกุง" ฮงกาเชเรียก
"เจ้าคะ? "
"ช่วยยิมโฮแทกุนให้ได้นะ รู้รึไม่"
"เจ้าค่ะนายหญิง"
จางซังกุงเดินนำจีแฮนัมออกไปจากประตู ส่วนซอฮยอนยังคงยืนอยู่ที่เดิม
"นายหญิง ไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะ ข้าจะช่วยองค์ชายให้ได้"
ฮงกาเชก้มหน้าลง
"ความจริงแล้ว..."
"ความจริงอะไรหรือเจ้าคะ"
"ก่อนข้าจะออกจากวังได้ไปฝากฝังเจ้ากับองค์ชายยิมโฮเอาไว้ แต่กลับกลายเป็นว่าตอนนี้เจ้าต้องกลับมาช่วยองค์ชายแทนเสียอย่างนั้น"
"จริงหรือเจ้าคะ" ซอฮยอนคาดไม่ถึง
"ใช่" ฮงกาเชพยักหน้า "แต่ข้าคิดสั้นไป องค์ชายจะมาคอยดูแลนางในของพระราชาได้อย่างไร"
"นายหญิง ท่านไม่ต้องห่วงข้าหรอกนะเจ้าคะ วังหลวงน่ะข้าพออยู่ได้"
"ได้ยินเช่นนี้ข้าก็เบาใจ แต่ตอนนี้เจ้ารีบไปเถิด เดี๋ยวตามจางซังกุงไม่ทัน"
"เช่นนั้นข้าลาล่ะเจ้าค่ะ" ซอฮยอนโค้งคำนับให้ก่อนจะวิ่งตามซังกุงห้องปรุงรสออกไป เหลือเพียงอดีตซังกุงสูงอายุที่ยืนมองด้วยความเป็นห่วง
ลานหน้ากรมอาญาเต็มไปด้วยทหารหลายคนที่ยืนล้อมรอบด้าน ท่ามกลางมีใต้เท้าต้นเครื่อง ใต้เท้าวอนโจเจ้ากรมอาญา มหาดเล็กโชคังอินและสองชาวญี่ปุ่น โยชิดะกับฮอนโด
ยิมโฮแทกุนยังคงถูกขังอยู่ในตำหนักจึงไม่ได้ประทับอยู่ที่นี่ด้วย และขณะนี้ใต้เท้าต้นเครื่องกำลังก้มลงอ่านม้วนสารซึ่งเป็นพระบัญชาจากฝ่าบาทสำหรับประกาศโทษขององค์ชาย
"และด้วยโทษทั้งหมด ฝ่าบาททรงตัดสินโทษลงมาดังนี้..."
ทุกคนกลั้นใจฟัง
"ปลดออกจากตำแหน่งและขับให้ไปอยู่ที่จวนนอกวัง"
"อะไรนะ! " มหาดเล็กโชตะโกนดังลั่นพลางผุดลุกขึ้นยืน
"นี่คือคำตัดสิน ห้ามโต้เถียง" ใต้เท้าต้นเครื่องพูดเสียงห้วน
"ไม่ตัดสินไวไปหน่อยหรือเจ้าคะ" จางซังกุงเดินเข้ามาในลานพร้อมซอฮยอน ด้านหลังทั้งคู่มีนายช่างจีแฮนัมเดินตามมาด้วย
"นี่มันอะไรกัน" ใต้เท้าวอนโจงุนงง
"แผนร้ายยังไม่ถูกเปิดโปงจะรีบตัดสินไปไยเจ้าคะ"
โปรดติดตามตอนต่อไป