บทที่6. เบาะแส
หมับ!เมื่อรดน้ำต้นสมุนไพรเสร็จแล้วก็วิ่งกลับมานั่งยองๆ ข้างต้นหญ้าหยกกิเลน แล้วคว้าหมับเข้าที่ยอดต้นหญ้านั้นทันที
‘พี่ต้นหญ้า ตื่นๆ เ้าค่า’ เอ่ยเรียกในใจไม่ได้ออกเสียงจิ่วจิวน้อยก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเหตุใดยามนางคุยกับพี่ต้นไม้จึงไม่ต้องขยับปากออกเสียงก็สามารถพูดคุยกับพี่ต้นไม้ได้ทุกต้นเลย
‘ข้าไม่ได้หลับหรอกมีอันใดหรือเ้าเด็กน้อย’ ต้นหญ้าหยกกิเลนเอ่ยถามขึ้นมา
‘พี่ต้นหญ้ายู้จัก ว่านวารีโยหิต หยือไม่เ้าคะ’
‘ว่านวารีโลหิตหรือข้าย่อมต้องรู้จักอยู่แล้วพวกเาาวพืชสมุนไพรต่างก็รู้จักกันเป็อย่างดี’
‘ดีจังเยย แล้วต้นว่านนั้นอยู่ที่ใดพี่ต้นหญ้ารู้ยึเป่าเ้าคะ’ เมื่อรู้ว่าพี่ต้นหญ้ารู้จักเ้าตัวน้อยก็ดีใจมากจนตบมือแปะๆ
‘ว่านวารีโลหิตหายสาบสูญไปนายหลายร้อยปีแล้วล่าสุดที่ข้ารับรู้มาก็ไม่มีอยู่ที่ดินแดนเบื้องล่างนี้แล้วแต่หากเป็ดินแดนเบื้องบนข้าคิดว่าน่าจะหาได้ง่ายๆ ตามพื้นดินทั่วไปเลยล่ะ’ ต้นหญ้าหยกกิเลนเอ่ยตอบตามความจริง
‘เช่นนั้น เช่นนั้นฉิบฉี่จะไปดินแดนเบื้องบนไปตามหาสมุนไพรให้ท่านปู่เองเ้าค่า’
‘ตอนนี้ยังไม่ได้หรอกเด็กน้อย’
‘เหตุใดหยือเ้าคะ’
‘เพราะผู้ที่จะไปดินแดนเบื้องบนได้นั้นจะต้องมีพลังปราณอยู่ในขั้นจักรพรรดิเซียนขึ้นไปแล้วเท่านั้นจึงจะสามารถละทิ้งดินแดนเบื้องล่างนี้ย้ายไปอยู่ดินแดนเบื้องบนได้’
‘ฮึก ฉิบฉี่...ฉิบฉี่ยังไม่มีปะลังปราณเยย’ ใบหน้ากลมเล็กก้มลงจนคางชิดติดหน้าอกเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยเหงาหงอยอย่างน่าสงสารจนภูติญญาต้นหญ้าหยกกิเลนทนไม่ไหวรีบเอ่ยปากออกมา
‘อย่างพึ่งเศร้าไปเลยเด็กน้อย ข้าได้ยินมาว่าที่แห่งหนึ่งอาจจะมีนะแต่ก็เป็เพียงเมล็ดพันธุ์ของมันเท่านั้นที่หลงเหลืออยู่ในดินแดนเบื้องล่างเท่านั้นนะมันไม่ยอมงอกออกมาเป็ต้นพืชนานหลายร้อยปีแล้ว’
‘ที่ใดเ้าคะ อยู่ที่ใดฉิบฉี่จะไปเก็บมาปลูกเอง’ เอ่ยถามอย่างกระตือรือร้นพร้อมคิดไปว่าฉิบฉี่ชอบปลูกต้นไม้มากฉิบฉี่จะลองปลูกเอง
‘ที่เขตป่าชั้นในสุดของหุบเขาเร้นลับนี่แหละ’
‘โอ้! ดีจริงๆ อยู่ใกล้ๆ ฉิบฉี่ไปได้ ฉิบฉี่จะไปเองเ้าค่า ฮิ ฮิ’
เมื่อพูดคุยถามสิ่งที่สงสัยจนหมดได้รู้เื่ที่้าแล้วเด็กตัวกลมนุ่มนิ่มก็เอ่ยลาต้นหญ้าหยกกิเลนแล้ววิ่งจรู๊ดดดกลับไปเพราะได้กลิ่นหอมจากกับข้าวกลางวันที่ท่านปู่ทำให้
‘ต้องเป็เห็ดต้มที่ฉิบฉี่หยักจินแน่ๆ เยย’ หรือจะพูดให้ถูกก็คือน้ำแกงเห็ดนั้นเอง
“ฟืดดด!หอมจัง”
“เ้าสิบสี่มากินข้าวก่อน”ท่านผู้เฒ่าไป๋เอ่ยเรียกหลานสาวที่เดินเร็วๆ เข้ามาอย่างอารมณ์ดี
“เ้าค่า”
“ล้างมือก่อนนะ”
“เ้าค่า”จิ่วจิวตัวน้อยรับคำอย่างร่าเริงเดินไปล้างมือโดยมีท่านพ่อบ้านหวังฉีตามไปดูแลด้วย ไม่นานก็เดินกลับมาในห้องครัว
“เอ้าจะปีนขึ้นนั่งเองหรือจะให้ปู่ช่วย”
“ท่านปู่ช่วยเ้าค่ะวันนี้ฉิบฉี่หิวมากปีนไม่ไหวแล้วเ้าค่ะ”
“โฮ๊ะๆๆ ได้ๆ มาๆ ฮึบ!”
“ขอบคุณเ้าค่าฮิ ฮิ”
เมื่อนั่งประจำที่แล้วรอให้ท่านปู่ลงมือก่อนจากนั้นเ้าตัวน้อยก็เริ่มขยับตะเกียบลงมือกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อยตามทันทีส่วนท่านพ่อบ้านหวังฉีก็ได้ร่วมกินข้าวด้วยกันเช่นเดิม
“ท่านปู่เ้าคะฉิบฉี่หยักไปป่าชั้นในของหุบเขาเย้นยับเ้าค่ะ”
“หื้มเขตป่าชั้นในของหุบเข้าเร้นลับหรือ” ท่านผู้เฒ่าไป๋เอ่ยถามอย่างแปลกใจ
“ป่าด้านในนั้นไม่เคยมีใครเข้าไปมาก่อนเลยนะขอรับคุณหนูสิบสี่้าสิ่งใดขอเพียงบอกมา บ่าวชราผู้นี่จะหามาให้เองขอรับ”ท่านพ่อบ้านหวังฉีเอ่ยขึ้น
“ต้องเป็ป่าชั้นในนั่นเท่านั้นเ้าค่ะพี่ต้นหญ้าบอกฉิบฉี่ว่ามีเมล็ดว่านวารีโยหิตอยู่ที่นั่นฉิบฉี่จะไปเก็บมาปลูกให้ท่านปู่ววว” ปากน้อยยังคงพูดอธิบายไป มือก็ยกถ้วยน้ำอุ่นๆขึ้นมาดื่มไปด้วย
“เช็ดปากก่อนเป็สตรีแม่นางน้อยต้องค่อยๆ กินค่อยๆ ดื่มนะ”ท่านปู่เฒ่าไป๋กล่าวพร้อมหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเก่าออกมาเช็ดปากเช็ดน้ำที่เลอะตามคางให้หลานสาวตัวน้อยอย่างเอ็นดู
“ฮิฮิ ฉิบฉี่เป็เด็กเลยจินหกหมดเยย”
“เด็กดีๆ เ้าสิบสี่บอกปู่ได้หรือไม่ว่ารู้เื่พวกนี้มาได้อย่างไร”
“ฉิบฉี่ได้ยินที่ท่านปู่กับท่านตาพ่อบ้านหวังพูดกันฉิบฉี่เลยไปถามพี่ต้นหญ้ามาเ้าค่ะ”
“พี่ต้นหญ้าหรือหมายถึงหญ้าหยกกิเลนสินะ”ท่านผู้เฒ่าไป๋เอ่ยถามพร้อมยกมือขึ้นลูบเคราสีขาวที่ยาวเฟื้อยของตนเองพรางทำท่าทางครุ่นคิดไปด้วย
“ใช่เ้าค่ะพี่ต้นหญ้าบอกว่ายู้จักโด้ยยยแต่ไม่ได้เห็นมานานมากแล้วต้องไปเอาที่ดินแดนเบื้องบนแต่ฉิบฉี่ยังไปไม่ได้พี่ต้นหญ้าเลยบอกว่าอาจจะมีเมล็ดเหลืออยู่ในป่าชั้นในของเขาเย้นยับฉิบฉีเลยจะไปเก็บมาเ้าค่ะ เฮ้อออ อึก อึก อึก” เพราะต้องพูดเล่าเื่ยาวๆเ้าตัวน้อยจึงรู้สึกเหนื่อยจนต้องดื่มน้ำตามหลายอึกใหญ่
“ขอบใจหลานมากนะสิบสี่น้อยที่ถามเื่นี้มาให้ปู่เช่นนั้นเราเข้าไปด้วยกันเถิดปู่คงให้หลานสาวที่แสนน่ารักเช่นนี้เดินทางคนเดียวไม่ได้หรอกนะ”ท่านผู้เฒ่าไป๋ยื่นมือที่เหี่ยวย่มมาลูบศีรษะหลานสาวอย่างเอ็นดูเป็ที่สุด
“ฮิฮิ ได้เยยเ้าค่ะ” เอ่ยตอบรับพร้อมยิ้มจนแก้มป่องให้ท่านปู่
“เช่นนั้นก็อีกสองวันค่อยเดินทางนะพรุ่งนี้คงต้องเอาหญ้าหยกกิเลนที่แบ่งไว้ไปขายหาเงินและซื้อของกันก่อนนะ”ท่านผู้เฒ่าไป๋สรุปวันเดินทางก่อนจะหันไปบอกเื่เอาสมุนไพรเข้าไปขายในเมืองกับพ่อบ้านหวังฉี
“ได้ขอรับนายท่าน”
ความจริงแล้วท่านผู้เฒ่าไป๋นั้นมีแหวนมิติที่เก็บเงินทองและของมีค่าบางส่วนไว้อยู่แม้จะยังไม่หมดแต่ตลอดสองปีมานี้ก็เอาออกใช้ไปมากแล้วจึงต้องหาสมุนไพรไปขายเพื่อหาเงินมาเก็บตุนไว้ให้มากๆ หน่อยนั้นเองแม้ไม่ได้สุขสบายมีเหลือกินเหลือใช้เช่นแต่ก่อนที่อยู่ในจวนตระกูลไป๋แต่ท่านผู้เฒ่าไป๋ก็ไม่ได้เลี้ยงดูหลานสาวอย่างอดอยาก ดีที่เ้าสิบสี่น้อยกินง่ายอยู่ง่ายและร่างกายแข็งแรงมากจึงเติบโตด้วยดีมาตลอด…