พวกอันหลินเดินเท้าอยู่ในป่า สิ่งที่พวกเขาต้องทำในตอนนี้คือไปยังจุดนัดหมาย
อันที่จริงตามหลักการแล้วพิกัดที่พวกเขาจะร่อนลงน่าจะเป็นอารามเมฆขาวที่อยู่ชานเมืองหรงเฉิงแต่ตอนนี้แม้แต่คนโง่ก็รู้ว่าพิกัดที่พวกเขาจะร่อนลงต้องคลาดเคลื่อนแล้วเป็นแน่ทอดมองไปแล้วละแวกนี้มีอารามที่ไหนกัน
รอบตัวมีแต่ภูเขาเต็มไปหมดนอกจากต้นไม้เขียวชอุ่มแล้ว ก็ไม่มีอะไร!
ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ใดยังไม่รู้เลย
เดินไปได้ราวๆครึ่งชั่วยาม ในที่สุดอันหลินก็เจอทางหลวงเส้นหนึ่ง
เขาดีใจหากว่ามีทางหลวง แค่ถามคนใช้รถใช้ถนน ก็รู้แล้วว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน
ซ้ำยังใช้รถแทนการเดินเท้าได้มุ่งหน้าไปที่อารามเมฆขาวได้โดยตรง
“เอ๊ะ มีมนุษย์ถูกจับตัว เป็นฝีมือของสัตว์มาร!”
สีหน้าของเซวียนหยวนเฉิงชะงักไป ร่างพุ่งออกไปข้างหน้าในพริบตา
อันหลินกับสวีเสี่ยวหลานก็ตกใจเช่นกันรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา
ตูม!
รถยนต์คันหนึ่งที่แล่นอยู่บนถนนถูกเซวียนหยวนเฉิงขวางด้วยมือเปล่าหัวรถถูกมือของเขาดันจนยุบลงไป!
จากนั้น เสียงแผดร้องของโลหะอันน่ากลัวก็ดังขึ้น
เคร้ง!
เซวียนหยวนเฉิงฉีกรถคันนั้นเป็นสองท่อนด้วยมือเปล่าจากนั้นก็ดึงแขนที่พันธนาการมนุษย์ออก กอดเขาไว้ในอกแล้วเคลื่อนตัวไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว!
ตูม!
รถยนต์ระเบิด...
...
เซวียนหยวนเฉิงกอดผู้ชายคนนั้นไว้ใบหน้ามีรอยยิ้มอบอุ่น “เกือบไปแล้วเจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม”
ชายคนนั้นเบิกตากว้าง ใบหน้าซีดเผือก ริมฝีปากสั่นระริก “ผี...มนุษย์ต่างดาว...นี่นา...!”
เซวียนหยวนเฉิงถอนหายใจ ส่ายหน้าเบาๆ ในใจเข้าใจสภาวะของชายคนนั้นแล้ว
เห็นได้ชัดว่าชายคนนี้ตกใจกลัวสัตว์มารไม่น้อยเลย!
อันหลินกับสวีเสี่ยวหลานยืนอยู่ข้างถนน เมื่อเห็นฉากนี้ ก็อ้าปากเป็นตัวโอ
สวีเสี่ยวหลานตั้งใจเรียนวิชาแดนมนุษย์สิ่งที่วิ่งอยู่บนถนนไม่ใช่สัตว์มาร แต่เป็นรถยนต์!
ส่วนอันหลิน เขาไม่เคยเห็นคนฉีกรถด้วยมือเปล่า...
แต่ว่าตอนนี้พี่เฉิงแสดงการฉีกรถด้วยมือเปล่าให้เขาดูแล้ว!
คุณพระ ฉีกรถด้วยมือเปล่า! เขาจะไม่ตกใจได้อย่างไร!
ผ่านไปครู่ใหญ่ กว่าอันหลินกับสวีเสี่ยวหลานจะสงบสติอารมณ์ได้
“พี่เฉิง...” อันหลินเดินเข้าไปเตือนเขาอย่างจริงจังว่า “สิ่งที่วิ่งบนรถเมื่อครู่นี้เรียกว่ารถยนต์ ไม่ใช่สัตว์มาร!”
เมื่อเซวียนหยวนเฉิงได้ยินคำพูดของอันหลิน ก็ตกอยู่ในภวังค์แห่งความเงียบ
“อ๋อ...ข้านึกออกแล้วเครื่องจักรกลที่มนุษย์สร้างขึ้นหรือ ถึงว่าข้าไม่รู้สึกถึงกลิ่นอายของชีวิต!”
เซวียนหยวนเฉิงทำท่าเหมือนนึกอะไรออก แววตาเป็นประกายแล้วพูดขึ้นมา
จากนั้นเขาก็มองผู้ชายร่างท้วมในอ้อมอกด้วยความรู้สึกผิดพูดว่า “ต้องขออภัย เพราะข้าน้อยมุทะลุไม่ระวังเผลอฉีกรถของท่าน ครั้งหน้าข้าจะใช้คืน!”
ชายร่างท้วมคนนั้นตกใจจนหน้าไม่มีสีเลือดนานแล้วตอนนี้เมื่อได้ยินเซวียนหยวนเฉิงพูด ก็ส่ายหน้าราวกับเป็นป๋องแป๋ง “ไม่...ไม่ต้องชดใช้! ผมแค่ขอร้องพวกคุณให้ปล่อยผมก็พอแล้วเนื้อของผมเลี่ยนเกินไปไม่อร่อย...ผมกินอาหารกระตุ้นฮอร์โมนทุกวัน สูบบุหรี่ทุกวันเนื้อของผมมีพิษ!”
เซวียนหยวนเฉิง “…”
อันหลิน “…”
สวีเสี่ยวหลาน “…”
คุณลุงท่านนี้เห็นพวกเขาเป็นปีศาจกินคนไปแล้วหรือไง
อันหลินถอนหายใจเดินเข้าไปตรงหน้าคุณลุงท่านนั้น ใช้วิชาลบความทรงจำทันที
นี่เป็นวิชาที่นักพรตทุกคนจำเป็นต้องเรียนก่อนมาเยือนแดนมนุษย์จุดประสงค์ก็เพื่อป้องกันเหตุการณ์เช่นตอนนี้
หลังความทรงจำของชายคนนั้นถูกลบก็หมดสติไป
เซวียนหยวนเฉิงวางเขาลงบนพื้นใช้วิชารักษาและปลุกผู้ชายคนนั้นขึ้นมาอย่างให้ความร่วมมือ
คุณลุงค่อยๆฟื้นขึ้นมา เมื่อเห็นคนแปลกหน้าสามคนที่ยืนตรงหน้า ก็อดทำหน้าแปลกใจไม่ได้ “ที่นี่ที่ไหน...ผมมาอยู่นี่ได้ยังไง”
คุณลุงรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย
เขาพยายามย้อนความทรงจำจำได้แค่ว่าก่อนหน้านี้ยังขับรถอยู่ ทำไมจู่ๆ ถึงมานอนอยู่บนพื้น
ตอนนี้ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่งก็พูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มว่า “คุณลุง คุณนอนอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วพวกเราเดินผ่านที่นี่พอดี พอคุณนอนอยู่ตรงนี้แล้วไม่วางใจ เลยเข้ามาดูคุณ แล้วก็ข้างถนนนั่นใช่รถของคุณไหม”
ขณะที่พูดเขาก็ชี้ไปทางถนน
คุณลุงจึงมองไปทางถนนเมื่อเห็นซากที่มีควันโขมงผุดขึ้นมา และป้ายทะเบียนรถดำเกรียม ก็อ้าปากค้าง “คุณพระ! รถของฉันระเบิดเหรอ!”
“ใช่ น่าแปลกจริงๆ แถมคุณลุงก็ไม่บาดเจ็บด้วย เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่”อันหลินมองคุณลุง ถามอย่างสงสัย
เซวียนหยวนเฉิงกับสวีเสี่ยวหลานก็มองคุณลุงด้วยความฉงนใจ ราวกับเห็นเรื่องเหลื่อเชื่ออย่างไรอย่างนั้น
ไม่พูดไม่ได้ว่าฝีมือการแสดงของพวกเขาช่างดีเสียจริง...
คุณลุงมองทั้งสามคนอย่างงุนงง พบว่าพวกเขาก็จ้องตัวเองด้วยความสงสัยเช่นกัน
สุดท้ายเขาก็ล้วงมือถือออกมาเนื้อตัวสั่นเทา กดถ่ายรูปรถยนต์ จากนั้นแจ้งตำรวจ...
...
เพราะคุณลุงพวกอันหลินถึงพลอยได้อานิสงค์ติดรถของตำรวจจราจรไปด้วย
อันหลินพูดว่าพวกเขาเป็นวัยรุ่นใจดีที่ลงรถระหว่างทางจากนั้นจึงช่วยคุณลุงไว้
หลังพูดคุยกันแล้วเขาก็ทำให้คุณลุงซาบซึ้งจนทำอะไรไม่ถูก
เมื่อซาบซึ้งเสร็จแล้ว ทั้งสองคนก็เริ่มคุยกันอย่างสนุกสนานขึ้นมา
เจอกับความซึ้งใจและคำขอบคุณของคุณลุงตรงหน้าเซวียนหยวนเฉิงที่เป็นตัวการฉีกรถก็หน้าแดงระเรื่อ รู้สึกละอายใจ
“อันหลินถึงเวลาพวกเราหาวิธีชดใช้ให้คุณลุงคนนี้หน่อยเถอะ”
เซวียนหยวนเฉิงกระซิบข้างหูอันหลิน
อันหลินได้ฟังก็ยิ้มกริ่มแล้วพูดว่า “ไม่ต้องห่วงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศจะช่วยตามล้างตามเช็ดให้พวกเรา หากเจอผู้ต้อนรับ ยกให้พวกเขาจัดการก็พอแล้ว”
เมื่อเซวียนหยวนเฉิงได้ยินประโยคนี้ของอันหลินก็โล่งอกความรู้สึกผิดในใจลดลงบ้างแล้ว
คุณลุงชื่อเจิ้งหงปังเป็นคนเมืองหรงเฉิงพอดี
จุดเกิดเหตุอยู่ไม่ไกลจากเมืองหรงเฉิงห่างเพียงห้าสิบกว่ากิโลเมตรเท่านั้น หลังพวกเขาใช้เวลานั่งรถหนึ่งชั่วโมงก็มาถึงจุดหมายปลายทาง
อันหลินไม่มีเวลาไปทำบันทึกที่สถานีตำรวจด้วยเหตุนี้จึงใช้วิชาลบความทรงจำกับทุกคนในรถ
เมื่อทุกคนบนรถหมดสติไปแล้วเขาก็พาเซวียนหยวนเฉิงกับสวีเสี่ยวหลานลงจากรถ
เมืองหรงเฉิงเป็นเมืองอันดับหนึ่งของตะวันตกเฉียงใต้ได้ฉายาดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์
บ้านเกิดอันหลินอยู่ในเมืองซานเฉิงไม่ไกลจากเมืองหรงเฉิง
ปกติหากเขาว่างก็มักจะมาเดินเล่นที่เมืองหรงเฉิงนับว่ารู้จักสถานที่แห่งนี้พอสมควรเมื่อลงจากรถจึงพาสวีเสี่ยวหลานกับเซวียนหยวนเฉิงเดินเล่น
เมืองหรงเฉิงมีตึกรามบ้านช่องมากมายเมื่อเดินมาถึงย่านถนนชุนซี ก็ยิ่งครึกครื้นผิดธรรมดา
ร้านรวงต่างๆ ประดับประดาเต็มถนน อาหารและเครื่องดื่มนับไม่ถ้วนล้วนสะดุดตากับผู้คนที่เดินขวักไขว่บนท้องถนนอย่างคับคั่ง เป็นภาพที่ดูคึกคัก
สวีเสี่ยวหลานกับเซวียนหยวนเฉิงมาเยือนแดนมนุษย์ครั้งแรกเห็นเรื่องแปลกใหม่ละลานตา กวาดสายตามองดูรอบๆ ตาโตอย่างประหลาดใจ
ยังดีที่พวกเขามาจากตระกูลชื่อดังของแดนบำเพ็ญเซียนแม้จะตกใจกับเรื่องราวแปลกใหม่เหล่านี้ การแสดงออกก็ยังดูไม่ใหญ่โตมากนัก
อย่างน้อย เรื่องที่ฉีกรถด้วยมือเปล่าแบบเซวียนหยวนเฉิงไม่มีทางเกิดขึ้นอีกแน่นอน...
“จริงสิ อันหลิน ตอนนี้พวกเราไม่ต้องไปเจอผู้ต้อนรับที่อารามเมฆขาวก่อนหรือ”
เตร็ดเตร่อยู่นานสวีเสี่ยวหลานเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าพวกเขายังไม่ไปพบผู้ต้อนรับเลย...
เมื่ออันหลินได้ฟังก็ส่ายหน้ายิ้มๆ “ก่อนมาอาจารย์ที่ปรึกษาเคยบอกพวกเราแล้วว่า อารามเมฆเป็นอารามที่ลึกลับอย่างยิ่ง คนทั่วไปไม่รู้ถึงการมีอยู่ของอารามเมฆขาวจุดที่พวกเราร่อนลงผิดพลาด ไม่รู้เหมือนกันว่าอารามเมฆขาวอยู่ที่ไหน เมื่อเป็นเช่นนี้หากจะให้เราไปหาผู้ต้อนรับ สู้ให้พวกเขามารับเราดีกว่า!” อันหลินพูดต่อ
เซวียนหยวนเฉิงก็พยักหน้าเช่นกัน “อืมที่นี่เป็นสถานที่ดีจริงๆ ขอเพียงพวกเราสร้างปรากฏการณ์บางอย่าง คิดว่าหน่วยสำรวจน่าจะเป็นฝ่ายตามหาสถานที่ที่พวกเราอยู่ หมดห่วงไม่เปลืองแรง”
“เอาแบบนี้แหละ!คืนนี้เราค่อยปฏิบัติการ กลางวันก็เที่ยวเล่นกันให้สนุกเถอะ!”อันหลินพูดยิ้มๆ