ฮวาเสี่่ยวซี จอมป่วน (จบ)

    ตอนที่ 105 ฆ่าหมาป่า...ช่วยลูกน้อย

    ร่างของหมาป่าที่คาบเจ้าอ้วนน้อยไว้พุ่งลับหายไปในป่าทึบเสียงฝีเท้าหนักดังสะท้อนเข้าหูของฮวาเสี่ยวซีราวกับคำสาปที่ไล่ล่า


    นางไม่อาจรู้ว่าแรงในร่างกายมาจากไหนอีกแล้วเท้าก้าวเหยียบโคลนดินชื้นที่เย็นเยียบจนแทบไร้ความรู้สึก สายลมพัดแรงผ่านแก้มราวกับตบหน้านางให้ตื่นขึ้นทุกก้าวที่วิ่งตามลูกชายไป


    ข้ากำลังจะเสียเจ้าอ้วนน้อยจริงๆหรือ? เสียงนั้นแว่วขึ้นในใจ ดวงตาพร่าเลือนจากเหงื่อและหยาดน้ำตาขาทั้งสองข้างเริ่มสั่น แต่หัวใจยังตะโกนในอก


    ไม่!เจ้ายังอยู่ เจ้ายังต้องกอดข้าอีก เจ้ายังต้องหัวเราะ…


    นางกัดฟันแน่นวิ่งแหวกพงไม้ ข้ามลำธารเล็กๆ และลื่นล้มลงไปครั้งหนึ่งแต่ก็ยันกายลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเสียงกิ่งไม้ที่หักใต้ฝ่าเท้าเหมือนเสียงความหวังที่ยังไม่ตาย


    หมาป่าตัวนั้นเริ่มชะลอความเร็วลงเล็กน้อย มันหอบมันเริ่มอ่อนแรง!


    ฮวาเสี่ยวซีสบช่องจังหวะรีบคว้ามีดสั้นขึ้นมากำแน่น ทั้งยังไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองหยุดคิดหรือสับสน นางรู้ดีหากลังเลแม้แต่เสี้ยววินาที… เจ้าอ้วนน้อยอาจจะไม่มีลมหายใจให้ได้ยินอีก


    กลิ่นเลือดกลิ่นดิน กลิ่นหญ้าชื้นประทุเข้าโพรงจมูกบรรยากาศทั้งผืนป่าราวกับแปรเปลี่ยนเป็นสมรภูมิศักดิ์สิทธิ์ที่มีเพียงหนึ่งแม่และหนึ่งลูกเท่านั้นที่ต้องรอด


    นางหอบหายใจแรงกล้ามเนื้อทุกส่วนเจ็บร้าว แต่ในวินาทีนั้น สิ่งที่ทำให้นางยังไม่ล้ม ไม่ใช่แค่“ความกลัวจะเสียลูก” มันคือ “ความโกรธ” ความโกรธที่โลกใบนี้กล้าเอาลูกของนางไปต่อหน้าต่อตา!


    "หากเจ้าไม่ปล่อยลูกข้า..."นางพึมพำเสียงต่ำ ขณะสายตาจับจ้องแผ่นหลังของหมาป่าที่ใกล้แค่เอื้อม


    "...เจ้าจะไม่มีลมหายใจเหลือเช่นกัน"


    ทันใดนั้นนางพุ่งเข้าใส่ศัตรูด้วยแรงทั้งหมด ฝ่ามือคว้าขาหลังของหมาป่าอย่างแม่นยำกล้ามเนื้อเกร็งแน่น ดึงด้วยพลังทั้งหมดราวกับขุดจากวิญญาณเบื้องลึก


    เสียงโหยหวนของหมาป่าดังลั่นกลิ่นเลือดอบอวลทันทีที่ร่างมันล้มกระแทกพื้น


    ร่างเล็กของเจ้าอ้วนน้อยกลิ้งออกจากปากของมันนางไม่รอให้คิดแม้เสี้ยววินาที รีบกระโจนเข้าไปรับลูกไว้แนบอก


    นางสะอื้นออกมาแบบไร้เสียงกลัวว่าแม้แต่เสียงหายใจของตัวเองจะรบกวนเด็กน้อยที่เปราะบางในอ้อมกอด


    มือเรียวสั่นระริกลูบผมยุ่งเหยิงของลูกเบาๆ เจ้าอ้วนน้อยส่งเสียงร้องเบาๆ อย่างสะอึกสะอื้น เป็นเสียงร้อง…ที่บอกว่า


    “ข้า! มาแล้ว”


    การต่อสู้เพื่อปกป้องลูก


    หมาป่าทั้งสามค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ทุกที ฝีเท้ามันเบาและแม่นยำกว่าที่คิดเสียงคำรามต่ำในลำคอของพวกมันประสานกันคล้ายเสียงเพรียกแห่งนรกท่าทางคล้ายรอจังหวะที่หญิงสาวจะอ่อนแรง… แล้วซ้ำให้ล้ม


    ฮวาเสี่ยวซีหอบหายใจแรงร่างกายสะบักสะบอม เสื้อผ้าเปื้อนเลือดและดินความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้อย่างหนักในค่ำคืนนี้เริ่มกัดกินกำลังวังชาแต่ท่าทางนางยังมั่นคง


    "แค่พวกเจ้าสามตัวน่ะหรือ…"นางพูดเสียงต่ำ "ข้าจัดการล้มฝูงพวกเจ้ามาแล้ว"

    หมาป่าตัวแรกพุ่งเข้ามาเร็วราวสายลม!


    ฮวาเสี่ยวซีพลิกตัวหลบเฉียดฉิวแล้วแทงสวนเข้าที่สีข้างของมัน เสียงมีดเฉือนเนื้อดัง "ฉึก!"มันร้องโหยหวน ถอยกระเซ็นเลือดพุ่งเป็นทาง


    ตัวที่สองไม่รอช้าพุ่งตามทันที กรงเล็บเหยียดตรงมาที่หน้าอกของนาง ฮวาเสี่ยวซีโน้มตัวลงใช้ข้อศอกกระแทกกรามของมันจนได้ยินเสียง “กร๊อบ!”


    ตัวที่สามซ่อนตัวอยู่ด้านหลังพุ่งออกมาจากเงามืด!


    "อั่ก!"ฮวาเสี่ยวซีรับแรงพุ่งกระแทกไม่ทัน ล้มกลิ้งไปกับพื้นแขนซ้ายที่อุ้มเจ้าอ้วนน้อยยังรัดลูกไว้แน่น หัวใจแทบหยุดเต้นเพราะกลัวลูกกระแทก


    นางหอบถี่หยัดร่างขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามของหมาป่าที่ใกล้เข้ามาอีกครั้ง


    "ไม่...จะไม่มีใครแตะลูกข้าอีกแล้ว!" นางตะโกนสุดเสียงพร้อมกับกวาดมีดสั้นเป็นวงกว้างรอบตัว

    เสียง"ฉึก!" ดังอีกครั้ง หมาป่าตัวสุดท้ายถูกแทงเข้าที่เบ้าตาเลือดพุ่งกระเซ็นเต็มใบหน้า มันดิ้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะนิ่งไป


    หมาป่าทั้งสาม...ล้มลงแล้ว

    รอบด้านกลับสู่ความเงียบเสียงลมหายใจของฮวาเสี่ยวซีดังเพียงลำพัง สะท้อนผ่านป่ารอบตัว


    เจ้าอ้วนน้อยในอ้อมแขนส่งเสียงอ้อแอ้เบาๆดวงตาปรือมองหน้าแม่ นางกอดเขาแน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อย… เขาจะหายไปอีกครั้ง


    “เจ้าปลอดภัยแล้ว...”นางพึมพำเสียงแผ่ว ปลายเสียงขาดหายขณะน้ำตาไหลซึมเต็มแก้ม

    ท่ามกลางกลิ่นเลือดและความมืดท่ามกลางร่างของสัตว์ร้าย คือแม่... กับลูกชายในอ้อมแขน ที่ยังมีชีวิตอยู่


    เช้าวันใหม่  มือปราบมาถึง รางวัลที่ไม่คาดคิด


    ฟ้าค่อยๆเปลี่ยนจากสีหมึกเป็นสีเงินอ่อน หมอกบางลอยเอื่อยเหนือลำต้นไม้กลิ่นดินเปียกและเลือดยังคงอบอวลรอบบริเวณ ฮวาเสี่ยวซียังนั่งพิงตอไม้ใหญ่เจ้าอ้วนน้อยหลับตาพริ้มแนบอก ร่างทั้งคู่เปรอะเปื้อนเลือดหมาป่าราวสิบกว่าตัวยังนอนแน่นิ่งรอบบริเวณ ร่องรอยของการต่อสู้อย่างดุเดือดยังคงชัดเจน


    เสียงฝีเท้าหนักและเสียงคนพูดคุยกันเบาๆ ดังมาแต่ไกลก่อนกลุ่มเจ้าหน้าที่มือปราบกับทหารลาดตระเวนจะเร่งฝีเท้าเข้ามาในลานโล่งอย่างตื่นตระหนก


    “นั่น...หญิงสาวกับเด็กน้อย!”“พระเจ้า...หมาป่าทั้งหมดนี่ เธอคนเดียวงั้นหรือ?!”


    เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรีบตรงเข้ามาหานางทันทีสายตาฉายแววกังวลปนทึ่ง “แม่นาง! ท่านเป็นอะไรหรือไม่?”

    ฮวาเสี่ยวซีลืมตาช้าๆมองพวกเขาอย่างเหนื่อยล้า แต่ในแววตายังแฝงความแข็งแกร่ง


    “ไม่เป็นไรข้าปลอดภัย... แค่เหนื่อยนิดหน่อย”


    ชายหนุ่มมองไปรอบๆสภาพศพหมาป่าที่ถูกฟันแทงอย่างแม่นยำ ร่องรอยกรงเล็บและคราบเลือดที่แห้งติดพื้นดิน

    สะท้อนว่าไม่มีคำว่า "บังเอิญ"ในเหตุการณ์นี้


    "นี่...ท่านเป็นคนเดียวที่จัดการพวกมันได้ทั้งหมด?"


    ฮวาเสี่ยวซีพยักหน้าเบาๆพลางกระชับลูกไว้ในอ้อมแขน “ข้าไม่ได้ตั้งใจจะเป็นวีรสตรีอะไรหรอก...ข้าแค่ต้องช่วยลูกของข้า”


    คำพูดเรียบง่ายแต่หนักแน่นทำให้ทุกคนในที่นั้นเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะมีเสียงตะโกนจากชายอีกคน“แม่นางนั่นช่วยหมู่บ้านไว้!ทางการประกาศตั้งรางวัลไว้สำหรับผู้ที่สามารถกำจัดฝูงหมาป่าที่ป่าริมเขานี้ได้!”


    ทหารรีบยืนยัน“ใช่! มันฆ่าคนไปสามรายแล้ว สร้างความเสียหายมาก ทางอำเภอประกาศรางวัลไว้ไม่น้อย”


    เสียงซุบซิบชื่นชมเริ่มดังขึ้น“นางตัวเล็กแค่นี้เอง...”, “แต่ล้มพวกมันได้ขนาดนี้นางไม่ธรรมดาแน่”, “นี่มันหญิงสาวหรือนักรบกันแน่!”


    เจ้าหน้าที่คนเดิมจึงโค้งตัวให้ฮวาเสี่ยวซีอย่างนอบน้อม"ข้าจะพาท่านกลับอำเภอ เพื่อรับเงินรางวัล รวมถึงให้หมอมาตรวจลูกน้อยด้วยขอแสดงความเคารพในความกล้าหาญของท่าน"


    ฮวาเสี่ยวซีไม่กล่าวอะไรเพียงลูบหัวลูกเบาๆแล้วพยักหน้าอย่างเงียบงัน


    บ่ายวันเดียวกันณ ลานหน้าที่ว่าการอำเภอ ฮวาเสี่ยวซีนั่งพักอยู่ใต้มุขเรือน ร่างของนางสะอาดแล้วเสื้อผ้าชุดใหม่ที่เจ้าหน้าที่จัดหาให้สวมใส่อย่างเรียบง่ายแต่ยังคงพาดดาบไว้ด้านข้างเหมือนเดิม เจ้าอ้วนน้อยหลับอยู่บนตักของนางข้างกายคือถุงเงินรางวัลใหญ่ที่เพิ่งได้รับ


    นางไม่ได้ยินดีเท่าไรนักเงินคือสิ่งจำเป็น แต่ก็เทียบไม่ได้กับสิ่งที่เกือบสูญเสีย


    ในขณะนั้นเองรถม้าลำหนึ่งเคลื่อนเข้ามาจอดหน้าเรือน หญิงสาวผู้หนึ่งก้าวลงจากรถอย่างเร่งรีบเสื้อผ้าหยาบกร้าน แต่ยังคงเปล่งรัศมีความสง่างามอย่างประหลาดราวกับดอกบัวในปลักโคลน


    ฮวาเสี่ยวซีหรี่ตามองก่อนดวงตาจะเบิกกว้างขึ้นทันที “พี่สาวไป๋หลิน!?”


    หญิงสาวเจ้าของชื่อชะงักหันมาช้าๆ เมื่อนางได้ยินเสียงเรียก เธอมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความแปลกใจทว่าภายในไม่ถึงอึดใจ ใบหน้าของเธอก็แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแผ่วเบา


    “แม่นางที่ปืนบนหลังคานั้นเอง...”


    “ข้าเอง!ฮวาเสี่ยวซีไงเจ้าคะ” เสี่ยวซีหัวเราะเขินๆ ก่อนจะสังเกตเห็นเด็กหญิงตัวเล็กๆในอ้อมแขนของอีกฝ่าย

    ใบหน้าเด็กน้อยซีดเซียว ร่างกายซูบผอมจนน่าใจหาย


    "เด็กคนนี้...ดูอ่อนแรงนักพี่สาวกำลังไปไหนหรือ?"


    ไป๋หลินถอนหายใจเบาๆ“ข้ากำลังจะพาบุตรสาวเข้าเมืองหลวง เพื่อหาหมอที่เก่งที่สุด...”เสียงของนางสั่นเครือ

    ฮวาเสี่ยวซีชะงักไปครู่ก่อนที่คำพูดของหมอชราผู้หนึ่งในอดีตจะผุดขึ้นมาในความคิด "เด็กที่เกิดจากพิษราคะ หาก


    มารดายังมิได้ปลดพิษให้สิ้นโดยสมบูรณ์...อาจส่งผลให้เด็กเจ็บป่วยเรื้อรังได้"

    “พี่สาว...”เสียงของฮวาเสี่ยวซีเบาลงเล็กน้อย “เมื่อสองปีก่อน...ท่านเคยช่วยชีวิตชายผู้หนึ่งไว้หรือไม่? เขา...เป็นแม่ทัพ...”


    ไป๋หลินชะงักสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อยทันที


    "...ฮวาเจิ้น?"นางเอ่ยชื่อออกมาช้าๆ

    ฮวาเสี่ยวซีเบิกตากว้างนางกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ต้องกลืนคำไว้


    “ท่าน...เป็นบิดาของข้า”


    คำพูดนั้นเหมือนลมวูบหนึ่งพัดผ่านระหว่างสองสตรีในขณะที่เด็กน้อยสองคนยังคงหลับใหลอยู่ในอ้อมอกของพวกนาง… 

    คล้ายกับเรื่องฮวาเสี่่ยวซี จอมป่วน (จบ) ที่คุณอ่าน