เกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก

    บทที่ 66

    “หากต้องการใช้เงินในการปลดล็อคโซนอาหาร และเครื่องปรุงต้องใช้เงิน 76 เหรียญเงิน กับ 50 เหรียญทองแดงค่ะ” ฟ้าเงียบไปสักพักก่อนจะแจ้งรายละเอียดให้ภามทราบ เนื่องจากวันนี้ ภามจะได้เก็บเกี่ยวข้าวที่ปลูกไว้กินเองในบ้านแล้ว เขาจึงอยากจะหุงข้าวกินกับแกงอะไรสักอย่าง จึงตั้งใจว่าอยากมาหาเลือกซื้อพริกแกงสักหน่อย หากต้องรอปลูกเมล็ดพันธุ์เพื่อปลดล็อคโซน ก็ต้องรออีกอย่างน้อย 12 วัน ซึ่งเขาก็ไม่ค่อยอยากจะรอสักเท่าไหร่ อีกทั้ง จำนวนเงินที่ต้องใช้ในการปลดล็อคก็ไม่ได้มากเกินกำลัง เขาจึงตัดสินใจนับเหรียญในถุงเงินมายื่นให้ฟ้า “นี่ครับ 76 เหรียญเงิน กับ 50 เหรียญทองแดง” ฟ้ายื่นมือมาวางไว้เหนือเหรียญที่อยู่บนมือของภาม จากนั้นไม่นานเหรียญเหล่านั้นก็หายวับไป และเกิดแสงสว่างวาบ แสดงข้อความ “ภารกิจสำเร็จ” ปรากฏขึ้นในหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้า จากนั้นบริเวณที่มีป้ายชื่อโซนอาหาร และเครื่องปรุง ซึ่งเคยมีผ้าดำคลุมปิดไว้ ตอนนี้ดวงไฟในโซนนั้นถูกเปิดจนสว่าง ผ้าดำที่คลุมกั้นไว้นั้นก็ได้หายไปแล้ว “ปลดล็อคโซนอาหาร และเครื่องปรุงเรียบร้อยค่ะ” ฟ้าแจ้งย้ำอีกครั้ง“ขอบคุณครับ” ภามไปหยิบรถเข็น ก่อนจะเข็นตรงไปยังโซนอาหาร และเครื่องปรุง ภายโซนนี้ไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่ก็มีของวางขายอยู่จำนวนไม่น้อย นอกจากอาหารสด อย่างอื่นที่เป็นอาหารแห้งล้วนมีหมดแล้ว ระหว่างเดินดูสินค้าภายในโซน สมองก็ทำงาน คิดว่าควรจะทำแกงอะไรกินกับข้าวดี ภามเดินหยิบพวกเครื่องปรุงทั่วไปที่ควรมีติดบ้าน เช่น เกลือ น้ำตาล พริกป่น พริกไทย ผงชูรส ซีอิ๊ว น้ำมันหอย และน้ำมัน  ใส่ลงไปในรถเข็น ก่อนจะเข็นเดินต่อไปข้างหน้า หยิบพวกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเพิ่มลงไปในรถเข็นอีก และในเมื่อยังคิดไม่ออกว่าจะทำแกงอะไรดี ภามจึงหยิบพวกพริกแกงสำเร็จรูป จำพวก พริกแกงส้ม พริกแกงเขียวหวาน พริกแกงข่าไก่ พริกแกงพะแนง พริกแกงเผ็ด และอื่นๆอีกมากมาย ใส่ลงไปในรถเข็นด้วย ภามเดินหยิบโน่นหยิบนี่ที่น่าสนใจใส่รถเข็นเพิ่มไปเรื่อยๆ เจออะไรน่ากินก็หยิบมา ไม่ว่าจะเป็นเกล็ดขนมปังไว้ชุบแป้งทอด กาแฟ โอวัลติน น้ำจิ้มรสต่างๆ จนพอใจแล้ว จึงเข็นรถกลับไปทางโต๊ะคิดเงิน หลังจากหยิบของในรถเข็นขึ้นมาวางบนโต๊ะจนหมด ฟ้าก็จัดการคิดเงินค่าสินค้าตรงหน้า จากนั้นรายการสินค้ายาวเหยียดก็แสดงขึ้นในหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้า “ค่าสินค้าทั้งหมด 12 เหรียญเงิน กับ 75 เหรียญทองแดงค่ะ” ฟ้าแจ้งยอดสินค้าที่แสดงอยู่ในหน้าจอโฮโลแกรมให้ภามฟังซ้ำอีกครั้ง“...นี่ครับ” ภามนับเงินจากถุงใส่เหรียญตามจำนวนที่ฟ้าแจ้ง และยื่นไปตรงหน้า เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อย ภามก็หิ้วถุงใส่ของสองถุงใหญ่ออกมาจากห้อง เดินตรงไปยังห้องครัวซึ่งทุกคนมานั่งรอกันอยู่อย่างพร้อมหน้าแล้ว เมื่อภามเดินเข้ามาพร้อมสองถุงใหญ่ในมือ ทุกคนจึงหันมามองเป็นสายตาเดียว “ท่านภามขนอะไรมาเยอะแยะหรือขอรับ” อลันรีบลุกจากโต๊ะเข้ามาช่วยภามถือของทันที“ของพวกนี้ไว้ใช้ทำอาหารน่ะ” ภามตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินนำไปที่โต๊ะสำหรับเตรียมทำอาหาร วางถุงในมือลง โดยที่อลันเดินตามมาวางอีกถุง หลังจากมื้อเช้าจบลง ทุกคนก็ออกมาช่วยกันเกี่ยวข้าว โดยมีอามินกับแอนเน่ยืนผลัดกันหมุนเครื่องสีข้าวอยู่ใต้ร่มไม้ เมื่อใกล้เวลามื้อเที่ยง ภามที่เห็นว่าข้าวทั้งหมดเกี่ยวเกือบเสร็จแล้ว จึงปล่อยให้อลัน และเมมี่ช่วยกันทำต่อ ส่วนเขาโกยข้าวที่สีเรียบร้อยแล้วแบ่งใส่ถุงผ้าขนาดกลางมาหนึ่งถุง ก่อนจะแยกตัวออกมา แวะเก็บพริก มะนาว ตะไคร้ ใบมะกรูด ข่า และหอมแดง ที่บริเวณแปลงผักสวนครัว เข้าไปในบ้านด้วย เมื่อเข้ามาในห้องครัว ภามวางของในมือลงบนโต๊ะเตรียมอาหาร จากนั้นนำข้าวสารเทลงในหม้อหุงข้าว เมื่อกะปริมาณที่คาดว่าพอดีได้แล้วก็นำมาซาวน้ำ ก่อนจะนำไปหุงทิ้งไว้ หลังจากหุงข้าวแล้ว ภามก็กลับมาคัดแยกของในถุงใหญ่สองถุงที่ซื้อมาเมื่อเช้าเก็บเข้าที่ จากนั้นจึงนำเขียงออกมาหันเครื่องต้มยำทั้งหลายที่เก็บมาจากข้างบ้าน ภามตั้งเตาต้มน้ำ ใส่เครื่องต้มยำพวกพริก ตะไคร้ ใบมะกรูด ข่า และหอมแดงลงไป ในระหว่างรอน้ำเดือดก็นำเนื้อคัลเลอร์เบิร์ดที่เมมี่ล้างเตรียมไว้ให้แล้ว ออกมาจากตู้เย็นนำมาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ก่อนจะใส่เพิ่มลงไปในหม้อ รอจนเนื้อสุกดีแล้วจึงใส่เครื่องปรุงจำพวกน้ำปลา น้ำตาล ผงชูรสลงไปเพิ่ม จากนั้นใช้กระบวยตักแกงขึ้นมาชิมรสชาติเล็กน้อย เมื่อได้รสชาติที่พอใจแล้ว จึงต้มต่ออีกสักพักรอให้รสชาติของแกงเข้าเนื้อ แล้วค่อยเปิดฝาหม้อมาชิมรสชาติอีกครั้ง สุดท้ายใส่มะนาว และน้ำพริกเผาลงไปเพิ่ม ภามค่อยๆ เคี่ยวของในหม้อต่อจนเข้ากัน กลิ่นหอมจากมะนาว และแกงลอยฟุ้งเต็มห้องครัว “กลิ่นหอมจังเลยขอรับ” อามินที่เข้ามาในครัวตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ กำลังเกาะขอบโต๊ะ ทำท่าสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ พร้อมกับเอ่ยปากชม“สิ่งนี้เรียกว่าอะไรหรือเจ้าคะ” แอนเน่ที่ยืนอยู่ข้างๆ อามินเอ่ยขึ้นบ้าง“นี่เรียกว่าต้มยำ พวกเจ้าช่วยกันหยิบจานออกมาห้าใบ กับชามใหญ่ๆ ชามนึง”“ขอรับ/เจ้าค่ะ” ในระหว่างที่รอเด็กๆ หยิบจานชามออกมา ภามก็เปิดตู้เย็นดูว่าพอจะมีอะไรนำมาทำอาหารได้อีกสักอย่าง สุดท้ายจึงหยิบเห็ดที่เหลืออยู่กับผักนิดหน่อยออกมาหั่น และนำไปผัด เป็นเมนูผัดผักรวมน้ำมันหอย “ท่านพ่อ ท่านแม่เจ้าล่ะ” ภามเอ่ยถามเด็กๆ ขณะที่กำลังตักต้มยำในหม้อใส่ลงในชาม“เก็บกวาดเศษฟางข้าวอยู่ขอรับ” อามินตอบ“แอนเน่ไปตามท่านพ่อ ท่านแม่เจ้ามาทานข้าวไป ส่วนอามินมาช่วยข้ายกของพวกนี้ไปวางที่โต๊ะ” ภามแจกแจงหน้าที่ให้เด็กๆ ภามเดินถือชามต้มยำมาวางที่โต๊ะอาหาร โดยมีอามินถือจานผัดผักตามมา จากนั้นจึงเดินกลับไปตักข้าวใส่จานให้อามินค่อยๆ นำมาวางที่โต๊ะจนครบห้ามจาน อลันกับเมมี่ยังไม่กลับเข้ามา ภามจึงปล่อยให้พัดลมพัดระบายกลิ่นอาหารออกไปจากห้องครัวบ้าง สักพักจึงค่อยปิดหน้าต่าง และเปิดแอร์ ก่อนจะเดินมานั่งรอที่โต๊ะอาหารกับอามิน ไม่นานก็ได้ยินเสียงแอนเน่กับเมมี่เดินคุยกันดังมาจากหน้าห้องครัว เนื้อหาทำนองว่า แอนเน่กำลังอวดว่าอาหารที่ท่านภามทำมื้อนี้หอมน่าทานมาก และอลันกับเมมี่ก็ทำเสียงตอบรับอย่างตื่นเต้นตามลูกสาวไปด้วย

    คล้ายกับเรื่องเกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน